Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

  วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดทิศทางพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ และส่งเสริมการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 เพื่อพิจารณาแนวทางการยกระดับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การติดตามและตรวจสอบข่าวปลอม รวมถึงข่าวยั่วยุและบ่อนทำลายความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่หรือหน่วยงานภาครัฐ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล  

  วันที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวบ้านสร้างเม็ก อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยมีนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายอลงกต มณีกาศประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) สภาผู้แทนราษฎร ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.และประชาชนเข้าร่วม ณ สนามกีฬาโรงเรียนข้านสร้างเม็ก อ.เรณูนคร จ.นครพนม   นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอี มีภารกิจในการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และสร้างความตระหนักรู้ด้านดิจิทัล สร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันให้พี่น้องประชาชน โดยกระทรวงดีอี ต้องการเข้าถึงวิถีชีวิต ประเพณีของคนไทยทุกคน ให้ได้มากที่สุด ซึ่งในสัปดาห์หน้า กระทรวงดีอีจะร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พัฒนาเครือข่ายแพลตฟอร์มยกระดับการท่องเที่ยวที่สร้างปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว โดยจะมีการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักประเพณีวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น อย่างเช่น ประเพณีการแข่งเรือยาวของเรณูนคร และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วประเทศ    ขณะเดียวกันจากการเจรจาความร่วมมือกับจีน เมื่อเร็วๆนี้ และได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มของจีน ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนได้เข้าถึงประเพณี และสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย    นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังได้ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม OCN เพื่อการซื้อขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ ในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ซึ่งเชื่อมโยงกับแพลฟอร์มต่างๆ และการร่วมดูแลประชาชน การแจ้งเตือนและป้องกันภัยธรรมชาติ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อการแจ้งเตือนภัยทางธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน  

“ไชยชนก” ร่วมกับ กมธ.ดีอี เปิดงาน “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทัน ภัยไซเบอร์” พร้อมเยี่ยมชมหลักสูตรการสอน AI ในเยาวชน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม     วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทัน ภัยไซเบอร์” ของคณะกรรมาธิการการสื่อสารฯ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายอลงกต มณีกาศ ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) สภาผู้แทนราษฎร ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู และนักเรียนเข้าร่วม ณ โรงเรียนธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนเรื่อง AI ณ โรงเรียนอนุบาลวัดพระธาตุพนม "พนมวิทยาคาร" อ.ธาตุพนม จ.นครพนม   นายไชยชนก กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กระทบด้านแรงงาน และบุคลากรที่จะขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพและทักษะด้านดิจิทัล สร้างความตระหนักรู้ ภูมิคุ้มกันการใช้งานเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ให้กับน้อง ๆ เยาวชน และนักเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเยาวชนเป็นกำลังหลักในการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศในอนาคต    นอกจากนี้ รมว.ดีอี ยังได้เยี่ยมชมบูธและติดตามการดำเนินงานของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” รวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนการขายสินค้าออนไลน์ของวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs ไทย ผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart     ในส่วนของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นายไชยชนก ได้ติดตามการขับเคลื่อนโครงการ “ ซิมอาสา เพื่ออสม.” ซึ่งเป็นโครงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการติดต่อสื่อสารให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน    

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทัน ภัยไซเบอร์” ของคณะกรรมาธิการการสื่อสารฯ สภาผู้แทนราษฎร อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยมีนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายอลงกต มณีกาศ ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) สภาผู้แทนราษฎร ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู และนักเรียนเข้าร่วม ณ โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล อ.เรณูนคร จ.นครพนม   นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอี มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้งานเทคโนโลยีของประชาชนในทุกช่วงวัย เพื่อการตระหนักรู้ และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน โดยปัจจุบันกระทรวงได้ดำเนินโครงการ TH-AI Passport เพื่อสร้างทักษะในการใช้งาน AI จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ พร้อมวิธีการเรียนการสอน เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ให้กับเยาวชน ประชาชน ได้พัฒนาทักษะการใช้งาน AI อย่างสร้างสรรค์และรู้เท่าทัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน   พร้อมกันนี้ สิ่งที่สำคัญซึ่งเราจะต้องตระหนักรู้เรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งอาจแฝงมาด้วยภัยทางออนไลน์ ข่าวปลอม ดังนั้นเยาวชน ประชาชนจะต้องมีสติในการรับรู้ข้อมูล มีการตรวจสอบแหล่งที่มา และความถูกต้องของข้อมูลก่อนเชื่อ โดยกระทรวงดีอี กำลังดำเนินการอย่างรอบด้านในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ พร้อมกับการออกหลักเกณฑ์กฎหมาย ในการดูแลการใช้งานเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเท่าเทียม และทั่วถึงได้     นอกจากนี้ รมว.ดีอียังได้ร่วมแข่งขันฟุตบอลกับทีมนักเรียนหญิงเยาวชนตัวแทนจังหวัดนครพนม รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ณ สนามโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล อ.เรณูนคร จ.นครพนมอีกด้วย  

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายอลงกต มณีกาศ ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ดีอี) ร่วมลงพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมทักษะดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างปลอดภัย และการสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน โดยมีว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู นักเรียน และประชาชนเข้าร่วม ณ จ.นครพนม   ในโอกาสนี้ รมว.ดีอี เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา เรื่อง “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทัน ภัยไซเบอร์” ซึ่งจัดขึ้นโดย กมธ.ดีอี ณ โรงเรียนธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ณ โรงเรียนอนุบาลวัดพระธาตุพนม "พนมวิทยาคาร" เพื่อติดตามการวางรากฐานทักษะดิจิทัลแก่เด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัย   ต่อจากนั้น รมว.ดีอี ได้พบปะนักเรียนโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล อ.เรณูนคร จ.นครพนม พร้อมให้การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทันภัยไซเบอร์” เพื่อปลูกฝังกระบวนการคิดวิเคราะห์และการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างชาญฉลาด ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด   นายไชยชนก เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสร้างความความตระหนักรู้ และภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลให้กับเยาวชนทั่วประเทศ โดยบูรณาการทำงานร่วมกับ กมธ.ดีอี จัดสัมมนาหัวข้อ ‘ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทันภัยไซเบอร์’ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการตระหนักรู้และมีภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการหลอกลวงออนไลน์ในทุกรูปแบบตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา ซึ่งจะช่วยสร้างรากฐานดิจิทัลที่เข้มแข็งให้แก่เยาวชน   ในโอกาสที่ได้ลงพื้นที่จ.นครพนม เพื่อส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ให้กับเยาวชนและประชาชน ตนได้ร่วมพูดคุยกับเยาวชนและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลวัดพระธาตุพนม "พนมวิทยาคาร" ที่ได้มีการประยุกต์การจัดการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยี AI หรือ AI Literacy โดยนักเรียนสามารถใช้ AI ในการเขียนโปรแกรมแบบง่าย การแต่งรูปภาพ สร้างเกมขึ้นมาเอง ภายใต้การสอดแทรกการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ การเกษตร    นอกจากนี้ตนได้ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สำนักงานสถิติจังหวัดที่ได้บูรณาการข้อมูลร่วมทำงานกับหน่วยงานต่างๆของจังหวัด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” และการส่งเสริมและสนับสนุนการขายสินค้าออนไลน์ของวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs ไทย ผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart     รวมทั้งการขับเคลื่อนโครงการ “ ซิมอาสา เพื่ออสม.” ซึ่งเป็นโครงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการติดต่อสื่อสารให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งจากผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ตนได้เตรียมนำเสนอข้อมูลผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นแนวทางการยกระดับและพัฒนาการช่วยเหลือประชาชนต่อไป   ขณะเดียวกัน กมธ.ดีอี ได้เสนอแนะแนวทางการสร้างความตระหนักรู้ และทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ชุมชน ทั้งในส่วนของโครงการเน็ตประชารัฐ และโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยยกระดับการดำเนินงานไปสู่ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี AI ของชุมชน หรือ AI Center เพื่อให้ประชาชน ชุมชน เกษตรกร ได้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน การเทรนนิ่ง AI ให้กับสตาร์ทอัพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากชุมชน     “กระทรวงดีอีพร้อมนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจาก กมธ.ดีอี มาปรับใช้ในการกำหนดนโยบายและการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ ทั้งนโยบายการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเยาวชน และประชาชนที่มีศักยภาพ ต่อยอดสู่โครงการพัฒนาทักษะ AI และการสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชน ในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการเข้าถึงดิจิทัลอย่างเท่าเทียม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย   -------------------------------------------------------------------------------------  

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 108,910 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 8,026 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 8,023 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ไทยผลิตยาต้านพิษโบทูลินัมได้สำเร็จ และได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง แม่น้ำป่าสักมีสีดำสนิท ฟองขาวลอยเต็มผิวน้ำ จากโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียซ้ำ ๆ   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง เชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อ HIV สะสมกว่า 23,900 ราย   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ไทย–กัมพูชา บรรลุ 7 ข้อตกลง เปิดด่านชายแดน   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ ไทยสร้างงาน กลุ่มจัดการงานฝีมือสินค้าแฮนเมค รองรับโดย กรมการจัดหางาน   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ธ.ก.ส. แบกรับหนี้ 1.13 ล้านล้านบาท ตั้งงบใช้คืนต่ำสุดในรอบหลายปี จากนโยบายรัฐสั่งให้ทำและจ่ายทีหลัง   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ตำรวจ สภ.ระแงะ 4 นาย ถูกคุมตัวสอบสวนในค่ายทหาร   สำหรับข่าวที่น่าสนใจคือเรื่อง “เพจ ไทยสร้างงาน กลุ่มจัดการงานฝีมือสินค้าแฮนเมค รองรับโดย กรมการจัดหางาน” โดยกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ยืนยันว่าไม่ใช่เพจของกรมการจัดหางาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นและมีการนำโลโก้ของกรมไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับเพจดังกล่าว เนื่องจากอาจถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ หรือถูกหลอกลวงจนเกิดความเสียหาย   ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสารหรือหางานอย่างเป็นทางการได้ที่ - เว็บไซต์ กรมการจัดหางาน (https://www.doe.go.th/prd/main/index?page=home) - เว็บไซต์ ไทยมีงานทำ (https://xn--72c5abh2bf8icw0m9d.doe.go.th/welcome...) สำหรับผู้ที่ต้องการมีงานทำ - Mobile Application "ไทยมีงานทำ"   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ---------------------------------------------------------------------------

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาให้ความรู้ในการ “รับมือและจัดการภัยและคดีออนไลน์” ประจำปี 2569 เสริมภูมิคุ้มกันไซเบอร์ ป้องกันการตกเป็นเหยื่อ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ ห้องกาลพฤกษ์ 2 โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี   ดีอี จัดสัมมนาครั้งนี้ขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายดิจิทัลและการรับมือภัยออนไลน์ให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ภาครัฐในพื้นที่ โดยเน้นให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคามออนไลน์รูปแบบใหม่ เช่น การใช้ AI, Deepfake, Malware และ Ransomware แนวทางการป้องกันตนเอง การจัดการคดีออนไลน์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์และยกระดับขีดความสามารถของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศอย่างยั่งยืน

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าร่วมกล่าวแสดงความยินดีในพิธีเปิดห้องจัดแสดงดวงตราไปรษณียากร ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (APPU Philatelic Gallery ในฐานะประธานสภาบริหาร APPU) โดยมี Dr. Vinaya Prakash Singh เลขาธิการสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Secretary General of the Asian-Pacific Postal Union) นางสาวอริยา ทองใบ ผู้เชี่ยวชาญภาคสนามประจำสำนักงานภูมิภาคสหภาพสากลไปรษณีย์ ณ กรุงเทพมหานคร และนางสาวฐะปะนีย์ อัมรินทร์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เข้าร่วมด้วย ณ ชั้น 2 อาคารศูนย์ฝึกอบรมไปรษณีย์ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร   ทั้งนี้ APPU Philatelic Gallery ได้มีการรวบรวมและจัดแสดงดวงตราไปรษณียากร และสิ่งของสะสมเกี่ยวกับไปรษณียากรต่าง ๆ จากประเทศสมาชิก APPU จำนวน 32 ประเทศ อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมา วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประชาชนที่หลากหลาย รวมถึงคุณค่าของบริการไปรษณีย์ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก  






icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.