Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 149 รูป ถวายพระราชกุศล และร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม ณ บริเวณท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 149 รูป ถวายพระราชกุศล และร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บริเวณท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,822 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,980 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,979 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 20 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ด่านปิดมา 1 ปี แต่ยังพบชาวกัมพูชาสัญจรไปมา-อาศัยในพื้นที่ คลองลึก โรงเกลือ จ.สระแก้ว อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง MRT เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่มวันที่ 1 มิ.ย. 69 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ทางการไทยและกัมพูชามีมาตรการผ่อนปรนให้เปิดด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ให้เด็กมาเรียน อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดรับแรงงานประเทศออสเตรเลีย สัญญาจ้าง 3 ปี ภายใต้กระทรวงแรงงาน ผ่านเพจ ชื่อ นุ่น แล้วไง อันดับที่ 5 ข่าวปลอม ชาเขียว ใช้ช่วยลดผมร่วงได้ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งให้ทุนการศึกษาเด็กกัมพูชา 800 ล้านบาท อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หญิงวัยทอง อ้วน และมีรอบเอวเกินกว่า 32 นิ้ว เสี่ยงป่วย 5 มะเร็งร้ายแรง สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ด่านปิดมา 1 ปี แต่ยังพบชาวกัมพูชาสัญจรไปมา-อาศัยในพื้นที่ คลองลึก โรงเกลือ จ.สระแก้ว” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้ออกหนังสือกำชับการปฏิบัติในการงดการเดินทางผ่านเข้า-ออกชายแดนไทย-กัมพูชาของบุคคลและยานพาหนะ และจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าทุกกรณี อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้มีการบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนต่างด้าวที่ลักลอบข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมาย โดยจากการตรวจสอบในส่วนของ สตม. ไม่พบชาวกัมพูชาลักลอบข้ามชายแดนไทย-กัมพูชาไปมา และลักลอบอาศัยในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วตามที่ข่าวกล่าวอ้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 20.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาว แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธี ณ ท้องสนามหลวง

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับพร้อมร่วมหารือกับ คณะผู้แทนฝรั่งเศส นำโดยนายฟรองซัวส์ กอร์แบง (Mr. François Corbin) ผู้แทนพิเศษของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศ ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศอาเซียน และรองประธานสมาคมนายจ้างฝรั่งเศสในต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนฝรั่งเศส พร้อมกับผู้แทนภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   โดยการประชุมในครั้งนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย-ฝรั่งเศส และความเป็นไปได้ถึงการเปิดตลาดใหม่ และขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลของบริษัทฝรั่งเศสในไทย รวมถึงความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ พลังงาน ความมั่นคงทางไซเบอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีควอนตัมมาประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมกับการสร้างธรรมาภิบาลต่อการนำเทคโนโลยีควอนตัมมาใช้ พร้อมทั้งการใช้ทรัพยากรและพลังงานต่อ Data Centre อย่างยั่งยืน โดยมีผู้แทนจากสำนักปลัดกระทรวงฯ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเข้าร่วมการหารือดังกล่าว  

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,658 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,733 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,728 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เพิ่มวันหยุดราชการพิเศษ วันที่ 16 ต.ค. 69 เฉพาะในพื้นที่ กทม.   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง มันแกวมีวิตามินสูงกว่าแอปเปิล 400 เท่า   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ซุปกระดูกเป็นสุดยอดอาหารฟื้นฟูร่างกาย   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรีห่างกทม. 200 กม. สะสมพลัง 100 ปี พร้อมปล่อยพลัง 7.0 ริกเตอร์   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาขุดพลอยในดินไทยจนคลองเปลี่ยนเส้นทาง   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ใช้ไทยช่วยไทยพลัส ชำระค่าโดยสาร รถไฟฟ้า BTS ได้   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไทยพบยอดติดเชื้อโควิด เดือนพฤษภาคม 2569 พุ่งถึง 10,000 กว่าราย   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เพิ่มวันหยุดราชการพิเศษ วันที่ 16 ต.ค. 69 เฉพาะในพื้นที่ กทม.” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยมาจากมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง “การเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ในส่วนของการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ การกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ และการรับเงินค่าเช่าห้อง” ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานคร    นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 และในช่วงระหว่างวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 และวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจร และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งเพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิกเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------------------------

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างประกาศ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) เรื่องหลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0205 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมช.ดีอี) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ไทย โดยได้มอบแนวทางร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และกระทรวงพาณิชย์ ในการผลักดันแพลตฟอร์ม ThailandPostMart และร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อยกระดับและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการ SME และ OTOP      สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย" ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ (ซึ่งเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2569) มีไฮไลต์และสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการและประชาชน ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างโอกาส     โดยไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย’ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย   - มาตรการลดต้นทุน แพลตฟอร์ม ThailandPostMart สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ประกาศงดเว้นค่าธรรมเนียม (GP) ตลอดโครงการ หวังลดต้นทุน-ดันกำไรสู่ผู้ประกอบการเต็มร้อย   - การอัดฉีดกำลังซื้อ รัฐบาลสนับสนุนโค้ดส่วนลดมูลค่า 100 บาท สำหรับการซื้อขั้นต่ำ 200 บาท จำนวนรวม 500,000 โค้ด (รวมมูลค่า 50 ล้านบาท) โดยร้านค้าที่เข้าร่วม 2,000 ราย จะได้รับจัดสรรร้านละ 250 โค้ด   - ระบบโลจิสติกส์ราคาประหยัด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนค่าขนส่งอัตราคงที่เพียง 20 บาทต่อคำสั่งซื้อ พร้อมแจกคูปองส่งฟรีให้อีก 250 ใบต่อร้านค้า เพื่อลดอุปสรรคในการขนส่งสินค้าชุมชน   - การเสริมแกร่งด้วย Influencer มีการจัดแคมเปญไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าโดย Influencer ชื่อดัง เพื่อช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายแบบ Real-time

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คณะทูต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,460 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,054 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,041 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 13 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ด่านชายแดนไทย - กัมพูชา เข้า/ออกง่าย พร้อมรถบริการทุกอย่าง   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กองทัพภาคที่ 1 ปล่อยกัมพูชารุกล้ำเขตแดน เพื่อขุดทับทิมสยามขาย   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง โครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงิน ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง วิตามินดีจากอาหารเสริม ไม่สามารถทดแทนวิตามินดีจากแสงแดดได้   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เอกสาร รฟท. งดเดินรถเชิงสังคม 30 ขบวนทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย.   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสมกว่า 1.7 แสนคน เสียชีวิตแล้ว 16 ราย อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ตร.ไทยแต่งตัวเป็นแดนเซอร์ บุกจับเอเย่นต์ยา   สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงิน ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พบว่าเป็น “ข่าวจริง” โดยรัฐบาลยืนยันว่า ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงิน จะไม่ถูกส่งไปให้กรมสรรพากร เพื่อนำมาคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน ซึ่งหากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กรมสรรพากรกำหนด คือ ยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี   ทั้งนี้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด    ขณะเดียวกัน เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ขอให้ร้านค้าอย่ากังวล อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------------------------

ดีอี หารือ รองผู้ว่าฯ อยุธยา เดินหน้าผลักดันการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC   วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางธิรดา ชัยเดชอัครกุล สถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่กองงานดิจิทัลจังหวัด ร่วมหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมและเชื่อมโยงระบบ e-Office ภายใต้ GDCC กับ นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ ห้องประชุมมงคลบพิตร 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา   ทั้งนี้ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ได้ชี้แจงและเชิญชวนหน่วยงานราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้มาใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC เนื่องจากเป็นบริการในรูปแบบซอฟต์แวร์บริการ (SaaS) บน GDCC ที่สนับสนุนให้หน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับการการดำเนินงานด้านเอกสารรูปแบบไร้กระดาษ (Paperless) รองรับการทำงานนอกสถานที่ (Work From Anywhere) ทำให้สามารถเสนอและลงนามเอกสารได้ทุกที่ ทุกเวลา สอดรับกับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่ให้หน่วยงานราชการ ดำเนินมาตรการ Work From Home เนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนพลังงานในปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ ช่วยให้การบริการประชาชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น   #DE  #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #eOffice #GDCC

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Together We Can Stop Human Trafficking" ร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย ไม่เพิกเฉยต่อการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ในทุกรูปแบบ เพราะ “การค้ามนุษย์” เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด” (Global Call for Climate Action : Inspired by Nature. For Climate. For Our Future) เพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญของประเทศ โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานงาน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.