Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,247 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 10,463 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 10,462 ข้อความ และช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 5 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่องได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง คลิปเสียงนายกฯ สั่งการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ภายในต้นเดือนมิ.ย.   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ลงทะเบียนสินเชื่อออมสิน วงเงิน 50,000 บาท กู้ได้ทุกอาชีพ ผ่าน TikTok user1131756838807   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พบการระบาดไวรัสฮันตาในไทย   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรมทางหลวงชนบท เตรียมเปลี่ยนหลอดไฟถนนเป็น LED กว่า 800,000 ดวง ดวงละ 10,000 บาท   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ร่วมกับ TTB เปิดมาตรการช่วยเหลือเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อเกษตรกร ผ่อนสูงสุด 60 เดือน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ครีมกันแดดเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง กยศ. ขยายเวลารับสมัครกิจกรรมเชิดชูคนดี ประจำปี 2569 ถึง 30 มิ.ย. 69   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “คลิปเสียงนายกฯ สั่งการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ภายในต้นเดือนมิ.ย.” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากคลิปดังกล่าวถูกสร้างและตัดต่อโดย Ai ปัจจุบันยังไม่มีการหารือ หรือประกาศเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา แต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,295 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,759 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,748 ข้อความ และช่องทาง Line Official 11 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 11 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 3 เรื่องได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ปี 2569 อนุมัติเพิ่มวันหยุดราชการพิเศษใหม่ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. จำนวน 2 วัน อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐบาลต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คน ที่ยังอยู่นอกระบบ อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขอทองคำคืน หลังไทยขุดพบโบราณวัตถุมูลค่ามหาศาลใน จ.นครราชสีมา อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พิษที่มาจากการบูดเน่าของอาหารในลำไส้ จะกระตุ้นให้อาการแพนิคกำเริบ อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง อาบน้ำแค่ 3 นาทีก็เพียงพอ ไม่ต้องอาบนานถึง 30 นาที อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาแอบจดทะเบียน MoU 2001 กับ UN เพื่อให้มีการรับรองเส้นเขตแดน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดบัญชี TikTok aomsin_thai1 ปล่อยสินเชื่อให้กู้ อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง เหตุการณ์นักการเมืองโต้แย้งกับ ประธาน ปตท. ในรายการดัง สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “ปี 2569 อนุมัติเพิ่มวันหยุดราชการพิเศษใหม่ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. จำนวน 2 วัน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ เพจทางการสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยกรณีที่มีการแชร์ข่าวระบุถึง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเสนอ ครม. ให้กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งกำหนดให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษและจะส่งผลให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม 2569 นั้น พบว่าข่าวดังกล่าว "ไม่เป็นความจริง" ปัจจุบันยังไม่มีการหารือ หรือประกาศวันหยุดยาว แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฯ โดยมีคณะรัฐมนตรีและตัวแทนผู้ประกอบการจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล    สำหรับการประชุมดังกล่าว รัฐบาลได้จัดงานขึ้นเพื่อเปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทนผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานและสนับสนุนการประกอบธุรกิจทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อผู้ประกอบการ ประชาชน เป็นการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีศักยภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน  

ในช่วงที่นักเรียนและนักศึกษาหลายคนกำลังเดินหน้าเตรียมสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจหรือใฝ่ฝันไว้ กลับกลายเป็นจังหวะที่มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางหลอกลวง โดยนำ “ทุนการศึกษา” และ “ทุนเรียนต่อต่างประเทศ” มาแอบอ้าง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกให้เหยื่อโอนเงินล่วงหน้า จนมีผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว แล้วจะสังเกตได้อย่างไรว่าเป็น “ทุนจริง” หรือ “ทุนปลอม” ก่อนความฝันจะกลายเป็นฝันร้าย มาดูวิธีสังเกตและแนวทางป้องกันกันก่อนตกเป็นเหยื่อรายต่อไป กลโกง “ทุนการศึกษา” ที่กำลังระบาดมิจฉาชีพมักพุ่งเป้าไปที่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ปกครอง โดยใช้วิธีโทรศัพท์ หรือทักผ่าน LINE / โซเชียลมีเดีย พร้อมอ้างว่า• อ้างว่าได้รับสิทธิ โทรมาแจ้งว่าคุณได้รับทุนการศึกษา หรือมีโครงการช่วยเหลือจากรัฐ/เอกชน• สร้างความน่าเชื่อถือ แอบอ้างชื่อหน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ หรือมูลนิธิที่น่าเชื่อถือ• เรียกเก็บค่าธรรมเนียม จะบอกว่าต้องโอนเงิน "ค่าลงทะเบียน" "ค่าดำเนินการ" หรือ "ค่าประกัน" ก่อนจึงจะรับทุนได้• จุดสังเกตสำคัญ ทุนการศึกษาของจริง จะไม่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเด็ดขาด ! จากนั้นจะเร่งให้ผู้เสียหายโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็น• ค่าลงทะเบียน• ค่าดำเนินการ• ค่าขอวีซ่า• ค่าเอกสาร• ค่าประกัน หรือเงินสำหรับทำ Statement แอบอ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอีกหนึ่งรูปแบบที่พบมาก คือมิจฉาชีพนำชื่อ ตำแหน่ง และรูปภาพของอาจารย์จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย ไปสร้างโปรไฟล์ปลอมใน LINE หรือโซเชียลมีเดีย เพื่อหลอกนักศึกษาให้เชื่อว่าเป็นอาจารย์จริงเมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะชักชวนเข้าร่วม “โครงการทุน” หรือ “โครงการดูงานต่างประเทศ” ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว หลอกวิดีโอคอล ข่มขู่เรียกเงินเพิ่มบางกรณีรุนแรงถึงขั้นหลอกนักศึกษาหญิงให้วิดีโอคอลและถอดเสื้อผ้า โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอน “ตรวจรอยสัก” เพื่อพิจารณาทุน ก่อนแอบอัดคลิปไว้ใช้ข่มขู่เรียกเงินเพิ่มในภายหลัง วิธีสังเกตว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ• ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว• เร่งให้ตัดสินใจหรือโอนเงินทันที• ติดต่อผ่านบัญชี LINE หรือโซเชียลมีเดียที่เพิ่งสร้าง• ขอข้อมูลส่วนตัว หรือให้ทำสิ่งไม่เหมาะสมผ่านวิดีโอคอล• ไม่สามารถตรวจสอบโครงการกับมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานได้ วิธีป้องกันและรับมือหากสงสัยว่ากำลังถูกหลอก หรือเผลอโอนเงินไปแล้ว ควรรีบดำเนินการดังนี้1. หยุดโอนเงินทันที ไม่ว่ามิจฉาชีพจะขู่หรืออ้างเหตุผลใด ห้ามโอนเพิ่มเด็ดขาด2. ติดต่อสายด่วน 1441 แจ้งเหตุไปยังศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำแนะนำและช่วยระงับบัญชีมิจฉาชีพทันที3. แจ้งความออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ Thaipoliceonline.com เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย จำไว้เสมอ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขอเตือนประชาชนว่า หน่วยงานที่ให้ทุนจริง หรือสถาบันที่ถูกกฎหมาย จะไม่ขอให้คุณโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวก่อนรับทุนอย่างแน่นอน --------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,267 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,091 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,086 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 4 ข้อความ และ Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 35 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 19 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 3 เรื่องได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง รับแสงแดดวันละ 20-30 นาที ได้วิตามินดีเสริมภูมิ ช่วยลดความดันสูง ลดภาวะแพนิค ลดซึมเศร้า อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง เปิดให้ยื่นขออนุญาตครอบครอง “วาฬหลังค่อม–วาฬเบลนวิลล์–โลมาริสโซ” ภายใน 23 ก.ค. 69 อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง นายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ลงนามคู่สัญญาซื้อข้าวโพดจากสหรัฐฯ 1 ล้านตัน ส่งผลกระทบชาวไร่ไทยอย่างหนัก อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง ไทยประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพิ่มเติม รวมถึง ปราสาทตาเมือน-ตาควาย อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง พิธีแรกนาขวัญ เป็นพิธีโบราณของกัมพูชาแต่เพียงประเทศเดียว อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยทำผิดกฎ ขึ้นทะเบียนโบราณสถานหลายแห่งตามแนวชายแดน โดยไม่แจ้งให้กัมพูชาทราบอันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เสียงคล้ายระเบิดในพื้นที่ห้วยตามาเรีย เกิดจากฝ่ายตรงข้ามยิง M79 ใส่ฐานฯ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน เรื่อง “รับแสงแดดวันละ 20-30 นาที ได้วิตามินดีเสริมภูมิ ช่วยลดความดันสูง ลดภาวะแพนิค ลดซึมเศร้า” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” เนื่องจากการได้รับแสงแดดช่วยให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีได้จริง ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน กระดูก และกล้ามเนื้อ แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมนั้นไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสีผิว ช่วงเวลา และสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ การกำหนดเวลาที่แน่นอนจึงอาจไม่ถูกต้องสำหรับทุกคน ในส่วนประเด็นการลดความดันโลหิตและภาวะซึมเศร้านั้น แสงแดดอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนด้านอารมณ์และช่วยขยายหลอดเลือดได้ชั่วคราว เป็นเพียงปัจจัยสนับสนุน ไม่ใช่การรักษาหลัก อาจจะช่วยสนับสนุนสุขภาพอารมณ์ และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะใช้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนเตรียมพร้อมทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 02/03 ชั้น 3 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน บริษัทผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม สมาคมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสื่อสาร รวมจำนวนทั้งสิ้น 39 ท่าน อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงาน กสทช. กรมการสรรพกำลังกลาโหม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ เป็นต้น ประเด็นหารือและพิจารณาในวันนี้ คือ การถอดบทเรียนการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปี 2568 ประเด็น “การบริหารจัดการทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร” โดยผู้แทนคณะทำงานของแต่ละ หน่วยงานได้ให้ความเห็นข้อเสนอแนะเพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และพิจารณากรอบการปรับปรุงแผนเตรียมพร้อมฯ ดังกล่าว และมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำร่างแผนเตรียมพร้อมทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยที่ประชุมเห็นชอบให้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในคณะทำงานจัดทำแผนเตรียม ความพร้อมฯ (คณะใหญ่) มาใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำร่างแผนเตรียมความพร้อมฯ เพื่อเสนอคณะทำงานจัดทำแผนเตรียมความพร้อมฯ (คณะใหญ่) ต่อไป

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี หารือความร่วมมือกับ กระทรวงกลาโหม นำโดย พล.ต.บวร วงษ์แสงจันทร์ รองเจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหมพร้อมคณะ ในส่วนของโครงการพัฒนาและเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลความปลอดภัยสูง เพื่อสนับสนุนการตกลงใจทางทหาร (ระยะที่ 1) โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,209 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,586 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,586 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 11 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทอง รับยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด (IMCRANIB 100) ได้ฟรี   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง เส้นขีดแนวตั้งบนเล็บ ใช้บ่งบอกได้ว่ามีปรสิตสีขาวอยู่ในร่างกาย   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กรมควบคุมโรค กำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตราย   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง คนไทยอีกกว่า 40 คน ยังติดคุกอยู่ที่กัมพูชา   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง 4 เดือนที่ผ่านมา พบชาวอิสราเอลแห่เข้าไทยพุ่งเป็นอันดับ 3 รองจากรัสเซีย - อินเดีย   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ธปท. ต่ออายุมาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี สิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. 70   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยสร้างหลักฐานปลอม เพื่อครอบครองปราสาทตาควาย   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทอง รับยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด (IMCRANIB 100) ได้ฟรี” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยสปสช. ได้รับพระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” จำนวน 690,000 เม็ด จาก ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัย จำเป็น และเท่าเทียม   ทั้งนี้ยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” เป็นยามะเร็งมุ่งเป้าตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตและการกระจายยาตามมาตรฐานสากล ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 และได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีนวัตกรรมไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส ซึ่งมีบทบาทในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด และเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย ภายใต้ข้อบ่งใช้และดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานตรวจเยี่ยม พร้อมหารือการดำเนินงานของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหาร NT และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานแจ้งวัฒนะ   สำหรับการหารือดังกล่าว นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้มอบแนวทางการดำเนินงานให้ NT ยกระดับการบริหารงานองค์กร ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการให้บริการดิจิทัลในหน่วยงานภาครัฐ พร้อมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

รมช.ดีอี หารือ ปณท ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs – OTOP หนุนสินค้าชุมชนสูระดับสากล   นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานตรวจเยี่ยม พร้อมหารือการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท. โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหาร NT และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมภาณุพันธุวงศ์ ชั้น 2 อาคารภาณุรังษีไปรษณียาคาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด   สำหรับการหารือดังกล่าว นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้มอบแนวทางการดำเนินงานให้ ปณท  ยกระดับการใช้งานแพลตฟอร์ม ThailandPostMart พร้อมกับบูรณาการทำงานร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs – OTOP ผลักดันส่งเสริมการขายสินค้าชุมชนในระดับสากล พร้อมกับการให้บริการที่มีคุณภาพ รองรับการให้บริการประชาชน    

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,190 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,408 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,408 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง สธ. ปรับเกณฑ์ต่ออายุราชการหลัง 60 ปี เริ่ม 1 ตุลาคม 2569   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง มีพระบรมราชานุญาตให้ออกทุกข์ ในวันที่ 3 - 4 มิ.ย. 69   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กปน.ประกาศใช้ e-Bill เต็มรูปแบบ เริ่ม 1 มิ.ย.69   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. จับมือกับ ทีทีบี ช่วยเหลือประชาชน ให้กู้ 90,000 บาท กู้ได้ทุกอาชีพ   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม กระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา อ้างปราสาทคนาอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง อย. ออกใบสำคัญจดทะเบียนอาหาร ให้กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร VTEAY MAGNESIUM GLYCINATE + ZINC   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยเดือนมีนาคม มีมูลค่าการค้าสูงกว่า 1.7 แสนล้านบาท   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “สธ. ปรับเกณฑ์ต่ออายุราชการหลัง 60 ปี เริ่ม 1 ตุลาคม 2569” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยประกาศจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งยกเลิกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการฉบับเดิม สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และได้รับอนุญาตให้รับราชการต่อ เพื่อปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะตามแนวทางใหม่ของสำนักงาน ก.พ. พร้อมได้ออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลฉบับใหม่ ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อใช้ประเมินผลการปฏิบัติราชการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไป   ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวจะเริ่มใช้ในรอบการประเมินวันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2569 สำหรับการเลื่อนเงินเดือน ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในอนาคต   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 2/2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของกระทรวงฯ โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานยกระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล  ของสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและทบทวนแผนการดำเนินงานด้านการยกระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ( มหาชน) หรือ NT โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหาร NT และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม    นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบหมายให้ตนกำกับดูแลบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ( มหาชน) หรือ NT ซึ่งตนได้หารือการดำเนินงานร่วมกับผู้บริหาร NT ให้รวบรวมโครงการต่างๆที่ทำร่วมกับภาครัฐ โดยเฉพาะการยกระดับการให้บริการด้านดิจิทัลและโทรคมนาคมสำหรับหน่วยงานรัฐ พร้อมสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงของประเทศ เพื่อหารือการบูรณาการทำงานร่วมกัน   ทั้งนี้ในเบื้องต้น ได้มอบหมายให้ NT ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อความมั่นคงของประเทศ ตามที่ทาง NT ได้นำเสนอใน 6 โครงการ คือ  1.โครงการระบบสื่อสารเมื่อเกิดภัยพิบัติ (PSMN) โดยยกระดับการใช้งานคลื่นความถี่ 850 MHz เป็นคลื่นสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือน เฝ้าระวังและบรรเทาสาธารณะภัย   2.โครงการบริการวิทยุสื่อสารทางทะเล (เตรียมส่งมอบโครงการให้กับกรมเจ้าท่าดำเนินการต่อในปี 2571)    3.โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC)    4.นโยบายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (International Traffic Balancing) ผลักดันการเชื่อมต่อระหว่างประเทศให้มีความสมดุลทั้งภาคพื้นดิน และระบบเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาประสิทธิภาพด้านการเชื่อมโยงระบบเคเบิลใต้น้ำ เพื่อรองรับด้านความมั่นคงของประเทศ   5.ยกระดับโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (National Security Zone) โดยเตรียมพัฒนาระบบโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้พบว่าบางเส้นทางจำเป็นต้องดำเนินการซ่อมแซมให้มีใช้งานได้เต็มศักยภาพ   6.การบูรณาการโครงข่าย และสิทธิแห่งทางของหน่วยงานรัฐ โดยการร่วมบูรณาการด้านโครงข่ายร่วมกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หรือการใช้งานทรัพย์สินของรัฐได้ไม่เต็มศักยภาพ   “ NT เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพด้านทรัพยากร บุคลากร และเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นต้องยกระดับการเป็นผู้นำด้านการให้บริการดิจิทัลในหน่วยงานภาครัฐ โดยหากหน่วยงานรัฐต้องการบริการด้านดิจิทัล จะต้องนึกถึง NT เป็นหน่วยงานแรก พร้อมกับการให้บริการด้านดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงได้แก่ประชาชนโดยเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน NT จะต้องเตรียมความพร้อมสร้างระบบสำรองด้านโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เคเบิลใต้น้ำ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ” รมช.ดีอี กล่าว   ---------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.