Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 18 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 157,666 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,116 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,099 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 16 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 46 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง พม. เปิดหลักเกณฑ์ซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ หลังละไม่เกิน 40,000 บาท   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง พบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล รวม 27 ทุ่น ในพื้นที่บริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษ   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ต้นเหตุไฟไหม้ใต้สะพานภูมิพล 2 มาจากการเล่นปืนแก๊ปและประทัด   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เฟซบุ๊ก โบว์ สุภาวรรณ เปิดรับแรงงานไปทำงานเก็บผลไม้ที่ประเทศออสเตรเลีย ถูกต้องตามกฎหมาย   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารไทยยึดพื้นที่พลเรือนกัมพูชา 4 จุด บ้านพัง 39 หลัง กระทบกว่า 80 ครัวเรือน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดลงทะเบียนสินเชื่อออนไลน์ ให้กู้ 100,000 บาท คืน 2,167 บาท ผ่าน TikTok feeerxqz8fq   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง บริโภคผงชูรสมาก อาจเป็นพิษต่อเซลล์ประสาท   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “พม. เปิดหลักเกณฑ์ซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ หลังละไม่เกิน 40,000 บาท” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ ดำเนินการโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวก ในอัตราเหมาจ่ายหลังละไม่เกิน 40,000 บาท เป็นค่าปรับปรุง/ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ รวมทั้งค่าบริหารจัดการและค่าตอบแทน    สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะมีสิทธิได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย มีดังนี้ 1. มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย 2. มีฐานะยากจน หรือรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ  3. ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ 4. ที่อยู่อาศัย ไม่มั่นคง ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัยกับการดํารงชีวิตของผู้สูงอายุ   ทั้งนี้ประชาชนสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------------

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินสมรรถนะเพิ่มเติม และกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบสัมภาษณ์ เพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป ของ สป.ดศ. 

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 19 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 158,352 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,882 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,876 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ ช่องทาง Facebook 2 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 37 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ถั่วลายเสือ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ลดความดันโลหิตและไขมันในเส้นเลือด   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กรมสรรพากร เปิดระบบคืนเงินภาษีผ่านเว็บไซต์   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ร่วมลงทุนหุ้น OR อเมซอน พอร์ตเริ่มต้น 1 หน่วย ผ่านเพจ Energy Saving Green   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง TikTok mperitpbh4v ของ ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อส่วนบุคคล กู้ 60,000 บาท ผ่อน 1,300 บาท   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ประกันสังคมเริ่มทยอยจ่ายเงินว่างงาน ในวันที่ 20 ม.ค. 69   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ถูกกฎหมายทุกชนิด ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่ใหม่ ปี 2567   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน ออกสินเชื่อใหม่ต้อนรับเปิดเทอม ที่เพจ Kelly Anne Arnold   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ถั่วลายเสือ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ลดความดันโลหิตและไขมันในเส้นเลือด” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบแล้วพบเป็น “ข้อมูลจริง” ทั้งนี้ ถั่วลายเสือมีประโยชน์ ช่วยบำรุงสมองและสายตา อุดมด้วยแมกนีเซียมและโฟเลต ช่วยบำรุงระบบประสาทและความจำ ช่วยลดความดันและไขมัน มีไขมันดี (ไขมันไม่อิ่มตัว) มีใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นหลอดเลือด ลดไขมันร้าย และป้องกันภาวะไขมันอุดตัน    นอกจากนี้ด้านระบบขับถ่าย ใยอาหารช่วยกระตุ้นการทำงานลำไส้ ป้องกันท้องผูก เสริมสร้างร่างกาย โปรตีนสูง ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเป็นแหล่งแร่ธาตุธรรมชาติที่ดี มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารแอนโทไซยานิน (Antocyanin) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของมะเร็ง   ขณะเดียวกัน มีข้อควรระวัง คือ ถั่วลายเสือมีกากใยสูง หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืดได้ ควรเริ่มรับประทานทีละน้อย และดื่มน้ำตามเยอะ ๆ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารปรับตัว   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------------




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 20 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 158,735 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,958 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,950 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 4 ข้อความ ช่องทาง Facebook 3 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 37 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Overseas Employment Agency เปิดรับแรงงานไปทำงานสวนเกษตรที่ต่างประเทศ มีสัญญาจ้างงานถูกกฎหมาย อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง บีบจมูกแล้วกลั้นหายใจ ขยับศีรษะขึ้นลงเบา ๆ 10 วินาที ช่วยแก้อาการหายใจไม่ออก อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ใช้กิ๊บติดผม หนีบบริเวณคิ้ว แก้อาการปวดไมเกรนได้ อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง อมเกลือไว้ใต้ลิ้น ช่วยหยุดอาการปวดหัวไมเกรน อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน ให้กู้สูงสุด 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักฐาน ผ่านเพจ Jan Andrews อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เปิดช่องทางปลอดภัยชายแดนไทย–กัมพูชา อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เปิดช่องทางปลอดภัยชายแดนไทย–กัมพูชา สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “เพจ Overseas Employment Agency เปิดรับแรงงานไปทำงานสวนเกษตรที่ต่างประเทศ มีสัญญาจ้างงานถูกกฎหมาย” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นของมิจฉาชีพ และบริษัทตามที่กล่าวอ้างเปิดรับสมัครแรงงานข้างต้นไม่ได้เป็นบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานแต่อย่างใด และการโฆษณาจัดหาแรงงานไปต่างประเทศจะกระทำได้เฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวอุบล หนูเจริญ สถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายบุญฤทธิ์ อดิพัฒน์ สถิติจังหวัดปทุมธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการกองงานดิจิทัลจังหวัด และทีมงานจากกระทรวงดีอีได้ลงพื้นที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อหารือร่วมกับ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ตามนโยบายการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดฯ มีความพร้อมที่จะนำระบบฯ ดังกล่าวมาใช้งาน โดยจะเริ่มจากการใช้แจ้งหนังสือเวียน การอนุมัตวันลา และจะต่อยอดไปยังกระบวนงานอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งได้มอบหมายสำนักงานจังหวัดฯ และสถิติจังหวัดฯ จัดตั้งคณะทำงานผ่านกลไก PCIO และมุ่งหวังที่จะใช้งานจริง (Kick Off) ในวันที่ 1 เม.ย. 69

วันที่ 23 มกราคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาค (4 ภาค) ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมแก้วสมุย รีสอร์ท จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นางสาวอุบล หนูเจริญ สถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน   กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อผลักดันนโยบายของดีอี ในการขับเคลื่อนดิจิทัลระดับจังหวัด มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศด้วยการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การค้าขายออนไลน์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ในการใช้งานดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัดของดีอี เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ดิจิทัลอำเภอ และประชาชนทั่วไปที่สนใจในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กว่า 200 คน   การอบรมเชิงปฏิบัติการครอบคลุมหัวข้อสำคัญในยุคปัจจุบัน ได้แก่ การสร้างเสริมความเข้าใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy), แนวทางการใช้งาน Generative AI เพื่อการทำงาน, การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อการตลาดออนไลน์ (AI Marketing) และการเสริมสร้างความรู้ด้านข่าวปลอม (Fake News) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน   ทั้งนี้ ดีอี มีเป้าหมายที่จะผลักดันนโยบายด้านการป้องกันภัยออนไลน์และการเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างถูกต้องให้ขยายผลสู่ระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างแกนนำเครือข่ายที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 21 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 158,744 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,894 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,892 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 35 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง   ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ริมฝีปากของทารกมีสีคล้ำหรือซีด เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือดที่ทำงานไม่ปกติ   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ออมสินเปิดสินเชื่อด่วน สมัครง่าย ไม่ต้องใช้เอกสาร ผ่านเพจ Ghislain Cote   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดรับแรงงานไทยทำงานโรงงานผลิตไวน์ ประเทศออสเตรเลีย ถูกต้องตามกฎหมายผ่านกระทรวงแรงงาน   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง คนไทยอายุระหว่าง 12–65 ปี มีผู้ใช้สารเสพติดมากถึง 1.9 ล้านคน   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง PM2.5 ในกรุงเทพฯ ปัจจัยหลักมาจากการเผาชีวมวล (สารอินทรีย์จากสิ่งมีชีวิต) และความชื้นสูง   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ทำใบขับขี่ทุกชนิด ไม่ต้องสอบเองที่ขนส่ง ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่ทุกชนิด   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ครม. อนุมัติให้ อ.ส.ค. กู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีฯ 400 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องรับซื้อน้ำนมดิบ   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ริมฝีปากของทารกมีสีคล้ำหรือซีด เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือดที่ทำงานไม่ปกติ” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หน่วยงานทารกแรกเกิด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สำหรับทารกแรกเกิดอาจมีสีผิวและสีริมฝีปากต่างกันตามพันธุกรรม บางรายริมฝีปากดูคล้ำหรือซีดในช่วงแรกหลังคลอด ซึ่งมักเกิดจากการปรับตัวของระบบไหลเวียนเลือดและการหายใจ หากสีริมฝีปากดีขึ้นเมื่อร่างกายอบอุ่น และทารกดูแข็งแรง ดูดนมได้ตามปกติ โดยมากไม่ถือว่าอันตราย   แต่หากริมฝีปากมีสีที่ซีดมาก สีม่วงหรือสีน้ำเงิน อาจเป็นสัญญาณว่าระบบไหลเวียนเลือดหรือระดับออกซิเจนในเลือดทำงานไม่สมบูรณ์ เช่น หายใจไม่สม่ำเสมอ โลหิตจาง ตัวเหลือง หรือโรคหัวใจบางชนิด ทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่เพียงพอ สีริมฝีปากจึงเปลี่ยนไป   ดังนั้น ผู้ปกครองควรเฝ้าสังเกตอาการร่วม เช่น หายใจหอบ เหนื่อยง่าย ซึม ไม่ดูดนม หรือริมฝีปากคล้ำไม่ดีขึ้น หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาทารกไปพบแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพที่อาจซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------------




วันที่ 23 มกราคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานมอบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ครั้งที่ 2 ณ ห้องวีนัส โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 22 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 158,662 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,661 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,656 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 4 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 39 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง 4 อาการ (ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก เสียงแหบ หรืออ่อนเพลียในตอนเช้า) หลังตื่นนอน เสี่ยงมะเร็งปอด อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง เฟซบุ๊ก คุณากร นันแพง เปิดรับคนไทยไปทำงานสวนเกษตร-โรงงาน ต่างประเทศแบบถูกกฎหมาย ผ่านกระทรวงแรงงาน สวัสดิการครบ อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ภารกิจการส่งดาวเทียม THEOS-2A ของไทยล้มเหลว อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง วันที่ 31 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดด่านไทย-กัมพูชา อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ใบมะละกอปั่นหรือตำผสมน้ำ ชโลมลงบนศีรษะช่วยบำรุงเส้นผม ขจัดรังแค อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ถนนและทางรถไฟหาดใหญ่ เสียหายจากน้ำท่วมกว่า 1,200 กม. อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง OR เปิดให้ประชาชนทั่วไปซื้อขายหุ้นสามัญผ่านไลน์ ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน : เรื่อง “4 อาการ (ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก เสียงแหบ หรืออ่อนเพลียในตอนเช้า) หลังตื่นนอน เสี่ยงมะเร็งปอด” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น “ข่าวบิดเบือน” ทั้งนี้อาการไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก เสียงแหบ หรืออ่อนเพลียในตอนเช้า เป็นอาการที่ไม่จำเพาะต่อโรคใดโรคหนึ่ง จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งปอดเสมอไป แม้ว่าอาการของมะเร็งปอดอาจพบอาการบ่งชี้ เช่น ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ มีเสียงหวีด เจ็บหน้าอก ปอดติดเชื้อบ่อย เหนื่อยง่าย หรืออ่อนเพลีย แต่อาการเหล่านี้ยังสามารถพบได้ในโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ หรือในผู้ที่มีโรคเรื้อรังชนิดอื่นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.