Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เดินทางเข้าเยี่ยมพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินธุดงค์ ซึ่งพักรักษาอาการ ณ โรงพยาบาลมุกดาหาร พร้อมทั้งเยี่ยมและให้กำลังใจญาติของพระภิกษุผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีพระสงฆ์ที่เดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานีร่วมอยู่ด้วย     ทั้งนี้นางสาวแนน ได้กล่าวถึงการเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจในครั้งนี้ ว่า ขอน้อมถวายความอาลัยต่อการมรณภาพของพระภิกษุจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับญาติ คณะสงฆ์ และศิษยานุศิษย์ทุกท่าน และขอเป็นกำลังใจแก่ครอบครัว ญาติ ผู้ดูแล ตลอดจนทีมแพทย์และพยาบาลที่ให้การดูแลพระภิกษุผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด   ขณะเดียวกัน รมช.ดีอี ได้มอบหมายให้ NT สำรวจเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารในพื้นที่ต้องการใช้สัญญาณ WiFi และได้ดำเนินการติดตั้ง Free-WiFi ณ วัดบ้านน้ำขุ่น อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี สถานที่จัดพิธี บำเพ็ญกุศลศพพระสงฆ์ที่มรณภาพจากอุบัติเหตุดังกล่าว พร้อมทั้งถวายน้ำดื่มและสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้กับพระธุดงค์ที่ยังขาดแคลน จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้ความช่วยเหลือทางวัด และโรงพยาบาล พร้อมกันนี้ NT ยังได้เปิดรับบริจาคโลหิตพนักงาน NT ให้กับโรงพยาบาล เพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชนที่มีความต้องการต่อไป


วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมศุลกากร ครบรอบ 152 ปี พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร พร้อมด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรให้การต้อนรับ ณ กรมศุลกากร กรุงเทพฯ

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้บริหาร คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องของกองทุนฯ ภายใต้โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี และกำกับติดตามตัวชี้วัดของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

 วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าศึกษาดูงาน พร้อมร่วมกล่าวเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานภาคีเครือข่ายองค์กรคุณธรรมต้นแบบ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 110,387 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 8,217 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 8,210 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 7 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยคุ้มกันสำนักข่าวต่างชาติเข้าไปในโอร์เสม็ด ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยกัมพูชา   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ชำระค่าบริการ m-flow ผ่านเว็บไซต์ mflowts.buzz   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ไทยช่วยไทยพลัส ใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟได้แล้ว ตั้งแต่ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 2569   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ให้ลงทะเบียนกู้ 50,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน ผ่าน TikTok psileofiwxm   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาขับรถถังของจีนเข้ารื้อลวดหนามชายแดนไทย ระยะทางร้อยกิโลเมตร   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ราชกิจจาฯ ประกาศใช้กฎอัยการศึกจากภัยคุกคามของกัมพูชา และทหารมีอำนาจเหนือพลเรือน   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โครงการปรับปรุงถนนรอบอ่างเก็บน้ำปราณบุรี ระยะที่ 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ งบประมาณกว่า 39 ล้านบาท ชำรุดเพราะส่งมอบเร็วกว่ากำหนด 60 วัน   สำหรับข่าวที่น่าสนใจคือ เรื่อง “ชำระค่าบริการ m-flow ผ่านเว็บไซต์ mflowts.buzz” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์ปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยแอบอ้างตั้งชื่อให้ใกล้เคียงกับเว็บไซต์จริง เพื่อหลอกให้ชำระค่าบริการ M-Flow โดยหลอกลวงให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัตรเครดิต   ทั้งนี้ ขอประชาชนใช้บริการผ่านช่องทางหลักเท่านั้น ได้แก่ -เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: www.mflowthai.com -แอปพลิเคชันมือถือ: M-Flow -Line Official Account: @mflowthai   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------------------------

รมช.ดีอี หารือ ปณท. ยกระดับบริการใหม่ Thailand Postmart - Prompt Post  บนแอป  “ทางรัฐ”   วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือกับ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท พร้อมด้วยผู้บริหาร ปณท. โดยมีประเด็นสำคัญเรื่องการบริหารพื้นที่อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ไทยบนแพลตฟอร์ม Thailand Postmart และการปรับเปลี่ยนบริการของ ปณท ผ่านแพลตฟอร์ม Prompt Post  เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กทม.   #DE  #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ThailandPostmart #ปณท #ไปรษณีย์ไทย

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมการประชุม Global Dialogue on AI Governance 2026 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส    สำหรับการประชุม Global Dialogue on AI Governance เป็นการประชุมครั้งแรกที่จัดขึ้นโดยสหประชาชาติ ซึ่งมีผู้นำระดับสูงจากประเทศสมาชิก UN ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการกำกับดูแล AI โดยมุ่งแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และแนวทางความร่วมมือ เพื่อให้การพัฒนาและการใช้ AI มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ เคารพสิทธิมนุษยชน ลดความเหลื่อมล้ำด้าน AI และทำให้ทุกประเทศได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึง   ทั้งในการเปิดการประชุม H.E. António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการจัดทำกรอบ AI Governance ให้สอดคล้องกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี โดยชี้ว่า ปัจจุบัน AI สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานนับพันล้านคนภายในเวลาเพียง 2 ปี และเริ่มมีความสามารถในการตัดสินใจและปฏิบัติงานได้อย่างอิสระมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง หากขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม    ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงควรร่วมกันพัฒนา AI ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง คุ้มครองเด็กและเยาวชนจากความเสี่ยงของ AI และขอยืนยันว่า การกำกับดูแล AI ไม่ใช่อุปสรรคของนวัตกรรม แต่เป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ AI ได้รับความไว้วางใจและสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างยั่งยืน

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือกับ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท พร้อมด้วยผู้บริหาร ปณท โดยมีประเด็นสำคัญอาทิ การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ไทยบนแพลตฟอร์ม ThailandPostmart และการปรับเปลี่ยนบริการของ ปณท ผ่านแพลตฟอร์ม Prompt Post  เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเรื่องการบริหารพื้นที่อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กทม.    นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า จากการหารือกับ ปณท ได้มีการกำหนดแนวทางในการยกระดับแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ร่วมกัน โดยเน้นการให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ SMEs ไทย เพื่อให้ ThailandPostMart ยกระดับเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ไทย ที่จำหน่ายสินค้าไทยจากผู้ประกอบการไทย โดยเน้นเรื่องคุณภาพของสินค้า และการบริการขนส่งที่มีคุณภาพจาก ปณท รวมทั้งเตรียมหารือความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อสร้างโอกาสส่งเสริมช่องทางการขายสินค้าจากชุมชน หรือผู้ด้อยโอกาส ผ่านออนไลน์    ขณะเดียวกัน ปณท ได้จัดทำแพลตฟอร์ม Prompt Post ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จะยกระดับการให้บริการประชาชนในรูปแบบดิจิทัล ทั้งเรื่องของการบริการส่งจดหมายราชการแบบอิเล็กทรอนิกส์ การจัดการเอกสารหรือข้อมูลสำคัญครบจบในที่เดียว การทำธุรกรรมระหว่างภาครัฐและประชาชน จ่ายค่าธรรมเนียม อาทิ การติดตามการจัดส่ง การทำหนังสือเดินทาง (Passport) หรือ Visa โดยที่ผู้รับสามารถเลือกบริการการจัดส่งเองได้   ทั้งนี้ ปณท ได้ทดลองดำเนินการจัดส่ง ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) ของนักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ในรูปแบบดิจิทัลไปยังสถานที่รับสมัครงานได้ในทันที ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากนักศึกษาที่ทดลองใช้งาน โดยบริการใหม่ของ ปณท จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการว่าเอกสารที่จัดส่งจะถึงมือผู้รับด้วยความปลอดภัยอย่างแน่นอน ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนายกระดับฟีเจอร์อย่าง e-Voting การลงประชาพิจารณ์ผ่านออนไลน์ และ e-Broadcast การส่งข้อมูลเพื่อกระจายข่าวสาร   นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการรวบรวมแพลตฟอร์ม ThailandPostMart และ Prompt Post ไว้บนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยจะมีการหารือร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เพื่อเป็นการยกระดับแอปพลิเคชันให้บริการประชาชนไว้บนแอป “ทางรัฐ” ที่เป็นแพลตฟอร์มซึ่งรวบรวมการให้บริการของภาครัฐไว้ในแอปเดียว   ในด้านการบริหารจัดการพื้นที่อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดนั้น ตนจะร่วมหารือกับนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอาจเป็นการร่วมบูรณาการกับกรมศิลปากร เพื่อกำหนดการจัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมต่างๆ ยกระดับให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่ กทม. พร้อมกับการยกระดับคุณค่าของที่ระลึกของ ปณท ได้แก่ แสตมป์ และสิ่งสะสมต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมได้    “การหารือกับ ปณท ได้กำหนดแนวทางการนำแพลตฟอร์ม ThailandPostMart และ Prompt Post ไปรวมไว้บนแอป “ทางรัฐ” เพียงแอปเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก สำหรับ ThailandPostMart ตนได้มอบหมายให้ ปณท สร้างจุดเด่นเรื่องของการเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ของคนไทย เน้นสินค้าไทยที่จำหน่ายโดยผู้ประกอบการไทย ด้าน Prompt Post ถือเป็นแอปพลิเคชันบริการใหม่จาก ปณท เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีการพัฒนาไปสู่แอปที่จะมีฟีเจอร์ E-voting จัดการลงคะแนนเสียงประชาพิจารณ์ หรือการเลือกตั้งแบบออนไลน์ได้ในอนาคต” รมช.ดีอี กล่าว   ------------------------------------------------------------------------------

รมว.ดีอี ร่วมหารือ เอสโตเนีย แลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ AI ด้านความมั่นคง - รับมือสาธารณภัย   วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และคณะ ร่วมหารือทวิภาคีด้านการพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับ H.E Ms. Liisa-Ly Pakosta รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกิจการดิจิทัล สาธารณรัฐเอสโตเนีย (Minister of Justice and Digital Affairs of Estonia)    ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินการด้าน AI ของเอสโตเนีย ซึ่งมีการใช้งาน AI ในด้านความมั่นคงของประเทศ การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ความสามารถในการใช้งานร่วมกันของข้อมูลและความปลอดภัยของข้อมูล จริยธรรมและความไว้วางใจในการใช้งาน AI    สำหรับประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องและหารือร่วมกันต่อไป ได้แก่ การประเมินผลข้อมูล และคุณภาพของข้อมูลที่ได้จาก AI การเตรียมระบบกฎหมายให้ทันกับการพัฒนา AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ การพัฒนาการศึกษาและความรู้เรื่องสื่อสังคมออนไลน์ให้แก่เยาวชน เพื่อรับมือกับข้อมูลเท็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับความเสี่ยงทางดิจิทัล   นอกจากนี้ เอสโตเนีย ได้นำเสนอตัวอย่างในการใช้งาน AI อาทิ การบริหารจัดการด้านสาธารณภัยต่างๆ เช่นการเฝ้าระวังไฟป่า การช่วยตรวจจับรถที่ขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด เป็นต้น

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 111,503 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,906 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,894 ข้อความ ช่องทาง Line 12 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 16 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง อ.เชียงของ- เชียงแสน เตรียมรับน้ำสูงขึ้น 1.5 เมตร หลังจาก จีนประกาศระบายน้ำ เขื่อนจิ่งหง ปลายเดือนมิถุนายน 2569   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ทหารไทยสั่งปิดท่าข้ามแม่สอด ป้องกันส่งเสบียงฝั่งพม่า หลังกระสุนตกใส่บ้านไทย   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ส่ง SMS แจ้งยอดค้างชำระ ดำเนินการผ่านเว็บไซต์ mfoli.cc   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงสาธารณสุข ขยายสิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ถึง 31 สิงหาคม 69   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ญี่ปุ่นประกาศเพิ่มโควตานำเข้าข้าวไทยอีก 6 หมื่นตัน ภาษี 0%   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ตลาดกุ้งไทย เตรียมกลับมาส่งออกมาเลเซีย ได้ตามปกติ   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง รั้วชายแดนเอาไม่อยู่ รถตู้ VIP จากกัมพูชา วิ่งผ่านเข้าไทยได้อย่างง่ายดาย   สำหรับข่าวที่น่าสนใจคือ เรื่อง “การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ส่ง SMS แจ้งยอดค้างชำระ ดำเนินการผ่านเว็บไซต์ mfoli.cc” โดยกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) หรือ EXAT กระทรวงคมนาคม พบว่าเป็น “ข่าวปลอม” ซึ่ง กทพ. แจ้งว่า ลิงก์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์ปลอมที่มิจฉาชีพทำขึ้นเพื่อสร้างความสับสนให้กับประชาชน โดยมีชื่อใกล้เคียงกับช่องทางการชำระเงินของ M-Flow เพื่อหลอกให้ประชาชนกดลิงก์   ทั้งนี้ กทพ. ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายส่ง SMS เพื่อเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าปรับใด ๆ หากผู้ขับขี่มีการฝ่าด่าน กทพ. จะจัดส่งหนังสือให้ชำระค่าผ่านทางเป็นลายลักษณ์อักษร เท่านั้น   ดังนั้น หากประชาชนได้รับข้อความลักษณะดังกล่าว ขออย่าหลงเชื่อ ไม่กดลิงก์ และไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ EXAT Call Center 1543 ตลอด 24 ชั่วโมง   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นตัวแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถ้อยแถลงถึงความสำเร็จของประเทศไทย ในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ภายในการประชุม High-level Governmental Plenary Segment: Harnessing the Benefits of AI for All through Inclusive and Interoperable Approaches ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ การประชุม Global Dialogue on AI Governance ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส   นายไชยชนก กล่าวผ่านถ้อยแถลงว่า ความสำเร็จของไทยในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ทั้งการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การป้องกันและปราบปรามภัยออนไลน์ การยกระดับการให้บริการของภาครัฐ ควบคู่กับธรรมาภิบาล AI อาทิ การจัดตั้ง AI Governance Practice Center (AIGPC) การเป็นเจ้าภาพการประชุม UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 และการเป็นประธานการประชุมอาเซียนที่ผลักดันแนวทาง Expanded ASEAN Guide on AI Governance and Ethics - Generative AI     ทั้งนี้ไทยขอเชิญชวนให้ สหประชาชาติ (UN) และประเทศสมาชิก UN พิจารณาไทยเป็นพื้นที่ทดลองจริงสำหรับการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (real-world sandbox for AI governance) เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ร่วมกันทดสอบ แลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนารูปแบบการกำกับดูแลที่นำไปสู่การปฏิบัติจริงที่เหมาะสม    ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือและการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ  และไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือ ในการเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนา มีบทบาทร่วมกันกำหนดอนาคตในการผลักดัน AI Governance     “ความสำเร็จของ AI ไม่ได้วัดจากความฉลาดของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากประโยชน์ที่ประชาชน สังคม และประเทศจะได้รับควบคู่กับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างมีธรรมาธิบาล” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย    -----------------------------------------------------------------------

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน พระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ พระภิกษุผู้ถึงแก่มรณภาพ จำนวน 7 รูป จากอุบัติเหตุ ขณะเดินธรรมจาริกบนถนนหลวงบริเวณบ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดน้ำขุ่น ตำบลตาเกา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี   ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมาย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ   ในการนี้ รมช.ดีอี ได้มอบหมายให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมอำนวยความสะดวกในการจัดงานโดยติดตั้งจุดให้บริการสัญญาณ Wi-Fi พร้อมทั้งแจกจ่ายน้ำดื่มให้กับประชาชนที่มาร่วมในพิธี   

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะเพื่อเตรียมจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 401 ชั้น 4 อาคาร 150 ปี    ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบกรอบแนวคิดการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน 4 เสาหลัก ครอบคลุม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเสริมบทบาทประเทศท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนพิจารณาข้อเสนอการจัดกิจกรรมระดับสูงและนิทรรศการศาลาไทย เพื่อสะท้อนศักยภาพและบทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพเวทีเศรษฐกิจและการเงินระดับโลกในปี 2569

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือทวิภาคีกับ Mrs. Josephine Teo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Minister for Digital Development and Information of Singapore) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการป้องกันและปราบปราม การหลอกลวงทางออนไลน์ การยกระดับธรรมาภิบาลดิจิทัล (Digital Governance) และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์    ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความท้าทายในการรับมือกับปัญหาภัยหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างสมรรถนะให้กับองค์กรภายในของรัฐ และลดการพึ่งพาบริการจากภายนอก   นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความท้าทายเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการจำกัดอายุ ผู้ใช้งานโดยเฉพาะเยาวชน และการกำกับดูแลเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม และมาตรการร่วมรับผิดชอบของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ และการสร้างความตระหนักรู้สำหรับผู้ปกครอง และครู    รวมทั้งการประยุกต์ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาครัฐ ตลอดจนการพัฒนากฎหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ ข่าวปลอม ซึ่งทั้งไทยและสิงคโปร์จะสานต่อความร่วมมือการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนากฎหมายร่วมกัน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.