Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ดีอี จัดกิจกรรมอบรมการใช้งาน e-Office ภายใต้ GDCC จังหวัดลำพูน . วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ในส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 5 ณ จังหวัดลำพูน โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ปา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดลำพูน . ทั้งนี้การจัดกิจกรรมอบรมการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ดังกล่าว เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในรูปแบบไร้กระดาษผ่านระบบ e-Office ภายใต้ GDCC พร้อมทั้งแนะนำและสาธิตการใช้งาน นำเสนอรูปแบบความเชื่อมโยงระบบฯ ของผู้ว่าราชการจังหวัดกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ภายในจังหวัด เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและบูรณาการระบบการขริหารจัดการภายในจังหวัด และขยายผลไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ตามเป้าหมายของจังหวัดลำพูนต่อไป . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,589 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,075 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,071 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ และช่องทาง Facebook 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 13 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง คกก.อุทยานแห่งชาติ เฉือนป่าทับลาน 155,865 ไร่ ส่งต่อ ส.ป.ก. อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี สั่งเร่งตรวจสอบ ต่างชาติถือบัตรประชาชนไทยในพื้นที่เกาะสมุย–เกาะพะงัน อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยโดนยิงถล่มเนิน 350 อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้กู้สินเชื่อธนาคาร - สอบถามผ่านบัญชี อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 60 วัน อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชา เตือน ถ้าไทยยกเลิกสนธิสัญญาสยามฝรั่งเศส เท่ากับยกเลิกข้อตกลงเขตแดนกับลาว อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ระเบิด 40 มม. จากฝั่งกัมพูชา ตกห่างฐานทหารไทยเพียง 100 เมตร สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือเรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดให้กู้สินเชื่อธนาคาร - สอบถามผ่านบัญชี TikTok _8383534” ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลังยืนยันว่าเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่งกรณีดังกล่าว มิจฉาชีพได้ใช้บัญชี TikTok ส่วนตัวรายหนึ่ง สร้างโปรไฟล์-ไอดี ปลอม แอบอ้างโครงการให้กู้สินเชื่อของธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่พบเห็นเข้าใจผิด ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ยืนยันว่า ไม่มีนโยบายการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าว และธนาคารได้มีการรายงานเพื่อขอปิดบัญชีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

รมช.ดีอี เป็นประธานหารือแนวทางการดำเนินโครงการท่อร้อยสายสื่อสาร  . วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมหารือแนวทางการดำเนินโครงการท่อร้อยสายสื่อสาร บริษัท โทรคมนาคมแหง่ชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยมีนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานขายและปฏิบัติการลูกค้า 1 และรักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานโครงสร้างพื้นฐาน NT และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา   

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานนิทรรศการ “13 รอบนักษัตรวัดราชบพิธ พระบรมราชูทิศแห่งพระราชศรัทธา” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2569 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม   สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นไปตามที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569 ทรงกอปรด้วยพระคุณูปการต่อประเทศชาติ พระบวรพุทธศาสนา และมหาชนทั่วหน้าเหลือคณานับ ทรงพระศรัทธาพระราชทานพระอุปถัมภ์การคณะสงฆ์และพระศาสนา กล่าวจำเพาะต่อวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามก็มีเป็นอเนกปริยาย เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณและถวายพระกุศลแด่พระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ จึงโปรดประทานพระดำริมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์การจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้มีเนื้อหาและวัตถุประสงค์เพิ่มเติม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีมอบสัมฤทธิบัตร และกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 ที่จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โดยมีดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน และผู้สำเร็จหลักสูตร เข้าร่วม   สำหรับหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 มีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาทักษะดิจิทัลเชิงลึกและส่งเสริมระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก   ในโอกานี้ รองปลัดดีอี ยังได้กล่าวมอบนโยบายว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งพลิกโฉมวิถีชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจและอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นความท้าทายที่ทุกองค์กรต้องปรับกลยุทธ์ด้านดิจิทัลให้ทัน ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะดิจิทัลของประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต อีกทั้งร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้แข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลโดยสมบูรณ์ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน 

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม โดยสั่งการยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการปราบปรามและปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ และ URL ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสอดคล้องกับข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้กระทรวงดีอี บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและปราบปรามการพนันออนไลน์ ล่าสุดกระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาล และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ตั้งแต่วันที่ 1 – 18 มิถุนายน 2569 (ระยะเวลา 18 วัน) เป็นจำนวน 13,888 รายการ“กระทรวงดีอี ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งประสานแพลตฟอร์ม เพื่อดำเนินการยกระดับการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ในทันที เมื่อตรวจสอบพบการกระทำความผิด ตามที่ รมว.ไชยชนก ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังและดำเนินการปิดกั้นอย่างเข้มข้น โดยในช่วง 18 วันที่ผ่านมา ได้ปิดกั้นไปแล้วกว่า 13,000 รายการ ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับและวิเคราะห์เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ขณะเดียวกันขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายบนสื่อดิจิทัล และโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน รวมทั้งการหลอกลวงออนไลน์ต่างๆ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14” รมช.ดีอี กล่าว -------------------------

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569" โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายในให้แก่บุคลากรของกระทรวงฯ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

ดีอี ร่วมประชุมคณะทำงานอาเซียน ด้านป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ ครั้งที่ 6 . วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ครั้งที่ 6 เพื่อร่วมหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือในการรับมือและป้องกันภัยคุกคามจากการหลอกลวงออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในภูมิภาค ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม .#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ร่วมด้วยคณะรัฐมนตรี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้หลักสูตร "AI Visionaries Program - Strategy & Governance Master Class" ซึ่งเป็นการจัดอบรมให้ความรู้สำหรับบุคลากรระดับนโยบายในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เพื่อเรียนรู้กรอบการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับชาติ สามารถนำไปปรับใช้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนยุทธศาสตร์ด้าน AI อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ณ โรงแรมเดอะควอเตอร์ เจ้าพระยา บาย ยูเอชจี กรุงเทพฯ

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (ดีอี) ได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 สกมช. และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์   ในการนี้ นายภารดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กมช. ได้มอบหมายให้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา เป็นประธานการประชุมฯ ดังกล่าว โดยมีการพิจารณาสาระสำคัญในเรื่องการพัฒนา และปรับปรุงกฎหมายไซเบอร์ของประเทศให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และรองรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทบทวนกลไกการทำงาน บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของประเทศอย่างเป็นระบบ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,627 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,757 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,756 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 22 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดบัญชีไลน์ใหม่ ชื่อ ปราบปรามการฟอกเงิน   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ประกาศห้ามซื้อ ห้ามขาย หรือเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ภาพยนตร์เรื่ององค์บากเป็นหนังของกัมพูชา แต่ไทยเอาไปพากย์เสียงทับ   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้ดูแลคนพิการ จะได้รับเงินช่วยเหลือ 800 บาทต่อเดือน   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ทาครีมกันแดดปริมาณมาก ทำให้เกิดผมบาง   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กฟภ. เปิดให้ติดต่อไลน์หัวหน้าฝ่ายมิเตอร์ เพื่อขอรับเงินค่าไฟส่วนเกินคืน   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง สื่อต่างชาติรายงานว่า ไทยคือฐานผลิตยาบ้ารายใหญ่   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “ปปง. เปิดบัญชีไลน์ใหม่ ชื่อ ปราบปรามการฟอกเงิน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยบัญชีไลน์ที่ถูกกล่าวอ้างดังกล่าว ไม่ใช่บัญชีทางการของสำนักงาน ปปง. แต่อย่างใด ซึ่งบัญชีไลน์ทางการของสำนักงาน ปปง. มีเพียงบัญชีเดียว คือ “@insideamlo” เท่านั้น   ดังนั้นขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีผู้ติดต่อก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือดำเนินธุรกรรมใด ๆ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------------------------

ดีอี ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันสถาปนากรมอุตุนิยมวิทยา ครบรอบ 84 ปี . วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมอุตุนิยมวิทยา ครบรอบ 84 ปี โดยมี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพฯ .#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมความคืบหน้าของการขับเคลื่อนระบบ e-Office ภายใต้โครงการ GDCC ในภาพรวมของประเทศ พร้อมเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรในภาคส่วนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ทั้งนี้ในการประชุมได้มีการหารือการมุ่งส่งเสริมการใช้งานระบบในหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในส่วนของกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งการหารือแนวทางเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สำนักงานสถิติจังหวัด) และ NT (สำนักงานประจำจังหวัด) ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่พบในการดำเนินการ พร้อมแนวทางการแก้ไขเพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างราบรื่นและครอบคลุม โดย สสช. และ NT จะเป็นหน่วยงานในการประสานงานการใช้งาน ระบบ e-Office ในส่วนภูมิภาค เพื่อรองรับการบริหารราชการในยุคดิจิทัลและยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

การซื้อของแบบ “เก็บเงินปลายทาง” ได้รับความนิยมมากในหมู่นักชอปสินค้าออนไลน์ เพราะผู้ซื้อได้เห็นสินค้าก่อนจะชำระเงิน มิจฉาชีพจึงมาในรูปแบบ “ส่งพัสดุมาเก็บเงินปลายทางถึงหน้าบ้าน ทั้งที่เราไม่ได้สั่ง หรือส่งของไม่ตรงปกมาให้” เพื่อหลอกเอาเงินจากเรา โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีจัดส่งพัสดุที่คุณไม่ได้สั่งซื้อ ไปยังที่อยู่ของคุณ และเรียกเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery - COD) ทำให้ผู้รับหลงเชื่อและชำระเงินโดยไม่ทันได้ตรวจสอบ   วันนี้ศูนย์ AOC 1441 ขอแนะนำวิธีสังเกตและรับมือกับแก๊งมิจฉาชีพเก็บเงินปลายทาง ทำอย่างไรเมื่อไม่ได้สั่งของ แต่มีของมาส่ง พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊ง COD    สัญญาณเตือนว่าอาจเป็นพัสดุหลอกลวง - ไม่มีใครในบ้านสั่งสินค้า แต่กลับมีพัสดุมาส่งแบบเรียกเก็บเงินปลายทาง - ชื่อหรือข้อมูลผู้ส่งไม่ชัดเจน ไม่น่าเชื่อถือ - หากเผลอรับและแกะดู สินค้ามักจะมีคุณภาพต่ำ ราคาถูก หรือไม่ตรงกับที่มิจฉาชีพแอบอ้างว่าเราสั่ง   4 วิธีสังเกต พัสดุของมิจฉาชีพ ง่ายๆ 1. มักเป็นกล่องพัสดุ มากกว่าถุงหรือซอง เพื่อให้ตรวจสอบสินค้าภายในได้ยาก 2. น้ำหนักเบา เพราะต้องการประหยัดค่าขนส่ง 3. ยอดเรียกเก็บไม่สูง ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท เพื่อไม่ให้เหยื่อเอะใจ 4. มักระบาดหลังช่วงแคมเปญลดราคาใหญ่ เช่น 10.10 หรือ 11.11 ซึ่งผู้คนสั่งของจำนวนมากและอาจเกิดความสับสน   4 วิธีป้องกันตัวเอง 1. หากมั่นใจว่าไม่ได้สั่งสินค้า ให้ปฏิเสธการรับพัสดุทันที 2. ตรวจสอบกับคนในบ้านก่อนชำระเงินทุกครั้ง ว่ามีใครสั่งสินค้าหรือไม่ 3. จดบันทึกรายการสั่งซื้อและหมายเลขพัสดุไว้ เพื่อใช้ตรวจสอบเมื่อมีของมาส่ง 4. ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เพราะข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์อาจถูกนำไปใช้โดยมิจฉาชีพ   หากตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไร - เก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งภาพกล่องพัสดุ ชื่อผู้ส่ง เลขพัสดุ และหลักฐานการชำระเงิน - หากรับสินค้าไปแล้ว ควรถ่ายคลิปวิดีโอขณะแกะกล่องไว้เป็นหลักฐาน - ติดต่อผู้ขายเพื่อขอคืนเงินหรือสอบถามข้อเท็จจริง - แจ้งสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอคำแนะนำและประสานการระงับบัญชีให้เร็วที่สุด   ในยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ภัยจากมิจฉาชีพก็พัฒนารูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน AOC 1441 จึงเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนชำระเงิน หากไม่แน่ใจว่าเป็นสินค้าที่สั่งซื้อจริงหรือไม่ อย่ารีบจ่าย อย่ารีบรับ และอย่ารีบแกะ เพราะความรอบคอบเพียงไม่กี่นาที อาจป้องกันเราจากแก๊งมิจฉาชีพ COD ที่กำลังแพร่ระบาดในปัจจุบันได้   ---------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.