Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 9 ธ.ค. 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2569 พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยก่อนพิธีเปิดงาน นายไชยชนก และคณะได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร   นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอี โดย ปณท ได้ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค – บริโภคราคาถูกให้กับพี่น้องประชาชน โดยจัดจำหน่ายผ่านที่ทำการ ปณท ทั่วประเทศ ในทุกวันช่วงเวลาทำการ เพื่อช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของประชาชน    ขณะเดียวกันนายไชยชนก ยังได้พบปะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดยโสธร รวมทั้งกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งได้มีการจัดทำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัดยโสธร โดยกล่าวว่ากระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนในการพัฒนาแพลตฟอร์มทางด้านธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน สินค้าชุมชน และพร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการส่งเสริมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน  

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,409 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,415 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,406 ข้อความ และช่องทาง Line Official 9 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 48 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 25 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 6 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง รพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา ออกจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจาก สปสช. เบิกจ่ายล่าช้า อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง 7 กลุ่มเสี่ยงจองคิวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ผ่านแอปเป๋าตัง เริ่ม 1 พ.ค. - 31 ส.ค. 69 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง TTB ร่วมกับ BAAC เปิดสินเชื่อกู้ได้ทุกอาชีพ ผ่าน TikTok : user8786541580028 อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กฎใหม่สนามบินปี 2026 ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ต้องใช้บัตรประชาชนแบบเรียลไอดียืนยันตัวตนเท่านั้น อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง (8 พ.ค.69) กองทัพไทยยิงขู่ ทหารกัมพูชาขยับเข้ามาประชิดห่างเพียง 20 เมตร ที่ตาเมือนธม อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิด 5 หลักสูตรให้เรียนฟรี SET e-Learning สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน เรื่อง "รพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา ออกจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจาก สปสช. เบิกจ่ายล่าช้า" กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น "ข่าวบิดเบือน" โดยโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งไม่ได้ออกจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั้งหมด แต่เป็นการยุติสถานะ "หน่วยบริการประจำ" และ "หน่วยบริการปฐมภูมิ" เท่านั้น แต่ยังคงเป็น "หน่วยบริการรับส่งต่อ" ในระบบบัตรทอง ทั้งนี้ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้จัดหน่วยบริการรองรับผู้มีสิทธิเดิมแล้ว โดยผู้มีสิทธิของ รพ.มิตรประชา จะโอนย้ายไปยัง รพ.พระมงคลเทพมุนี และมี รพ.ราชพิพัฒน์ เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ส่วนผู้มีสิทธิของ รพ.บางนา 1 จะโอนย้ายไปยัง รพ.กล้วยน้ำไท 3 โดยประชาชนยังไม่จำเป็นต้องรีบย้ายสิทธิด้วยตนเอง และทั้ง 2 โรงพยาบาลยังให้บริการผู้มีสิทธิตามปกติจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ด้านประเด็นการจ่ายเงิน สปสช. ยืนยันว่าไม่ได้จ่ายเงินล่าช้าตามที่กล่าวอ้าง โดยมีระบบจ่ายเงินหลายรูปแบบ ทั้งจ่ายล่วงหน้าแบบเหมาจ่ายรายหัว และจ่ายตามผลงานบริการจริง พร้อมรอบประมวลผล ตรวจสอบ และโอนเงินตามหลักเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------

ประกาศการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคล ของ สป.ดศ. ปี 69

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,397 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 8,714 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 8,713 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 24 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 11 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่องได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในตัวค้างคาวไทย   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ยกระดับความเข้มงวด 31 จังหวัดชายแดนใช้ 4 มาตรการสกัดสินค้าเถื่อน-ยาเสพติด   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดรับทำใบขับขี่ทุกชนิด ผ่าน TikTok .100031309   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กฎหมายใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC อนุญาตให้สร้างกาสิโนและเช่าซื้อที่ดินได้ 99 ปี   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ลักษณะของลิ้น (สีลิ้น ฝ้าลิ้น รอยแตก รอยฟัน) สามารถใช้วินิจฉัยโรคของอวัยวะภายในได้   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไทยยกเลิก MOU44 เพื่อเบี่ยงเบนการเจรจาทวิภาคี   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเพจเฟซบุ๊กรับสมัครคนแพ็กถุงกระดาษ ทำงานที่บ้าน   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในตัวค้างคาวไทย” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยจากที่มีการพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวในประเทศไทย ซึ่งเป็นการค้นพบจากระบบเฝ้าระวังโรคในสัตว์ป่าตามแนวคิด One Health ซึ่งเป็นการติดตาม ป้องกัน และควบคุมโรคระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม   ทั้งนี้ปัจจุบันยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ และจากการศึกษาพบว่าเชื้อดังกล่าวมีศักยภาพในการก่อโรคและการแพร่กระจายต่ำกว่าเชื้อ COVID-19 นอกจากนี้ วัคซีนป้องกัน COVID-19 ยังคงมีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของโรค จึงประเมินได้ว่าความเสี่ยงของการแพร่ระบาดยังอยู่ในระดับต่ำ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 HD

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)

รมว.ดีอี เปิดเวที "เดลินิวส์ ทอล์ก 2026" พร้อมปาฐกถาพิเศษ "เมื่อ AI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ…แล้วไทยจะยืนตรงไหน?"   วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน เดลินิวส์ ทอล์ก 2026 เวทีเสวนาเศรษฐกิจ ภายใต้หัวข้อ “Aidisruption: เมื่อ AI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ” ต้องปรับตัวอย่างไร พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “เมื่อAI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ…แล้วไทยจะยืนตรงไหน?” ร่วมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี โดยมีผู้บริหาร นสพ.เดลินิวส์ และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #รมวไชยชนก

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน “เดลินิวส์ ทอล์ก 2026” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เมื่อ AI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ... แล้วไทยจะยืนตรงไหน?”  โดยมีนายพชร อนัตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ    นายไชยชนก กล่าวว่า  AI มีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันและอนาคต เพราะ "AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นกติกาใหม่ของโลก" ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การทำงาน การศึกษาและการเรียนรู้ใหม่ รวมทั้งความเท่าเทียม จริยธรรมและสังคม ดังนั้นเราต้องสามารถกำหนดทิศทางของ AI ได้ เพื่อจะตอบคำถามว่า “เมื่อ AI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ... แล้วไทยจะยืน ตรงไหน?”   ที่ผ่านมาในอดีต โลกแข่งขันกันด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมาจึงแข่งกันด้วยแรงงาน กำลังการผลิต แต่ในโลกปัจจุบัน และโลกนับจากนี้ไป ประเทศต่างๆ จะแข่งขันกันด้วยประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) เพราะฉะนั้นประเทศใดที่สามารถทำให้ประชาชน แรงงาน ธุรกิจ และภาครัฐ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมด้วยต้นทุนที่เท่าเดิมหรือน้อยลง ประเทศนั้นๆ จะเติบโตได้เร็วกว่า มีรายได้สูงกว่า และมีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าในระยะยาวและยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการสร้าง Productivity คือ AI    ทั้งนี้รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ที่มีการระบุชัดเจนว่าดิจิทัลและ AI คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และทุกกระทรวงจะเดินไปด้วยแผนเดียวกันเพื่อนำพาประเทศพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ประเทศไทยกำลังจะมีแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ”แผน AI ชาติ”  แผนนี้ไม่ใช่สร้างเพียงแค่เทคโนโลยีร่วมกัน แต่จะมีการสร้างฐานข้อมูลแหล่งเดียวกัน ที่ทุกกระทรวงเชื่อถือและนำไปใช้ได้ เพื่อให้การตัดสินใจในแนวทางที่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ประชาชนและภาคเอกชน ยังสามารถนำข้อมูลเดียวกันไปใช้ได้    ดังนั้นหน้าที่ของรัฐบาลคือต้องมีความรวดเร็วที่จะปรับเปลี่ยนนโยบาย กฎระเบียบ และการบริการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคและสังคมที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนใช้ AI ให้เกิดประโยชน์และต่อยอดได้ เพราะประเทศไทยอยู่ในจุดเปลี่ยนทางประชากรที่สำคัญที่สุด เด็กเกิดใหม่ลดลง และไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ ระบบการจัดการทุกอย่างจะเปลี่ยน ตั้งแต่งบประมาณ ระบบสาธารณสุข ระบบบำนาญ ไปจนถึงรูปแบบการทำงานของคนทั้งประเทศ   “คน Gen Y และ Gen Z จะต้องเผชิญกับการมี AI เป็นเพื่อนร่วมงาน AI จะเป็นผู้ช่วยที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากว่าเราทำเรื่อง AI ไม่สำเร็จเราจะสูญเสียคนรุ่นนี้ไป โดยไม่ใช่แค่การสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจ แต่เราจะสูญเสียพวกเขาในการพัฒนาประสบการณ์ และความสามารถของตนเอง พวกเขาจะสรุปว่าประเทศนี้ไม่มีอะไรเหลือให้เขาแล้ว และคนรุ่นที่หมดศรัทธาในอนาคตของตัวเอง นี่คือโศกนาฏกรรมที่ตัวเลข GDP ใดๆ ก็ซ่อมไม่ได้ ดังนั้นในฐานะ รมว.ดีอี ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งทุกคนไว้กับตลาดแรงงาน แต่รัฐบาลมีแผนสำหรับทุกคนให้ได้ไปต่อและเติบโตไปด้วยกัน" นายไชยชนก กล่าว   ------------------------------------------------------------------------

ดีอี ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT HD   วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 และในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT HD   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #รมวไชยชนก

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะทำงาน APEC ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ ครั้งที่ 72 (The 72nd APEC Telecommunications and Information Working Group: TELWG) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน   สำหรับการประชุม APEC TELWG มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ และการพัฒนาดิจิทัลระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก APEC ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ โดยการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีด้านเทคโนโลยีดิจิทัลกับสมาชิก APEC   ในการนี้ รองปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ร่วมนำเสนอนโยบายและการดำเนินงานสำคัญของไทย อาทิ นโยบาย Cloud First Policy โครงการ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) แผน National AI Strategy and Action Plan การดำเนินงานของศูนย์ AOC ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนา Digital ID และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งสะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยด้านความร่วมมือดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก  


ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการกลั่นกรอง กำหนดวัน เวลา และสถานที่การทดสอบสมรรถนะทางการบริหารสำหรับ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ และกำหนดวัน เวลา และวิธีการเข้ารับการสัมภาษณ์/แสดงวิสัยทัศน์ เพื่อขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรอง สำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น กลุ่มตำแหน่งอำนวยการทั่วไป ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,395 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,100 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,099 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขุดคูดักรถถัง หลังไทยสร้างกำแพงชายแดน   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาติดหนี้ไทยอยู่เกือบ 2,000 ล้านบาท จากโครงการที่รัฐบาลอนุมัติสืบต่อกันมา   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กรมสรรพากร ส่งแบบยืนยันการขอคืนเงินภาษี ผ่านอีเมล rochouzelde6gdp@outlook.com   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง กรมศิลป์ฯ เตรียมสำรวจปราสาทแนวชายแดนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน บูรณะปราสาทตาควาย   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ป่าต้นน้ำแม่ทะลบ จ. เชียงใหม่ ถูกนายทุนบุกรุกถางป่า   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดปัตตานี เปิดรับสมัครพนักงานราชการหลายตำแหน่ง   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ร่วมบริจาคทุนการศึกษา โครงการกองทุนผลิตแพทย์เพื่อสังคม และค่ายยุวชนเตรียมแพทย์อาสา 9 คณะแพทย์   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “กัมพูชาขุดคูดักรถถัง หลังไทยสร้างกำแพงชายแดน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากหน่วยงานได้ทำการตรวจสอบประเด็นข้างต้นแล้วพบว่า เป็นการนำภาพข่าวเก่ามาประกอบและนำข้อมูลที่หน่วยงานเคยชี้แจงแล้ว มาสร้างหรือบิดเบือนเป็นเรื่องใหม่ เพื่อทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงและสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ร่วมด้วยคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล    ทั้งนี้ นายไชยชนก ได้มอบหมายบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายของรัฐบาล ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนเครือข่ายรถพุ่มพวงกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ประชาชน โดยจะเริ่มกระจายส่งมอบสินค้าให้แก่รถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมระบบบริหารสินค้าและสต็อก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,898 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,929 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,927 ข้อความ และช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่องได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ตลอดทั้งปี 2569 อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง สคบ. เตือนกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิยี่ห้อดัง ถูกสั่งระงับขายให้หยุดใช้งานทันที อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง หอยจากแม่น้ำสาละวิน ตรวจพบสารหนู-ตะกั่วสูงเกินค่ามาตรฐาน อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง โรงพยาบาลฟูด้ากวางโจว เปิดให้คนไทยรักษาโรคมะเร็งฟรี อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรมชลประทาน ใช้น้ำมันขุดลอกคลองชะอวด 1.3 ล้านลิตร เรือขุดแค่ 2 ลำ กว่า 43 ล้านบาท อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ครบวงจร ผ่าน TikTok ชื่อ naruemonnonsiri1 อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง neurolife แก้ไขออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้า โดยนักประสาทวิทยา สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ตลอดทั้งปี 2569” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากมีแรงงานไทยที่ไปทำงานในภาคภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ซึ่งเป็นการจัดส่งผ่านบันทึกความเข้าใจ MOU (วีซ่า E-8) ด้านการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรหรือประมงตามฤดูกาล จากพื้นที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บางส่วนหลบหนีนายจ้างส่งผลให้ทางการสาธารณรัฐเกาหลีดำเนินมาตรการขึ้นบัญชี (Blacklist) แรงงานที่กระทำผิด และมีการตัดสิทธิการนำเข้าแรงงานไทยทั้ง 4 จังหวัดเป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษารายละเอียดการสมัครกำหนดการและวิธีการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือ Facebook : กองบริหารแรงงานไทยไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ทางโทรศัพท์หมายเลข 02-245-6708 หรือสายด่วน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.