Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางการบูรณาการข้อมูลด้านพลังงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน มุ่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลพลังงานจากหน่วยงานติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ ได้อย่างรอบด้านและแม่นยำยิ่งขึ้น รองรับการวางนโยบายด้านพลังงานของประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่

สามประโยคที่ฟังดูธรรมดาอย่าง “อย่าบอกใครนะ”, “รีบหน่อย ตอนนี้เลย” และ “ช่วยฉันได้ไหม…มีแค่คุณที่ฉันไว้ใจ” มักไม่ถูกมองว่าเป็นอันตรายในครั้งแรกที่ได้ยิน เพราะมันถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงอ่อนโยน ความใกล้ชิด หรือสถานการณ์ที่ดูเร่งด่วน แต่หากมองให้ลึกลงไป ทั้งสามประโยคนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำพูดลอย ๆ หากเป็นกลไกที่ทำงานประสานกันอย่างแนบเนียนเพื่อกำหนดกรอบให้เราโดยไม่รู้ตัว    จุดเริ่มต้นมักเกิดจากการสร้างความรู้สึกพิเศษผ่านการ “แบ่งปันความลับ” เมื่อใครสักคนบอกให้เราเก็บเรื่องบางอย่างไว้ระหว่างกัน มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่เขาไว้ใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือการค่อย ๆ ตัดเราจากระบบสนับสนุนตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งก็คือเพื่อน ครอบครัว หรือมุมมองจากคนอื่น เมื่อเราไม่ได้เล่าให้ใครฟัง เราก็จะไม่มีใครช่วยสะท้อนให้เห็นความผิดปกติ สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีเพียงมุมมองเดียว นั่นคือมุมมองที่เขาเป็นคนกำหนด    จากนั้น กลไกจะเดินหน้าต่อด้วยการเร่งจังหวะ “รีบหน่อย ตอนนี้เลย” เป็นประโยคที่ไม่ได้มีไว้เพื่อความเร็ว แต่มีไว้เพื่อตัดโอกาสในการคิดอย่างมีเหตุผล เพราะการตัดสินใจที่ดีต้องการเวลา เมื่อเวลาเหลือน้อย สมองจะหันไปพึ่งพาความรู้สึกแทนการวิเคราะห์ เราจะเริ่มเลือกสิ่งที่ลดความกังวลเฉพาะหน้า มากกว่าสิ่งที่ถูกต้องในระยะยาว    และในจังหวะที่เรายังตั้งหลักไม่ทัน กลไกสุดท้ายก็จะเข้ามาปิดช่องว่างนั้นด้วยประโยคที่ดูอ่อนโยนที่สุด “มีแค่คุณที่ฉันไว้ใจ” ประโยคนี้สร้างความรู้สึกของคุณค่าและความสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงภาระที่ไม่เคยถูกตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น มันทำให้เรารู้สึกว่าการช่วยเหลือไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหน้าที่ หากเราไม่ช่วย เราอาจรู้สึกผิด รู้สึกว่าเราทำร้ายใครบางคน ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหานั้นไม่ควรถูกโยนมาอยู่บนไหล่ของเราเลย    เมื่อทั้งสามองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความสับสน แต่เป็นสภาวะที่เราถูกจำกัดทางเลือกโดยไม่รู้ตัว เราไม่มีคนให้ปรึกษา ไม่มีเวลาให้คิด และรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธ สภาพแบบนี้ทำให้การควบคุมเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องใช้การบังคับตรง ๆ เพราะคนที่ถูกควบคุมจะยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนตัดสินใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง เงื่อนไขทั้งหมดถูกจัดวางไว้แล้ว   สิ่งที่น่ากลัวจึงไม่ใช่แค่คำพูดเหล่านี้ แต่คือวิธีที่มันเปลี่ยน “ความรู้สึก” ให้กลายเป็นเครื่องมือในการกำหนดการกระทำ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้รูปแบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรณีของการหลอกลวงแบบโรแมนซ์สแกมเท่านั้น แต่มันยังปรากฏในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ การชักจูงในกลุ่มปิด หรือแม้แต่สถานการณ์ที่มีการกดดันให้ตัดสินใจโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งคำถาม   หากวันหนึ่งเราพบว่าตัวเองกำลังถูกขอให้ปิดบัง ถูกเร่งให้รีบตัดสินใจ และถูกทำให้รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบความรู้สึกของใครบางคนมากเกินไป นั่นอาจไม่ใช่สัญญาณของความใกล้ชิด แต่เป็นสัญญาณว่าพื้นที่ในการเป็นตัวของตัวเองกำลังถูกลดทอนลงอย่างเงียบ ๆ และคำถามที่ควรถามตัวเองในจังหวะนั้นไม่ใช่ว่า “เราควรช่วยไหม” แต่คือ “เรายังมีอิสระในการเลือกจริง ๆ หรือเปล่า”    มาร่วมกันสร้าง “ต่อมเอ๊ะ” เพื่อเป็นเกราะคุ้มใจเรา เพราะไม่มีใครช่วยเราได้ทันในสถานการณ์แบบนั้น ด้วยความปรารถนาดีจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และถ้าหากใครกำลังตกเป็นผู้เสียหาย สามารถติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC ที่เบอร์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหยุดเส้นทางของเงิน ระงับบัญชีของมิจฉาชีพให้ทันการ ก่อนที่จะสายไป   --------------------------------------------------------------------

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) ตำแหน่งเลขที่ ๔ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เป็นประธานการประชุมหารือหน่วยงานกระทรวงดีอี และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA ในการบูรณาการข้อมูลสวัสดิการ และข้อมูลการให้บริการของหน่วยงานรัฐผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ DGA รักษาการแทนผู้อำนวยการ DGA และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีเข้าร่วม ณ ห้องประชุม CB 304 อาคารรัฐสภา

รมช.ดีอี หารือ LINE Thailand พัฒนาความร่วมมือด้านดิจิทัล   วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ ผู้บริหารจากบริษัท LINE Thailand ในโอกาสเข้าพบหารือความร่วมมือด้านดิจิทัล และหารือเรื่องที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้แทนหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,391 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,001 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 999 ข้อความ และช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 15 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง นครราชสีมาสุ่มตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง นายกฯ ชี้แจง การเพิ่มเบี้ยคนชราจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาท ไร้ประโยชน์   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง รับสมัครคนพับถุงกระดาษทำงานที่บ้าน ผ่านเพจ บ้านสร้างงาน   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง รับสมัครคนงานไปทำงานเกษตรที่ประเทศออสเตรเลีย โดยกระทรวงแรงงาน ผ่านเฟซบุ๊ก Zhang Ta   อันดับที่ 5 ข่าวจริง หลังเกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียม ทางพิเศษบูรพาวิถีเปิดให้บริการตามปกติ   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง พนักงานเทศบาลโพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ทำใบสูติบัตร แจ้งเกิดทิพย์ให้เด็กจีน ได้ค่าจ้างหัวละ 10,000 บาท   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ลงทุนทองกับฮั่วเซ่งเฮงได้ง่าย ๆ ที่ไลน์ hshsocial_02   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “นครราชสีมาสุ่มตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยผลจากการสุ่มตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตราอาโป เลขสารบบอาหาร 30-2-03760-2-0001 วันที่ผลิต 26 มีนาคม 2569 ขนาดบรรจุ 18.9 ลิตร ผลิตโดย ร้านไพบูลย์พาณิชย์ เลขที่ 125 หมู่ที่ 7 ตำบลพะงาด อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา   ทั้งนี้ผลการตรวจวิเคราะห์ จากการส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา พบการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella spp. ต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างชัดเจน ซึ่งการพบเชื้อดังกล่าวถือว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็น "อาหารผิดมาตรฐาน" ฝ่าฝืนมาตรา 25(3) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท   ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อหรือบริโภคผลิตภัณฑ์น้ำดื่มตามรายละเอียดข้างต้น เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ทั้งนี้ผู้ผลิตอยู่ในระหว่าง งดการผลิตอาหารและปรับปรุงสุขลักษณะของ อาคารสถานที่ กระบวนการผลิต ตามเกณฑ์มาตรฐาน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของศูนย์ควบคุมและบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีการจราจรและความปลอดภัย กทม. โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี, เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ อาคารธานีนพรัตน์ ชั้น 1 ศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง)   สำหรับการตรวจเยี่ยมดังกล่าว เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายการบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีจากกระทรวงดีอี ร่วมกับศูนย์ควบคุมฯ กทม. เพื่อยกระดับการป้องกัน และแก้ปัญหาภัยพิบัติ โดยเน้นการใช้ข้อมูล (BDI) รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ   นโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ • บูรณาการข้อมูล ใช้ข้อมูล Big Data (BDI) เชื่อมโยงกับดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาเพื่อลดความเสี่ยงและเตือนภัยแม่นยำขึ้น • นำเทคโนโลยี AI CCTV มาใช้งานร่วมกับกล้องวงจรปิดทั่วกรุง โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ BMA Command Center เพื่อเฝ้าระวังภัยแบบเรียลไทม์  • ใช้ AI วิเคราะห์ภาพจากกล้อง CCTV และระบบอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและเฝ้าระวังน้ำท่วมในกรุงเทพฯ • Quick Win เร่งรัดแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติและภัยสังคมผ่านเทคโนโลยี • เน้นย้ำความโปร่งใส บริหารจัดการภัยพิบัติด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้    การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการระบบเตือนภัยพิบัติและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย  

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 โดยมี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   นายไชยชนก เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับภัยคุกคามไซเบอร์ โดยยังคงกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ และยกระดับการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้น โดยคณะกรรมการฯ ได้ติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการมาตรการอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้การป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปิดช่องทางในการสร้างผลกระทบและความเสียหายต่อประชาชน    ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้กำหนดมาตรการประกาศรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง (HR-03) โดย ธปท. ได้มีการระงับบัญชีม้า ณ สิ้นเดือน มี.ค.69 จำนวน 2.46 แสน รายชื่อ จำนวนรวม 3.56 ล้านบัญชี โดยมีมูลค่าเงินจากการระงับบัญชี จำนวนประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งได้กำหนดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลรายชื่อบัญชีม้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ในการดำเนินมาตรการ และขยายเพิ่มขึ้นในส่วนของสถาบันการเงิน กลุ่ม Non-Bank กลุ่มรับแลกเปลี่ยนเงิน และผู้ประกอบการค้าทอง ฯลฯ   ขณะเดียวกันการบูรณาการปราบปรามขยายวงกว้างมากขึ้น โดยการร่วมลงนาม MOU ปราบปราม “นอมินี” ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้บัญชีนิติบุคคลเป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์   ด้าน สำนักงาน กสทช. ได้เตรียมบูรณาการจัดการสัญญาณชายแดนเพื่อลดผลกระทบการใช้งานของประชาชน โดยกำหนดจัดพื้นที่ใน จ.สระแก้ว เป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) เปิดใช้งานสัญญาณเฉพาะเบอร์ที่ลงทะเบียนถูกต้องเท่านั้น    นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้หารือมาตรการปรับเกณฑ์การดูแลบัญชีธนาคารของเยาวชนที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นการจำกัดการโอนเงิน ถอนเงินไม่เกินจำนวนที่กำหนด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้บัญชีของเยาวชนเป็นช่องทางรับเงินจากการก่ออาชญากรรมออนไลน์ หลังจากตรวจสอบพบว่า มีบัญชีธนาคารของเยาวชนจำนวนกว่า 6,500 บัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า    ในส่วนของการออกหลักเกณฑ์คืนเงินให้กับผู้เสียหายนั้น คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาบัญชีธนาคารซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้วว่ามีเส้นทางการเงินที่ชัดเจน และไม่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เพื่อเร่งรัดการคืนเงินในส่วนของผู้บริสุทธิ์ ซึ่งได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด   “รัฐบาลคงให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่เรากำลังเผชิญภาวะวิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนไทยในขณะนี้ ฉะนั้นสำหรับพวกเราเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญมากกว่าเดิม เราจะมุ่งมั่นและดำเนินการอย่างสุดความสามารถต่อไป” นายไชยชนก กล่าว   ------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,423 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,201 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,198 ข้อความ และช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาแจ้งขนมจีนเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณ   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงวัฒนธรรม รับมอบโบราณวัตถุอายุ 3,000 ปี จากแหล่งโบราณคดีกุดฉิม   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ให้กู้สินเชื่อออนไลน์ ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ good.bye3514   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ฟันผุเกิดจากแมงมากินฟัน รักษาได้ด้วยวิธีรมควัน   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม รับตัวแทนพับถุงกาแฟทำที่บ้าน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก JobStation TH   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง รับทำใบขับขี่ทุกประเภท ผ่านเพจ Learn to drive ครูทิวร์ โปร่งใส ตรวจสอบได้   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง มีการลักลอบซื้อทุเรียนไทย ไปขายในกัมพูชา วันละ 1 ตัน   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน เรื่อง “กัมพูชาแจ้งขนมจีนเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่าเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยการอ้างว่าอาหารดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากกัมพูชาเพียงประเทศเดียวยังไม่ปรากฏหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างชัดเจน    ทั้งนี้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์อาหารชี้ว่า “ขนมจีน” ในไทยมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์มอญ การศึกษาเชิงเปรียบเทียบพบว่า อาหารประเภทเส้นข้าวหมักมีปรากฏในหลายประเทศ เช่น ไทย กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา โดยมีความคล้ายคลึงกันทั้งด้านวัตถุดิบและเทคนิคการผลิต สะท้อนลักษณะ “วัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค” (Shared Culinary Heritage) อันเกิดจากการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในอดีต มากกว่าจะเป็นมรดกเฉพาะของชาติใดชาติหนึ่ง   ขณะที่กัมพูชามีอาหารพื้นบ้านชื่อ “นมบันจ็อก (Nom Banh Chok)” ซึ่งเป็นเส้นที่ทำจากข้าวหมัก มีลักษณะและกรรมวิธีใกล้เคียงกับ “ขนมจีน” ของไทย อาหารดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายในชีวิตประจำวันของชาวกัมพูชา และถือเป็นอาหารสำคัญในบริบทวัฒนธรรมของประเทศ และได้ยื่นเสนอ “นมบันจ็อก (Nom Banh Chok)” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ต่อ UNESCO แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาให้ผ่านการขึ้นทะเบียนต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี และไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นเหตุให้ไม่ผ่านการพิจารณา คือ ลักษณะของอาหารที่เข้าข่าย “วัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค” ซึ่งขาดความเฉพาะเจาะจงในเชิงเอกลักษณ์ของชาติเดียว   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ในส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี โดยมี นางสาวธัญลักษณ์ มณีวัฒนา สถิติจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการภายในจังหวัด จำนวนประมาณ 250 คน ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี   ทั้งนี้ ดีอี จัดกิจกรรมอบรมการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC เพื่อแนะนำและสาธิตการใช้งานระบบฯ ให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการภายในจังหวัดนนทบุรีเกิดความเชื่อมั่นและเตรียมความพร้อมในการใช้งาน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ความสนใจและมีความมุ่งหวังที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานของหน่วยงานราชการในจังหวัดนนทบุรี จากเอกสารบนกระดาษให้มาอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้เข้าร่วมการอบรมต่างให้ความสนใจและซักถามเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่ง NT และสถิติจังหวัดฯ จะดำเนินการแนะนำและขยายผลการใช้งานให้แต่ละหน่วยงานอย่างใกล้ชิดต่อไป  

ปลัดดีอี เปิดอบรมหลักสูตร LEAD รุ่น 3 ชู Big Data และ Agentic AI ยกระดับผู้บริหารสู่อนาคตดิจิทัล วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม พร้อมร่วมเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ ในหลักสูตรผู้บริหาร LEAD: Big Data & Agentic AI for Strategic Leaders หลักสูตรผู้นำก้าวสู่อนาคตดิจิทัล ด้วย Big Data และ Agentic AI (รุ่นที่ 3) โดยมี ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน จัดโดย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ   โดยหลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูงทุกสายงานทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยเนื้อหาจากกรณีศึกษาจริง ถ่ายทอดโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศที่มีประสบการณ์ตรงด้าน Big Data และ Agentic AI พร้อมโอกาสสร้างเครือข่ายกับผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับมุมมองเชิงกลยุทธ์และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในองค์กร   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE



วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบูรณาการการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการ แก้ไขปัญหาไฟป่า และสาธารณภัยด้านต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารให้มีความพร้อมรองรับการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมี ผู้แทนจากกองทัพอากาศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/01 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.