Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมการประชุม GSMA Roundtable ภายใต้การประชุม Mobile World Congress (MWC) Shanghai 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ความท้าทายสำคัญของการรับมือภัยออนไลน์ในปัจจุบัน นอกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ “สแกมเมอร์” ใช้ในการก่ออาชญากรรมแล้ว ช่องว่างในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ   สำหรับประเทศไทยนั้น ได้เร่งสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   ในส่วนของกระทรวงดีอี มีกลไกที่สำคัญคือ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดระยะเวลาในการอายัดบัญชีมิจฉาชีพจากเดิมประมาณ 1 ชั่วโมง เหลือเฉลี่ยเพียง 15 นาที เพิ่มโอกาสในการสกัดกั้นความเสียหายและติดตามเส้นทางการเงินได้อย่างทันท่วงที   นอกจากการพัฒนากลไกปฏิบัติการแล้ว ประเทศไทยยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ พร้อมผลักดันหลัก “ความรับผิดชอบร่วม” หรือ Shared Responsibility กำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล มีบทบาทร่วมกันในการป้องกันและรับผิดชอบหากละเลยมาตรการที่ควรดำเนินการ   ทั้งนี้หลักการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มภาระหรือบทลงโทษแก่ภาคธุรกิจ แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจเพื่อการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในการทำงานที่มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยออนไลน์ และลดการผลักภาระความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน   อีกประเด็นสำคัญ คือการสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยยึดหลักการใช้ข้อมูลภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น และมีหน่วยงานอิสระกำกับดูแล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบดิจิทัล   ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเดินหน้าส่งเสริมการรู้เท่าทันดิจิทัล หรือ Digital Literacy ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่ต่างจากโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบโทรคมนาคม โดยมุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านดิจิทัลเข้าสู่ระบบการศึกษา สถานประกอบการ และการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์   อย่างไรก็ตามปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นความท้าทายระดับโลก ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาได้เพียงลำพัง ในส่วนของประเทศไทยนั้นพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีกับนานาประเทศ เพื่อยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน   “เมื่อ “สแกมเมอร์” สามารถแบ่งปันวิธีการหลอกลวงกันได้อย่างไร้พรมแดน ประเทศต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันแบ่งปันแนวทางในการปกป้องประชาชนให้มากขึ้น เพราะความไว้วางใจในโลกดิจิทัล คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ปลอดภัย ยั่งยืนในอนาคต” รมว.ดีอี กล่าว   ----------------------------------------------------------------------------

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมหารือกับนายคริส เฟิง (Mr. Chris Feng) ประธานบริษัท Sea Limited และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Shopee ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล    ทั้งนี้ในการหารือดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำ เรื่องการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนยกระดับทักษะดิจิทัล การเข้าถึงแหล่งทุน สร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โดยเฉพาะการคุ้มครองผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ เวทีเสวนา Powering the AI Economy Roundtable ภายในการประชุม Mobile World Congress (MWC) Shanghai 2026 ระหว่างวันที่ 24 - 26 มิถุนายน 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนำเสนอทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ AI ของประเทศไทย   นายไชยชนก กล่าวว่า ทุกยุคของการพัฒนาเศรษฐกิจล้วนมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นรากฐานสำคัญ และในยุค AI โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นการบูรณาการด้านโครงข่ายดิจิทัล คลาวด์ ระบบนิเวศข้อมูล Data Center และบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลเข้าด้วยกัน    ขณะที่ AI ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านเทคโนโลยี แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง   ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับสูง โดยโครงข่าย 5G ครอบคลุมประชากรมากกว่าร้อยละ 95 ของประเทศ ช่วยให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม พร้อมรองรับการใช้งาน AI ที่ต้องอาศัยการสื่อสารความเร็วสูงและมีความหน่วงต่ำ   ทั้งนี้ความพร้อมดังกล่าวสะท้อนผ่านความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากทั่วโลก โดยในปี 2568 ภาคดิจิทัลมีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดของประเทศกว่า 746,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และบริการ Hosting ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้พัฒนา Government Data Center and Cloud (GDCC) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ภาครัฐที่มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยระดับสากล รองรับการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก พร้อมคุ้มครองข้อมูลสำคัญของประเทศภายใต้หลักอธิปไตยทางข้อมูล หรือ Data Sovereignty   นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ไทยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ โดยผลักดันการพัฒนา ThaiLLM ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของประเทศไทยที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อให้ AI สามารถเข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว   สำหรับการนำ AI ไปใช้ประโยชน์ ประเทศไทยได้พัฒนาระบบดิจิทัลสำคัญหลายโครงการ อาทิ Health Link ที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ Envi Link ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติ และ Travel Link ที่ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและการกำหนดนโยบาย   อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดของการพัฒนา AI ไม่ใช่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ความไว้วางใจ” ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น แต่มีความสำคัญต่อการยอมรับการใช้งาน AI ของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ   ดังนั้นประเทศไทยจึงได้วางกรอบการกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านจริยธรรม AI แนวปฏิบัติด้าน Generative AI การจัดตั้ง AI Governance Center รวมถึงการผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านกรอบ ASEAN AI Transition Innovation Framework เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม การคุ้มครองสิทธิของประชาชน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการใช้ AI   “รัฐบาลไทย ขอเชิญชวน รัฐบาล ภาคธุรกิจ และนักลงทุนจากทั่วโลก ร่วมเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลและระบบนิเวศ AI แห่งอนาคต โดยประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางแห่งความร่วมมือ การลงทุน และนวัตกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกไปสู่อนาคตดิจิทัลที่เปิดกว้าง ปลอดภัย ครอบคลุม และเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” นายไชยชนก กล่าว    ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร  

หน้าใช่ เสียงคุ้น อาจไม่ใช่ตัวจริง ! AOC ชวนเช็ก 7 จุดสังเกต AI ปลอมตัว ก่อนโดนหลอกโอนเงินไม่รู้ตัว . แม้ภาครัฐจะเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง แต่มิจฉาชีพก็พัฒนากลโกงรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยนำเทคโนโลยี AI และ Deepfake มาใช้ปลอมเสียง ปลอมภาพ และวิดีโอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจนหลายคนหลงเชื่อ . ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบว่าประชาชนจำนวนมากเคยได้รับข้อความหรือเนื้อหาหลอกลวงที่สร้างด้วย AI ผ่าน SMS และโซเชียลมีเดีย จึงควรเรียนรู้วิธีสังเกตและป้องกันตัวเองให้ทันกลโกงรูปแบบใหม่ . กลโกง AI ที่พบบ่อย 1. ปลอมเสียง (Voice Cloning) มิจฉาชีพนำตัวอย่างเสียงจากคลิปในโซเชียลมาใช้ AI เลียนแบบเสียงของญาติ คนใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แล้วโทรมาขอยืมเงิน ขอ OTP หรือข้อมูลสำคัญ . ตัวอย่างเคสจริง   ผู้เสียหายได้รับสายจากบุคคลที่อ้างเป็นน้องชาย ใช้น้ำเสียงคล้ายตัวจริงและขอยืมเงินด่วน จึงโอนเงินไปให้ 79,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายได้ติดต่อกับน้องชายตัวจริง จึงทราบภายหลังว่าเป็นมิจฉาชีพ และได้ติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441 เพื่อช่วยระงับบัญชี . 2. ปลอมภาพและวิดีโอ (Deepfake) ใช้ AI สร้างภาพหรือวิดีโอเสมือนจริง แอบอ้างเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อข่มขู่ให้โอนเงิน หรือสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตกใจ . ตัวอย่างเคสจริง . อีกหนึ่งเคสที่สร้างความสูญเสียกว่า 11 ล้าน เมื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมชื่อดัง โทรแจ้งว่าชื่อถูกนำไปเปิดซิมโทรศัพท์และเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ก่อนโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. และส่งเอกสารคล้ายหมายศาลผ่าน Line โดยมิจฉาชีพให้ผู้เสียหายวิดีโอคอลสอบปากคำกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจระดับสูง และต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมืออาจมีความผิดทางกฎหมาย ด้วยความหวาดกลัว จึงหลงเชื่อโอนเงินรวม 11,497,998 บาท จากนั้นไม่สามารถติดต่อบุคคลดังกล่าวได้อีก จึงทราบว่าถูกหลอก และรีบแจ้งศูนย์ AOC 1441 เพื่อระงับบัญชีและติดตามเส้นทางการเงิน . 7 สัญญาณเตือนภัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงด้วย AI Deepfake . 1. โทรมาแล้วไม่พูด หรือพยายามให้เราเป็นฝ่ายพูดก่อน อาจเป็นพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่ต้องการเก็บข้อมูลหรือบันทึกเสียง 2. เสียงคล้ายคนรู้จัก แต่โทรมาจากเบอร์แปลก โดยอ้างว่าเปลี่ยนเบอร์ใหม่ โทรมาจากต่างประเทศ 3. รีบพูดเรื่องเงิน ขอความช่วยเหลือด่วน ฉุกเฉิน หรือเร่งให้โอนเงินทันที เพื่อไม่ให้มีเวลาตรวจสอบ 4. เปิดบทสนทนาด้วยคำว่า “จำเราได้ไหม” เพื่อให้เหยื่อพูดก่อน หรือถามข้อมูลส่วนตัว เพื่อให้ได้ข้อมูลไปใช้หลอกลวงต่อ 5. อ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ติดต่อผ่าน Line หรือวิดีโอคอล พร้อมขู่เรื่องคดี 6. เสียงพูดผิดธรรมชาติ น้ำเสียงเรียบ ไม่มีจังหวะหายใจ ออกเสียงผิดเพี้ยน หรือหลีกเลี่ยงการสนทนาโต้ตอบยาว ๆ 7. วิดีโอมีความผิดปกติ เช่น ปากขยับไม่ตรงเสียง สีผิว แสงเงา หรือการกระพริบตาไม่เป็นธรรมชาติ . ป้องกันตัวเองอย่างไร . • อย่าเชื่อทันที หากมีคนอ้างว่าเป็นญาติหรือคนรู้จัก ให้ตัดสายและโทรกลับผ่านช่องทางที่คุ้นเคย • ตั้ง “รหัสลับประจำบ้าน” ตั้งคำถามเฉพาะที่รู้กันเฉพาะบุคคลหรือครอบครัว เพื่อยืนยันตัวตน • อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือ OTP กับบุคคลอื่น • หากถูกอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีความ ให้ติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง . หากตกเป็นผู้เสียหาย . หากเผลอโอนเงินไปแล้ว ต้องตั้งสติและรีบดำเนินการดังนี้ 1. โทรแจ้ง สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง 2. รวบรวมหลักฐาน (สลิปโอนเงิน, แชตสนทนา, โปรไฟล์คนร้าย) เพื่อแจ้งความผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน . จำไว้ว่า “หน้าอาจใช่ เสียงอาจเหมือน แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นตัวจริง” ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูลสำคัญทุกครั้ง เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพยุค AI . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #AOC1441 -------------------------------------------------------------------------------------    

ดีอี ประชุมผู้ตรวจราชการฯ ครั้งที่ 1/2569 ติดตามการดำเนินโครงการหน่วยงานในสังกัด . วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร. นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการดำเนินโครงการตามนโยบายของหน่วยงานในสังกัด พร้อมด้วยนายธีรวุฒิ ธงศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 10/10 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม .#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,070 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,776 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,774 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 21 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง Paotang by Kungthai ส่งอีเมลแจ้งรับสิทธิวงเงินเพิ่มเติมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง เคาะแล้ว ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย ทุกสีทุกสาย เริ่ม 1 ม.ค. 70   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ครม. สั่งเข้ม ห้ามข้าราชการใช้ไฟหลวงชาร์จรถยนต์ EV ส่วนตัว   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง ชายแดนไทย-กัมพูชา ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กองทัพเฝ้าติดตามสถานการณ์ พร้อมมาตรการรองรับในทุกด้าน   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง จีนใช้นโยบายโจมตีผ่านสื่อ เพื่อไม่ให้ชาวจีนเดินทางมาประเทศไทย   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง F-16 ไทย ขึ้นบินลาดตระเวนกลางดึก ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดน   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารไทยพบบังเกอร์ของกัมพูชา ห่างจากปราสาทตาเมือนธมเพียง 20 เมตร   สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือ เรื่อง “Paotang by Kungthai ส่งอีเมลแจ้งรับสิทธิวงเงินเพิ่มเติมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่า อีเมลดังกล่าวเป็นอีเมลปลอมที่มิจฉาชีพจัดทำขึ้นเพื่อแอบอ้างชื่อแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แจ้งให้ประชาชนกดรับสิทธิเพิ่มวงเงินภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”   ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยไม่มีนโยบายส่งอีเมลเพื่อให้กดรับสิทธิเพิ่มวงเงินในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” แต่อย่างใด ขอให้ประชาชนระมัดระวังการกดลิงก์ หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลจากอีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------------------------

ดีอี จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช . วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา  

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน โดยมีคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,088 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,626 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,623 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 26 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง รัฐฯ ยึดพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา จากนอมินีคืนได้มากกว่า 49 ไร่ มูลค่าประมาณ 1,053 ล้านบาท อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ซื้อหวยไทย ลาว ฮานอย บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ชำระผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง CLICX Bank ธนาคารไร้สาขา รายแรกของไทย โดยความร่วมมือของ KTB AIS และ ปตท. อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านเว็บไซต์ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทย บินล้ำดินแดนกัมพูชา อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เร่งปรับปรุงถนน โครงการเชื่อมอาเซียน ไทย ลาว และ เวียดนาม ระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือ เรื่อง “ซื้อหวยไทย ลาว ฮานอย บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ชำระผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่สามารถใช้ชำระค่าซื้อหวยไทย หวยลาว หวยฮานอย รวมถึงไม่มีบริการการพนันผิดกฎหมายทุกประเภทผ่านช่องทาง “เป๋าตัง” โดยการใช้สิทธิเป็นไปตามเงื่อนไขและประเภทร้านค้าที่โครงการกำหนดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีเปิดงาน “AI Governance Week 2026” (AIGW 2026) และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Driving Thailand's AI Development Towards Global Partnerships" แสดงวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการพัฒนาการกำกับดูแล AI อย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ณ ห้องพญาไท 3 - 4 ชั้น 6 โรงแรม อิสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ   สำหรับเวที AIGW 2026 นี้ สะท้อนให้เห็นว่า “AI Governance” กำลังกลายเป็นแนวทาง เครื่องมือ เพื่อให้การพัฒนาและใช้งาน AI ภายใต้การกำกับดูแลที่สามารถเดินหน้าได้อย่างปลอดภัย รับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน โดยได้รวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Governance องค์กรระหว่างประเทศ และผู้นำเทคโนโลยีจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน จากกว่า 40 หน่วยงานชั้นนำของไทย และต่างประเทศรวมมากกว่า 60 หน่วยงาน เพื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นสำคัญด้านแนวทางกำกับดูแล AI ให้ ปลอดภัย โปร่งใส รับผิดชอบ และใช้งานได้จริงตลอด 5 วัน โดยงานจะจัดในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 นี้

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2569 ติดตามความคืบหน้าการทำงานตามมติของคณะกรรมการฯ ในเรื่องกรอบแนวทางการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรม ความคืบหน้าการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ แนวทางการกำหนด AI Governance Guideline  และการยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอนาคต โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม N404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,045 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,915 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,910 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง หวยใต้ดินถูกกฎหมาย แอดไลน์ เจริญทรัพย์ ที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง นายหน้าชาวเมียนมารับเปิดบัญชีธนาคาร 1,500 บาท ให้กับชาวเมียนมาในภูเก็ต   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ผลักดันสินค้า OTOP ไทย ผ่าน Shopee สู่ตลาดออนไลน์และต่างประเทศ   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ดื่มน้ำปั่นใบไม้สดและผักสดที่ไม่ผ่านความร้อน ทำให้ก้อนมะเร็งยุบลง ฟื้นฟูการรับรสและต่อมน้ำลาย   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง สคบ. ผนึกกำลัง สมอ. เฝ้าระวัง-ตรวจสอบ ""สกุชชี่"" ที่ไม่ได้มาตรฐาน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดช่องทางติดต่อฝ่ายบริการสินเชื่อ ผ่านไลน์ @588fbmxs   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยเตรียมพร้อมรับมือ เฝ้าระวังผลจากพายุเมขลา และพายุฮีโกส   สำหรับข่าวที่น่าสนใจ เรื่อง “หวยใต้ดินถูกกฎหมาย แอดไลน์ เจริญทรัพย์ ที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดย สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชื่อผู้ใช้ที่มีการให้แอดไลน์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมิจฉาชีพได้แอบอ้างชื่อของหน่วยงานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ   ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดจำหน่ายสลากออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือตามช่องทางที่กำหนดไว้เท่านั้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ    อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------------------------

วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีเปิดงาน "Connecting the Right Dots: Thailand Banking Al Red Team Challenge 2026" และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "Shaping a Better Digital Future through Red Teaming" ภายใต้งาน “AI Governance Week 2026” (AIGW 2026) โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องแมนดาริน A ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.