Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในวันที่ 2 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 154,760 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,219 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,218 ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 12 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง การย้อมผมสีเข้มเป็นประจำ เสี่ยงทำให้ตับทำงานหนัก อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง รับแผนการลงทุนหุ้น PTT จากผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ผ่านไลน์โอเพนแชต อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ทำใบขับขี่ไทย ถูกกฎหมาย 100% ไม่ต้องไปสอบเองที่ขนส่ง ติดต่อที่เพจ นาย ธนสิทธิ์ ตันสกุล อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง OR เปิดให้ร่วมลงทุนธุรกิจ Café Amazon ผ่านเพจ Amazon investor market อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง อายุครบ 55 ปี ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน รับเงินบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิต อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง กองทัพบก จัดกำลังเข้ายึดควบคุมพื้นที่ช่องเสม็ด อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69 เกิดแผ่นดินไหว ประเทศไทยอยู่ใกล้ศูนย์กลาง สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “การย้อมผมสีเข้มเป็นประจำ เสี่ยงทำให้ตับทำงานหนัก” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า ยาย้อมผมส่งผลให้ตับทำงานหนักดังที่กล่าวอ้าง แม้ในยาย้อมผมชนิดถาวรอาจมีสารเคมี PPD ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ที่ทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีรายงานการศึกษามากพอที่จะสรุปได้ว่ายาย้อมผมสีเข้มจะทำให้เกิดมะเร็งในคน โดยความเสี่ยงหลักที่พบจากการใช้ยาย้อมผม คือ “อาการแพ้” เช่น ผื่นแดงคัน มีตุ่มน้ำใส หรืออาการบวมบริเวณใบหน้าและเปลือกตา ไม่ใช่ภาวะตับทำงานหนัก อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 3 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 154,907 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,285 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,285 โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 22 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวปลอมทั้งหมด 7 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดให้ ปชช. ลงทะเบียนรับเงินคืน ผ่าน TikTok ชื่อ spy.k.s   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กกต. อนุมัติโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ใช้สิทธิต้นปี 69   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดโครงการช่วยเหลือประชาชน ยื่นกู้ 60,000 บาท ผ่าน TikTok ชื่อ fjdvhwbg27r   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธอส. ร่วมกับ กสิกรไทย เปิดลงทะเบียน ยื่นกู้ 200,000 บาท คืน 4,333 บาท/เดือน ไม่ต้องใช้คนค้ำ   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง TikTok ชื่อ dltkubr รับทำใบขับขี่ใหม่และต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Davy liu cc ของ SET เชิญชวนเข้ากลุ่มไลน์ รับสัญญาณหุ้นและข้อมูลวิเคราะห์รายวัน   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปร่วมลงทุนเป็นส่วนหนึ่งกับหุ้น OR อเมซอน เริ่มต้นเพียง 1 หน่วย 1,340 บาท   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ปปง. เปิดให้ ปชช. ลงทะเบียนรับเงินคืน ผ่าน TikTok ชื่อ spy.k.s” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากบัญชี TikTok ชื่อ spy.k.s เป็นบัญชีที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยแอบอ้างเป็น ปปง. เชิญชวนให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินคืน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลปลอม ปปง. ขอชี้แจงว่า ไม่เคยมีนโยบายให้ผู้เสียหายยื่นเอกสาร หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภท   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ในวันที่ 4 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,177 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,848 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,847 ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 21 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง และข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง : เรื่อง กองทัพเรือได้จับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าไทย 67 ราย ที่แถบชายแดนจันทบุรี   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม : เรื่อง ไทยละเมิดอธิปไตยและยึดครองพื้นที่หลังข้อตกลงหยุดยิง   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม : เรื่อง OR เปิดให้ลงทุนหุ้น Cafe Amazon เริ่มต้น 1,000 บาท กำไร 450 บาทต่อวัน ผ่านเพจ Cafée Amazon   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ได้ที่เพจ ณัฐวุฒิ รับทำใบขับขี่ทุกชนิด   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม : เรื่อง ปปง. อายัดบัญชี 596.6 ล้านบาท จากกลุ่มจีนหลอกลงทุนคริปโต ลงทะเบียนรับเงินคืนได้ที่ เพจ ปรึกษาลงทะเบียน   อันดับที่ 6 ข่าวจริง : เรื่อง ทภ.1 ขอความร่วมมือประชาชน งดการส่งต่อเนื้อหาที่เสี่ยงผิดหลัก OPSEC   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม : เรื่อง วันที่ 2 ม.ค. 69 พบเสียงปืนเล็กยิงเข้ามาและมีการตัดรั้วลวดหนามบางจุด   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กองทัพเรือได้จับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าไทย 67 ราย ที่แถบชายแดนจันทบุรี” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยเมื่อเวลา 05.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 67 ราย ในพื้นที่อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ขณะลักลอบเดินเท้าเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ถูกจับกุมแบ่งเป็นชาย 35 ราย หญิง 25 ราย และเด็ก 7 ราย โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมดูแลด้านมนุษยธรรม ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และการปฐมพยาบาล ก่อนส่งดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศต้นทาง และจากการสอบสวนเบื้องต้น แรงงานส่วนใหญ่ระบุว่าประสบปัญหาความยากจน ขาดแคลนงานและรายได้ในประเทศต้นทาง จึงตัดสินใจเสี่ยงเข้ามาหางานทำในไทย   ทั้งนี้ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ  ความปลอดภัยของสังคม และอาจถูกแสวงหาประโยชน์โดยขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการปฏิบัติด้วยความรอบคอบ มีมนุษยธรรม และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 มกราคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 7 มกราคม 2569 ผศ. (พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ nt ก้าวสู่ปีที่ 6 Next to the 6th year พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี นายพีรศักดิ์ อรุณสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักตรวจสอบ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)  และผู้บริหาร nt ให้การต้อนรับ ณ อาคารสโมสร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 5 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,885 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,278 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,272 ตามมาด้วยช่องทาง Line 5 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 35 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม : เรื่อง OR เสนอขายหุ้น ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านเพจ Coffee Station Premium   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ Dierser sj cc เปิดให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ เพื่อเรียนการลงทุนออนไลน์ ภายใต้การดูแลของตลาดหลักทรัพย์ฯ   อันดับที่ 3 ข่าวจริง : เรื่อง วันที่ 6-10 ม.ค. 69 ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้น   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ Energy Station ชวนลงทุน OR อเมซอน เริ่ม 1,340 บาท กำไรวันละ 390   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดลงทะเบียนสินเชื่อเฟส 2 ไม่เช็กแบล็กลิสต์บูโร ผ่านบัญชีติ๊กต็อก @sgdnhaayiq8   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ Work abroad in Australia เปิดรับแรงงานชาย-หญิง ทำงานสวนที่ประเทศออสเตรเลีย ถูกต้องตามกฎหมาย   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม : เรื่อง PTT เปิดลงทะเบียนวิเคราะห์การลงทุนในหุ้น ผ่านเพจ Daniel Roberts   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ OR เสนอขายหุ้น ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านเพจ Coffee Station Premium” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่ง OR ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจ Facebook ดังกล่าว และไม่มีนโยบายเชิญชวนให้ลงทุนหรือเสนอขายหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมิจฉาชีพได้สร้างเพจขึ้นและแอบอ้างนำชื่อ โลโก้ หรือผลิตภัณฑ์ Café Amazon มาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ    ดังนั้นขอให้ประชาชนระมัดระวังการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ และหลีกเลี่ยงการโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว และหากต้องการลงทุนกับ OR อย่างปลอดภัย ควรตรวจสอบจากช่องทางทางการของบริษัทเท่านั้น เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------


นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงดีอี โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ได้ร่วมกับนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  โดยกรมการขนส่งทางบก ผลักดันมาตรการช่วยเหลือไรเดอร์และไดรเวอร์ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขผลกระทบจากการนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปจดทะเบียนเป็น รถรับจ้างสาธารณะ รย.17 (รถจักรยานยนต์) หรือ รย.18 (รถยนต์) ในการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน จากความร่วมมือดังกล่าว ล่าสุดนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง เรื่องขนาดความจุกระบอกสูบสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ จากเดิมที่กำหนดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 125 ซีซี เป็นความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรถ และเทคโนโลยียานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะ และขนาดของรถให้มีความเหมาะสม ทำให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ช่วยแก้ไขอุปสรรคในการจดทะเบียนฯ ทั้งนี้ ขบ.ได้จัดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 4 – 18 ธันวาคม 2568 เป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งได้รับผลความคิดเห็นของประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงต่อไป “กระทรวงดีอี ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม โดย รมช.มัลลิกา และกรมการขนส่งทางบก ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยกลุ่มผู้ให้บริการดังกล่าว ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนั้นการลงทะเบียนการให้บริการอย่างถูกต้อง ยังจะช่วยให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการอีกด้วย” นายไชยชนก กล่าว ---------------------------------------------

วันที่ 8 มกราคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/03 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 6 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,989 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,689 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,687 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาท   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม : เรื่อง บุคคลทั่วไปสามารถร่วมลงทุน “หุ้น OR อเมซอน” ได้ที่เพจ Amazon Business   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ สุภัทร สวนจันทร เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย   อันดับที่ 4 ข่าวจริง : เรื่อง เกิดเหตุการณ์การระเบิดในพื้นที่ช่องบก บริเวณเนิน 469 ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม : เรื่อง SET เปิดให้ลงทะเบียนเรียนฟรี พัฒนาหลักสูตรที่เข้าใจง่าย มีใบรับรอง ผ่านเพจ Next Step   อันดับที่ 6 ข่าวจริง : เรื่อง ไทยปิดด่านทุกด่านบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แบบถาวร   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจปลอม SET เปิดลงทะเบียนเรียนพัฒนาหลักสูตรหุ้น ผ่านเพจ Simple Mood   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาท” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยจากการตรวจสอบพบว่า การให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นการแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ธ.ก.ส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และไม่มีนโยบายดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ และตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนจะดำเนินการใด ๆ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 มกราคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ วังศุโขทัย

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 7 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,966 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,725 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,724 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 1 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดโอกาสกู้สินเชื่อได้ทุกอาชีพ สูงสุด 1 ล้านบาท ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ Disabatino Aydin Eddie   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ไทยเรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบ กรณียิงข้ามแดนเข้ามาฝั่งไทย จนทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ธอส. ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กองทัพไทย บุกยึดของทรัพย์สินมีค่า-รถจักรยานยนต์ จากบ้านเรือนชาวกัมพูชา   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โพสต์ขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยไม่ขออนุญาต โดนจับเสียค่าปรับหลักแสน   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของประชาชนกัมพูชาที่รุกล้ำเขตไทย เป็นไปตามหลักกฎหมาย   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ลดเงินสมทบประกันสังคม 6 เดือน เยียวยานายจ้าง-ผู้ประกันตน 9 จังหวัดภาคใต้   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ธ.ออมสิน เปิดโอกาสกู้สินเชื่อได้ทุกอาชีพ สูงสุด 1 ล้านบาท ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ Disabatino Aydin Eddie” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Disabatino Aydin Eddie” สร้างขึ้นโดยมิจฉาชีพ มีการแอบอ้างใช้ชื่อหรือโลโก้ธนาคาร ซึ่งไม่ใช่ช่องทางของธนาคารออมสิน และธนาคารฯ ไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียใด ๆ รวมถึงการส่ง SMS แนบลิงก์ให้กับลูกค้า ดังนั้นขอเตือนประชาชนอย่ากดลิงก์ อย่าทักแชต อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว ในส่วนช่องทางทางการของธนาคารออมสินคือเพจเฟซบุ๊กชื่อ GSB Society ซึ่งมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้ารองรับตัวตนหลังบัญชี   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 8 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 156,684 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,839 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,839 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 35 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 1 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง รัฐบาลจะโอนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้ 3 กลุ่มเปราะบาง ในวันที่ 9 ม.ค. 69 อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ผู้ป่วย SLE เสี่ยงเกิดภาวะโลหิตจางจากหลายสาเหตุ อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Kennie Vice Erin ประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มบริการสินเชื่อ บริษัทในเครือธนาคารออมสิน อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เฟซบุ๊ก สุภาพร วิเชียรทองกุล อ้างกระทรวงแรงงาน เปิดรับแรงงานไปทำงานเกษตรที่ประเทศออสเตรเลีย อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดเพจ Stock market ลงทะเบียนฟรี เรียนหลักสูตรหุ้นออนไลน์ พร้อมเกียรติบัตร อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บริษัท ของดีมือสอง จำกัด บนเว็บไซต์ขายสินค้าแบรนด์เนมมือ 2 อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ไทยอยู่ใกล้จุดแผ่นดินไหว สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “รัฐบาลจะโอนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้ 3 กลุ่มเปราะบาง ในวันที่ 9 ม.ค. 69” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยมีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพใน 3 กลุ่มเปราะบาง ประจำเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ในวันที่ 9 มกราคม 2569 ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ 3. เบี้ยความพิการ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

วันที่ 10 มกราคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เข้าร่วมกิจกรรม งานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "รักชาติไทย ใส่ใจโลก" โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพร้อมเยี่ยมชมบูธกระทรวงดีอี ร่วมด้วย คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยดีอี และหน่วยงานในสังกัด ได้จัดกิจกรรมสนุกสนานที่สอดแทรกความรู้ เสริมสร้างทักษะและความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ พร้อมมอบของที่ระลึก เพื่อมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับน้องๆ ในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ด้วย

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 9 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 156,033 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 49,402 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 49,401 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 36 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวปลอม 6 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ผสานมือและกำแบ ครั้งละ 5 นาที ช่วยเพิ่มความดันโลหิต ลดอาการมึนหัวจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง พื้นที่ไหนมีปราสาทหินจะเป็นพื้นที่ของฝั่งกัมพูชา อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. ยึดทรัพย์สแกมเมอร์ ยอดรวมเกิน 650 ล้านบาท เปิดช่องทางลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบ ผ่านเพจ Follow the news online อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดให้ทำใบขับขี่ออนไลน์ ไม่ต้องมาสอบเอง ผ่านบัญชี TikTok @mr.thanakornkanchanaman อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดคอร์สสอนหุ้น เนื้อหาเข้าใจง่าย เรียนครบ จบได้ที่เพจ Blue Time อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง DIGITAL AGENCY บริษัทเอเจนซี่ตัวช่วยธุรกิจ บริการที่ปรึกษาการลงทุน รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการ ด้วยการซื้อ “หุ้น OR อเมซอน” ที่เพจ Generating Business-AMZ Café สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน : เรื่อง “ผสานมือและกำแบ ครั้งละ 5 นาที ช่วยเพิ่มความดันโลหิต ลดอาการมึนหัวจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยการกำมือไม่มีผลแก้อาการเวียนหัวได้ หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ เพราะการผสานมือกำสลับกันเพื่อหวังผลเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองนั้น ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนมายืนยันว่าสามารถทำได้จริง แม้การบีบมืออาจเพิ่มความดันโลหิตได้ชั่วคราว แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับการไหลเวียนเลือดในสมองโดยตรง หากมีอาการมึนหัว หรือมีอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง เช่น แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.