Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,584 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 25,686 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 25,673 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 12 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 38 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กสทช. ยกเลิกใบอนุญาตฯ ช่อง JKN18 และสั่งชำระค่าธรรมเนียมภายใน 60 วัน เยียวยาผู้ใช้บริการ อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง  กรมการจัดหางาน เปิดรับงานฝีมือพับถุงกาแฟทำที่บ้าน รายได้ 500 บาทต่อวัน ผ่านเพจ งานทำมือ อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ว้าแดงรุกพื้นที่ไทย ตั้งฐานทหารในเขตอุทยานฯ จ.แม่ฮ่องสอน อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ให้ทานยาพาราเซตามอลจะช่วยให้หายได้ อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดรับคำร้อง สามารถยื่นขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายคดี “นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi)” ผ่านเพจ ทนาย ป๋อง จตุพร อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้เข้าร่วมจองหุ้น SET50 ผ่านเพจ Contact Hua staff directly อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง การค้าผ่านแดนพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันยอดรวมทะลุ 1.93 ล้านล้านบาท สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กสทช. ยกเลิกใบอนุญาตฯ ช่อง JKN18 และสั่งชำระค่าธรรมเนียมภายใน 60 วัน เยียวยาผู้ใช้บริการ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยจากการประชุมของ กสทช. มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกใบอนุญาตของ บริษัท จักรวาล พาณิชย์ โฮลดิ้ง จำกัด ช่องรายการ 18หรือที่ JKN18 ในวันที่ 25 มกราคม 2569 โดยให้มีมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งให้บริษัทฯ ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี และนำส่งเข้ากองทุน กทปส. จนถึงวันที่ยกเลิกการประกอบกิจการ ภายใน 60 วัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,654 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,795 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,790 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 4 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 40 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กทม. ชวนทดลองใช้บริการเรือแท็กซี่ไฟฟ้า ฟรี อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง วรรณกรรม สังข์ทอง มีที่มาจากวัฒนธรรมกัมพูชา ไม่ใช่ของไทย อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ไกรทอง เป็นวรรณคดีของกัมพูชา ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง วัคซีน mRNA มีไวรัส SV40 ปนเปื้อน อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมปลูกข้าวพรีเมียม อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสินอนุมัติสินเชื่อกับ 16 ธนาคาร เริ่มต้น 50,000 บาท คืน 1,488 บาทนาน 60 เดือน ผ่านบัญชี TikTok : @shyudolg7ik อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ted-set9000 คือชื่อเว็บไซต์ใหม่ของ ก.ล.ต. สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กทม. ชวนทดลองใช้บริการเรือแท็กซี่ไฟฟ้า ฟรี” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกรุงเทพมหานคร จะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ เรือแท็กซี่ไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ของการเดินทางในเมือง โดยเปิดให้ทดลองนั่งฟรีถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สามารถทดลองใช้บริการได้ทุกวัน ในเวลา 09.00 - 17.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน MUVMI (มูฟมี) โดยเรือ 1 ลำ รองรับผู้โดยสารได้ 6 คน ครอบคลุมเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม - บางลำพู รวม 14 จุดให้บริการ (ท่าเรือ) มีดังนี้1.หัวลำโพง (MRT) 2.ราชดำเนินนอก 3.นพวงศ์ 4.ยศเส 5.กระทรวงพลังงาน 6.แยกหลานหลวง 7.เทเวศร์ 8.ตลาดเทวราช 9.ประชาธิปไตย 10.ศาลเจ้าพ่อตากสิน 11.นครสวรรค์ 12.หัวลำโพง 13.บ้านพานถม 14.ป้อมพระสุเมรุ เชื่อมต่อการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------

ถ้าพูดถึงความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ก่อนเราจะออกจากบ้าน สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือการล็อกบ้าน เพื่อป้องกันหัวขโมยที่หวังจะเข้ามาขโมยทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน ในโลกออนไลน์ก็สามารถทำได้เหมือนกัน โดยเราสามารถล็อกบ้านในออนไลน์ของเราได้ด้วยการป้องกันข้อมูลส่วนตัว และสินทรัพย์ดิจิทัลของเรา จากการถูกแฮ็ก หลอกลวง หรือถูกละเมิดโดยไม่ได้รับอนุญาต เปรียบเหมือนการใส่กุญแจหลายชั้นให้ชีวิตออนไลน์ วันนี้ AOC 1441 จะพาไปวางกรอบแนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล สร้างกำแพงชั้นแรกไม่ให้มิจฉาชีพเจาะประตูหลังบ้านเข้ามาทำร้ายเราได้ เพราะข้อมูลส่วนบุคคลของเรา มีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ หากขาดความระมัดระวัง AOC 1441 แนะ 6 วิธี สร้าง “กุญแจล็อกบ้าน” ในโลกไซเบอร์ ปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัล 1. รหัสผ่านที่แข็งแรง คาดเดายากเลือกรหัสให้ยาว ไม่นำไปใช้ซ้ำหลายที่ มีการผสมตัวอักษรใหญ่-เล็ก มีตัวเลข และมีสัญลักษณ์พิเศษ2. ยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA)เพิ่มให้เข้าถึงการผ่านรหัส 2 ชั้น เพราะต่อให้รู้รหัสผ่าน ก็ยังเข้าไม่ได้ ถ้าไม่มีโค้ดจากมือถือหรืออีเมลเป็นชั้นที่ 23. ระวังระบบฟิชชิ่ง (Phishing)ตั้งสติ ไม่กดลิงก์แปลก ๆ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน แม้จะเป็นราชการ ไม่กรอกข้อมูลในเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ4. อัปเดตระบบและแอปฯ อย่างสม่ำเสมอเพราะช่องโหว่ที่ผิดพลาดมักถูกอุดในเวอร์ชั่นใหม่ ผ่านการแก้ไขรอยรั่ว การอัปเดตจะช่วยให้ระบบฉลาดขึ้น5. แยกการใช้งานจากโลกที่ทำงาน / โลกส่วนตัวอีเมล, รหัส, อุปกรณ์ ควรแยกกันกับบัญชีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตัดการใช้ร่วม เพื่อลดโอกาสหลุดรอด6. รู้เท่าทันข้อมูลที่เราแชร์ อย่าเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะสิ่งเล็ก ๆ อย่างวันเกิด เบอร์โทร หรือที่อยู่ ไม่ควรเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ เพราะโดยปกติ คนเราจะนิยมสร้างรหัสจากข้อมูลที่จำได้ง่าย และเมื่อมิจฉาชีพเห็นอาจกลายเป็น “กุญแจ” ให้สามารถคาดเดาได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ทำไมการล็อกไซเบอร์ถึงสำคัญมาก • เราใช้ชีวิตบนออนไลน์แทบตลอดเวลา• ตัวตนในดิจิทัล ก็คือตัวตนจริง• ความเสียหายอาจไม่ใช่แค่เงิน แต่คือ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของชีวิต ความปลอดภัยที่ดี ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “สติ” ของผู้ใช้อีกหนึ่งวิธีเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของเรา “การยินยอม” หรือ “ไม่ยินยอม” ให้แอปพลิเคชันใหม่หรือแพลตฟอร์ตติดตามเราในเวลาใช้งาน สามารถช่วยให้ข้อมูลเราลดความเสี่ยงจะรั่วไหลได้มาก ในปัจจุบันที่ไม่ว่าจะไปทางไหน ผู้ให้บริการก็ต่างที่จะต้องการจะได้รับข้อมูลจากลูกค้า เพื่อการขายที่พุ่งตรงไปที่กลุ่มเป้าหมายได้ตรงและคมขึ้น มีสติขึ้นอีกสักนิด ก่อนจะกดยินยอมให้ใคร เข้ามาในโลกออนไลน์ของเรา พิจารณาข้อกำหนดให้ถี่ถ้วนก่อนกด "ยินยอม" หลังจากเราทำการติดตั้งแอปพลิเคชันใหม่หรือมีการแจ้งเตือนเพื่อขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยงการกด "ยอมรับทั้งหมด" (Accept All) โดยไม่อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วน ควรตรวจสอบตัวเลือก "การตั้งค่าเพิ่มเติม" หรือ "Manage Options" และยกเลิกการเลือกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตลาด (Marketing) หรือการโฆษณา (Advertising) โดยอนุญาตเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและเพียงพอต่อการใช้งานระบบเท่านั้น ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในแต่ละแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอเราควรเข้าไปตรวจสอบเมนูการตั้งค่าในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Facebook, TikTok, หรือ Google, โดยเฉพาะในส่วนของ "โฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับบุคคล" (Personalized Ads) หรือ "กิจกรรมภายนอกเฟซบุ๊ก" (Off-Facebook Activity) หากฟังก์ชันดังกล่าวเปิดใช้งานอยู่ ควรดำเนินการ "ปิด" เพื่อระงับการติดตามพฤติกรรมการใช้งานและการนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ประเมินความจำเป็นและความคุ้มค่าในการให้ข้อมูล หากพบแอปพลิเคชันที่มีเงื่อนไขบังคับให้ยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกินความจำเป็น เช่น การขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อหรือคลังรูปภาพโดยไม่มีเหตุผลอันควร และไม่สามารถปฏิเสธได้ ผู้ใช้งานควรพิจารณาถึงความเสี่ยง และนำไปเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ หากเห็นว่าไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานหรือลบแอปพลิเคชันดังกล่าว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในยุคดิจิทัล ผู้ใช้งานจึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสิทธิและการตั้งค่าต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้โดยมิชอบ เปรียบเหมือนการล็อกประตูไม่ให้โจรผู้ร้ายเข้ามาเคาะประตูหน้าบ้านเรานั่นเอง ------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,559 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,485 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,475 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 9 ข้อความ และช่องทาง Facebook Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 15 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง  ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง การกวาดมูลนกแห้ง ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของสปอร์เชื้อรา ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและสมอง   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ปลานิลสายน้ำไหลเบตง ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น GI ของ จ.ยะลา   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 ก.พ. 69   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เว็บไซต์ไทยลอตเตอรี่ ยังดำเนินกิจการ และจดทะเบียนรับรองโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก งานชัวร์ จัดให้ รับสมัครคนพับถุงกระดาษเกาลัด รับรองจากกรมจัดหางาน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงการคลัง เปิดให้ลงทะเบียนคนละครึ่ง รับเงินสดสัปดาห์ละ 1,000 บาท หมดเขต 6 มี.ค. 69   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ก.พาณิชย์ ปรับยุทธศาสตร์การค้า ยกระดับสินค้าไทย สร้างมูลค่าเพิ่ม   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “การกวาดมูลนกแห้ง ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของสปอร์เชื้อรา ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและสมอง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากการกวาดมูลนกแห้ง “มีความเสี่ยงจริง” เพราะอาจทำให้สปอร์เชื้อรา Cryptococcus neoformans ฟุ้งกระจายในอากาศ และหากสูดดมเข้าไปอาจติดเชื้อได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ดังนั้นวิธีลดความเสี่ยงคือ สวมถุงมือและหน้ากาก ราดน้ำให้เปียกก่อนทำความสะอาดเพื่อลดฝุ่น และควรให้ผู้ที่สุขภาพแข็งแรงเป็นผู้ดำเนินการ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานพร้อมมอบรางวัลในกิจกรรมแข่งขันสร้างความตระหนักรู้ด้านคดีภัยออนไลน์ (รอบชิงชนะเลิศ) Cyber Guardians & Digital Art Challenge (ครั้งที่ ๒) University ณ ห้อง Magic 3 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ   สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยี รู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยออนไลน์ เสริมสร้างเกราะป้องกันการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นอกจากนี้เป็นการสนับสนุนให้เยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่อนาคต เพื่อสามารถนำความรู้ไปใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาโอกาส ในอาชีพการงานของตนเองได้

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ร่วมหารือแนวทางการใช้งานระบบบริหารจัดการสำนักงาน e-Office ภายใต้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC พร้อมแนะนำการใช้งานระบบดังกล่าว ณ ห้องประชุมสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ชั้น 9 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ (Cell Broadcast) ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ ให้กับทุกภาคส่วนในพื้นที่สามารถเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ขับเคลื่อนศักยภาพระบบการแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ (Cell Broadcast) อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   สำหรับระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน (Cell Broadcast)  คือ ระบบส่งข้อความผ่านช่องทางเฉพาะสำหรับการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน โดยสามารถกระจายข้อความไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโทรศัพท์มือถือของประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,554 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,955 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,948 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 6 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 34 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาเคลื่อน PHL-03 ประชิดชายแดน มีรัศมีไกลถึง จ.นครราชสีมา   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง  ผู้เกษียณอายุปี 69 ยื่นรับบำเหน็จ-บำนาญ ผ่านระบบ Digital Pension เริ่ม 1 ก.พ. 69   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เตือนภัย จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6 ริกเตอร์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กองทัพสหรัฐฯ ขนอาวุธและยุทโธปกรณ์ คอบร้าโกลด์ 2026 ส่งตรงถึงชลบุรี   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง วันที่ 24-25 ก.พ. 69 ภาคอีสาน เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารไทยเปิดฉากโจมตีที่ช่องอานม้า ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 2 นาย   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ID LINE : 11295689 คือบัญชีไลน์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA Thailand   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “กัมพูชาเคลื่อน PHL-03 ประชิดชายแดน มีรัศมีไกลถึง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่าประเทศกัมพูชาได้มีการเคลื่อนย้ายระบบจรวด PHL-03 มาประชิดชายแดน ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยทางกองทัพบกได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ไม่มีการเคลื่อนไหวทางทหารตามที่กล่าวอ้าง จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและงดส่งต่อ เพื่อป้องกันความสับสนในสังคม   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------



ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.