Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 2 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการว่าด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สมัยที่ 5 (Fifth session of the Committee on Information and Communications Technology, Science, Technology, and Innovation: CICTSTI - 5) โดยมีผู้แทนรัฐบาลของประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific : UNESCAP) หรือ เอสแคป จำนวน 53 ประเทศ และสมาชิกสมทบ จำนวน 9 ประเทศ ผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ ผู้สังเกตการณ์ และภาคีเครือข่าย ณ ห้องประชุม CR-2 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ   ในโอกาสนี้ รมช.ดีอี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีประเด็นสำคัญว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับโอกาสในการผลักดันวาระสำคัญร่วมกันของการประชุมนี้ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในทางปฏิบัติและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ โดย AI กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติอย่างรวดเร็วทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสังคม ภารกิจสำคัญของเราคือการทำให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะช่วยสร้างโอกาสให้แก่ทุกคน สำหรับประเทศไทย มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI จะต้องนำไปสู่โอกาสที่ดีขึ้น บริการสาธารณะที่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชน   จากการคาดการณ์เศรษฐกิจดิจิทัลไทย จะเติบโตในสัดส่วนใกล้เคียงร้อยละ 29 ของ GDP ในปี 2569 โดยรัฐบาลไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมุ่งเน้นด้านการพัฒนาทักษะบุคลากร สร้างโอกาสการเข้าถึงการใช้งาน AI ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ และธรรมาภิบาล AI ที่มีความรับผิดชอบ   ปัจจุบัน กระทรวงดีอี ได้เร่งส่งเสริมการใช้บริการคลาวด์ภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับชาติ และบริการด้าน AI ควบคู่ไปกับการส่งเสริม AI ที่มีความรับผิดชอบและน่าเชื่อถือ ผ่านศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIGPC โดยสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการประยุกต์ใช้ธรรมาภิบาลด้าน AI ผ่านเครื่องมือด้านธรรมาภิบาล การประเมินความเสี่ยง มาตรฐาน และการทดสอบความน่าเชื่อถือ   นอกจากนี้ กระทรวงยังได้มุ่งพัฒนาการให้บริการภาครัฐ ด้วยการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกัน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างทักษะดิจิทัลและทักษะด้าน AI ตลอดจนส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สถาบันการศึกษา และชุมชน สามารถร่วมกันพัฒนา ทดสอบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในบริบทจริง ความพยายามเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงดีอี เพื่อให้มั่นใจว่าประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะได้รับการแบ่งปันไปยังคนไทยทุกคนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน   ความท้าทายและโอกาสเหล่านี้มิได้จำกัดอยู่เพียงภายในพรมแดนของประเทศใดประเทศหนึ่ง การไหลเวียนแลกเปลี่ยนข้อมูล ภัยคุกคามทางไซเบอร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ห่วงโซ่อุปทานด้าน AI โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และเครือข่ายการสื่อสาร ล้วนมีความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับโลกมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การตอบสนองเชิงนโยบายของเราจึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงถึงกันด้วย ความร่วมมือระดับภูมิภาคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางแก้ไข การเสริมสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ การพัฒนาศักยภาพ และการสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกที่มีระดับการพัฒนาด้านดิจิทัลแตกต่างกันสามารถก้าวไปข้างหน้าร่วมกันได้ ในเรื่องนี้ ESCAP และ APIS มีบทบาทสำคัญ ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างเต็มที่ และพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกในการจัดทำแผนปฏิบัติการ APIS ฉบับใหม่   ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกทั้งหมดของ ESCAP หน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติ และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางดิจิทัล ส่งเสริม AI ที่มีความรับผิดชอบ พัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัล และแปลงพันธกรณีระดับภูมิภาคไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและสังคม การสร้างโอกาส และการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก สมัยที่ 14 (The 14th Asian-Pacific Postal Union Congress: APPU Congress 2026) ณ โรงแรม JW Marriott กรุงเทพมหานคร โดยมีนางสาวฐะปะนีย์ อัมรินทร์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เข้าร่วมการประชุมฯ ด้วย   ในโอกาสนี้ นางสาวกัลยา ชินาธิวร ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ ได้กล่าวเปิดการประชุมฯ และกล่าวรายงานผลการดำเนินงานของสหภาพในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา ในฐานะประธานสภาบริหารของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Executive Council) โดยมีความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของ APPU สำหรับปี ค.ศ. 2027 – 2030   ทั้งนี้ APPU เป็นองค์การระหว่างประเทศระดับภูมิภาคซึ่งดูแลงานด้านการพัฒนาบริการไปรษณีย์ และวิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian-Pacific Postal College: APPC) ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 32 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร สำหรับการประชุมใหญ่ฯ จะจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี โดยในครั้งนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมการประชุมฯ จำนวน 27 ประเทศ และมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ จำนวน 150 คน  

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมปาฐกถาพิเศษในงาน AIBP Conference & Exhibition 2026 พร้อมเป็นวิทยากรในหัวข้อ “The Management’s AI Mandate: What Is AI Actually Delivering?” โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ

วันที่ 3 กันยายน 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อหารือและชี้แจงนโยบายการขับเคลื่อนระบบ e-Office ภายใต้ระบบคลาวด์กลาง (GDCC) โดยมี นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมมหาเจดีย์ชัยมงคล ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด   การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมชี้แจงแนวทางการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้คลาวด์กลาง GDCC ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการเอกสารดิจิทัลของหน่วยงานรัฐ ที่เป็นส่วนสำคัญของแผนการปฏิรูปโครงสร้างดิจิทัลของภาครัฐ โดยมีหน่วยงานรัฐที่เปิดใช้งานแล้วกว่า 236 หน่วยงาน และมีจำนวนผู้เข้าใช้งานแล้วกว่า 1,492,301 บัญชี   ระบบ e-Office ภายใต้ GDCC มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการเอกสาร และสนับสนุนการบริหารงานภาครัฐในยุคดิจิทัล โดยแนวทางดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานในการขยายการใช้งานสู่หน่วยงานประจำจังหวัดอื่นต่อไป

วันที่ 3 กันยายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือบริษัท Meta ในประเด็นแนวทางความร่วมมือเรื่องความปลอดภัยในโลกออนไลน์ (Online Safety) โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของ เด็ก และเยาวชน พร้อมกับการสร้างความตระหนักรู้ (Literacy) บทบาทของผู้ปกครองบนโลกออนไลน์ ณ ห้อง CB 409 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา    รมช.ดีอี ได้เน้นย้ำการให้ความสำคัญกับสร้างความตระหนักรู้ และบทบาทของผู้ปกครองเด็ก-เยาวชนบนโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องคอนเทนต์ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก เยาวชน การรับมือและเฝ้าระวังของผู้ปกครองต่อเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนภูมิภาค   พร้อมทั้งมอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA บูรณาการความร่วมมือกับ META เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องจัดทำไกด์ไลน์สำหรับผู้ปกครองที่จะต้องดูแลเด็กและเยาวชน ทำให้คนที่ดูแลรับรู้วิธีการช่วยเหลือ การให้ข้อมูลการใช้งานออนไลน์ที่ถูกต้องปลอดภัย   สำหรับกระทรวงดีอี มีความห่วงใยเรื่องการใช้งานแพลตฟอร์มบนโลกออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ที่อาจจะเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับระดับช่วงวัย ดังนั้นแนวทางความร่วมมือกับ META และแพลตฟอร์มอื่น ๆ คือการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ปกครอง ได้เข้าใจถึงบทบาทและวิธีการรับมือ เพื่อการดูแลเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ โดยขอให้มีการกระจายการสร้างความตระหนักรู้ดังกล่าวในส่วนภูมิภาคด้วย ตนได้เน้นย้ำการให้ความสำคัญกับการเข้าถึงคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่อาจไม่เหมาะสมกับช่วงวัย การสร้างบัญชี account ที่ควรเพิ่มช่องทางการยืนยันตัวตนมากกว่าการใช้อีเมลสมัครใช้งาน การสร้างคอนเทนต์จาก AI ซึ่งจะต้องมีการระบุสถานะของคอนเทนต์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น     “กระทรวงดีอี เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของเด็ก และเยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนภูมิภาค ผ่านแนวทางการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ปกครอง มาตรการด้าน Online Safety ไม่ใช่การดูแลประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องดูแลทั้งภาพรวม กระทรวงดีอี โดย ETDA จะเร่งรัดประสานงานจัดทำไกด์ไลน์สำหรับผู้ปกครองที่จะต้องดูแลเด็ก ๆ ทำให้คนที่ดูแลมีความตระหนักรู้ในโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องภัยออนไลน์ เรื่องความมั่นคงปลอดภัย อีกเรื่องที่สำคัญคือ การตรวจสอบคอนเทนต์ที่เกิดจาก Generative AI  ที่จะต้องให้แพลตฟอร์มมีการแสดงสถานะให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ” รมช.ดีอี กล่าว

วันที่ 3 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือแนวทางการกำกับดูแล Data Center โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.พรรคประชาชน หัวหน้าหน่วยงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง CA 418 ชั้น 4 อาคารัฐสภา    รมว.ดีอี กล่าวถึงการประชุมดังกล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือการหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับ Data Center ทั้ง กทม. กสทช. กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย โดยรัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการบริหารจัดการ Data Center โดยมีมติครม.เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ให้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำกับดูแลมาตรฐานธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน   ทั้งนี้รัฐบาลมีความจริงจังและจริงใจในเรื่องการกำกับดูแลมาตรฐาน Data Center โดยมีการศึกษาการจัดเก็บข้อมูล ทั้งเรื่องของการขออนุญาตต่าง ๆ เรื่องหลักเกณฑ์ทางด้านกฎหมาย และการบูรณาการข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกหน่วยงาน เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชนในระยะยาว รวมถึงเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งจะมีการนำเสนอในประชุมคณะกรรมการฯ ที่เป็นการประชุมครั้งแรก ในวันที่ 4 กันยายน 2569    “การประชุมในวันนี้เป็นการรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย โดยจะนำไปสู่การตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ของทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้วในเบื้องต้น วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบันถึงความเสี่ยงในส่วนที่ภาครัฐไม่ได้มีการประเมินหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับฟังข้อมูลจากทั้งพรรคประชาชน และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมมีความเห็นตรงกันในเรื่องของการจำแนกประเภท หลักเกณฑ์ที่มีการจำกัดความของ Data Center ซึ่งไม่ใช่เรื่องของขนาดเพียงอย่างเดียว แต่จะมีประเภทของ Data Center ที่จะมีการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งการใช้เพื่อการเก็บข้อมูลระยะสั้น ระยะยาว การใช้งานเพื่อเก็บข้อมูล Generative AI หรือเก็บข้อมูล AI Learning Model ซึ่งการรวบรวมข้อมูล ปัญหา แนวทางแก้ไข จากความร่วมมือของทุกฝ่ายจะเป็นการรักษาประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกคน” รมว.ดีอี กล่าว


ดีอี ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหาร APPC (APPC Governing Board Meeting) ในระหว่างการประชุม APPU Congress ครั้งที่ 14 . วันที่ 3 กันยายน 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหาร APPC (APPC Governing Board Meeting) ในระหว่างการประชุม APPU Congress ครั้งที่ 14 ณ โรงแรม JW Marriott กรุงเทพมหานคร . โดยที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานและกิจกรรมในปี 2025 และแผนงานและงบประมาณปี 2026–2027 รวมถึงกรอบการปรับปรุงให้ทันสมัย (APPC Modernization Framework 2027–2030) เพื่อมุ่งเปลี่ยนผ่าน APPC จากวิทยาลัยฝึกอบรมแบบพักอาศัย (Residential Training College) ไปสู่แพลตฟอร์มความรู้และความสามารถชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และนำรูปแบบการจัดอบรมแบบผสมผสาน (Hybrid Delivery Model) มาใช้ และมีการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมหลักสูตรและบริการต่าง ๆ ใหม่ เริ่มตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป รวมถึงปรับตำแหน่งผู้บรรยายให้ควบหน้าที่ที่ปรึกษา (Lecturer-cum-Consultant) พร้อมทั้งผลการประเมินผลกระทบจากการฝึกอบรม (Training Impact Assessment 2026) ด้วย . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #APPC

วันที่ 3 กันยายน 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดีอี ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของส่วนราชการภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยร่วมประชุมหารือแผนการดำเนินงานตามภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่ พร้อมผลักดันการปฏิบัติงานตามนโยบายของกระทรวงดีอีให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุม NT จังหวัดร้อยเอ็ด


วันที่ 4 กันยายน 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี และคณะ ร่วมหารือกับ นายเรืองรัตน์ รัตนโภคาสถิต รองนายกเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อแนะนำถึงปัญหา - อุปสรรคจากการใช้งาน เพื่อนำกลับไปพัฒนาแนวทางการสนับสนุนการใช้งานระบบ e-Office ให้กับองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ในภูมิภาคต่างๆ ในภาพรวมของประเทศต่อไป   สำหรับการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ในส่วนภูมิภาค ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้งานระบบ GDCC e-Office และลงทะเบียนใช้งานและฝึกอบรมการใช้งานแล้ว รวมจำนวน 5,147 หน่วยงาน มีจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน 116,046 User

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล   ในโอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมฯ ก่อนมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป   ทั้งที่ประชุมได้หารือเรื่องแนวทางการพิจารณาการกำาหนดนโยบาย มาตรฐานและกรอบแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ Data Center อาทิ การกำหนดขอบเขตของ Data Center ลักษณะประเภทการประกอบธุรกิจ ข้อกำหนดด้านการขออนุญาตจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้าในระบบ และเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล Data Center   รมว.ดีอี ได้เน้นย้ำความสำคัญในการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการกำหนดแนวทางการควบคุมดูแล Data Center ต้องมุ่งเน้นเรื่องของความปลอดภัย ไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน และการประกอบธุรกิจ Data Center นั้นจะต้องเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชนในระยะยาว

ดีอี ติดตามการใช้งาน “เน็ตสาธารณะ” จ.ร้อยเอ็ด มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสเข้าถึงบริการภาครัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิต ปชช. . วันที่ 4 กันยายน 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี พร้อมคณะ ร่วมติดตามการดำเนินงาน “โครงการเน็ตสาธารณะสู่ชุมชน” เพื่อติดตามความก้าวหน้าและสำรวจการใช้งานจริงในพื้นที่ชุมชน ณ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด . ทั้งนี้ “โครงการเน็ตสาธารณะสู่ชุมชน” เป็นโครงการที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับฐานราก ซึ่งคณะฯ ได้ติดตามการใช้งานจริงใน 2 จุด ได้แก่ . จุดที่ 1: กุฏิชีวาภิบาลวัดดอนวิเวก (หมู่ที่ 4 ต.พระธาตุ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในการดูแลพระสงฆ์อาพาธและผู้สูงอายุ โดยโครงข่ายดิจิทัลได้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในพื้นที่ชุมชนได้เข้ามาใช้บริการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น . จุดที่ 2: ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน บ้านโพธิ์ราษฎร์ (หมู่ที่ 7 ต.ธวัชบุรี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด) สำหรับการติดตั้งบริเวณที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชน ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้ามาใช้งานเพื่อลงทะเบียนรับสวัสดิการต่างๆ อัปเดตข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตร ภัยพิบัติ รวมถึงใช้เป็นช่องทางในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้านได้อย่างสะดวก . ในการลงพื้นที่ดังกล่าว กระทรวงดีอี จะนำผลจากการสำรวจไปพัฒนาและขยายผลการให้บริการ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืนและครอบคลุมต่อไป . #DE #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #เน็ตประชารัฐ

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี พร้อมคณะ ร่วมติดตามการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จ.ร้อยเอ็ด และเยี่ยมชมการให้บริการของศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งจัดตั้งอยู่ในบริเวณที่ทำการ ปณท ตามโครงการ “ศูนย์ดิจิทัลชุมชนในที่ทำการไปรษณีย์” ณ ที่ทำการไปรษณีย์ จ.ร้อยเอ็ด   สำหรับโครงการ “ศูนย์ดิจิทัลชุมชนในที่ทำการไปรษณีย์” กระทรวงดีอี โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน ปรับเปลี่ยนให้ที่ทำการไปรษณีย์เป็นมากกว่าจุดรับส่งพัสดุ สู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และให้บริการด้านดิจิทัลแบบครบวงจร เพื่อการให้บริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ของคนในชุมชน    ทั้งนี้ได้มีการจัดสรรพื้นที่ภายในที่ทำการไปรษณีย์ เป็นพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ โดยติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรี เพื่อให้ประชาชนใช้สืบค้นข้อมูลและติดต่อสื่อสาร พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับด้านการส่งเสริมอาชีพ การเปิดร้านค้าออนไลน์ การทำการตลาดดิจิทัล รวมถึงการบริหารจัดการสต็อกและการจัดส่ง เพื่อต่อยอดสินค้า OTOP และสินค้าเกษตรในท้องถิ่นสู่ตลาดออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.