Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

          22 พฤษภาคม 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางเมธีนี เทพมณี ประธานคณะกรรมการจริยธรรมฯ และกรรมการจริยธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมการประชุมเพื่อร่วมพิจารณาผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมจริยธรรม และขับเคลื่อนมาตรการนวัตกรรมทางสังคมในการเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผ่าน (ร่าง) รายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 6 เดือน ซึ่งผลการประเมินในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการปลูกจิตสำนึก การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการ และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบาย No Gift Policy ที่มีความเข้มงวด ทั้งนี้ คณะกรรมการจริยธรรมฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและขับเคลื่อนกิจกรรมในอีก 6 เดือนข้างหน้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดตามยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ ได้มีการนำเสนอวาระพิเศษเพื่อการปฏิรูปและยกระดับธรรมาภิบาลองค์กร โดยเป็นการนำเสนอแนวคิด “ระบบเครดิตคุณธรรม” (Moral Credit) ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เข้าร่วมนำเสนอและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่คณะกรรมการจริยธรรมฯ             สำหรับแนวคิด “ระบบเครดิตคุณธรรม (Moral Credit)” เป็นเครื่องมือและนวัตกรรมทางสังคมสมัยใหม่ที่นำมาใช้เพื่อรองรับ บันทึก และส่งเสริมพฤติกรรมการทำความดี การอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และการมีจิตสาธารณะของบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากกลไกตั้งรับที่เน้นการควบคุมและบทลงโทษ มาเป็นการขับเคลื่อนเชิงรุกเพื่อสร้างระบบแรงจูงใจที่จะช่วยส่งเสริมให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ยืนหยัดในความถูกต้อง และสร้างความเชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่าการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจะได้รับการมองเห็น ได้รับการเชิดชูเกียรติ และได้รับการคุ้มครองดูแลจากองค์กร ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมฯ ในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำข้อเสนอแนะของที่ประชุม ปรับปรุง (ร่าง) รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รอบ 6 เดือน และนำเสนอระบบเครดิตคุณธรรม” (Moral Credit)  มาใช้ในการขับเคลื่อนคุณธรรม จริยธรรมในหน่วยงาน ทั้งนี้ให้เพื่อนำเสนอปลัดกระทรวงฯ ให้ความเห็นชอบต่อไป

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,870 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 10,217 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 10,216 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 29 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไทยต้องงดใช้พื้นที่เกษตรเหมือนกัมพูชา ในพื้นที่อ้างสิทธิและพื้นที่นอกเส้นแดงอธิปไตยไทย   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กกต. ทำงานแค่ตอนเลือกตั้ง แต่เงินเดือนหลักแสน   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง มหาวิทยาลัยมหิดล ทำคลิปให้อธิการบดีแชร์ความรู้ด้านสุขภาพ   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง EU อนุมัติ Visa Cascade มาตรการใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกคนไทยในการขอวีซ่าเชงเกน   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม ไทยขออิหร่านเปิดทางให้เรือไทยอีก 2 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุสได้สำเร็จ   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวอิสราเอลในไทย สามารถรับทำวีซ่า เอกสาร ให้ชาวอิสราเอลย้ายมาอยู่ถาวรในไทยได้   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวอิสราเอลในไทย สามารถรับทำวีซ่า เอกสาร ให้ชาวอิสราเอลย้ายมาอยู่ถาวรในไทยได้   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน เรื่อง “ไทยต้องงดใช้พื้นที่เกษตรเหมือนกัมพูชา ในพื้นที่อ้างสิทธิและพื้นที่นอกเส้นแดงอธิปไตยไทย” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยจากกรณีที่ชาวบ้านกัมพูชารุกล้ำเข้ามาทำการเกษตรฝ่ายไทย ซึ่งกองกำลังบูรพาได้เจรจาและให้ดำเนินการยุติการทำการเกษตรในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ในส่วนข้อเรียกร้องของฝ่ายกัมพูชาที่ให้ประชาชนไทยยุติการทำเกษตรในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ฝ่ายไทยยืนยันว่าประชาชนไทยสามารถทำการเกษตรในเขตไทยได้   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------------------

รมว.ดีอี ร่วมการประชุมบอร์ดพัฒนารัฐบาลดิจิทัล มุ่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาบริการดิจิทัลภาครัฐ   วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล    ในที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2570 – 2575 ซึ่งเป็นกรอบทิศทางสำคัญในการยกระดับการให้บริการภาครัฐในยุคดิจิทัล มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “รัฐบาลดิจิทัลที่สะดวก มั่นใจ และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน” ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การยกระดับบริการดิจิทัลภาครัฐ การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ   #DE  #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

รมช.ดีอี ร่วมพิธีลงนาม MOU การพัฒนาระบบงานราชทัณฑ์ด้วยดิจิทัล   วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานราชทัณฑ์ โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน ณ ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 1 อาคาร 9 NT สำนักงานแจ้งวัฒนะ   การลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านกรมราชทัณฑ์สู่การทำงานรูปแบบดิจิทัล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญต้องตอบโจทย์การทำงานได้จริง ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ในการบริหารงานราชทัณฑ์ที่ต้องดูแลคนจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม่นยำ และถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล   #DE  #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รมว.ดีอี หารือ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ด้านความร่วมมือเทคโนโลยีการจัดการภัยพิบัติ   วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมร่วมหารือในประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการภัยพิบัติ แนวปฏิบัติเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ และความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และผู้ที่เกี่ยวของเข้าร่วม ณ ห้องรับรอง ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #DE  #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ร่วมหารือเรื่องความเท่าเทียมด้านดิจิทัลและอีสปอร์ต กับหม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ เลขาธิการทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา ศิริวัฒนาพรรณวดี และเลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE นายฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษา และพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน และคณะ เพื่อผลักดันส่งเสริมสร้างความเท่าเทียมด้านดิจิทัลและอีสปอร์ตสำหรับเยาวชน โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,895 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,884 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,882 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 29 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 12 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กรมควบคุมมลพิษเตรียมจัดพิธีสาบานตน ประกาศความโปร่งใส อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง สินเชื่อออมสิน ให้ยืมสูงสุด 1 ล้านบาท รับยอดทันที ติดต่อได้ที่เพจ Lease it Thailand 708 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กฟภ. ยกระดับบริการ ให้ติดต่อไลน์เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ได้โดยตรง อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง กวาดล้าง 5 แอปเงินกู้ออนไลน์ ผิดกฎหมาย แอบอ้างหน่วยงานรัฐ อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง อนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส เปิดลงทะเบียน 25-29 พ.ค. 69 นี้ อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ผ่าน 6 สัปดาห์หลังคลอดแล้ว ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อติดตามการฟื้นตัวอีก อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารไทยได้ลักลอบปักเสาเขตใหม่ รุกล้ำเข้าไปในอธิปไตยของกัมพูชา สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “กรมควบคุมมลพิษเตรียมจัดพิธีสาบานตน ประกาศความโปร่งใส” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันไม่มีการจัดเตรียมหรือประกาศใดในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ใช้หลักความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติงาน ทั้งในการนำเสนอวิชาการ การติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการทดสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ โดยยึดมั่นในการปฏิบัติงานด้วยหลักวิชาการ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินงานขององค์กรมากว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในการส่งต่อ นำจ่าย และการดำเนินงานตามโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” โดยมีผศ.(พิเศษ) ดร. นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ. ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ที่ทำการไปรษณีย์ลำปาง จ.ลำปาง    โดย รมช.ดีอี ได้เน้นย้ำให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระค่าครองชีพ ในการจัดจำหน่าย และกระจายสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาถูก ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเพิ่มบริการการจัดส่งสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านการสั่งซื้อทางออนไลน์บนแพตฟอร์ม “ThailandPostmart” เพิ่มเติม นอกจากการกระจายสินค้าให้กับเครือข่ายรถพุ่มพวง ซึ่งถือเป็นการยกระดับการดำเนินโครงการให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกครัวเรือน  

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในการส่งต่อ นำจ่าย และการดำเนินงานตามโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” โดยมีผศ.(พิเศษ) ดร. นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ที่ทำการไปรษณีย์ลำปาง จ.ลำปาง     นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบหมายให้ตนติดตามการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระค่าครองชีพ ให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ผ่านสาขาของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ซึ่งมีอยู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เข้าถึงประชาชนในทุกครัวเรือน   ทั้งนี้ ปณท มีจุดแข็งที่อยู่เหนือผู้ประกอบการอื่นๆ คือ ความเป็น “แบรนด์ รอยัลตี้” (Brand Loyalty) ที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในบริการนำส่งสินค้าที่มีคุณภาพ ไม่เกิดความเสียหาย หรือตกหล่นระหว่างการขนส่ง นี่คือจุดแข็งของ ปณท สามารถต่อยอดไปสู่การยกระดับบริการ สร้างการรับรู้ถึงการเป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการพัฒนาชุมชนในเรื่องของสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน รวมถึงสินค้า SMEs จากผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์ม ThailandPostmart   ขณะเดียวกัน จากการสำรวจผลดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระค่าครองชีพ พบว่าพื้นที่ซึ่งไม่มีสาขาของผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด จะมีสินค้าจัดจำหน่ายที่ไม่หลากหลาย มีตัวเลือกสินค้าที่จำกัดให้กับประชาชน ดังนั้น ปณท จึงต้องทำหน้าที่เป็นจุดจำหน่ายสินค้าที่มีความหลากหลายในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งประชาชนสามารถสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม “ ThailandPostmart” ซึ่งมีทั้งสินค้าตามโครงการไทยช่วยไทย ของฝาก สินค้า OTOP สินค้าทางการเกษตร (ผลไม้) สินค้าจากผู้ประกอบการ SMEs ด้วยบริการจัดส่งสินค้าถึงบ้านที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกครัวเรือน  ----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,901 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,294 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,284 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 10 ข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 38 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง การล่วงละเมิดทางเพศ เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี เป็นคดีอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง การปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ทำให้ไทยขาดทุนมากกว่า 6,000 ล้านบาท จึงต้องขอเจรจาเปิดด่านชายแดนอีกครั้ง อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง เพิ่มค่าจ้างแรงงานมาตรฐานฝีมือ 4 สาขา ตามทักษะ 550-650 บาท ต่อวัน อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง พบชาวยิวรวมตัว หนาแน่นที่สนามบินสุราษฎร์ธานี อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีรักษา ต่อมลูกหมากอักเสบและอวัยวะเพศอ่อนตัว อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เว็บไซต์เข้าสู่ระบบลงทุนหุ้นของ ก.ล.ต. อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง วีซ่า Thailand Privilege Card ใช้สำหรับอยู่อาศัยในไทยได้หลายสิบปี สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “การล่วงละเมิดทางเพศ เด็กอายุต่ากว่า 13 ปี เป็นคดีอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ถือเป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ เนื่องจากกฎหมายมองว่าเด็กยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ และการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสังคมโดยรวม ด้านอัตราโทษสำหรับผู้กระทำผิดนั้นรุนแรงถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต และไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นคนในครอบครัวหรือไม่ ก็ไม่สามารถยกเว้นโทษได้ โดยตำรวจและอัยการต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุดแม้จะมีการชดใช้ค่าเสียหายแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ภาคเหนือ โดยมีผศ.(พิเศษ) ดร. นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ จุดโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน และ Single Last Mile วัดทรายมูลเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่   สำหรับโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน และ Single Last Mile ของ NT เป็นหนึ่งในภารกิจดูแลและพัฒนาโครงข่ายสื่อสารและบริการดิจิทัลของ NT ในพื้นที่ภาคเหนือ ในการให้บริการโครงข่ายสื่อสารและการจัดระเบียบสายสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และสร้างภูมิทัศน์เมืองที่เป็นระเบียบ สวยงาม และปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว  

วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยมีผศ.(พิเศษ) ดร. นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) พร้อมด้วยผู้บริหาร NT ภาคเหนือ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ จุดโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน และ Single Last Mile วัดทรายมูลเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่   นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของ NT ในพื้นที่ต่างๆ โดยในครั้งนี้ตนได้ตรวจติดตามการยกระดับการให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลในหน่วยงานภาครัฐ และประชาชน ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ที่ได้มีการดำเนินโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน และ Single Last Mile ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจดูแลและพัฒนาโครงข่ายสื่อสารและบริการดิจิทัลของ NT    ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นการยกระดับการให้บริการโครงข่ายสื่อสารและการจัดระเบียบสายสื่อสารของ NT ภาคเหนือ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และสร้างภูมิทัศน์เมืองที่เป็นระเบียบ สวยงาม และปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว บริเวณรอบคูเมือง และชุมชนในพื้นที่คูเมือง จ.เชียงใหม่ จำนวน 8 จุด รองรับความต้องการใช้งานของประชาชนได้จำนวน 7,000 ครัวเรือน    ขณะเดียวกัน NT ภาคเหนือ มีแผนที่ขยายการดำเนินโครงการในพื้นที่หลักของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น ถนนนิมมานเหมินท์ และโซนประตูท่าแพ โดยการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยทำให้โครงข่ายพื้นฐานด้านดิจิทัลสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร ทำให้สะดวก รวดเร็ว ในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบ รวมถึงยกระดับคุณภาพการให้บริการดิจิทัลให้กับประชาชนพื้นที่   “การดำเนินโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน และ Single last Mile ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นต้นแบบการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในระดับภูมิภาค ซึ่งสามารถนำไปบูรณาการใช้ได้กับพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อยกระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างความเท่าเทียมด้านการใช้งานดิจิทัลอย่างยั่งยืนต่อไป” รมช.ดีอี กล่าว ---------------------------------------------------------

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือ พร้อมแถลงข่าวการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณี live สด อนาจาร โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ผศ.(พิเศษ) ดร. นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี และคณะทำงาน หารือร่วมกับ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พันจ่าโท อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายวัฒนา ทองนาค สถิติจังหวัดตรัง และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงดีอีในพื้นที่ ณ โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เพื่อกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office 4 ภายใต้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud service: GDCC) ปูพื้นฐานสู่การยกระดับการเป็น "จังหวัดดิจิทัล"    สำหรับการหารือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการบริหารงานและการบริการประชาชนของหน่วยงานราชการภายในจังหวัดตรัง ด้วยระบบ e-Office 4 เพื่อปรับเปลี่ยนระบบงานสารบรรณ การรับส่งหนังสือราชการ การอนุมัติลงนามอิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) และการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัย และมุ่งสู่การทำงานแบบไร้กระดาษ (Paperless) เพิ่มการให้บริการประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจังหวัดตรังได้ดำเนินงานขับเคลื่อนระบบ e-Office ภายใต้การประสานงานของสำนักงานสถิติจังหวัดตรัง และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จังหวัดตรัง มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการอบรมการสร้างข้อมูลโครงสร้างของหน่วยงานให้แก่ส่วนราชการ อำเภอ สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งานระบบอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,876 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,719 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,718 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็น เรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ปภ. สั่งทุกจังหวัดพร้อมรับมือน้ำท่วม เนื่องจากอาจมีพายุไซโคลนก่อตัวบริเวณทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ธ.กรุงไทย เปิดจุดบริการพิเศษ ก่อนลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส วันที่ 23-24 พ.ค. 69   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ต่างชาติบนเกาะพะงัน และเกาะสมุย มีวีซ่าอยู่ไทยได้นาน 10 ปี เนื่องจากที่ด่านสะเดา จ.สงขลา มี stamp visa อำนวยความสะดวก   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ชาวอิสราเอล อพยพเข้าไทยปีละ 5 หมื่นคน ยึดปาย พะงัน และนราธิวาส ผ่านนอมินี ยึดที่ดินทำศาสนสถาน   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ทหารไทยตกลงกับทหารกัมพูชา สั่งให้ชาวไทยหยุดทำนาในพื้นที่บ้านหนองจาน เพื่อรอการประชุม JBC   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดให้กู้สินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok gsbbapan_2   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กฟภ. เปิดช่องทางไลน์ในชื่อ การไฟฟ้า ฝ่ายธุรการ   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ปภ. สั่งทุกจังหวัดพร้อมรับมือน้ำท่วม เนื่องจากอาจมีพายุไซโคลนก่อตัวบริเวณทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ซึ่ง ปภ. ได้สั่งการทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2569 หลังติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า อาจมีพายุไซโคลนก่อตัวบริเวณทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล ส่งผลให้หลายพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง   ทั้งนี้ การแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมล่วงหน้า ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดพายุไซโคลนเข้าไทยโดยตรง แต่ได้มีการกำชับให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์ เตรียมแผนเผชิญเหตุ เครื่องจักร อุปกรณ์ จุดอพยพ และระบบแจ้งเตือนประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามการแจ้งเตือนผ่านแอป THAI DISASTER ALERT หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.