Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum - Annual Meeting of The New Champions 2026 (หรืองาน Summer Davos) ประจำปีครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 23–25 มิถุนายน 2026 ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน โดยสภาเศรษฐกิจโลก (WEF)   สำหรับการประชุมดังกล่าวเป็นการรวบรวมผู้นำ ผู้บริหารมากกว่า 1,500 คน จากภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ รวมถึงผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีอุบัติใหม่ และแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเหล่านั้น ภายใต้แนวคิด “Innovating at Scale” โดยที่ความสามารถในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในวงกว้าง (At scale) ได้กลายเป็นความท้าทายสำคัญของทุกประเทศในปัจจุบัน   ทั้งนี้ในการประชุมวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายไชยชนกได้เข้าร่วมการหารือร่วมกันระหว่างผู้นำของประเทศสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) และอาเซียน เพื่อร่วมสำรวจแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน    ในโอกาสนี้ นายไชยชนก ได้กล่าวแสดงมุมมองของประเทศไทยในส่วนของจุดแข็ง ความแตกต่าง ความท้าทาย และการดำเนินการต่อไปในอนาคตเพื่อผลักดันเป้าหมายร่วมในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และบทบาทของไทยในฐานะตัวกลางและพันธมิตรที่สามารถเชื่อมโยงทั้งสององค์การเข้าด้วยกัน   นอกจากนี้ นายไชยชนกได้เข้าร่วมการหารือแบบทวิภาคีกับนาย Benjamin Dawson ประธานบริหารฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีนแผ่นดินใหญ่ (APJC) ของบริษัท Cisco ซึ่งเป็นเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคม และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือที่เป็นไปได้ในอนาคต และการสนับสนุนทางเทคนิคระหว่างกัน โดยเฉพาะระบบนิเวศทางดิจิทัลในส่วนของการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) และช่องทางเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัล (Digital Gateway)    รวมทั้งการหารือแบบทวิภาคีกับนาย Mirek Dušek, Managing Director, Chief Business Officer and Head of Global Programming ของ WEF เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่ไทย และ WEF อาจมีความร่วมมือเพิ่มเติมในอนาคต อาทิ การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลที่ได้รับความเชื่อถือของภูมิภาค ผลักดัน AI ให้เป็นกลไกสำคัญในการผลิต ยกระดับการให้บริการภาครัฐ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อความยืดหยุ่นในการรับมือภาวะวิกฤต   ------------------------------------------------------------------------

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานการประกาศเจตนารมย์ LIFELINE : พร้อมก่อนวิกฤต ความร่วมมือเพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศไทยต่อทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Line ประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันภัยธรรมชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง Crystal Box ชั้น 19 อาคาร Gaysorn Tower

ดีอี ยกระดับพยากรณ์อากาศ – แจ้งเตือนข่าวปลอม บูรณาการข้อมูลรัฐ - เอกชน พร้อมรับมือ “ภัยพิบัติ”   วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานการประกาศเจตนารมย์ LIFELINE : พร้อมก่อนวิกฤต ความร่วมมือเพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศไทยต่อทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Line ประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันภัยธรรมชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง Crystal Box ชั้น 19 อาคาร Gaysorn Tower   นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับการรับมือภัยธรรมชาติ โดยเป็น 1 ในนโยบายหลัก 4 ด้านของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงดีอี มีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเกิดภัยพิบัติ ในส่วนของการแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง ผ่านกรมอุตุนิยมวิทยา และการตรวจสอบเฝ้าระวังข่าวปลอมที่มาพร้อมกับการเกิดภัยพิบัติ   ในส่วนของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ยกระดับการเฝ้าระวัง และการแจ้งเตือนผ่านการคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าใน 2 ระดับ คือ ระยะ 1 เดือน และระยะ 3 เดือน โดยได้แจ้งเตือนข้อมูลพยากรณ์อากาศให้กับหน่วยงานด้านการป้องกันสาธารณภัยของทุกจังหวัดได้รับทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมการรับมือ เฝ้าระวัง และป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซึ่งอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน    ขณะที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย หรือ AFNC จะเป็นหน่วยงานตรวจสอบ และเฝ้าระวังการเกิดข่าวปลอมในช่วงของการเกิดภัยพิบัติ โดยที่มักพบเจอได้บ่อยครั้งคือ เรื่องของการนำภาพเหตุการณ์ในอดีต หรือจากสถานที่อื่นๆ มาแอบอ้างมาเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความสับสน ความเข้าใจผิด และทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล จนบางครั้งอาจทำให้ประชาชนเกิดความชะล่าใจจนเมื่อภัยพิบัติจริงเกิดขึ้นแล้ว ประชาชนขาดความพร้อมในการรับมือ   พร้อมกันนี้หน่วยงานรัฐอื่นๆ ยังได้เตรียมการรับมือภัยพิบัติอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยได้มีการทดสอบและฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น พร้อมรับสถานการณ์จริงตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนภัย การเตรียมความพร้อม และการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมกับการแจ้งเตือนภัยในเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งกระทรวงดีอีพร้อมที่จะบูรณาการข้อมูลด้านการแจ้งเตือนภัยร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน    “รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง และมีการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ซึ่งได้มีการปฏิบัติงานจริงในเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนจนทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ในเวลา 4 ชั่วโมง เช่นเดียวกับกระทรวงดีอี โดย NT ได้ร่วมกับ กสทช. ในการปรับปรุงระบบการสื่อสาร ยกระดับการสื่อสารภายใต้ห้วงสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเกิดภัยพิบัติ” รมช.ดีอี กล่าว   -----------------------------------------------------------------------

รมช.ดีอี ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “Cut down scam 2” ปราบขบวนการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล . นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปฏิบัติการ “Cut down scam 2” จับกุมขบวนการลักลอบซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง กระทรวงดีอี โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) . ทั้งนี้ ผลของปฏิบัติการดังกล่าวสามารถตรวจค้นและล่อซื้อข้อมูลส่วนบุคคลได้กว่า 9 ล้านรายชื่อ พบมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท .#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร เป็นประธานการประชุมการฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX:Command Post Exercise) การฝึกการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี 2569 (กรส.69) โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 8 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference   สำหรับการฝึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการระดมสรรพกำลังเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการทหาร ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับเกียรติจาก สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ให้เป็นผู้นำเสนอประเด็นหลักและเปิดการอภิปรายในหัวข้อ Joint Session of APEC and ASEAN Chairs หรือ เวทีหารือระหว่างผู้นำอาเซียนและเอเปค ที่มีผู้นำ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมรับฟัง ภายในงานการประชุม World Economic Forum - Annual Meeting of The New Champions 2026 (หรืองาน Summer Davos) ประจำปีครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 23–25 มิถุนายน 2026 ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน    นายไชยชนก ได้นำเสนอประเด็นหลักโดยกล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้น อาเซียน (ASEAN) และ เอเปค (APEC) ควรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และลดความแตกต่างของกฎระเบียบ มาตรฐาน และแนวทางกำกับดูแลที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้า การลงทุน และนวัตกรรม   ดังนั้นในฐานะตัวแทนประเทศไทยขอเสนอว่า ความร่วมมือในระยะต่อไปควรมุ่งเน้น "การทำงานร่วมกันได้" (Interoperability) มากกว่าการกำหนดมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างระบบ กฎเกณฑ์ และกรอบการกำกับดูแลของแต่ละประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค   ทั้งนี้ ในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยเห็นว่า ความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) และความริเริ่มด้านการค้าดิจิทัลของ APEC สามารถเป็นกลไกสำคัญในการลดความแตกแยกของกฎระเบียบ (Regulatory Fragmentation) และส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก   นอกจากนี้ ไทยยังเสนอให้ ASEAN และ APEC เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ • การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ (Trusted Digital Ecosystem) • การกำกับดูแลและใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรับผิดชอบ • การเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล • การพัฒนาทักษะดิจิทัลและทุนมนุษย์เพื่อรองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต   “ไทยเชื่อว่า ASEAN และ APEC สามารถเสริมบทบาทซึ่งกันและกันในการสร้างภูมิภาคที่เชื่อมโยง เปิดกว้าง และพร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล ผ่านการส่งเสริมความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย   -------------------------------------------------------------------

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติ “Digital Trust Thailand 2026 - ดิจิทัลไทย มาตรฐานโลก” ซึ่งจัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA โดยมีนายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้เชี่ยวชาญจาก World Bank , APAC From FIDO Alliance , WCAP และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ Prestige Hall ชั้น 11 รร. Grande Centre Point Prestige Bangkok    ในโอกาสนี้ รมช.ดีอี ได้กล่าวแสดงความสำคัญของการประชุมนี้ว่า เป็นการแสดงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล และเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีหัวใจสำคัญคือ “การสร้างความเชื่อมั่นดิจิทัล” เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไร้รอยต่อ   ขณะเดียวกันรัฐบาล กระทรวงดีอี ได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบ Digital ID หรือระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เพื่อก้าวสู่การเป็น  “National Trust Services” ซึ่งเป็นแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกรอบการพัฒนา Digital ID Framework ระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2568-2570 ที่มุ่งเน้นการใช้งาน Digital ID ในวงกว้างในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงการคลัง ชั้น 20 กระทรวงการคลัง และผ่านระบบออนไลน์

รมว.ดีอี ร่วมหารือ WEF ผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลาง Data Center ในภูมิภาค . วันที่ 23 มิถุนายน 2569) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนาย Mirek Dušek, Managing Director, Chief Business Officer and Head of Global Programming ผู้บริหารระดับสูงของ World Economic Forum (WEF) ร่วมหารือถึงแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดย WEF แสดงความพร้อม ในการสนับสนุนประเทศไทยผ่านองค์ความรู้ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และเวทีความร่วมมือระดับโลก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน . ในโอกาสนี้ รมว.ดีอี ได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางด้าน Data Center และ AI ของภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงาน ทรัพยากร และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ขณะเดียวกันได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนา AI Sovereignty การเร่งนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ และ การเตรียมความพร้อมด้านพลังงานเพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีในอนาคต . ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงบริการดิจิทัลและระบบการชำระเงินสำหรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนการสนับสนุนความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศในอนาคต โดย WEF แสดงความสนใจที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งในระดับนโยบาย การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลระดับโลก.#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมวไชยชนกชิดชอบ

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือกับนาย Akshay Joshi ผู้แทนจาก World Economic Forum (WEF) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และแนวทางการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ WEF ในอนาคต ภายในการประชุม World Economic Forum - Annual Meeting of The New Champions 2026 (หรืองาน Summer Davos) ประจำปีครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2026 ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน     นายไชยชนก กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยได้บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงดีอี หน่วยงานด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง   ทั้งนี้จากบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานดังกล่าว ประเทศไทยสามารถลดปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ได้ประมาณร้อยละ 50 ภายในระยะเวลา 6 เดือน ผ่านการตัดวงจรอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ซิมม้า การฟอกเงินออนไลน์ และเครือข่ายการพนันผิดกฎหมาย ตลอดจนการเสริมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดย WEF ได้แสดงความสนใจที่จะนำแนวทางและผลสำเร็จของประเทศไทยไปจัดทำเป็นกรณีศึกษาระดับนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ผ่านรายงานและเวทีด้านความมั่นคงไซเบอร์ของ WEF ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเป็นต้นแบบให้แก่ประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญความท้าทายในลักษณะเดียวกัน   ขณะเดียวกันตนยังได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือภายใต้เครือข่าย World Economic Forum ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นประเด็นที่สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของประเทศ ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ GovTech เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลและการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในระยะยาว   “ตนได้เน้นย้ำถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการพัฒนากฎระเบียบที่เหมาะสม โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยการหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ WEF ต่อบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในอนาคต” นายไชยชนก กล่าว    -------------------------------------------------------------------------

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีในงาน ครบรอบ 4 ปี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC “4th Anniversary PDPC Thailand” โดยมี พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้การต้อนรับ ณ บริเวณ ชั้น 5 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระ 15 วัน (ปัณรสมวาร) ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี ผู้บริหารกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ โถงชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมเสวนา (Panelist) ในหัวข้อ “APEC, ASEAN and the Art of Alignment” ภายใต้การประชุม Annual Meeting of the New Champions 2026 ของ World Economic Forum (WEF) ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบายจากนานาประเทศเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความสอดประสานระหว่างกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค   ในการเสวนา นายไชยชนก ได้กล่าวเน้นย้ำในประเด็นสำคัญว่า ประเทศไทยมองกรอบความร่วมมือ APEC และ ASEAN เป็นกลไกที่มีบทบาทเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดย APEC มีจุดแข็งในการขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติที่กว้างและครอบคลุม ขณะที่ ASEAN มีความเข้มแข็งในการสร้างความร่วมมือเชิงลึกและการดำเนินงานที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งสองกรอบจึงสามารถเสริมพลังร่วมกันเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก   ขณะเดียวกันความท้าทายจากปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อหลายประเทศในภูมิภาค  เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าว และได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ จนสามารถลดความเสียหายจากคดีออนไลน์ลงได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และพร้อมขยายความร่วมมือและการสร้างความตระหนักถึงภัยออนไลน์ไปยัง ASEAN และ APEC   ทั้งนี้ตนได้เสนอให้ APEC และ ASEAN ให้ความสำคัญกับ “Interoperability” หรือความสามารถในการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ทั้งในด้านข้อมูล มาตรฐาน และกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการรับมือกับภัยคุกคามข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอาชญากรรมไซเบอร์และเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศสมาชิกให้เกิดผลเป็นรูปธรรม    ขณะที่ความสำคัญของการเสริมสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) และอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ควบคู่กับการเปิดกว้างต่อความร่วมมือและการลงทุนจากทุกประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยประเทศไทยยึดมั่นในแนวทางความร่วมมือที่เปิดกว้าง เป็นกลาง และมุ่งคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ    “ภายใต้บริบทของโลกที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น ความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการประสานการทำงานระหว่าง ASEAN และ APEC จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพ และอำนาจต่อรองให้กับภูมิภาค ไปสู่ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจร่วมกัน” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย   ---------------------------------------------------------------------

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และผู้แทนหน่วยงาน เข้าร่วมพิธี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโนเน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมหารือมาตรการป้องกันและปราบปรามเว็บไซต์ และแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ -ละเมิดลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026    นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงดีอี ให้ความสำคัญต่อการปราบปรามปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ การละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา และการพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งตั้งแต่วันที่ 10 – 24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ศูนย์เฝ้าระวังเว็บไซต์ผิดกฎหมาย กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์ และพนันออนไลน์ จำนวน 12,671 URLs แบ่งเป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล จำนวน 4,496 URLs และประสานแพลตฟอร์มผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook, Instagram, X, YouTube ปิดกั้น จำนวน 8,175 URLs   ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับ บริษัท โมโนเน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการของการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ซึ่งยินดีจะบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันกับ ศูนย์เฝ้าระวังเว็บไซต์ผิดกฎหมาย กระทรวงดีอี เพื่อเร่งรัดกระบวนการปิดกั้นแพลตฟอร์มที่กระทำผิดกฎหมายได้ในทันทีเมื่อมีการตรวจพบ โดยถือเป็นการยกระดับการปิดกั้นแพลตฟอร์มผิดกฎหมายได้อีกแนวทางหนึ่ง   “รัฐบาล โดยกระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง ตรวจสอบการกระทำความผิดตลอดเวลา 24 ชม. โดยพร้อมบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน ในการป้องกันและปราบปรามเว็บไซต์และแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนการประสานงานและดำเนินการตามกระบวนการปิดกั้นมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการป้องกันการกระทำความผิดที่มีผลกระทบต่อประชาชน สังคม และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งรัฐบาลพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน เพิ่มโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” รมช.ดีอี กล่าว   แจ้งเบาะแสพนันออนไลน์ ฟุตบอลโลก 2026 โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชม. แจ้งศูนย์เฝ้าระวังเว็บไซต์ผิดกฎหมาย กระทรวงดีอี E-mail : csoc@mdes.go.th   ----------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.