Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะทำงาน APEC ด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ ครั้งที่ 72 (The 72nd APEC Telecommunications and Information Working Group: TELWG) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน   สำหรับการประชุม APEC TELWG มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านโทรคมนาคม สารสนเทศ และการพัฒนาดิจิทัลระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก APEC ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ โดยการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีด้านเทคโนโลยีดิจิทัลกับสมาชิก APEC   ในการนี้ รองปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ร่วมนำเสนอนโยบายและการดำเนินงานสำคัญของไทย อาทิ นโยบาย Cloud First Policy โครงการ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) แผน National AI Strategy and Action Plan การดำเนินงานของศูนย์ AOC ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนา Digital ID และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งสะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยด้านความร่วมมือดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก  


ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการกลั่นกรอง กำหนดวัน เวลา และสถานที่การทดสอบสมรรถนะทางการบริหารสำหรับ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ และกำหนดวัน เวลา และวิธีการเข้ารับการสัมภาษณ์/แสดงวิสัยทัศน์ เพื่อขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรอง สำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น กลุ่มตำแหน่งอำนวยการทั่วไป ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,395 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,100 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,099 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขุดคูดักรถถัง หลังไทยสร้างกำแพงชายแดน   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาติดหนี้ไทยอยู่เกือบ 2,000 ล้านบาท จากโครงการที่รัฐบาลอนุมัติสืบต่อกันมา   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กรมสรรพากร ส่งแบบยืนยันการขอคืนเงินภาษี ผ่านอีเมล rochouzelde6gdp@outlook.com   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง กรมศิลป์ฯ เตรียมสำรวจปราสาทแนวชายแดนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน บูรณะปราสาทตาควาย   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ป่าต้นน้ำแม่ทะลบ จ. เชียงใหม่ ถูกนายทุนบุกรุกถางป่า   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดปัตตานี เปิดรับสมัครพนักงานราชการหลายตำแหน่ง   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ร่วมบริจาคทุนการศึกษา โครงการกองทุนผลิตแพทย์เพื่อสังคม และค่ายยุวชนเตรียมแพทย์อาสา 9 คณะแพทย์   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “กัมพูชาขุดคูดักรถถัง หลังไทยสร้างกำแพงชายแดน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากหน่วยงานได้ทำการตรวจสอบประเด็นข้างต้นแล้วพบว่า เป็นการนำภาพข่าวเก่ามาประกอบและนำข้อมูลที่หน่วยงานเคยชี้แจงแล้ว มาสร้างหรือบิดเบือนเป็นเรื่องใหม่ เพื่อทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงและสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ร่วมด้วยคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล    ทั้งนี้ นายไชยชนก ได้มอบหมายบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายของรัฐบาล ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนเครือข่ายรถพุ่มพวงกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ประชาชน โดยจะเริ่มกระจายส่งมอบสินค้าให้แก่รถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมระบบบริหารสินค้าและสต็อก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,898 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,929 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,927 ข้อความ และช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่องได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ตลอดทั้งปี 2569 อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง สคบ. เตือนกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิยี่ห้อดัง ถูกสั่งระงับขายให้หยุดใช้งานทันที อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง หอยจากแม่น้ำสาละวิน ตรวจพบสารหนู-ตะกั่วสูงเกินค่ามาตรฐาน อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง โรงพยาบาลฟูด้ากวางโจว เปิดให้คนไทยรักษาโรคมะเร็งฟรี อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรมชลประทาน ใช้น้ำมันขุดลอกคลองชะอวด 1.3 ล้านลิตร เรือขุดแค่ 2 ลำ กว่า 43 ล้านบาท อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ครบวงจร ผ่าน TikTok ชื่อ naruemonnonsiri1 อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง neurolife แก้ไขออทิสติก สมาธิสั้น พัฒนาการช้า โดยนักประสาทวิทยา สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ตลอดทั้งปี 2569” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากมีแรงงานไทยที่ไปทำงานในภาคภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ซึ่งเป็นการจัดส่งผ่านบันทึกความเข้าใจ MOU (วีซ่า E-8) ด้านการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรหรือประมงตามฤดูกาล จากพื้นที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บางส่วนหลบหนีนายจ้างส่งผลให้ทางการสาธารณรัฐเกาหลีดำเนินมาตรการขึ้นบัญชี (Blacklist) แรงงานที่กระทำผิด และมีการตัดสิทธิการนำเข้าแรงงานไทยทั้ง 4 จังหวัดเป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษารายละเอียดการสมัครกำหนดการและวิธีการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือ Facebook : กองบริหารแรงงานไทยไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ทางโทรศัพท์หมายเลข 02-245-6708 หรือสายด่วน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.