Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระแสของเล่น "สกุชชี่" (Squishy) กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และนักสะสม ทำให้มีการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ทุกครั้งที่มีกระแสความนิยมเกิดขึ้น มิจฉาชีพก็มักอาศัยจังหวะดังกล่าวสร้างเพจปลอม บัญชีปลอม หรือร้านค้าออนไลน์ปลอม หลอกให้ผู้บริโภคโอนเงินซื้อสินค้า พอได้แล้วเงินแล้วหนี หรือส่งสินค้าที่ไม่ตรงปก จนสร้างความเสียหายให้กับผู้ซื้อจำนวนมาก    กลโกงที่ 1 เปิดเพจขายราคาถูกเกินจริง กลโกงที่พบมากที่สุด คือการนำภาพสินค้าจากร้านค้าจริงหรือจากต่างประเทศมาโพสต์ขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก พร้อมอ้างว่าเป็นสินค้านำเข้า โปรโมชั่นพิเศษ หรือมีจำนวนจำกัด เพื่อเร่งรัดให้ผู้ซื้อรีบโอนเงินเมื่อได้รับเงินแล้ว ผู้ขายจะปิดเพจ เปลี่ยนชื่อบัญชี หรือบล็อกผู้ซื้อทันที ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้   กลโกงที่ 2 อ้างเป็นร้านพรีออเดอร์ มิจฉาชีพบางรายอ้างว่าสามารถนำเข้าสินค้ารุ่นหายาก หรือรุ่นลิมิเต็ดจากต่างประเทศ โดยกำหนดให้ชำระเงินเต็มจำนวนล่วงหน้า หลังจากนั้นจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น สินค้าติดศุลกากร ขนส่งล่าช้า หรือขอเก็บค่าดำเนินการเพิ่มเติม ก่อนจะหายตัวไปในที่สุด   กลโกงที่ 3 ส่งของไม่ตรงปก แม้ผู้ซื้อจะได้รับสินค้า แต่กลับเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ ของปลอมปนเปื้อนสารก่อมะเร็งที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค หรือมีขนาดและสีไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้ เมื่อผู้ซื้อร้องเรียน ร้านค้ากลับปิดช่องทางการติดต่อ หรือปฏิเสธการรับผิดชอบ   กลโกงที่ 4 หลอกให้สแกน QR หรือกดลิงก์ บางเพจส่งข้อความแจ้งว่าต้องชำระค่าขนส่งเพิ่มเติม หรือยืนยันสิทธิ์รับสินค้า โดยแนบ QR Code หรือลิงก์ปลอม เมื่อผู้เสียหายกดลิงก์ อาจถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัตร หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลและสูญเสียเงินในบัญชี   กลโกงที่ 5 ปลอมรีวิว สร้างความน่าเชื่อถือ ปัจจุบันมิจฉาชีพสามารถสร้างรีวิวปลอมได้แนบเนียน ทั้งภาพผู้ซื้อ ความคิดเห็น หรือยอดขาย รวมถึงใช้เทคโนโลยี AI ช่วยสร้างภาพและข้อความ ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นการมีรีวิวจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าร้านค้านั้นน่าเชื่อถือเสมอไป   วิธีสังเกตก่อนซื้อ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขอแจ้งเตือนผู้บริโภคควรตรวจสอบข้อมูลร้านค้าให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ ราคาถูกผิดปกติ หรือเร่งรัดให้โอนเงินทันที   ก่อนโอนเงินควรตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันตรวจสอบบัญชีมิจฉาชีพ อ่านรีวิวจากหลายแหล่ง และหลีกเลี่ยงการซื้อขายนอกแพลตฟอร์มที่ไม่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ หากร้านค้าอ้างว่ามีสินค้ารุ่นหายาก แต่ขายในราคาต่ำกว่าปกติมาก ควรตั้งข้อสังเกตไว้ก่อน เพราะอาจเป็นกลลวงเพื่อหลอกให้รีบตัดสินใจ   หากตกเป็นเหยื่อ ควรทำอย่างไร หากโอนเงินแล้วสงสัยว่าถูกหลอก ควรรีบรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสลิปการโอนเงิน ข้อความสนทนา ลิงก์ร้านค้า และข้อมูลบัญชีผู้รับ ก่อนแจ้งศูนย์ AOC 1441 เพื่อระงับบัญชีธนาคารทันที และแจ้งความผ่านช่องทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด   กระแสความนิยมของสินค้าไม่ใช่เรื่องผิด แต่ผู้บริโภคควรใช้สติและตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน เพราะในโลกออนไลน์ ทุกกระแสที่ได้รับความนิยม ล้วนเป็นโอกาสที่มิจฉาชีพพร้อมเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากความต้องการของผู้บริโภค หากรู้เท่าทันกลโกง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ได้ง่าย    -----------------------------------------------------------------

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมี นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้องประชุม 10/02 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการนำระบบ e-Office มาใช้ในการบริหารจัดการเอกสารและงานสารบรรณของหน่วยงานราชการให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ลดการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน และสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐผ่านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์กลางของภาครัฐ (GDCC) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับการให้บริการประชาชน  

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์บนเวทีผู้นำ หรือ Leaders TalkX 3 :  หัวข้อ  Artificial Intelligence: Policy, Ethics, and Global Cooperation” ระหว่างการเข้าร่วมงาน WSIS Forum 2026 ซึ่งจัดโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส    นายไชยชนก กล่าวแสดงวิสัยทัศน์โดยนำเสนอ 3 ประเด็นสำคัญว่า ที่ประชาคมระหว่างประเทศควรร่วมกันผลักดัน เพื่อให้ AI เป็นโอกาสของทุกประเทศอย่างแท้จริง ได้แก่    1.การสร้างความพร้อม (Build Readiness) ผ่านการลงทุนด้านบุคลากร องค์ความรู้ และศักยภาพของประเทศควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐาน  2.การสร้างความเชื่อมั่น (Build Trust) ด้วยการพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับธรรมาภิบาล AI ที่โปร่งใสและยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง  และ 3.การเสริมสร้างความร่วมมือผ่านการเชื่อมโยงระบบธรรมาภิบาล (Interoperability) เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถทำงานร่วมกันได้ แม้จะมีบริบทและกฎหมายที่แตกต่างกัน   ขณะเดียวกันการสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือเงินทุน แต่ควรให้ความสำคัญกับการแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติด้าน AI Governance เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเปิดโอกาสให้ทุกประเทศได้มีบทบาทในการกำหนดอนาคตของ AI ร่วมกัน   “ขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติและพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนา AI Governance Sandbox และไทยพร้อมเป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ แลกเปลี่ยนด้านธรรมาภิบาล AI ในสภาพแวดล้อมจริง รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ร่วมพัฒนาแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลได้ในระดับสากลโดย พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อประโยชน์ของประชาคมโลก” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับเกียรติจาก สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ให้เป็นผู้ประกาศและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะใน 2 สาขา ได้แก่ C7. E-business โครงการ Cross Border E-commerce Platform ของ Dubai Customs สหรัฐอาหรับเอมิเรส และ C7. E-learning โครงการ QSpark - The Spark of Intelligent E-Learning ของมหาวิทยาลัย Qassim ในพิธีมอบรางวัล WSIS Prizes 2026 ภายใต้การประชุม World Summit on the Information Society (WSIS) Forum 2026 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส   ทั้งนี้การมอบรางวัลดังกล่าวมีขึ้นเพื่อยกย่องโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายของการประชุมสุดยอดว่าด้วยสังคมสารสนเทศ (WSIS)   สำหรับในปีนี้ การประกวด WSIS Prizes 2026 มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมส่งโครงการเข้าประกวดจำนวน 1,595 โครงการ จาก 122 ประเทศ และมีผู้ร่วมลงคะแนนมากกว่า 2.2 ล้านคะแนน ก่อนคัดเลือกผู้ชนะ 18 โครงการ จาก 18 สาขา (WSIS Action Line Categories)    ในส่วนของประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้ส่งโครงการแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GPPC: Thailand Government Platform for PDPA Compliance) เข้าร่วมประกวด และได้รับรางวัลเป็น Champion ในสาขา AL C1: The role of governments and all stakeholders in the promotion of ICTs for development เพื่อแสดงถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าและผลักดันการดำเนินงานโครงการ "เน็ตประชารัฐ" ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม CB 304 อาคารรัฐสภา    ทั้งนี้ รมช.ดศ. ได้มอบหมายให้ สดช. ดำเนินการ สำรวจและรวบรวมข้อมูลจุดติดตั้งบริการเน็ตประชารัฐ พร้อมทั้งสถิติการใช้งานของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการดำเนินการในระยะต่อไป    ขณะเดียวกันให้พิจารณาปรับปรุงจุดติดตั้งในแต่ละพื้นที่ โดยคำนึงถึงปริมาณการใช้งาน และความต้องการของประชาชน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าด้านงบประมาณ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมหารือเกี่ยวกับ Data Center ครอบคลุมแนวทางส่งเสริมการลงทุน ด้านนโยบายการดำเนินงาน ตลอดจนด้านการพัฒนาในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของกระทรวงดีอี โดยมีผู้แทนหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/01 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับเกียรติให้เป็น Moderator การประชุมย่อย (Breakout Session) ของการประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Roundtable) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้กรอบการประชุม WSIS Forum 2026 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยทำหน้าที่เป็นผู้นำการอภิปรายและหารือรัฐมนตรีดิจิทัล จาก 15 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ บุรุนดี ชาด จีน จิบูตี กินี กาบอง เฮติ อินโดนีเซีย อิหร่าน อิรัก ลิเบีย มาลี รัสเซีย เซเนกัล และตูนิเซีย    นายไชยชนก กล่าวว่า การประชุม Ministerial Roundtable เป็นการประชุมแบบปิด ซึ่งจัดขึ้นโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ภายใต้การประชุม WSIS Forum 2026 เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 ห้องย่อย ซึ่งแต่ละห้องมีรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกทำหน้าที่ Moderator พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ ITU สนับสนุนการดำเนินการประชุม   ทั้งนี้ในส่วนของที่ประชุมรัฐมนตรีดิจิทัล 15 ประเทศ ที่ตนเข้าร่วมนั้น ได้มีการนำเสนอผลการหารือกลุ่มย่อยใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์และนโยบายด้าน AI 2) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และ 3) โครงสร้างพื้นฐานและความครอบคลุม    ขณะเดียวกันที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนา AI ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง บนพื้นฐานของความพร้อม ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ควบคู่กับการเคารพสิทธิและอธิปไตย และความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษา    “นอกจากความสำคัญเรื่องการพัฒนา AI ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางแล้ว ที่ประชุมยังเห็นพ้องถึงการผลักดันการลงทุนเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีของกลุ่มเปราะบาง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์การสหประชาชาติ ธนาคารเพื่อการพัฒนา และภาคเอกชน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณะได้อย่างทั้งถึง” นายไชยชนก กล่าว    -------------------------------------------------------------------------------


รมว.ดีอี หารือทวิภาคี รัสเซีย แลกเปลี่ยนการพัฒนา AI – LLMs – ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์   วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้หารือทวิภาคีกับ H.E. Mr. Grigoriy Borisenko รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัล การสื่อสาร และสื่อมวลชนแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Deputy Minister of Digital Development, Communications and Mass Media of the Russian Federation)    ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองและการดำเนินการด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับภาษาท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้าน AI และความมั่นคงทางดิจิทัลของทั้งสองประเทศ   นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการเตรียมความพร้อมด้านพลังงาน เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ AI และการลงทุนด้านดิจิทัลในอนาคต รวมทั้งเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและกรุงมอสโก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ   ในโอกาสนี้ ผู้แทนรัสเซียได้แสดงการสนับสนุนประเทศไทยในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาบริหารของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU Council) วาระปี 2027–2030 เพื่อการเสริมสร้างบทบาทของ ITU ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศที่ดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและมุ่งตอบสนองประโยชน์ของประเทศสมาชิกทุกประเทศ   #DE  #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #รมวไชยชนก #AI #LLMs

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกะทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ติดตามโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (5G Ambulance) ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า นางสาวมนัสวีช์ ทรัพย์พร้อม นายอำเภอพิบูลมังสาหาร นพ. ชัยวัฒน์ ดาราสิชฌน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี นพ.ทนง คำศรี นายแพทย์เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ที่ว่าการอำเภอพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

รมช.ดีอี ร่วมกิจกรรม Digital Agriculture Pitching Day อีสานล่าง สร้างโอกาสเกษตรกร เข้าถึงเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ  . วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกะทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะจากกิจกรรม Digital Agriculture Pitching Day รอบภาคอีสานตอนล่าง พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการในกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day และมอบเทคโนโลยีดิจิทัลแก่ชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากโครงการ OTOD #3 โดยมี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี . สำหรับกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day เป็นกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ OTOD#3 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านการเกษตร (Digital Agriculture) เพิ่มโอกาสการเข้าถึงและประยุกต์ใช้บริการดิจิทัลของกลุ่มชุมชน เกษตรกร ช่างชุมชน และกลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรให้สามารถใช้บริการดิจิทัลเพื่อการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ  . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือกับ Ms. Lucie Sestakova, Head of Cabinet of Commissioner Jozef Síkela แห่งคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี AI ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ณ สำนักงานใหญ่ของยุทธศาสตร์ Global Gateway กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม   นอกจากนี้ ไทยและสหภาพยุโรปยังได้หารือถึงการส่งเสริมการลงทุนภายใต้กรอบ Global Gateway ของสหภาพยุโรป เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย อาทิ Data Center, Smart Infrastructure, Smart City และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ควบคู่กับการสนับสนุนด้านธรรมาภิบาล AI การคุ้มครองข้อมูล การพัฒนา Digital Identity การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของไทยและสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปในระยะยาว

มีเหตุการณ์จริงจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มาเตือนภัยกันอีกครั้ง ในเคสนี้มีผู้เสียหายเป็นหญิงจากจังหวัดสุรินทร์ ได้รับการติดต่อผ่าน Messenger บน Facebook โดยมิจฉาชีพอ้างตัวเป็น "แม่" ของผู้เสียหาย จุดที่ทำให้ผู้เสียหายตายใจคือ น้ำเสียง วิธีการพูด และลักษณะคำพูดของคนในสายคล้ายคลึงกับคุณแม่ตัวจริงอย่างมาก จนไม่ทันได้ตั้งข้อสงสัย    ซ้ำบุคคลในสายแจ้งว่าต้องการซื้อทุนเรียนให้ ขอให้โอนเงินไปก่อน ผู้เสียหายก็โอนให้ตามที่ขอ จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าเงินไม่พอ ขอให้โอนเพิ่มอีก และต่อมาก็สร้างเรื่องใหม่ต่อเนื่องว่าขอให้โอนเงินค่ามัดจำต้นกล้ายางพารา เพราะช่วงนี้ราคาถูก ผู้เสียหายก็หลงเชื่อโอนให้อีก และถูกขอให้โอนเพิ่มไปเรื่อย ๆ หลายรอบ รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 100,200 บาท    กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็ต่อเมื่อได้ทราบความจริงในภายหลังว่าโทรศัพท์ของคุณแม่ตัวจริงหายไปก่อนหน้านั้น 1 วัน และคุณแม่จำหมายเลขโทรศัพท์ของลูกไม่ได้ จึงไม่สามารถติดต่อมาเตือนได้ทันเวลา ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกลวง และเข้าแจ้งความผ่านศูนย์ AOC สายด่วน 1441   วิเคราะห์เทคนิคของมิจฉาชีพ   - แฝงตัวผ่านช่องทางที่ไว้ใจได้ โดยเลือกใช้แอปพลิเคชันสำหรับใช้ส่งข้อความ และโทร ซึ่งเป็นช่องทางที่คนในครอบครัวมักคุยกันเป็นประจำ ทำให้เหยื่อไม่ทันตั้งข้อสงสัยตั้งแต่ต้น - เลียนแบบน้ำเสียงและลีลาการพูด โดยใช้ลักษณะการพูดที่คล้ายคนใกล้ชิดจริง ๆ ซึ่งปัจจุบันอาจทำได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีปลอมเสียง (voice cloning)  - สร้างเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผล ซึ่งในเคสนี้ มิจฉาชีพใช้เรื่อง "ซื้อทุนเรียน" และ "มัดจำต้นกล้ายางพารา" เป็นเหตุผลที่ฟังดูเป็นเรื่องปกติในครอบครัว ไม่ใช่การขอเงินแบบเร่งด่วนที่น่าสงสัยทันที - ใช้วิธีขอเงินซ้ำหลายรอบแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเหยื่อโอนครั้งแรกสำเร็จและไม่มีการตรวจสอบ มิจฉาชีพจะอ้างเหตุผลใหม่ต่อเนื่องเพื่อดึงเงินเพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหยื่อจะเอะใจ   สัญญาณเตือนที่ควรระวัง   ● มีการขอให้โอนเงินผ่านข้อความหรือแชท โดยเฉพาะจากบัญชีที่ไม่คุ้นเคยหรือเพิ่งทักมาใหม่ ● เหตุผลการขอเงินเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หรือมีการขอเพิ่มเติมต่อเนื่องหลังจากโอนครั้งแรก ● ไม่สามารถโทรกลับหรือวิดีโอคอลยืนยันตัวจริงของผู้ขอเงินได้ในทันที ● มีการเร่งให้โอนเงินเร็ว ๆ หรือกดดันไม่ให้มีเวลาตรวจสอบกับคนในครอบครัวคนอื่น   แนวทางป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ   1. ตั้งกฎเหล็กในครอบครัว ก่อนโอนเงินให้คนในครอบครัวทุกครั้งที่ติดต่อผ่านแชทหรือโซเชียล ต้องโทรยืนยันด้วยเสียงจริงหรือวิดีโอคอลก่อนเสมอ 2. ตั้ง "คำถามลับ" ประจำครอบครัว ที่คนนอกไม่รู้ ใช้ถามยืนยันตัวตนเมื่อมีการขอโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ 3. อย่าโอนเงินตามคำขอที่มาแบบกะทันหันหรือเร่งรีบ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ และลองติดต่อยืนยันผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ช่องทางที่ถูกทักมา 4. หากพบว่าโทรศัพท์ของคนในครอบครัวหาย หรือติดต่อไม่ได้ผิดปกติ ให้แจ้งเตือนคนรอบตัวในทันที เพื่อป้องกันการถูกแอบอ้าง และขยายวงรอบความเสียหายมากขึ้น 5. ตรวจสอบเลขบัญชีปลายทางผ่านแอปธนาคารหรือระบบตรวจสอบมิจฉาชีพก่อนโอนเงินทุกครั้ง     หากตกเป็นเหยื่อ ควรทำอย่างไร   ● แจ้งความและระงับบัญชีทันทีผ่านสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี AOC 1441 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ● เก็บหลักฐานการสนทนา สลิปการโอนเงิน และหมายเลขบัญชีปลายทางไว้ให้ครบถ้วนเพื่อใช้ในการแจ้งความ ● แจ้งเตือนคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด ว่าอาจมีการแอบอ้างชื่อเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อซ้ำ   คดีนี้สะท้อนว่ามิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้หลอกด้วยข้อความปลอมเพียงอย่างเดียว แต่อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจในความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเป็นเครื่องมือหลัก การเลียนแบบน้ำเสียงและลีลาการพูดของคนใกล้ชิดทำให้เหยื่อ "เชื่อด้วยความรัก" มากกว่าจะตั้งข้อสงสัย ดังนั้นความปลอดภัยที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่การจำหน้าหรือจำเสียงได้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมี "กระบวนการยืนยันตัวตน" ที่ชัดเจนในครอบครัวก่อนทำธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง   หากใครพบเห็นหรือสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวงออนไลน์ สามารถโทรแจ้งเบาะแสการหลอกลวงได้ที่ GCC สายด่วน 1111 ต่อ 87 และสำหรับใครที่ได้รับความเสียหายแล้วสามารถโทรแจ้งศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับบัญชียับยั้งความเสียหาย   -----------------------------------------

  ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ▶ รับชม ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ▶ รับชม กลุ่มตรวจสอบภายใน ▶ รับชม กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ▶ รับชม กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ▶ รับชม กองกฎหมาย ▶ รับชม กองการสื่อสารโทรคมนาคม ▶ รับชม กองการต่างประเทศ ▶ รับชม กองงานดิจิทัลจังหวัด ▶ รับชม กองกลาง ▶ รับชม กองนวัตกรรมด้านดิจิทัล ▶ รับชม กองบริหารทรัพยากรบุคคล ▶ รับชม ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ▶ รับชม กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ▶ รับชม

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ NBT

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.