Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงาน หัวหน้าส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เข้าร่วม ณ รร.สุนีย์แกรนด์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี


วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุม คณะรัฐมนตรี ครั้งที่ พิเศษ/2569 ภายหลังสำนักพระราชวัง ประกาศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล   

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นำคณะผู้บริหารกระทรวง หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กระทรวงดีอี เข้าถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง  

ดีอี-NT วางโครงข่ายสื่อสาร-กล้อง CCTV สนับสนุนภารกิจในเส้นทางขบวนเคลื่อนพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"   เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ดำเนินการติดตั้งและเชื่อมต่อระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) รวมถึงระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสัญญาณ WiFi ตลอดเส้นทางขบวนเคลื่อนพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานและการประสานงานของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ประกอบด้วย     • ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณและบูรณาการร่วมกับกล้องของหน่วยงานราชการต่าง ๆ   • ติดตั้งวงจรสื่อสารข้อมูล เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดสัญญาณภาพและเสียงของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) พร้อมสนับสนุนบริการวิทยุสื่อสารดิจิทัล NT DMR ประสานงานระหว่างรถถ่ายทอดสัญญาณ    #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

จากผู้โชคดี อาจกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด “ล้งหวยออนไลน์” ทางผ่านเงินบาปสแกมเมอร์ . วันนี้ ศูนย์ AOC 1441 จะพามาเปิดโปงเบื้องหลังขบวนการฟอกเงินขั้นสูงของเหล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การใช้ "บัญชีม้า" อีกต่อไป แต่กำลังก้าวไปสู่การทำ "ล้งรับซื้อหวยออนไลน์" เพื่อเปลี่ยนเงินสกปรกให้กลายเป็นเงินสะอาดแบบถูกกฎหมาย 100% . โดยปกติแล้ว เวลาสแกมเมอร์หลอกเงินจากเหยื่อมาได้ เงินจะถูกโอนต่อกันเป็นทอด ๆ ผ่านบัญชีม้า แต่สุดท้ายก็มักจะโดนตำรวจไซเบอร์หรือศูนย์ AOC 1441 สกัดและอายัดได้ทัน ขบวนการนี้จึงคิดค้น "ก๊อกสอง" ในการชุบเงินดำให้เป็นเงินขาว โดยตั้ง "ล้งหวยออนไลน์" บังหน้า ซึ่งมิจฉาชีพจะใช้วิธีการเปิดแพลตฟอร์มหรือเพจรับซื้อรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เหมือนกับร้านอื่น ๆ ที่ก็ทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว . พวกเขาจะส่งคนออกไปกว้านซื้อสลากรางวัลที่ 1 จากผู้ที่ถูกรางวัลจริง โดยเสนอเงื่อนไขที่ไม่มีใครปฏิเสธลง ด้วยการเสนอราคาล่อใจ เช่น "ถ้าถูกรางวัล 6 ล้านบาท ยอมจ่ายให้เลย 6.2 ล้านบาทเป็นเงินสด" ซึ่งคนที่ถูกรางวัลส่วนใหญ่เห็นว่าได้กำไรเพิ่มและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปขึ้นเงินเองก็มักจะยอมขายให้ สแกมเมอร์จะนำสลากใบจริงนั้นไปขึ้นเงินกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ได้เช็คเงินสดและเอกสารรับรองว่า "เงินก้อนนี้ได้มาจากการถูกรางวัลที่ 1" . ความท้าทายของเจ้าหน้าที่ . โมเดลนี้ร้ายกาจมาก เพราะเมื่อสแกมเมอร์นำเงินไปแปลงสภาพผ่านสำนักงานสลากฯ แล้วหากในอนาคต ปปง. หรือตำรวจไซเบอร์ตรวจเจอเงินก้อนโตในบัญชีของคนร้าย พวกเขาก็แค่ยื่นเอกสารจากสำนักงานสลากฯ ยืนยันว่า "เงินนี้ได้มาเพราะความโชคดี ไม่ใช่เงินโกง" ทำให้การแกะรอยเส้นทางการเงิน ทำได้ยากลบล้างสายตาเจ้าหน้าที่ทันที เพราะปลายทางถูกผสมรวมกับธุรกิจหวยไปแล้ว . ได้ส่วนต่างหลักแสน แต่อาจโดนอายัดหมดบัญชี . อย่าหลงเห็นแก่เงินส่วนต่างเพียงหลักแสน เพราะคุณอาจตกเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการฟอกเงินข้ามชาติโดยไม่รู้ตัว หากมิจฉาชีพนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาซื้อสลากรางวัลจากคุณ เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน คุณอาจถูกอายัดบัญชี ถูกตรวจสอบธุรกรรม และตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีได้ หากคุณเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลใหญ่ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการนำสลากไปขึ้นเงินด้วยตนเอง ณ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้ได้รับเงินรางวัลครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ต้องเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงินหรืออาชญากรรมทางการเงิน ขอให้จำไว้ว่า “สแกมเมอร์ไม่เคยให้เงินฟรี” และไม่มีใครยอมจ่ายเงินส่วนต่างจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผล หากมีผู้เสนอซื้อสลากรางวัลในราคาสูงผิดปกติ เบื้องหลังอาจเป็นความพยายามนำเงินผิดกฎหมายมาแปลงสภาพให้ดูถูกต้องตามกฎหมายความโชคดีของคุณไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ ก่อนขายสลากหรือทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ขอให้ “หยุด คิด และตรวจสอบ” หากไม่มั่นใจ อย่ารีบโอนเงิน อย่ารีบขาย และควรปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองในอนาคต . และหากพบพฤติกรรมน่าสงสัย มีเพจแปลกๆ มาขอซื้อรางวัล สามารถโทรแจ้งเบาะแสและขอความช่วยเหลือได้ทันทีที่สายด่วน 1212 และหากได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพออนไลน์ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน AOC 1441 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ด้วยความปรารถนาดีจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #AOC1441    


รมว.ดีอี ร่วมประชุม สมช. เคาะจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการควบคุมโดรน   วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล   ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาแนวทางมาตรการป้องกันแก้ปัญหาเรื่องอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โดยจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ โดยอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ (ทอ.) พร้อมจัดระบบการบริหารจัดการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาเรื่องอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

รมว.ดีอี นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ   วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กระทรวงดีอี เข้าร่วมการถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมวไชยชนกชิดชอบ

ดีอี ต้อนรับ ป.ป.ช. ศึกษาดูงานนโยบายดิจิทัล-AI และการบริหารฐานข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ . วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน เรื่อง นโยบายภาครัฐในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แผนนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ AI การบริหารจัดการฐานข้อมูล ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการเชื่อมโยงข้อมูล ณ ห้องประชุม 02/05 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

ดีอี ร่วมเป็นประธานฯ งาน “2026 KOREA-ASEAN AI City & Edtech Day” . วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานกล่าวเปิดงาน “2026 KOREA-ASEAN AI City & Edtech Day” โดยมี นายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และนายบน-กย็อง กู ผู้อำนวยการสำนักงานพาณิชย์เกาหลี สาขาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย เป็นประธานร่วมในการกล่าวเปิดงานฯ ณ โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ . สำหรับงาน 2026 Korea–ASEAN AI City & EdTech Day จัดโดยสำนักงานพาณิชย์เกาหลี (KOTRA) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงาน (MOTIE) และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง (MOLIT) แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นด้านเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบสารสนเทศอัจฉริยะ (Smart ICT) และเทคโนโลยีการศึกษา (EdTech) ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยี การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ . ในการนี้ รองปลัดกระทรวงดีอี ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เสริมสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และขับเคลื่อน การเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดย depa ได้พัฒนาเมืองอัจฉริยะแล้วกว่า 37 เมืองทั่วประเทศ สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และพันธมิตรระหว่างประเทศในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

ดีอี เตือนข่าวปลอม “AFNC เปิดให้ปชช.ที่โดนหลอกทางออนไลน์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านบัญชีติ๊กต็อก police11441” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล . กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน . ทั้งนี้ ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,457 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 7,108 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 7,106 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 11 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 6 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ขสมก. ให้บริการรถฟรี 6 เส้นทาง ร่วมถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง AFNC เปิดให้ประชาชนที่โดนหลอกทางออนไลน์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านบัญชีติ๊กต็อก police11441   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงการคลัง เปิดเว็บไซต์ ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สำหรับรายเดิม   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาเคลมลิเกและลอมพอกของไทย เป็นวัฒนธรรมของกัมพูชา   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPLUS อาหารเสริมบำรุงตับ ช่วยฟื้นฟูตับ   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ปภ.แจ้งเตือน 6 จังหวัด ระวังน้ำทะเลหนุนสูง-น้ำล้นตลิ่ง วันที่ 14-20 มิ.ย. 69 . สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือเรื่อง “AFNC เปิดให้ประชาชนที่โดนหลอกทางออนไลน์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านบัญชีติ๊กต็อก police11441” โดยกระทรวงดีอี ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่ง บัญชี TikTok “police11441” เป็นบัญชีปลอมของมิจฉาชีพ ที่หลอกลวงว่าเป็นบัญชี ช่องทางสื่อสารที่เป็นทางการของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (AFNC) โดยการนำตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานภาครัฐไปใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการเผยแพร่ข้อมูล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบหรือรับรองจากหน่วยงานโดยตรง ดังนั้นขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ อย่ากดลิงก์ หรือให้ข้อมูลสำคัญกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #AFNC

เมื่ออีเมลจาก CEO กลายเป็นกับดักไซเบอร์ วันที่ “BEC Scam” สร้างภัยเงียบให้องค์กรขนาดใหญ่   ในยุคที่องค์กรขับเคลื่อนด้วยอีเมล การสื่อสารออนไลน์ และการอนุมัติทางการเงินผ่านระบบดิจิทัล มิจฉาชีพเองก็พัฒนาเทคนิคการโจมตีให้ซับซ้อนขึ้นเช่นกัน หนึ่งในรูปแบบที่สร้างความเสียหายมูลค่าสูงทั่วโลก คือกลโกงที่เรียกว่า CEO Fraud หรือ Business Email Compromise (BEC)   กลโกงรูปแบบนี้ไม่ใช่การส่งลิงก์ปลอมแบบทั่วไป ไม่ใช่การหลอกให้กดรับรางวัล และหลายครั้งไม่ต้องใช้มัลแวร์หรือไวรัสเลยด้วยซ้ำ แต่ใช้สิ่งที่อันตรายไม่แพ้กัน คือ “ความน่าเชื่อถือ” และ “แรงกดดัน”   CEO Fraud / BEC Scam คืออะไร CEO Fraud หรือ BEC Scam คือการที่มิจฉาชีพปลอมตัวเป็นผู้บริหารระดับสูง เจ้าของบริษัท หรือแม้แต่บริษัทคู่ค้า เพื่อส่งคำสั่งมายังพนักงาน โดยเฉพาะฝ่ายบัญชีและการเงิน ให้ดำเนินธุรกรรมทางการเงิน เช่น • โอนเงินด่วน • ชำระค่าสินค้า • เปลี่ยนบัญชีรับเงิน • ดำเนินธุรกรรมพิเศษ โดยพนักงานจำนวนมากเชื่อว่าเป็นคำสั่งจริงจากผู้มีอำนาจ จึงรีบดำเนินการทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบเพิ่มเติม   จุดน่ากลัวคือ มิจฉาชีพไม่ได้สุ่มโจมตี แต่ผ่านการวิเคราะห์และเก็บข้อมูลมาอย่างดีแล้ว ก่อนลงมือ มิจฉาชีพมักใช้เวลาศึกษาข้อมูลขององค์กรอย่างละเอียด พวกเขาอาจค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัท โซเชียลมีเดีย ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานต่าง ๆ เพื่อจะวางแผนการหลอกลวงอย่างแยบยล ไร้ช่องโหว่ ไม่ให้ตั้งตัวได้ทัน ข้อมูลที่มักถูกนำไปใช้ อาทิ ชื่อผู้บริหาร, ตำแหน่งพนักงาน, โครงสร้างองค์กร, รายชื่อฝ่ายการเงิน, บริษัทคู่ค้า, รูปแบบการสื่อสาร เป็นต้น นั่นทำให้เมื่อองค์กรยิ่งเปิดเผยข้อมูลมากเท่าไร มิจฉาชีพก็ยิ่งสามารถสร้างสถานการณ์ให้ดูสมจริงมากขึ้น   วิธีการหลอกที่พบได้บ่อย หนึ่งในเทคนิคที่ถูกใช้มากที่สุด คือการปลอมอีเมลให้คล้ายของจริง ตัวอย่างเช่น อีเมลจริง : company.co.th อีเมลปลอม : cornpany.co.th ซึ่งนั่นทำให้แม้จะมองเผิน ๆ อาจแทบไม่ต่างกัน แต่ตัวอักษรบางตัวถูกเปลี่ยนเพื่อให้คนสังเกตได้ยาก   ในบางกรณี มิจฉาชีพไม่ได้แค่ปลอมอีเมล แต่สามารถเข้าถึงอีเมลจริงขององค์กร แล้วแอบติดตามบทสนทนาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อเรียนรู้รูปแบบการพูด วิธีการสั่งงาน และช่วงเวลาที่มีการโอนเงิน จากนั้นจึงส่งข้อความในจังหวะที่เหมาะสม เช่น “ด่วนมาก ช่วยโอนเงินรายการนี้ก่อนเที่ยงด้วย” “ผมกำลังประชุมอยู่ โทรไม่ได้” “เรื่องนี้เป็นความลับ ยังไม่ต้องแจ้งใคร” “CEO อนุมัติแล้ว ดำเนินการได้ทันที” เพียงไม่กี่ประโยค ก็สามารถสร้างแรงกดดันจนหลายคนตัดสินใจโดยไม่ทันตรวจสอบ   ทำไมคนจึงตกเป็นเหยื่อได้ง่าย กลโกงนี้อาศัยจิตวิทยาหลายด้านพร้อมกัน อย่างแรกคือ อำนาจ เมื่อคำสั่งมาจากผู้บริหารระดับสูง หลายคนไม่กล้าตั้งคำถาม อย่างที่สองคือ ความเร่งด่วน เมื่อมีคำว่า “ด่วน” หรือ “ต้องทำทันที” คนมักโฟกัสกับเวลา มากกว่าความถูกต้อง และสุดท้ายคือ ความลับ เพราะเมื่อถูกกำชับว่า “อย่าบอกใคร” กระบวนการตรวจสอบภายในองค์กรก็จะหายไปทันที   วิธีป้องกันที่คนในองค์กรควรมีติดตัว แม้กลโกงนี้จะดูซับซ้อน แต่สามารถลดความเสี่ยงได้หากมีขั้นตอนที่ชัดเจน • อย่ายืนยันคำสั่งโอนเงินผ่านอีเมลเพียงช่องทางเดียว • หากมีการเปลี่ยนบัญชีรับเงิน ต้องโทรตรวจสอบกับคู่ค้าโดยตรง • กำหนดการอนุมัติหลายชั้น • ใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) • อบรมพนักงานให้รู้เท่าทันภัยไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอ   สิ่งสำคัญที่สุดคือ ยิ่งข้อความเร่งด่วนมากเท่าไร ยิ่งควรตรวจสอบมากขึ้นเท่านั้น เพราะในหลายครั้ง ความเสียหายไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบที่ซับซ้อน แต่เกิดจากการเจาะ “ความไว้วางใจ” ของคนในองค์กร และเมื่อเงินถูกโอนออกไปแล้ว การตามกลับคืนอาจเป็นเรื่องยากมากกว่าที่หลายคนคิด   ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใหญ่หรือเล็กขนาดไหน การฝึกบุคลากรให้มีความรู้เท่าทัน และการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น อาจเป็นเกราะป้องกันภัยที่ช่วยยับยั้งไม่ให้ปัญหาใหญ่ตามมา เพราะ “คำสั่งจากเจ้านาย” อาจไม่ใช่ของจริงเสมอไป ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #AOC1441

ดีอี ประชุมคณะทำงานประเมินคุณธรรม-ความโปร่งใสการดำเนินงานภาครัฐ ครั้งที่ 3/2569   วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ว่าที่ร้อยตรีธนัสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

รมช.ดีอี เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ    วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา    #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.