Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

รมว.ดีอี หารือ Ant Group ผลักดันระบบชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดน สร้างความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์ เสริมท่องเที่ยวไทย-จีน เพิ่มโอกาส SMEs ไทย บนแพลตฟอร์มการค้าจีน . วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือร่วมกับนางจาง เยว่ (Zhang Yue) General Manager of Strategic Development บริษัท Ant Group เรื่องแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยและจีน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัล การท่องเที่ยว การค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมโยงกัน ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน . ในโอกาสนี้ Ant Group ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมแสดงความพร้อมในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ ผ่านบริการสำคัญ เช่น Alipay+, WorldFirst และ Bettr . นายไชยชนก กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มข้อมูลของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการพัฒนา Tourism Data Platform ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาประเทศไทย . ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้เสนอความร่วมมือกับ Ant Group ในการพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนแบบสองทาง (Two-way Cross-border Digital Payment) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและจีน พร้อมทั้งเชิญชวน Ant Group ร่วมมือกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ตลอดจนผลักดันการเชื่อมโยงผู้ประกอบการและสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานของประเทศไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มการค้าของจีน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs “ความร่วมมือกับ Ant Group ในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยและจีน สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน” รมว.ดีอี กล่าวในตอนท้าย . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมวไชยชนกชิดชอบ


วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี พร้อมเป็นประธานเปิดโครงการ “คืนแม่น้ำน้อยสวยใส” ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ท่าเรือวัดโบสถ์ (บน) ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา   ในโอกาสนี้ รมช.ดีอี ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ร่วมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มี ปณท ร่วมกระจายสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชน โครงการเกษตรอัจฉริยะ และการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน โดย ดีป้า การสนับสนุนการสื่อสารให้กับ อสม. ในโครงการ “ซิมอาสา เพื่อ อสม.” ของ NT การสนับสนุนข้อมูลเฝ้าระวัง และติดตามอุทกภัยในพื้นที่ของกรมอุตุนิยมวิทยา และการเก็บรวบรวมข้อมูลสำมโนประชากรของ สสช. รวมทั้งการประชาสัมพันธ์การยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งสามารถยื่นคำร้องและหลักฐานได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ติดตามการดำเนินการคัดแยกไปรษณียบัตร และโปสต์การ์ดออนไลน์ของประชาชนที่ร่วมทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในแคมเปญ "เชียร์บอลให้มัน เฮลั่นรับโชค ทุกที่ทุกเวลา" ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ร่วมกับ ไทยรัฐกรุ๊ป ซึ่งมีประชาชนร่วมส่งไปรษณียบัตร และโปสต์การ์ดออนไลน์ ร่วมลุ้นรางวัลกว่า  71 ล้านฉบับ โดยมีดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) นางสาวปิลันธนี สุวรรณบุบผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน (ธุรกิจและการตลาด) และคณะผู้บริหาร ปณท ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์คัดแยกไปรษณียบัตร และโปสต์การ์ด สำนักงานใหญ่ไปรษณีย์ไทย

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี พร้อมเป็นประธานเปิดโครงการ “คืนแม่น้ำน้อยสวยใส” ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ท่าเรือวัดโบสถ์ (บน) ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา   นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตนได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ร่วมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล อาทิ  บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ที่ได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ลดค่าครองชีพ” ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ โดยกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด ผ่านจุดบริการ ปณท 122 แห่งทั่วประเทศ และสนับสนุนการซื้อขายสินค้าบนตลาดออนไลน์ ผ่าน “ThailandPostmart” พร้อมทั้งดำเนินการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีศักยภาพผ่านการสร้าง Storytelling เพื่อการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งให้กับวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพ   ด้านสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้ดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ “1 ตำบล 1 ดิจิทัล” หรือ OTOD3 พร้อมกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลของชุมชน ช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก   ในส่วนของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้ดำเนินการสนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)  ในโครงการ “ซิมอาสา เพื่อ อสม.” ร่วมกับการใช้งานแอปพลิเคชัน “สมาร์ท อสม.” โดยไม่เสียค่าบริการ ซึ่ง อสม. สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ที่จุดบริการ NT   ขณะเดียวกันเนื่องจากพื้นที่ของจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นประจำในแต่ละปี ดังนั้นจึงมอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยา ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลให้กับหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และประเมินผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ที่ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสำมะโนประชากร ข้อมูลสำมะโนการเกษตร ข้อมูลด้านคุณภาพชีวิต สถิติแรงงาน และข้อมูลด้านสวัสดิการสังคม ได้สนับสนุนข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในการสนับสนุน ส่งเสริม และช่วยเหลือประชาชน   นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เรื่องการยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ของผู้มีรายได้น้อย โดยให้หน่วยงานในสังกัดร่วมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ โดยผู้ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์สิทธิ์สามารถยื่นคำร้องและหลักฐานได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ   “ตามที่นายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ ได้ประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลเรื่องการยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ซึ่งประชาชนสามารถยื่นคำร้อง และหลักฐานได้ที่จุดบริการ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ โดยจะมีการรับคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนรถ การแอบอ้างชื่อไปจดทะเบียนบริษัท แล้วถูกตัดสิทธิ์ หรือบางคนถูกมิจฉาชีพใช้ข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนที่มีความเดือดร้อนจริงให้สามารถได้รับสิทธิ์ที่ถูกต้อง โดยตนได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป” รมช.ดีอี กล่าว    -----------------------------------------------------------------------



วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2569 เพื่อหารือเกณฑ์การประเมินองค์กรคุณธรรม พร้อมส่งเสริมค่านิยมและปลูกฝังจริยธรรมในการปฏิบัติงานของบุคลากร โดยมี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน Breakfast Side-Event on Combatting Online Fraud and Scams Through Public-Private Partnerships ซึ่งจัดขึ้นในห้วงการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี ค.ศ. 2026 (APEC 2026 Digital and AI Ministerial Meeting) ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน   สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย The National Center for APEC (NCAPEC) ซึ่งเป็นสมาคมธุรกิจของสหรัฐอเมริกาที่มุ่งส่งเสริมนโยบายสำคัญของภาคเอกชนในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ร่วมด้วย Google, Mastercard, Meta, PayPal และ Visa เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างรัฐมนตรีเอเปค ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการยกระดับความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยการหลอกลวงและการฉ้อโกงออนไลน์    นายไชยชนก กล่าวถ้อยแถลงว่า การหลอกลวงออนไลน์เป็นภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัย ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership) เนื่องจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วได้   ดังนั้นความร่วมมือจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ให้บริการโทรคมนาคม สถาบันการเงิน และบริษัทเทคโนโลยี จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน และการตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน   “ตนขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการทำงานร่วมกับเอเปคและทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติในการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ โดยเฉพาะโครงการ Guidance on Anti-Online Scams for APEC ซึ่งไทยเป็นผู้ริเริ่มและได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเอเปค เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติในการรับมือกับการหลอกลวงออนไลน์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” นายไชยชนก กล่าว   ขณะเดียวกันภายในการจัดกิจกรรม Meta ยังได้นำเสนอกรณีศึกษาของไทย ในฐานะตัวอย่างความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าของไทยในการบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับการคุ้มครองประชาชนจากอาชญากรรมออนไลน์ และได้รับการยอมรับในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค   -------------------------------



วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมาย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล   ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 และรับทราบแผนงานของคณะทำงาน Zero Corruption และโครงการ "เพื่อน ไม่ทน"พร้อมทั้งเห็นชอบจัดตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงทุจริตภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนงานและกลั่นกรองข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในประเด็นการแก้ไขปัญหาการให้หรือรับสินบน การทุจริต และประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเป็นระบบ

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมการแถลงปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ยึดเครื่องขุดกว่า 1,900 เครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 280 ล้านบาท ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล   ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลทั่วไป และตรวจยึดเครื่องขุดจำนวนมากที่เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ  เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมพิธีเปิดงาน  Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ซึ่งกระทรวงดีอี และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Advancing All Intelligence Thailand”   ในโอกาสนี้นายไชยชนก ได้กล่าวผ่านวิดีโอบันทึก เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน AI ของไทยผ่าน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ความเชื่อมั่น (Trust) และบุคลากร (People) โดยรัฐบาลเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งเสริมการกำกับดูแล AI ตามหลักการสากล และพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ทั้งกำลังคนดิจิทัลและประชาชน โดยพร้อมเปิดรับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รวมทั้งพันธมิตรและนักลงทุนจากนานาชาติในการลงทุนและการพัฒนานวัตกรรม AI โดยเฉพาะการสร้าง การพัฒนา และการทดสอบเทคโนโลยีร่วมกับประเทศไทย เพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและมีความปลอดภัยให้แก่คนไทย   ขณะที่นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ “Scaling Thailand's Digital Economy through Trustworthy AI” ถึงนโยบายการผลักดันการพัฒนา AI ของรัฐบาล และกระทรวงดีอี ที่มีความสำคัญต่อการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 30% ของ GDP รวมทั้งประเทศ ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งเครื่องด้านการพัฒนาทักษะของประชาชนในการใช้งาน AI ควบคู่ไปกับการกำหนดหลักเกณฑ์ ความมีธรรมาภิบาล AI ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมกับ ยูเนสโก ในการจัดตั้งศูนย์ AI Governance Practice Center (AIGPC) หรือ ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ระดับภูมิภาค เพื่อกำหนดแนวทางในการใช้ ai ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง รวมทั้งยังได้มีการพัฒนา AI สัญชาติไทย หรือที่เรียกว่า ThaiLLM    นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ได้มีการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาด้านเทคโนโลยี AI ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งกับทาง หัวเว่ย ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีความร่วมมือกันในหลายมินติ ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการผลักดันในประเทศไทยเป็น Digital Economy Hub ของอาเซียน

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "สานสัมพันธ์เครือข่ายภาครัฐ GCC 1111" ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือ การทำงานระหว่างเครือข่ายภาครัฐในภารกิจของ GCC 1111 เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยี และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ณ โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.