Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,352 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,017 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,016 ข้อความ และ Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 20 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง พระบรมมหาราชวัง ถูกจัดอันดับให้เป็นสถานที่น่าเที่ยวในประเทศกัมพูชา   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โครงการแลนด์บริดจ์ ต้องให้นักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว 50-99 ปี   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง วิธีสังเกตผงชูรสแท้ด้วยวิธีเบื้องต้น   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงการคลัง เปิดเว็บไซต์ใหม่ยื่นชำระภาษี   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน ทุกโรงน้ำดื่มทั่วประเทศ ต้องจ่ายค่าตรวจน้ำประจำปีเพิ่ม จากปกติ ปีละ 6,900 บาท เป็นปีละไม่เกิน 50,000 บาท   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง คนไทยกว่า 600 คน กลับประเทศไม่ได้ หลังกัมพูชาไม่เปิดด่านตามที่ตกลง   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง สนามบินนานาชาติหมู่เกาะพีพี เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “พระบรมมหาราชวัง ถูกจัดอันดับให้เป็นสถานที่น่าเที่ยวในประเทศกัมพูชา” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่สื่อออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ว่า พระบรมมหาราชวัง ถูกจัดอันดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ไม่เป็นความจริง และเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนผ่านการใช้ภาพและแหล่งอ้างอิงที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งยังไม่พบแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพื่อยืนยันการจัดอันดับดังกล่าว โดยเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่มีลักษณะนำข้อมูลบางส่วนมาผสมกับภาพที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด   นอกจากนี้ การใช้ภาพประกอบแบบรวม (collage) ที่มีทั้ง ภาพนครวัด และภาพพระราชวังที่คล้ายกับพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกใช้เป็นตัวแทนด้านการท่องเที่ยวของประเทศในสื่อสากลอย่างแพร่หลาย ดังนั้นการกล่าวอ้างถึง “พระราชวัง” ในบริบทของกัมพูชา ย่อมหมายถึงสถานที่ภายในประเทศกัมพูชาเอง มิได้เกี่ยวข้องกับพระบรมมหาราชวังของไทย ยิ่งทำให้ผู้ได้รับสารเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นสถานที่ในกัมพูชา   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ ผู้บริหารจากบริษัท Ericsson ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมหารือความร่วมมือด้านดิจิทัล และเรื่องที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 02/10 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายพชร อนันตศิลป์ เข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวมอบนโยบายและบทบาทการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลและ AI ภายในงานแถลงข่าวโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย Thai Large Language Model (ThaiLLM) ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ณ รร. เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ    นายพชร ได้กล่าวถึงบทบาทการขับเคลื่อนดิจิทัลและ AI ของกระทรวงดีอี ว่า กระทรวงดีอี ตระหนักดีว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือสนับสนุนการทำงานเพียงเท่านั้น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยแนวโน้มมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital GDP) ในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตถึง 4% ซึ่งถือว่าเศรษฐกิจดิจิทัล จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต   ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าปัจจุบันเรายังไม่มี AI สัญชาติไทย 100% จึงเป็นหน้าที่หลักของ BDI ในการพัฒนา ThaiLLM โดยมีเป้าหมายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ 1.ข้อมูล 2.การพัฒนาโมเดลเปิดในระดับสากล 3.แพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground ที่เปิดให้ประชาชนทดลองใช้งาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ 4.การพัฒนาด้านกำลังคนและบุคลากร ทั้งหมดนี้นำไปสู่เป้าหมายหลักคือ "อธิปไตยทางเทคโนโลยี AI" ของประเทศไทย    นอกจากนี้กระทรวงดีอี ได้เตรียมจัดโครงการสนับสนุนการเข้าถึงการใช้งาน AI ของประชาชน โดยเพิ่มสิทธิการเข้าถึงการใช้งาน AI แบรนด์หลักของโลก รวมทั้งการใช้งาน ThaiLLM ด้วย โดยมีระยะเวลาใช้งาน 1 ปี จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาให้ ThaiLLM สมบูรณ์ได้มากยิ่งขึ้น

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและร่วมหารือกรอบแนวทางการทำงานของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้   • การมอบนโยบาย เน้นย้ำแนวคิด "Thai First" เพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัพและผู้ประกอบการไทยให้มีบทบาทนำในเศรษฐกิจดิจิทัล • การบูรณาการข้อมูล เร่งรัดการดำเนินงานด้าน Big Data และการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐตามมติ ครม. ที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐแชร์ข้อมูลผ่านระบบกลางภายใน 90 วัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชนและรับมือภัยพิบัติ • ภารกิจหลัก กำชับให้ depa เร่งส่งเสริมทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนทุกระดับ และสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเพื่อยกระดับรายได้


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 159,701 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,026 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,026 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 11 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ครม. อนุมัติเงินกู้ 600 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ให้ อ.ส.ค. แก้ปัญหาน้ำนมดิบช่วยเหลือเกษตรกร   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง พบแรงงานต่างด้าวในโรงเรียนเอกชนบนเกาะพะงัน ที่เปิดนอกเหนือการขออนุญาตเป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ขาไก่ที่ขายตามท้องตลาด ถูกผลิตจากเครื่องทำขาไก่เทียม แยกความแตกต่างกับขาไก่จริงได้ยาก   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เครือข่ายสแกมเมอร์ หลอกคนไทยเช่าบัญชี พาข้ามแดนไปกัมพูชา   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม AIS ส่งอีเมลมอบสิทธิ์วอเชอร์ 10,000 บาท ให้แก่ลูกค้า   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาเคลมขนมทองม้วน เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น หนมพอง   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง รมว.ต่างประเทศ เสนอให้ตัดทุนการศึกษาเด็กกัมพูชา   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ครม. อนุมัติเงินกู้ 600 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ให้ อ.ส.ค. แก้ปัญหาน้ำนมดิบช่วยเหลือเกษตรกร” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กู้เงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร วงเงิน 600 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ระยะเวลาชำระคืนภายใน 7 ปี (พ.ศ. 2568–2575) เพื่อนำไปดำเนินโครงการรับซื้อน้ำนมดิบช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ   ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับองค์กร และใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการรวบรวมและรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ส่งเสริมของ อ.ส.ค. ทั้ง 5 ภาค ได้แก่ ภาคกลาง (สระบุรี) ภาคใต้ (ประจวบคีรีขันธ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) ภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่) และภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย) ครอบคลุม 44 สหกรณ์ สมาชิกเกษตรกรรวม 5,110 ราย เพื่อบรรเทาปัญหาราคานมและช่องทางจำหน่าย จากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันสินค้านำเข้า   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------------

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้แทนวางพานพุ่มดอกแก้วกัลยา ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ในงานน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 103 ปี โดยมี นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางการบูรณาการข้อมูลด้านพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน มุ่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลพลังงานจากหน่วยงานติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ ได้อย่างรอบด้านและแม่นยำยิ่งขึ้น รองรับการวางนโยบายด้านพลังงานของประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่

สามประโยคที่ฟังดูธรรมดาอย่าง “อย่าบอกใครนะ”, “รีบหน่อย ตอนนี้เลย” และ “ช่วยฉันได้ไหม…มีแค่คุณที่ฉันไว้ใจ” มักไม่ถูกมองว่าเป็นอันตรายในครั้งแรกที่ได้ยิน เพราะมันถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงอ่อนโยน ความใกล้ชิด หรือสถานการณ์ที่ดูเร่งด่วน แต่หากมองให้ลึกลงไป ทั้งสามประโยคนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำพูดลอย ๆ หากเป็นกลไกที่ทำงานประสานกันอย่างแนบเนียนเพื่อกำหนดกรอบให้เราโดยไม่รู้ตัว    จุดเริ่มต้นมักเกิดจากการสร้างความรู้สึกพิเศษผ่านการ “แบ่งปันความลับ” เมื่อใครสักคนบอกให้เราเก็บเรื่องบางอย่างไว้ระหว่างกัน มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่เขาไว้ใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือการค่อย ๆ ตัดเราจากระบบสนับสนุนตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งก็คือเพื่อน ครอบครัว หรือมุมมองจากคนอื่น เมื่อเราไม่ได้เล่าให้ใครฟัง เราก็จะไม่มีใครช่วยสะท้อนให้เห็นความผิดปกติ สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีเพียงมุมมองเดียว นั่นคือมุมมองที่เขาเป็นคนกำหนด    จากนั้น กลไกจะเดินหน้าต่อด้วยการเร่งจังหวะ “รีบหน่อย ตอนนี้เลย” เป็นประโยคที่ไม่ได้มีไว้เพื่อความเร็ว แต่มีไว้เพื่อตัดโอกาสในการคิดอย่างมีเหตุผล เพราะการตัดสินใจที่ดีต้องการเวลา เมื่อเวลาเหลือน้อย สมองจะหันไปพึ่งพาความรู้สึกแทนการวิเคราะห์ เราจะเริ่มเลือกสิ่งที่ลดความกังวลเฉพาะหน้า มากกว่าสิ่งที่ถูกต้องในระยะยาว    และในจังหวะที่เรายังตั้งหลักไม่ทัน กลไกสุดท้ายก็จะเข้ามาปิดช่องว่างนั้นด้วยประโยคที่ดูอ่อนโยนที่สุด “มีแค่คุณที่ฉันไว้ใจ” ประโยคนี้สร้างความรู้สึกของคุณค่าและความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงภาระที่ไม่เคยถูกตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น มันทำให้เรารู้สึกว่าการช่วยเหลือไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหน้าที่ หากเราไม่ช่วย เราอาจรู้สึกผิด รู้สึกว่าเราทำร้ายใครบางคน ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหานั้นไม่ควรถูกโยนมาอยู่บนไหล่ของเราเลย    เมื่อทั้งสามองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความสับสน แต่เป็นสภาวะที่เราถูกจำกัดทางเลือกโดยไม่รู้ตัว เราไม่มีคนให้ปรึกษา ไม่มีเวลาให้คิด และรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธ สภาพแบบนี้ทำให้การควบคุมเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องใช้การบังคับตรง ๆ เพราะคนที่ถูกควบคุมจะยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนตัดสินใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง เงื่อนไขทั้งหมดถูกจัดวางไว้แล้ว   สิ่งที่น่ากลัวจึงไม่ใช่แค่คำพูดเหล่านี้ แต่คือวิธีที่มันเปลี่ยน “ความรู้สึก” ให้กลายเป็นเครื่องมือในการกำหนดการกระทำ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้รูปแบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรณีของการหลอกลวงแบบโรแมนซ์สแกมเท่านั้น แต่มันยังปรากฏในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ การชักจูงในกลุ่มปิด หรือแม้แต่สถานการณ์ที่มีการกดดันให้ตัดสินใจโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งคำถาม   หากวันหนึ่งเราพบว่าตัวเองกำลังถูกขอให้ปิดบัง ถูกเร่งให้รีบตัดสินใจ และถูกทำให้รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบความรู้สึกของใครบางคนมากเกินไป นั่นอาจไม่ใช่สัญญาณของความใกล้ชิด แต่เป็นสัญญาณว่าพื้นที่ในการเป็นตัวของตัวเองกำลังถูกลดทอนลงอย่างเงียบ ๆ และคำถามที่ควรถามตัวเองในจังหวะนั้นไม่ใช่ว่า “เราควรช่วยไหม” แต่คือ “เรายังมีอิสระในการเลือกจริง ๆ หรือเปล่า”    มาร่วมกันสร้าง “ต่อมเอ๊ะ” เพื่อเป็นเกราะคุ้มใจเรา เพราะไม่มีใครช่วยเราได้ทันในสถานการณ์แบบนั้น ด้วยความปรารถนาดีจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และถ้าหากใครกำลังตกเป็นผู้เสียหาย สามารถติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC ที่เบอร์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหยุดเส้นทางของเงิน ระงับบัญชีของมิจฉาชีพให้ทันการ ก่อนที่จะสายไป   --------------------------------------------------------------------

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) ตำแหน่งเลขที่ ๔ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เป็นประธานการประชุมหารือหน่วยงานกระทรวงดีอี และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA ในการบูรณาการข้อมูลสวัสดิการ และข้อมูลการให้บริการของหน่วยงานรัฐผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ DGA รักษาการแทนผู้อำนวยการ DGA และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีเข้าร่วม ณ ห้องประชุม CB 304 อาคารรัฐสภา

รมช.ดีอี หารือ LINE Thailand พัฒนาความร่วมมือด้านดิจิทัล   วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ ผู้บริหารจากบริษัท LINE Thailand ในโอกาสเข้าพบหารือความร่วมมือด้านดิจิทัล และหารือเรื่องที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้แทนหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,391 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,001 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 999 ข้อความ และช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 15 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง นครราชสีมาสุ่มตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง นายกฯ ชี้แจง การเพิ่มเบี้ยคนชราจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาท ไร้ประโยชน์   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง รับสมัครคนพับถุงกระดาษทำงานที่บ้าน ผ่านเพจ บ้านสร้างงาน   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง รับสมัครคนงานไปทำงานเกษตรที่ประเทศออสเตรเลีย โดยกระทรวงแรงงาน ผ่านเฟซบุ๊ก Zhang Ta   อันดับที่ 5 ข่าวจริง หลังเกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียม ทางพิเศษบูรพาวิถีเปิดให้บริการตามปกติ   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง พนักงานเทศบาลโพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ทำใบสูติบัตร แจ้งเกิดทิพย์ให้เด็กจีน ได้ค่าจ้างหัวละ 10,000 บาท   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ลงทุนทองกับฮั่วเซ่งเฮงได้ง่าย ๆ ที่ไลน์ hshsocial_02   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “นครราชสีมาสุ่มตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยผลจากการสุ่มตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตราอาโป เลขสารบบอาหาร 30-2-03760-2-0001 วันที่ผลิต 26 มีนาคม 2569 ขนาดบรรจุ 18.9 ลิตร ผลิตโดย ร้านไพบูลย์พาณิชย์ เลขที่ 125 หมู่ที่ 7 ตำบลพะงาด อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา   ทั้งนี้ผลการตรวจวิเคราะห์ จากการส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา พบการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella spp. ต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างชัดเจน ซึ่งการพบเชื้อดังกล่าวถือว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็น "อาหารผิดมาตรฐาน" ฝ่าฝืนมาตรา 25(3) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท   ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อหรือบริโภคผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตามรายละเอียดข้างต้น เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ทั้งนี้ผู้ผลิตอยู่ในระหว่าง งดการผลิตอาหารและปรับปรุงสุขลักษณะของ อาคารสถานที่ กระบวนการผลิต ตามเกณฑ์มาตรฐาน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.