Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ (Cell Broadcast) ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ ให้กับทุกภาคส่วนในพื้นที่สามารถเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ขับเคลื่อนศักยภาพระบบการแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ (Cell Broadcast) อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   สำหรับระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน (Cell Broadcast)  คือ ระบบส่งข้อความผ่านช่องทางเฉพาะสำหรับการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน โดยสามารถกระจายข้อความไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโทรศัพท์มือถือของประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,554 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,955 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,948 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 6 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 34 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาเคลื่อน PHL-03 ประชิดชายแดน มีรัศมีไกลถึง จ.นครราชสีมา   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง  ผู้เกษียณอายุปี 69 ยื่นรับบำเหน็จ-บำนาญ ผ่านระบบ Digital Pension เริ่ม 1 ก.พ. 69   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เตือนภัย จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6 ริกเตอร์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กองทัพสหรัฐฯ ขนอาวุธและยุทโธปกรณ์ คอบร้าโกลด์ 2026 ส่งตรงถึงชลบุรี   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง วันที่ 24-25 ก.พ. 69 ภาคอีสาน เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารไทยเปิดฉากโจมตีที่ช่องอานม้า ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 2 นาย   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ID LINE : 11295689 คือบัญชีไลน์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA Thailand   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “กัมพูชาเคลื่อน PHL-03 ประชิดชายแดน มีรัศมีไกลถึง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่าประเทศกัมพูชาได้มีการเคลื่อนย้ายระบบจรวด PHL-03 มาประชิดชายแดน ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยทางกองทัพบกได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ไม่มีการเคลื่อนไหวทางทหารตามที่กล่าวอ้าง จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและงดส่งต่อ เพื่อป้องกันความสับสนในสังคม   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------



ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน


“แค่กรอกเบอร์โทร ก็รู้วงเงินกู้ทันที” ประโยคสั้น ๆ ที่ฟังดูสะดวกและง่าย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกหลอกโดยไม่รู้ตัว ปัจจุบันมิจฉาชีพใช้กลยุทธ์โฆษณาเงินกู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ พร้อมข้อความเชิญชวนว่า “อนุมัติไว ไม่เช็กบูโร วงเงินสูง” เพียงแค่กรอกหมายเลขโทรศัพท์หรือแอดไลน์พูดคุยส่วนตัว ก็แจ้งผลอนุมัติทันที   แท้จริงแล้ว เป้าหมายสำคัญของมิจฉาชีพคือ “ข้อมูลติดต่อ” โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ เพื่อนำไปโทรกลับเสนอเงินกู้แบบเร่งด่วน ใช้วิธีกดดันให้รีบตัดสินใจ และเรียกเก็บเงินล่วงหน้าในชื่อ ค่าธรรมเนียม/มัดจำ ค่าดำเนินการ หรือค่าประกันต่าง ๆ เมื่อเหยื่อโอนเงินไปแล้ว กลับไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลง   บางรายขอกู้ 5,000 บาท แต่ได้เงินจริงเพียง 2,000 บาท พร้อมเงื่อนไขดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด หรือร้ายแรงกว่านั้น ข้อมูลส่วนตัวอาจถูกนำไปสมัครกู้แอปพลิเคชันอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม   ก่อนตัดสินใจกู้เงินทุกครั้ง ควรตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นใจอีกชั้น ประชาชนควรตรวจสอบว่าเป็นผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ผ่านบริการ “เช็กแอปเงินกู้”  ได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)    “เงินกู้ถูกกฎหมาย จะไม่เรียกเก็บเงินก่อนการอนุมัติ” ดังนั้นอย่าโอนเงินล่วงหน้า และอย่าส่งข้อมูลส่วนตัวให้แหล่งกู้ที่ไม่น่าเชื่อถือ ความรอบคอบเพียงเล็กน้อย อาจช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบจากการหลอกลวง สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชม. และหากพบการกระทำที่น่าสงสัย สามารถติดต่อได้ที่ GCC 1111 เพื่อแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความปรารถนาดีจากกระทรวงดีอี   -------------------------------------------------------------------

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการปิดกั้นเว็บไซต์ละเมิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่าง กระทรวงดีอี และ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/01 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,813 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 8,167 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 8,167 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 26 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง โรคฝีดาษลิง ติดจากการสัมผัสใกล้ชิด หากอาการไม่รุนแรงรักษาให้หายได้   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง เร่งทำลายเส้นทางตัดใหม่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวม   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงแรงงาน เปิดเพจเฟซบุ๊ก บ้านไทยมั่นคง ช่วยคนไทยหางาน   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก ดากานดา ทรัพย์มา เปิดรับแรงงานไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย วีซ่าถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกรมแรงงาน   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง 4 สัญญาณเตือนเบื้องต้น ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ investment-chartindexp.com ให้ลงทุน   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดคอร์สเทรดหุ้นฟรี เข้าใจพื้นฐานได้ใน 21 วัน ลงทะเบียนผ่านเพจ Stock chart Hunterv1   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “โรคฝีดาษลิง ติดจากการสัมผัสใกล้ชิด หากอาการไม่รุนแรงรักษาให้หายได้” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยโรคฝีดาษลิง (Mpox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัส ติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของผู้ติดเชื้อ ระยะฟักตัว 5-21 วัน อาการเริ่มจากการมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต แล้วตามด้วยผื่นที่พัฒนาเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง และตกสะเก็ด   ทั้งนี้ จะทำการวินิจฉัยโรคโดยใช้การตรวจแบบ Real-time PCR จากสารคัดหลั่งหรือตุ่มผื่น ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ และแพทย์จะพิจารณาดูแลตามความรุนแรงของอาการ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเอง และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี   ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยหรือสัตว์เสี่ยง ล้างมือบ่อย ๆ ไม่สัมผัสแผลหรือตุ่มหนองของผู้อื่น และพบแพทย์ทันทีหากมีไข้ร่วมกับผื่นผิดปกติ พร้อมแยกกักตัวเพื่อลดการแพร่เชื้อ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 165,381 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,730 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,728 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 33 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 15 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ราชกิจจาฯ ประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง เสือโคร่งใน อ.แม่ริม เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หัดสุนัข   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ประเทศไทยเป็นผู้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ในความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง แผนที่ส่วนไหนของประเทศไทย ที่จะปลอดภัยจากภัยพิบัติใหญ่ และสารกัมมันตรังสี   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินให้เวลา กกต. ยื่นคำชี้แจงพร้อมเอกสารหลักฐานภายใน 27 ก.พ. 69   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. ให้บริการด้านการลงทุนหุ้นทองคำ   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง กทพ. เพิ่มทางเลือกชำระค่าผ่านทางด้วยบัตรเดบิต–เครดิต แบบแตะ-จ่าย บนทางพิเศษบูรพาวิถี   อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก ผ่านเพจ OR income business   อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง HIFU เครื่องรักษามะเร็งโดยไม่ต้องผ่าตัด ติดต่อได้ที่ศูนย์การแพทย์ มศว องครักษ์   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ราชกิจจาฯ ประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยราชกิจจานุเบกษา ประกาศ คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุบลราชธานี กำหนดเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป เนื้อที่ประมาณ 1,747 ไร่ 3 งาน 33.8 ตารางวา ในท้องที่ ต.นากระแซง ต.ทุ่งเทิง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป)   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการส่งเสริม และยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (Asean Digital Hub) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/01 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.