Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,486 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 8,381 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 8,381 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 18 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ธปท. ประกาศเกณฑ์ใหม่คุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ เริ่ม 1 มี.ค. 69   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไตจะเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 40 ปี และไม่มีสัญญาณเตือนให้รู้ล่วงหน้า   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ตม.ไทย ไม่ต้อนรับชาวกัมพูชาและยกเลิกใช้ฟรีวีซ่า เพื่อสกัดกั้นทหารรับจ้าง   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงสาธารณสุข ให้ผู้สูงอายุฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดฟรี   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง กกต. ขอความร่วมมือ ธปท. ตรวจธุรกรรมผิดปกติช่วงเลือกตั้ง สส.   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวกัมพูชายังคงเข้ามาซื้อสินค้าในตลาดช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แม้จะมีการประกาศปิดด่าน   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กกต. ไม่อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วมรอบสุดท้าย   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ธปท. ประกาศเกณฑ์ใหม่คุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ เริ่ม 1 มี.ค. 69” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ธปท. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับ “การซื้อขายทองคำในประเทศ” ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์นอกตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยจำกัดมูลค่าธุรกรรมที่ชำระเป็นเงินบาทไม่เกิน 50 ล้านบาท/วัน/ราย หากเกินกว่านี้ต้องยื่นขออนุญาตจาก ธปท.ล่วงหน้า   ทั้งนี้การซื้อขายทองคำทำได้เฉพาะกรณีที่ ผู้ขายมีทองคำจริงอยู่ในบัญชีและชำระเงินครบแล้ว ห้ามซื้อขายแทนผู้อื่น ห้ามทำธุรกรรมที่เข้าข่ายเลี่ยงกฎหมาย และต้องชำระเงินเต็มจำนวนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ซื้อหรือผู้ขายโดยตรง ไม่สามารถหักลบกำไรขาดทุนกันได้ ทองคำที่ขายต้องมีการส่งมอบจริง หรือบันทึกเข้าบัญชีทองคำของผู้ซื้อเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ที่มีทองคำในบัญชีเกิน 50 ล้านบาทก่อน 31 ม.ค. 2569 สามารถขายได้โดยไม่จำกัดวงเงิน โดยประกาศมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับแนวทางประเมินความเสี่ยงการทุจริต FRAS : FRAUD RISK - ASSESSMENTS ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุม 0208 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,455 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,425 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,424 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 24 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง นนทบุรี พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงสะสมติดอันดับ 3 ของประเทศ   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง แอปฯ ทางรัฐ เพิ่มฟีเจอร์กระเป๋าเอกสาร ช่วยเก็บเอกสารราชการ ใช้ทำธุรกรรมแทนเอกสารจริงได้   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง การดื่มน้ำผลไม้สกัดเย็นดีท็อกซ์ เพิ่มพิษในร่างกาย ทำให้ตับมีปัญหา   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง Chemtrail สารเคมีจากไอพ่นเครื่องบิน ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง Line ID : @459gjkmq ออกเอกสารที่มีการรับรองโดย ก.ล.ต.   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทย มีหลักเกณฑ์พิจารณาอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศที่ต่างกันในแต่ละสนามบิน   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง QUSTEPE แผ่นแปะซิลิโคนลดรอยแผลเป็น ใช้ลดรอยสิว   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน : เรื่อง “นนทบุรี พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงสะสมติดอันดับ 3 ของประเทศ” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยสถานการณ์โรคฝีดาษลิงในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยสะสม 1,032 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีรวม 62 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วย ในปี พ.ศ. 2566 จำนวน 36 ราย ปีพ.ศ. 2567 จำนวน 7 ราย พ.ศ. 2568 จำนวน 19 ราย   ทั้งนี้ข้อมูลล่าสุด ณ ปี พ.ศ. 2569 ยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และผู้ป่วยที่ผ่านมาไม่ได้มีความเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มก้อน สะท้อนว่าสถานการณ์ยังไม่รุนแรงและอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบสาธารณสุข   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏผลการดำเนินการเป็นรูปธรรม ในการป้องกันและปราบปรามสแกมมเอร์ ช่วยเหลือและลดผลกระทบความเสียหายจากสแกมเมอร์ให้กับประชาชน    ทั้งนี้ AOC 1441 ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับ ตร. ปปง. สถาบันการเงิน ระงับธุรกรรมที่ผิดปกติทันที โดยเร่งการอายัดบัญชีธนาคาร ลดขั้นตอนและเวลาในการอายัด เพื่อป้องกันการถ่ายโอนเงินไปยังบัญชีม้าอื่นๆ ตัดเส้นทางการเงิน โดยสามารถระงับบัญชีธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.66 – 30 ม.ค.69 จำนวน 1,183,326 บัญชี   ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเร่งรัด ปิดกั้นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์ผ่านทางการหลอกลวง และเว็บพนันออนไลน์อย่างรวดเร็ว และเข้มข้น ซึ่งในระยะเวลา 4 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ( 1 ต.ค.68 – 1 ก.พ.69) ปิดกั้นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย รวมเป็นจำนวน 304,631 URLs โดยเป็นเว็บไซต์พนันออนไลน์มากถึง 259,385 URLs   ด้านการบูรณาการทำงานร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อเร่งรัดมาตรการคุมเข้ม ซิม เสา สาย โดยออกมาตรการปราบปรามซิมผี การควบคุมเสา-สายสัญญาณแนวชายแดน ล่าสุดออกมาตรการจำกัดจำนวนการถือครองซิมไม่เกิน 5 หมายเลข/คน มาตรการยืนยันตัวตนผ่านระบบ KYC ก่อนเปิดใช้งานซิม ระงับการลงทะเบียนใช้งานซิมผ่านศูนย์ให้บริการ (ลูกตู้) ที่ไม่มีระบบ KYC และยกเลิกการลงทะเบียนซิมการ์ดและ e-SIM ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมด พร้อมกับการคุมเข้มการใช้งาน SIM Box ในประเทศไทย และการนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องร่วมกับกรมศุลกากร   นอกจากนี้ กสทช. ยังได้ระงับการใช้งานเบอร์โทรที่มีการใช้งานผิดปกติ ซึ่งเข้าข่ายซิมผี และอาจใช้ในการสแกมเมอร์ โดยในเดือน ธ.ค. 2568 พบว่ามีจำนวนกว่า 23,057 เลขหมาย และมีการโทรออกรวมประมาณ 2,400,000 ครั้ง    ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานรัฐ ยกเลิกการส่งอีเมล – SMS แนบลิงก์ให้กับประชาชน     นอกจากนี้ ธปท. และสถาบันการเงิน ยังได้กำหนดมาตรการการเปิด Location ที่ตั้งของผู้ใช้บริการธนาคารเมื่อมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน Mobile Banking    ด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ออกมาตรการคุมเข้มการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล เพื่อสกัดกั้น “บัญชีม้านิติบุคคล” โดยกรรมการ/ผู้ถือหุ้น จะต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน และยื่น Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และแสดงหลักฐานที่ตั้งสำนักงาน   ในส่วนของกรรมการ/ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีรายได้น้อย) ต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน และยื่น Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ในกรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนไม่ถึงร้อยละ 50 หรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ให้ผู้ถือหุ้นคนไทยทุกคนต้องส่ง Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และหากมีการใช้สถานที่ตั้งของบริษัทซ้ำๆกัน จะต้องจัดส่งหนังสือยินยอมการใช้สถานที่หรือหลักฐานแสดงสิทธิในการยืนยัน   นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อกำหนดเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการกำหนดให้สถาบันการเงิน/เครือข่ายมือถือร่วมรับผิด หากปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิดของสแกมเมอร์ รวมทั้งเร่งรัดการออกหลักเกณฑ์การคืนเงินให้กับผู้เสียหาย โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอนการคืนเงินผู้เสียหายให้เร็วขึ้น   จากการดำเนินการเร่งรัดมาตรการการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ของคณะกรรมการฯ ที่มีกระทรวงดีอี ตร. กสทช. ปปง. สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรากฏผลทำให้มูลค่าความเสียหาย ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ของ ตร. พบว่า เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณคดีที่เกิดขึ้นจำนวน 31,198 เคส เฉลี่ย 1,006 เคส/วัน มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,792 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 58 ล้านบาท/วัน เมื่อเปรียบเทียบกับสถิตในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ที่มีสถิติแจ้งความออนไลน์ จำนวน 33,624 เรื่อง เฉลี่ย 1,085 เคส/วัน มูลค่าความเสียหาย 2,209 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 71 ล้านบาท/วัน   “ผลจากการประชุมของคณะกรรมการฯ ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ มาตรา 13  มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อลดจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างเป็นรูปธรรม” นายไชยชนก กล่าว      หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี โทรสายด่วน AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) Line ID: @antifakenewscenter เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com   ………………………………………………………………………………

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,516 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,228 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,228 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 29 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 5 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง การทานอาหารรสจืดเกินไป ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอขาดสมดุล อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.กรุงไทย เปิดลงทะเบียนยื่นสินเชื่อใหม่ ยืม 50,000 บาท คืน 1,083 บาทต่อเดือน ผ่าน TikTok ชื่อ lalitafih53 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดลงทะเบียน กองทุนเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงอายุ ในโครงการพระราชดำริ รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ผลิตภัณฑ์ลดกลิ่นตัวทำให้เกิดต่อมเหงื่ออุดตัน อักเสบ และเป็นหนองหรือฝีที่รักแร้ อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง วันที่ 8 - 9 ก.พ. 69 จะมีฝนตกบริเวณไทยตอนบน อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ก.ค.ศ. อนุมัติเงินเพิ่มพิเศษตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง วันที่ 5 ก.พ. ตรวจพบลูก M-79 ตกใกล้ฐานไทย จำนวน 1 ลูก อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง พบผู้ติดเชื้อ HIV ในพื้นที่ ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย จำนวน 80 คน อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง กล้าหาญ ทารักษา เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท เปิดเพจเฟซบุ๊กติดต่อกับประชาชน สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “การทานอาหารรสจืดเกินไป ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอขาดสมดุล” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยผลกระทบของการที่ร่างกายได้รับโซเดียมไม่เพียงพอเป็นข้อมูลทางการแพทย์ และมี 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) โซเดียมเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลน้ำ การทำงานของระบบประสาท และการหดตัวของกล้ามเนื้อ อาการที่พบ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้ และกล้ามเนื้อกระตุก เป็นอาการที่สอดคล้องกับภาวะโซเดียมต่ำจริง ซึ่งข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ระบุว่า หากระดับโซเดียมต่ำมาก อาจทำให้น้ำเข้าสู่เซลล์มากผิดปกติจนเกิดภาวะสมองบวม ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการชักหรือหมดสติได้ 2. การรับประทานอาหารจืดเกินไปในผู้สูงอายุ อาจทำให้เบื่ออาหาร ส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและกระดูกพรุน ดังนั้น กรมอนามัย ได้แนะนำว่า การดูแลโภชนาการผู้สูงอายุควรเน้น “ความสมดุล” ไม่ใช่การตัดรสชาติโดยสิ้นเชิง ควรปรุงอาหารให้น่ารับประทาน ใช้สมุนไพรช่วยชูรส และรับโซเดียมในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือประมาณเกลือ 1 ช้อนชา อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรามากกว่าที่คิดไม่ว่าจะเป็น ภาพ วิดีโอ หรือเสียง ที่เราเห็นและได้ยินผ่านโลกออนไลน์เทคโนโลยีเหล่านี้มีประโยชน์มากแต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพเช่นกัน วันนี้ เทคโนโลยี AI Deepfake สามารถเลียนแบบ เสียง และ ภาพ ของคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนรัก หรือคนที่เราคุ้นเคยจนแทบแยกไม่ออกว่า…สิ่งที่ได้ยินหรือเห็นนั้น เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องปลอมมิจฉาชีพอาศัยความไว้ใจและความห่วงใยหลอกให้เราเชื่อ และตัดสินใจอย่างเร่งด่วน เช่น ขอให้โอนเงิน อ้างว่าเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีปัญหาด่วน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ AOC 1441 ขอเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และสร้างเกราะป้องกันให้กับตนเอง   แน่ใจได้จริงหรือ… ว่าเสียงที่คุณกำลังได้ยินอยู่ คือ คนรักของคุณจริง ๆ   วันนี้ มิจฉาชีพปรับกลโกงให้แนบเนียนยิ่งขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เลียนแบบเสียงของคนที่คุณรู้จักอาจเป็น พ่อ แม่ ลูก หลาน คนรัก หรือแม้แต่ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ มิจฉาชีพจะนำเสียงตัวอย่างของบุคคลเหล่านั้น ไปให้ AI เรียนรู้และลอกเลียนจนได้เสียงที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมาก จากนั้นจะสร้างสถานการณ์เร่งด่วน เช่น เกิดอุบัติเหตุ ถูกจับ หรือมีปัญหาทางกฎหมาย แล้วโทรมาขอให้โอนเงินทันที กลโกงรูปแบบนี้ อันตรายมาก เพราะเหยื่อจำนวนมากหลงเชื่อเสียงที่ฟังดูเหมือนคนใกล้ตัวจริง ๆ จึงตัดสินใจโอนเงิน โดยไม่มีเวลาไตร่ตรองหรือ ตรวจสอบให้แน่ชัดเพียงแค่ “เสียงที่คุ้นเคย” ก็อาจทำให้คุณสูญเสียเงินได้ในไม่กี่นาที   ลักษณะการหลอกลวงด้วย AI Deepfake   มิจฉาชีพมักเริ่มจากการโทรเข้ามาแล้วแอบอ้างว่าเป็นคนที่เรารู้จักเสียงที่ได้ยิน อาจเป็นเสียงของญาติสนิท คนรัก เพื่อนใกล้ตัว ผู้ใหญ่ที่เคารพ หรือแม้แต่ คนดัง เบื้องหลังเสียงเหล่านั้นคือการใช้เทคโนโลยี เลียนแบบเสียง หรือ Voice Clone ซึ่งสามารถทำให้เสียงใกล้เคียงกับเจ้าของเสียงจริงมากจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอมจากนั้น มิจฉาชีพจะสร้างสถานการณ์เร่งด่วน เช่น เกิดเหตุฉุกเฉิน ต้องใช้เงินทันทีเพื่อทำให้เหยื่อตกใจ สับสน และรีบตัดสินใจเมื่อความรัก ความห่วงใย และความกังวลเข้ามาแทนที่การไตร่ตรองเหยื่อจำนวนมากจึงตัดสินใจ โอนเงินทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดและเมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็โอนเงินไปให้มิจฉาชีพแล้ว   ในวันที่ AI กลายเป็นดาบสองคม ถ้าเราไม่ระวังให้มากพอ   ความไว้ใจ…อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ AOC 1441 ได้รับแจ้งคดีหลอกลวงในรูปแบบ แอบอ้างเป็นบุคคลใกล้ชิด ในกรณีตัวอย่างนี้ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็น “ลูกสาว” ที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ปลายสายขอให้โอนเงินอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เสียงที่ได้ยิน เหมือนลูกสาวจริง ๆ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปกว่า 100,000 บาท ต่อมา เมื่อได้ติดต่อพูดคุยกับลูกสาวตัวจริงและสอบถามถึงกิจกรรมดังกล่าวจึงพบว่า ไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น ในขณะนั้นเองผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าเสียงที่โทรมาขอเงินก่อนหน้าคือเสียงที่ถูก ปลอมขึ้นด้วย AI   กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลโกงที่มิจฉาชีพนำเทคโนโลยี AI Deepfake มาใช้หลอกลวง แต่สิ่งที่ช่วยป้องกันเราได้ดีที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อนคือ สติ และการรู้เท่าทันกลโกง เพราะมิจฉาชีพมักอาศัยการสร้างสถานการณ์เร่งด่วนให้เราตกใจ ในยุคนี้ อย่าเชื่อเพียงเพราะเห็น อย่าโอนเพียงเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ตรวจสอบให้แน่ใจทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจ จำไว้ให้ขึ้นใจ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน เพียงหยุดคิดสักนิดก็ช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้   ……………………………………………

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,566 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,668 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,668 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 35 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวปลอม 7 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ตัวแทนรัฐบาลไทยเตือนฝรั่งเศส ไม่ให้ช่วยเหลือกัมพูชาในการยึดดินแดนคืน อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดลงทะเบียนออนไลน์ สินเชื่อส่วนบุคคล BAAC ผ่านบัญชี TikTok tawanrwjkav อันดับที่ 3 ข่าวปลอม  เรื่อง ธนบัตรปลอม สามารถฝากเข้าตู้ ATM ของธนาคารได้ อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เฟซบุ๊ก ธนโชติ พรมเมศ เปิดรับคนงานเก็บผลไม้ที่ประเทศออสเตรเลีย ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ไลน์ไอดี abbottnutrition เป็นผู้ได้รับการรับรองเอกสารจาก ก.ล.ต. อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงดิจิทัลฯ เปิดเพจเฟซบุ๊ก กระทรวงยุติธรรมด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี เพื่อรับแจ้งเรื่องขอรับเงินคืน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดหลักสูตรหุ้น ลงทะเบียนเรียนฟรี ผ่านเพจ Beginner Grow Classroom สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ตัวแทนรัฐบาลไทยเตือนฝรั่งเศส ไม่ให้ช่วยเหลือกัมพูชาในการยึดดินแดนคืน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากบุคคลที่ปรากฎในข่าวดังกล่าวไม่ใช่ผู้แทนของรัฐบาลหรือหน่วยงานไทยที่มีสิทธิในการตักเตือนประเทศอธิปไตยใด ๆ ให้ละเว้นจากการกระทำที่เป็นไปตามสิทธิอันชอบธรรมได้ ทั้งนี้ ไทยขอขอบคุณและยินดีต่อการที่มิตรประเทศทุกประเทศ ปรารถนาที่จะเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนที่มาจากการแก้ไขปัญหาภายใต้กลไกทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยตรง อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,555 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,766 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,763 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 2 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 32 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ผักโขมแดง เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยพบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ทั้งสิ้น 12 ราย   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยลอกเลียนแบบขลึงเอก นำมาดัดแปลงมาเป็นว่าวเพื่อการกีฬา   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสร้างกลุ่มเฟซบุ๊ก   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชา เรียกร้องขอให้ไทยคืนปราสาทพิมาย   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง โอกาสทำงานสวนเกษตร ประเทศออสเตรเลีย จัดส่งแรงงานไทยถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกรมแรงงาน ที่เพจเฟซบุ๊ก Poom Suecha   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อ “นวัตกรรมดีมีเงินทุน สำหรับเกษตรกรหรือบุคคลทั่วไป” ผ่านบัญชี TikTok @_489515   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ผักโขมแดง เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากผักโขมแดง เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ฟลาโวนอยด์ เบตาแคโรทีน และวิตามินซี ช่วยลดความเครียดจากอนุมูลอิสระและการอักเสบในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพโดยรวม และลดการอักเสบ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของการชะลอความเสื่อมของร่างกาย รวมทั้งเป็นแหล่งธาตุเหล็กและโฟเลตที่สำคัญ ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มระดับฮีโมโกลบิน ลดความเสี่ยงภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันส่งเสริมอินเตอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ 2569 Safer Internet Day Thailand 2026 ภายใต้แนวคิด “Too Good to be True - ดีเกินจริง…คือ ไม่จริง” และประเด็นสำคัญด้านความปลอดภัยออนไลน์ในยุค AI โดยเป็นงานสัมมนาวิชาการระดับประเทศ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องสุรศักดิ์ ชั้น 11 โรงแรม อิสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สัมมนาให้ความรู้ในการรับมือและการจัดการกับภัยและคดีออนไลน์ ครั้งที่ 2” โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมอบรม ณ รร.คริสตัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา   สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน เครือข่ายภาครัฐ และผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสืบสวน ปฏิบัติงาน และให้บริการประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการป้องกัน ปราบปราม และจัดการกับการกระทำความผิดในระบบคอมพิวเตอร์ทุกรูปแบบ อาทิ การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน การแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือทำลายข้อมูลโดยมิชอบ การล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญของรัฐ การโจมตีหรือแทรกแซงระบบคอมพิวเตอร์ การเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม   นอกจากนี้ยังมีภัยคุกคามออนไลน์มีความซับซ้อนและเกิดขึ้นในปริมาณที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Deepfake, โปรแกรมอันตราย (Malware), Ransomware และการหลอกลวงทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหาย กระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และวิถีชีวิต ของประชาชนในทุกระดับ

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเครือข่ายระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอบรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ ห้องออกฟอร์ด โรงแรมคริสตัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา   สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน สามารถรับมือปัญหาในพื้นที่ได้อย่างทันเหตุการณ์และมีประสิทธิภาพ โดยผู้เข้าร่วมจากหลากหลายหน่วยงาน จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านคดีภัยออนไลน์และร่วมกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่าย ในพื้นที่ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับการปกป้องประชาชนจากคดีภัยออนไลน์  


นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมประชุมหารือติดตามโครงการนำร่อง (Proof of concept-poc) เพื่อขยายผลระบบพยากรณ์อากาศแม่นยำสูง โดยมี นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา    จากนั้น นายไชยชนก และคณะ ได้ลงพื้นที่สถานีอุตุนิยมวิทยาสทิงพระ เพื่อเยี่ยมชมการทำงานของระบบเรดาร์ตรวจสอบสภาพอากาศบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ของกรมอุตุนิยมวิทยา ณ สถานีอุตุนิยมวิทยาสทิงพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 162,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 8,505 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 8,505 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 38 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กองทัพอากาศเปิดโครงการรับสมัครนักบินหญิงรุ่นแรก   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง วัยทำงานทุกคนต้องยื่นภาษีทุกปี หากไม่ยื่นเท่ากับผิดกฎหมาย   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ใช้หนังปลานิลแปะแผลไฟไหม้ ช่วยให้แผลหายเร็ว   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง งดกินผลไม้มีรอยกัด โดยเฉพาะ อินทผาลัมอินเดีย เสี่ยงติดไวรัสนิปาห์ได้   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง บางระจัน เป็นบรรพบุรุษของชนชาติกัมพูชา ที่มีสลักไว้บนกำแพงนครวัด   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ไปทำงานที่อิสราเอล แบบถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกระทรวงแรงงาน ติดต่อที่เพจ งานต่างประเทศถูกกฏหมาย By พี่โอ๋   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง สำหรับผู้ที่มีเงินเดือน 10,000 บาทขึ้นไป สามารถยื่นกู้ ธ.ก.ส. 100,000 บาท คืน 2,167 บาท ผ่าน TikTok kbank536   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กองทัพอากาศเปิดโครงการรับสมัครนักบินหญิงรุ่นแรก” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพอากาศ กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกองทัพอากาศได้เปิดโอกาสให้ผู้หญิงก้าวสู่บทบาทการเป็น นักบินทหาร อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การรับสมัครนายทหารสัญญาบัตรหญิง เหล่านักบิน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติ ขั้นตอนการคัดเลือก และเส้นทางการฝึกบินของกองทัพอากาศ   ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้ารับการฝึกที่โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ และเมื่อสำเร็จการฝึกจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามฝูงบินต่าง ๆ ตามความรู้ความสามารถ ถือเป็นการส่งเสริมบทบาททหารหญิงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเสริมความแข็งแกร่งด้านกำลังทางอากาศของประเทศ โดยนายทหารสัญญาบัตรหญิงในสังกัดกองทัพอากาศ หรือหน่วยงานในกระทรวงกลาโหมที่สนใจ สามารถสมัครคัดเลือกเป็นศิษย์การบินกองทัพอากาศ รุ่นที่ 159 ได้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ของกองทัพอากาศ http://www.rtaf-recruit.com/ และ http://person.rtaf.mi.th/ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.