Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,134 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,283 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,275 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 7 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ  โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 11 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง  ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง มีเงินเข้าบัญชี สามพันครั้งต่อปีขึ้นไป จะถูกส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ชาวยิวและอิสราเอล มาตั้งหลักปักฐาน อยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวของไทย อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านอยู่อาศัย ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ถูกตัวคุ่นหรือริ้นดำกัด เสี่ยงแพ้รุนแรงถึงชีวิต อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กรอกแบบสอบถามผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง รับเงิน 10,000 บาท อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ยื่นคำขอรังวัดที่ดินผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้ว อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง บริการ Service Center ถอนเงินลงทุนผ่านระบบโดยไม่ต้องผ่านธนาคาร ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “มีเงินเข้าบัญชี สามพันครั้งต่อปีขึ้นไป จะถูกส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ตามพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 มาตรา 3 สัตตรส กำหนดเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมาเฉพาะที่อยู่ในความครอบครองต่อกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี(1) สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน(2) สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น(3) ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน สำหรับธุรกรรมที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดในปีที่ล่วงมา ดังต่อไปนี้(1) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่สามพันครั้งขึ้นไป(2) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่สี่ร้อยครั้ง และมียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------

ดีอี มอบ NT เฝ้าระวัง “เคเบิลใต้น้ำ” ตะวันออกกลาง มั่นใจไม่กระทบ ปชช.-ภาคธุรกิจไทย   นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่หลายฝ่ายมีความกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ ตนได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการเตรียมความพร้อม ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมหลักของประเทศ   ปัจจุบัน NT ได้เตรียมความพร้อมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ และจุดเชื่อมต่อ Internet Gateway ในหลายภูมิภาค อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกาและยุโรป ทั้งในรูปแบบ Transit และ Peering ซึ่งเชื่อมโยงออกจากไทยผ่านภาคพื้นดิน และทางทะเลผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำที่ NT ร่วมลงทุน 6 ระบบ โดยมีระบบสำรองที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากเคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลางขัดข้องจะสามารถถ่ายโอน (Rerouting) ทราฟฟิกผ่านไปยังจุดเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยประชาชน สามารถมั่นใจได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยยังคงมีเสถียรภาพ และจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง   “ขณะนี้ NT ได้จัดการรายงานประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงต่อผลกระทบ หากกรณีระบบเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลางเกิดเหตุขัดข้อง พร้อมแผนสำรองในการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยจัดแผนประเมินความรุนแรงของสถานการณ์ในระดับต่างๆ ซึ่งจะมีการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อความมั่นคงของระบบสื่อสารโทรคมนาคมไทย เพิ่มมาตรการ เตรียมความพร้อมด้านเครือข่าย โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจของประเทศ” นายไชยชนกกล่าว   ---------------------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 21 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,095 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,794 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,787 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 7 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 34 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง  ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เติมน้ำมันใส่ถัง IBC เสี่ยงเกิดระเบิดจากไฟฟ้าสถิต   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาเตือนให้หยุดสร้างถนน-พระพุทธรูป เหตุไทยบุกรุกพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ไข้หวัดใหญ่ปี 69 พบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ทางการไทยทิ้งระเบิด จนปราสาทเขาพระวิหารได้รับความเสียหายกว่า 562 จุด   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง น้ำมันปาล์มหรือน้ำมันพืช สามารถใช้เติมแทนน้ำมันดีเซลได้   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดให้บริการปรึกษาการลงทุนกับผู้เชี่ยวชาญผ่านไลน์   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กกต. เตรียมนำทีม 148 คน บินไปศึกษาดูงานต่างประเทศ   อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่แบบถูกกฎหมาย ผ่านบัญชี Tiktok : user149753208665   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “เติมน้ำมันใส่ถัง IBC เสี่ยงเกิดระเบิดจากไฟฟ้าสถิต” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ออกประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับการจัดเก็บและเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัย ในกรณีการนำ “ถัง IBC” หรือภาชนะพลาสติกขนาดใหญ่มาใช้บรรจุน้ำมัน ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกฎหมายและมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายสูง เนื่องจากวัสดุพลาสติก เช่น HDPE เป็นฉนวนไฟฟ้า ที่อาจเกิดการสะสมของ ไฟฟ้าสถิตระหว่างการเติมน้ำมัน เมื่อมีประกายไฟเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ไอระเหยของน้ำมันเกิดการลุกติดไฟหรือระเบิดได้   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------------

วันที่ 23 มีนาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในงาน “วันอุตุนิยมวิทยาโลก ประจำปี 2569” (World Meteorological Day 2026) ภายใต้แนวคิด “Observing Today, Protecting Tomorrow” โดยมี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมอุตุนิยมวิทยาให้การต้อนรับ ณ หอประชุมกรมอุตุนิยมวิทยา บางนา กรุงเทพฯ   สำหรับงานนี้จัดขึ้นโดยมุ่งเน้นบทบาทของข้อมูลตรวจวัดและการพยากรณ์อากาศในฐานะเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก Prof. Dr. Celeste Saulo เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวคำปราศรัยผ่านวิดีทัศน์ เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือด้านอุตุนิยมวิทยาในระดับสากล

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมยกระดับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  ณ ห้องลาเวนเดอร์ 2-3 อาคาร 3 ชั้น 3 โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร    สำหรับการประเมิน ITA เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาครัฐให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ส่วนรวม พร้อมส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) และวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ยอมรับการทุจริต

ดีอี ประชุมติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบปี 69 ครั้งที่ 3วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามรายงานความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณในแต่ละส่วนให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยมีผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/03 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #ปลัดพชร


วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดสรรและบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารสำหรับการให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ ครั้งที่ 2/2569 ภายใต้นโยบายการดำเนินงานดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ  เพื่อวางกรอบแนวทางการจัดสรรการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการให้บริการสาธารณะและภารกิจของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/05 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 22 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,065 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,861 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,845 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 11 ข้อความ และช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 28 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 6 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ห้ามปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันให้หน่วยงานราชการและกลุ่มเกษตรกร   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง พม.ให้สิทธิคนพิการและผู้ดูแล เข้าถึงเงินทุนเพื่อสร้างอาชีพ   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ตม. สกัดเข้ม ห้ามกัมพูชาเข้าประเทศไทย หากจับได้ส่งกลับทันที   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เว็บไซต์ของ ธนาคาร เอมิเรตส์ส เอ็นบีดี อยู่ภายใต้การคุ้มครองจาก ธปท.   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จัดโครงการแจกพันธุ์ไม้ฟรี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กองทัพไทยเตือน ลักลอบขนน้ำมันไปกัมพูชา มีโทษถึงประหารชีวิต   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ห้ามปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันให้หน่วยงานราชการและกลุ่มเกษตรกร” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยได้กำหนดแนวทางการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรองรับการให้บริการอย่างทั่วถึงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และป้องกันไม่ให้เกิดการกักตุน ดังนี้ 1. ไม่ปฏิเสธการจำหน่ายให้รถหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติภารกิจสาธารณประโยชน์ ขอให้สถานีบริการพิจารณาจำหน่ายตามความเหมาะสม (รถดับเพลิง / รถกู้ภัย / รถบรรเทาสาธารณภัย / รถขององค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลที่ปฏิบัติภารกิจฉุกเฉิน / รถหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน / รถพยาบาล / สภากาชาดไทย) 2. ไม่ปฏิเสธการจำหน่ายให้กับกลุ่มเกษตรกร หรือผู้ประกอบอาชีพอื่นที่มีความจำเป็น   ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานได้ประสาน supply chain ของโรงกลั่นน้ำมันและผู้ค้าตามมาตรา 7 เพื่อจัดส่งน้ำมันให้ทันกับสถานการณ์และจะดำเนินตรวจตราสถานีบริการถึงปริมาณที่มีอยู่อย่างใกล้ชิด   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมให้สัมภาษณ์ข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจดิจิทัลและการให้บริการภาครัฐตามแนวทางการประเมิน Business Ready (B-READY) โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/01 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

ดีอี หารือ ก.พ. แนวทาง Work from Home ผ่านระบบ e-Office   วันที่ 24 มีนาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) กับสำนักงาน ก.พ. ด้วยระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องประชุม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE

วันที่ 25 มีนาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงยุติธรรมครบรอบ 135 ปี เชื่อมั่น เข้าถึง ที่พึ่งประชาชน พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมี นายสำรวม บุญเสริม ผู้ช่วยปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับ ณ อาคารกระทรวงยุติธรรรม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 156,768 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,322 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,321 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กรมอนามัย เตือนช่วงหน้าร้อน เดือน เม.ย.-พ.ค. ค่าดัชนีความร้อนสูง   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง หุงข้าวด้วยน้ำประปาเสี่ยงได้รับโลหะหนัก   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ผ่อนผันรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน เดินรถในทุกจังหวัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง การดื่มน้ำเย็นจัด จะส่งผลเสียต่อร่างกาย   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง สั่งตรวจสอบการตุนน้ำมันทั่วประเทศ หากพบตัวคนผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมทางหลวง เปิดให้ชำระค่าบริการ M-Flow ผ่านเว็บไซต์   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง หุ้น SET 50 กองทุนทองคำฮั่วเซ่งเฮง เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผลวันละ 320 บาท ติดต่อซื้อหุ้นได้ที่เพจ Gold Investment Advisory TH   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กรมอนามัย เตือนช่วงหน้าร้อน เดือน เม.ย.-พ.ค. ค่าดัชนีความร้อนสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สืบเนื่องจากปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้น ทั้งอากาศร้อนจัด ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน    ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เฝ้าระวังสถานการณ์ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งเป็นค่าความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้จริง หรือ Feel like ใช้บ่งชี้ระดับความเสี่ยงที่ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากความร้อน โดยคำนวณจากอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งต่างจากอุณหภูมิทั่วไปที่วัดเพียงระดับความร้อนหรือความเย็นของอากาศ    สำหรับในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีค่าดัชนีความร้อนสูงสุดถึง 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อน จำนวน 21 คน ขณะที่ปี 2569 คาดว่า สถานการณ์ความร้อนจะมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีความร้อนอาจอยู่ในระดับเตือนภัย (33.0-41.9 °C) ถึงอันตรายมาก (มากกว่าหรือเท่ากับ 52.0 °C) ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่น ตะคริว ลมแดด เพลียแดด และฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุดและอาจทำให้เสียชีวิตได้   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.