Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ซึ่งได้แบ่งกลุ่มข่าวปลอมออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน และพบว่าในแต่ละกลุ่ม มีข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ AFNC ในปี 2568 ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ดังนี้ 1.กลุ่มข่าวนโยบายรัฐ ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง : “แก๊งค้ามนุษย์-ขอทานต่างด้าวระบาดทั่วไทย ไร้การจัดการ” โดยประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน  458,261 ครั้งคำชี้แจง : เรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ  ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันว่า ได้ดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์และขอทานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการกำหนดมาตรการเชิงรุกต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย 2.กลุ่มข่าวภัยพิบัติอันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง : “เสี่ยงเกิดสึนามิที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน อาจรุนแรงกว่าปี 2547”ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 529,472 ครั้งคำชี้แจง : กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงว่า การที่แผ่นเปลือกโลกจะมีการปลดปล่อยพลังงานให้รุนแรงเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 9.3 ที่เกิดในปี 2547 จากการประเมินและคำนวน พบว่า จะใช้เวลาอีกประมาณ 400-600 ปี ทำให้ในปัจจุบันยังไม่สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ 3.กลุ่มข่าวสุขภาพอันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง “ติดเชื้อ HIV รักษาให้หายได้ใน 2 เดือน ด้วยการใช้ CDS 2 ขวด”พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 156,828 ครั้งคำชี้แจง : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ CDS ไม่สามารถใช้รักษาโรคได้ และขอเตือนประชาชนว่า CDS ไม่ใช่ยา และไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้ในการรักษาโรคใด ๆ การบริโภค CDS อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต 4.กลุ่มข่าวเศรษฐกิจอันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง “ออมสินปล่อยกู้ผ่านเพจ LEASE it PCL 859 เริ่มต้น 10,000 – สูงสุด 1 ล้าน!”พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 77,123 ครั้งคำชี้แจง : ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊ก “LEASE it PCL 859” ที่อ้างว่าธนาคารออมสินให้บริการสินเชื่อวงเงิน 10,000 – 1,000,000 บาท โดยไม่ใช้คนค้ำ ไม่เช็กเครดิต กู้ได้ทุกอาชีพ และอนุมัติไว ขอเตือนให้ระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล และทรัพย์สินส่วนบุคคล 5.กลุ่มข่าวอาชญากรรมออนไลน์อันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง “ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายลงทะเบียนขอรับเงินคืน ผ่านบัญชี TikTok police_cyber1710”พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 97,688 ครั้งคำชี้แจง :  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ชี้แจงว่า บัญชี TikTok ชื่อ ตำรวจไซเบอร์ ใช้แอ็กเคานต์ชื่อ police_cyber1710 เป็นบัญชีที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้ของหน่วยงานราชการเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งหากประชาชนหลงเชื่อ และมีการแชร์ต่อๆกันไปในสังคม อาจสร้างความเข้าใจผิด สับสน และเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล และทรัพย์สินส่วนบุคคลได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี โดยศูนย์ AFNC ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริงและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีแก่ประชาชน รวมทั้งการแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ หรืออาชญากรรมออนไลน์ ในรูปแบบต่างๆ ให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 158,036 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,014 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,007 ตามมาด้วยช่องทาง Line 7 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 11 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลงทะเบียนขอรับเงินคืน Tik Tok บัญชี"@payungsamanmrit" อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อด่วนเพื่อการเกษตร ลงทะเบียนออนไลน์ก็รับเงินก้อนได้ทันที ผ่านบัญชีติ๊กต็อก baac.th_online289 อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ทหารไทยทำลายบันไดไม้ 1,181 ขั้น บริเวณปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ประกาศมอบเงินช่วยเหลือ 1 แสนบาทให้ 4 กลุ่ม ผ่าน TikTok บัญชี @Loveyou555 อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ใบขับขี่ไม่ใช่เรื่องยาก ผ่านเพจ พงษ์เพชร์ กงพล รับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมายแบบครบวงจร อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ไทย-จีน-กัมพูชา หารือไตรภาคี สร้างสันติภาพและปราบปรามอาชญากรรมข้ามแดน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง รับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ไม่ต้องสอบเองที่ขนส่ง ผ่านเพจ นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ลงทะเบียนขอรับเงินคืน Tik Tok บัญชี"@payungsamanmrit"” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากบัญชี TikTok ชื่อ @payungsamanmrit เป็นบัญชีปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ โพสต์ข้อความหลอกลวงให้ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลงทะเบียนผ่านลิงก์เพื่อขอรับเงินคืน ซึ่งทางสำนักงาน ปปง. ไม่มีนโยบายให้ผู้เสียหายติดต่อยื่นเอกสารหรือปรึกษาคดีผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียใด ๆ ทั้งสิ้น และมีบัญชีทางการที่ถูกต้องคือ @amlo_thailand เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในวันที่ 1 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 156,814 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 366 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 366 โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 4 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 1 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง การรถไฟฯ สนับสนุนภารกิจ ส่งตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแนวกั้นพรมแดนไทย–กัมพูชา อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ได้ที่เพจ น้องอ้อย อ้อย อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. ร่วมกับดีอี เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ยกเงินที่ยึดจากบัญชีม้ามาให้ผู้เสียหายจากมิจฉาชีพได้ที่ เพจ Mortality 55 อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง CMAC เตือนประชาชนและผู้ลี้ภัย ระมัดระวังวัตถุระเบิดตกค้างในบางพื้นที่ อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ปตท. ตรึงราคาน้ำมันช่วงปีใหม่ พร้อมมอบโปรโมชันพิเศษตามเงื่อนไข อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง OR เปิดให้ลงทุน “หุ้น OR อเมซอน” เริ่มต้นหลักพัน กำไรหลักร้อยต่อวัน ผ่านเพจ Energy Saving Green อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ระบบ M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์เว็บไซต์ แจ้งมีบิลรอดำเนินการชำระ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “การรถไฟฯ สนับสนุนภารกิจ ส่งตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแนวกั้นพรมแดนไทย–กัมพูชา” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กระทรวงคมนาคม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขอความร่วมมือจาก รฟท. ในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ สนับสนุนภารกิจสถานการณ์บริเวณชายแดน ทาง รฟท. จึงได้ให้การสนับสนุน โดยการเป็นสื่อกลางในการทำหน้าที่ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 84 ตู้ ในพื้นที่โคกสูง จังหวัดสระแก้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในวันที่ 2 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 154,760 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,219 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,218 ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 12 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง การย้อมผมสีเข้มเป็นประจำ เสี่ยงทำให้ตับทำงานหนัก อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง รับแผนการลงทุนหุ้น PTT จากผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ผ่านไลน์โอเพนแชต อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ทำใบขับขี่ไทย ถูกกฎหมาย 100% ไม่ต้องไปสอบเองที่ขนส่ง ติดต่อที่เพจ นาย ธนสิทธิ์ ตันสกุล อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง OR เปิดให้ร่วมลงทุนธุรกิจ Café Amazon ผ่านเพจ Amazon investor market อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง อายุครบ 55 ปี ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน รับเงินบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิต อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง กองทัพบก จัดกำลังเข้ายึดควบคุมพื้นที่ช่องเสม็ด อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69 เกิดแผ่นดินไหว ประเทศไทยอยู่ใกล้ศูนย์กลาง สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “การย้อมผมสีเข้มเป็นประจำ เสี่ยงทำให้ตับทำงานหนัก” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า ยาย้อมผมส่งผลให้ตับทำงานหนักดังที่กล่าวอ้าง แม้ในยาย้อมผมชนิดถาวรอาจมีสารเคมี PPD ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ที่ทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีรายงานการศึกษามากพอที่จะสรุปได้ว่ายาย้อมผมสีเข้มจะทำให้เกิดมะเร็งในคน โดยความเสี่ยงหลักที่พบจากการใช้ยาย้อมผม คือ “อาการแพ้” เช่น ผื่นแดงคัน มีตุ่มน้ำใส หรืออาการบวมบริเวณใบหน้าและเปลือกตา ไม่ใช่ภาวะตับทำงานหนัก อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 3 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 154,907 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,285 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,285 โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 22 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวปลอมทั้งหมด 7 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดให้ ปชช. ลงทะเบียนรับเงินคืน ผ่าน TikTok ชื่อ spy.k.s   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กกต. อนุมัติโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ใช้สิทธิต้นปี 69   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดโครงการช่วยเหลือประชาชน ยื่นกู้ 60,000 บาท ผ่าน TikTok ชื่อ fjdvhwbg27r   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธอส. ร่วมกับ กสิกรไทย เปิดลงทะเบียน ยื่นกู้ 200,000 บาท คืน 4,333 บาท/เดือน ไม่ต้องใช้คนค้ำ   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง TikTok ชื่อ dltkubr รับทำใบขับขี่ใหม่และต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Davy liu cc ของ SET เชิญชวนเข้ากลุ่มไลน์ รับสัญญาณหุ้นและข้อมูลวิเคราะห์รายวัน   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปร่วมลงทุนเป็นส่วนหนึ่งกับหุ้น OR อเมซอน เริ่มต้นเพียง 1 หน่วย 1,340 บาท   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ปปง. เปิดให้ ปชช. ลงทะเบียนรับเงินคืน ผ่าน TikTok ชื่อ spy.k.s” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากบัญชี TikTok ชื่อ spy.k.s เป็นบัญชีที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยแอบอ้างเป็น ปปง. เชิญชวนให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินคืน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลปลอม ปปง. ขอชี้แจงว่า ไม่เคยมีนโยบายให้ผู้เสียหายยื่นเอกสาร หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภท   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ในวันที่ 4 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,177 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,848 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,847 ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 21 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง และข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง : เรื่อง กองทัพเรือได้จับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าไทย 67 ราย ที่แถบชายแดนจันทบุรี   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม : เรื่อง ไทยละเมิดอธิปไตยและยึดครองพื้นที่หลังข้อตกลงหยุดยิง   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม : เรื่อง OR เปิดให้ลงทุนหุ้น Cafe Amazon เริ่มต้น 1,000 บาท กำไร 450 บาทต่อวัน ผ่านเพจ Cafée Amazon   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ได้ที่เพจ ณัฐวุฒิ รับทำใบขับขี่ทุกชนิด   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม : เรื่อง ปปง. อายัดบัญชี 596.6 ล้านบาท จากกลุ่มจีนหลอกลงทุนคริปโต ลงทะเบียนรับเงินคืนได้ที่ เพจ ปรึกษาลงทะเบียน   อันดับที่ 6 ข่าวจริง : เรื่อง ทภ.1 ขอความร่วมมือประชาชน งดการส่งต่อเนื้อหาที่เสี่ยงผิดหลัก OPSEC   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม : เรื่อง วันที่ 2 ม.ค. 69 พบเสียงปืนเล็กยิงเข้ามาและมีการตัดรั้วลวดหนามบางจุด   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กองทัพเรือได้จับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าไทย 67 ราย ที่แถบชายแดนจันทบุรี” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยเมื่อเวลา 05.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 67 ราย ในพื้นที่อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ขณะลักลอบเดินเท้าเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ถูกจับกุมแบ่งเป็นชาย 35 ราย หญิง 25 ราย และเด็ก 7 ราย โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมดูแลด้านมนุษยธรรม ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และการปฐมพยาบาล ก่อนส่งดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศต้นทาง และจากการสอบสวนเบื้องต้น แรงงานส่วนใหญ่ระบุว่าประสบปัญหาความยากจน ขาดแคลนงานและรายได้ในประเทศต้นทาง จึงตัดสินใจเสี่ยงเข้ามาหางานทำในไทย   ทั้งนี้ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ  ความปลอดภัยของสังคม และอาจถูกแสวงหาประโยชน์โดยขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการปฏิบัติด้วยความรอบคอบ มีมนุษยธรรม และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 มกราคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมและยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 7 มกราคม 2569 ผศ. (พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ nt ก้าวสู่ปีที่ 6 Next to the 6th year พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี นายพีรศักดิ์ อรุณสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักตรวจสอบ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)  และผู้บริหาร nt ให้การต้อนรับ ณ อาคารสโมสร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 5 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,885 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,278 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,272 ตามมาด้วยช่องทาง Line 5 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 35 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม : เรื่อง OR เสนอขายหุ้น ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านเพจ Coffee Station Premium   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ Dierser sj cc เปิดให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ เพื่อเรียนการลงทุนออนไลน์ ภายใต้การดูแลของตลาดหลักทรัพย์ฯ   อันดับที่ 3 ข่าวจริง : เรื่อง วันที่ 6-10 ม.ค. 69 ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้น   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ Energy Station ชวนลงทุน OR อเมซอน เริ่ม 1,340 บาท กำไรวันละ 390   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดลงทะเบียนสินเชื่อเฟส 2 ไม่เช็กแบล็กลิสต์บูโร ผ่านบัญชีติ๊กต็อก @sgdnhaayiq8   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ Work abroad in Australia เปิดรับแรงงานชาย-หญิง ทำงานสวนที่ประเทศออสเตรเลีย ถูกต้องตามกฎหมาย   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม : เรื่อง PTT เปิดลงทะเบียนวิเคราะห์การลงทุนในหุ้น ผ่านเพจ Daniel Roberts   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ OR เสนอขายหุ้น ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านเพจ Coffee Station Premium” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่ง OR ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจ Facebook ดังกล่าว และไม่มีนโยบายเชิญชวนให้ลงทุนหรือเสนอขายหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมิจฉาชีพได้สร้างเพจขึ้นและแอบอ้างนำชื่อ โลโก้ หรือผลิตภัณฑ์ Café Amazon มาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ    ดังนั้นขอให้ประชาชนระมัดระวังการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ และหลีกเลี่ยงการโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว และหากต้องการลงทุนกับ OR อย่างปลอดภัย ควรตรวจสอบจากช่องทางทางการของบริษัทเท่านั้น เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------


นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงดีอี โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ได้ร่วมกับนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  โดยกรมการขนส่งทางบก ผลักดันมาตรการช่วยเหลือไรเดอร์และไดรเวอร์ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขผลกระทบจากการนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปจดทะเบียนเป็น รถรับจ้างสาธารณะ รย.17 (รถจักรยานยนต์) หรือ รย.18 (รถยนต์) ในการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน จากความร่วมมือดังกล่าว ล่าสุดนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง เรื่องขนาดความจุกระบอกสูบสำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ จากเดิมที่กำหนดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 125 ซีซี เป็นความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรถ และเทคโนโลยียานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะ และขนาดของรถให้มีความเหมาะสม ทำให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ช่วยแก้ไขอุปสรรคในการจดทะเบียนฯ ทั้งนี้ ขบ.ได้จัดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 4 – 18 ธันวาคม 2568 เป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งได้รับผลความคิดเห็นของประชาชนเรียบร้อยแล้ว และได้นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงต่อไป “กระทรวงดีอี ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม โดย รมช.มัลลิกา และกรมการขนส่งทางบก ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยกลุ่มผู้ให้บริการดังกล่าว ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนั้นการลงทะเบียนการให้บริการอย่างถูกต้อง ยังจะช่วยให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการอีกด้วย” นายไชยชนก กล่าว ---------------------------------------------

วันที่ 8 มกราคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/03 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 6 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,989 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,689 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,687 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาท   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม : เรื่อง บุคคลทั่วไปสามารถร่วมลงทุน “หุ้น OR อเมซอน” ได้ที่เพจ Amazon Business   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ สุภัทร สวนจันทร เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย   อันดับที่ 4 ข่าวจริง : เรื่อง เกิดเหตุการณ์การระเบิดในพื้นที่ช่องบก บริเวณเนิน 469 ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม : เรื่อง SET เปิดให้ลงทะเบียนเรียนฟรี พัฒนาหลักสูตรที่เข้าใจง่าย มีใบรับรอง ผ่านเพจ Next Step   อันดับที่ 6 ข่าวจริง : เรื่อง ไทยปิดด่านทุกด่านบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แบบถาวร   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจปลอม SET เปิดลงทะเบียนเรียนพัฒนาหลักสูตรหุ้น ผ่านเพจ Simple Mood   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือสูงสุด 100,000 บาท” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยจากการตรวจสอบพบว่า การให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นการแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ธ.ก.ส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และไม่มีนโยบายดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ และตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนจะดำเนินการใด ๆ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 มกราคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ วังศุโขทัย

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 7 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 155,966 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,725 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,724 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 1 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดโอกาสกู้สินเชื่อได้ทุกอาชีพ สูงสุด 1 ล้านบาท ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ Disabatino Aydin Eddie   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ไทยเรียกร้องให้กัมพูชารับผิดชอบ กรณียิงข้ามแดนเข้ามาฝั่งไทย จนทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ธอส. ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กองทัพไทย บุกยึดของทรัพย์สินมีค่า-รถจักรยานยนต์ จากบ้านเรือนชาวกัมพูชา   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โพสต์ขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยไม่ขออนุญาต โดนจับเสียค่าปรับหลักแสน   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของประชาชนกัมพูชาที่รุกล้ำเขตไทย เป็นไปตามหลักกฎหมาย   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ลดเงินสมทบประกันสังคม 6 เดือน เยียวยานายจ้าง-ผู้ประกันตน 9 จังหวัดภาคใต้   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ธ.ออมสิน เปิดโอกาสกู้สินเชื่อได้ทุกอาชีพ สูงสุด 1 ล้านบาท ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ Disabatino Aydin Eddie” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Disabatino Aydin Eddie” สร้างขึ้นโดยมิจฉาชีพ มีการแอบอ้างใช้ชื่อหรือโลโก้ธนาคาร ซึ่งไม่ใช่ช่องทางของธนาคารออมสิน และธนาคารฯ ไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียใด ๆ รวมถึงการส่ง SMS แนบลิงก์ให้กับลูกค้า ดังนั้นขอเตือนประชาชนอย่ากดลิงก์ อย่าทักแชต อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว ในส่วนช่องทางทางการของธนาคารออมสินคือเพจเฟซบุ๊กชื่อ GSB Society ซึ่งมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้ารองรับตัวตนหลังบัญชี   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.