Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 16 กันยายน 2569 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการผลิตสื่อหรือคลิปวิดีโอสั้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่กำลังพลและประชาชนเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างปลอดภัย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ในประเด็นการดำเนินงานของศูนย์ AOC 1441 ซึ่งได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านการกำหนดมาตรการสกัดกั้นช่องทางการก่อเหตุของ “สแกมเมอร์” ทำให้มูลค่าความเสียหายของประชาชนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงกว่า 50 % ณ สตูดิโอ ชั้น 1 อาคารไทยรัฐทีวี ถ.วิภาวดีรังสิต กทม.

วันที่ 16 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ร่วมการประชุมหารือเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสการเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยี AI ให้กับประชาชน ร่วมกับนายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม . สำหรับการหารือดังกล่าว สืบเนื่องจากการหารือร่วมระหว่าง กระทรวงดีอี และบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ในการสร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยี AI การลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ช่วยพัฒนาทักษะบุคลากรของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน   ทั้งนี้ เอไอเอส และ ทรู จะร่วมสนับสนุนการสร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยี AI โดยกำหนดแพ็กเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ต Unlimited ในโครงการ TH-AI Passport ในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และแพ็กเกจสามารถใช้งานได้ผ่าน URL ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

วันที่ 16 กันยายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา ในโครงการสัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 151 ปี การตรวจเงินแผ่นดินไทย เรื่อง สตง. สู่องค์กรตรวจเงินแผ่นดินดิจิทัล : Driving  Digital SAO’s DNA เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นในการขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรยุคดิจิทัล โดยมี นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นประธานในพิธี จัดโดย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ครบรอบ 151 ปี การตรวจเงินแผ่นดินไทย พร้อมร่วมสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

วันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการฝึกเพื่อทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์ (STAFF Exercise: STAFF - EX) รอบ Advance ของกิจกรรมจัดการฝึกเพื่อทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์ (Thailand's National Cyber Exercise 2026) ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยมี พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   รมช.ดีอี กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ ว่า จากสถานการณ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการกล่าวถึงเรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถึงแม้คนที่ไม่เข้าใจในเรื่องไซเบอร์เลย ก็สามารถรับรู้ถึงความตื่นตระหนกบางอย่างกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร โดยการที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และ AI ไม่ต่ำกว่า 3 คน กล่าวด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนา AI และสามารถที่จะควบคุมระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศใดประเทศหนึ่งได้ทั้ง 100 % ไม่ใช่แค่ 50-50    ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อเตรียมการรับมือกับเรื่องดังกล่าวได้ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญในการฝึกครั้งนี้ คือบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึก ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานต่าง ๆ สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในรูปแบบทางไซเบอร์ให้กับหน่วยงานได้อย่างดีที่สุด นอกเหนือจากนั้น หน่วยงานจะต้องทำหน้าที่สื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า เรามีการฝึกที่เข้มข้นแบบนี้อยู่เป็นประจำ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการใช้บริการระบบต่าง ๆ ที่ทางหน่วยงานราชการใช้ให้บริการแก่ประชาชนว่ามีความปลอดภัย ทั้งเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องการดำเนินการด้านต่าง ๆ ทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ    ขณะเดียวกันเมื่อเกิดเหตุการณ์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สื่อสารเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที ทั้งเรื่องการตั้งรับแจ้งเหตุ รับทราบเหตุ เมื่อมีการโจมตีทางไซเบอร์ในหน่วยงานนั้น ๆ โดยขอให้มีการแจ้งเตือนประชาชนในระดับไม่เกิน 12 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไป นี่คือเรื่องที่สำคัญ ซึ่งเราไม่อยากให้การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่ขาดหายไประหว่างทาง และทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มีความมั่นใจในระบบของทางภาครัฐ   “จากการที่เทคโนโลยีมีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ทำให้เหตุการณ์จำลองที่เราพบเห็นกันในภาพยนตร์ จากอดีต 10-20 ปีที่แล้ว ทั้งการที่ระบบไซเบอร์เข้าควบคุมระบบแทนมนุษย์ จนกระทั่งวันหนึ่งระบบเข้ามาดูแลทุกอย่างผ่านการใช้ AI จนกระทั่งไปถึง Humanoid (หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์) ไม่มีใครคิดว่าในระยะเวลาอันสั้นมาก ๆ เราจะเผชิญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิต โดยไม่ใช่โลกในหนังที่เราดู 2 ชั่วโมงจบ นี่คือโลกชีวิตจริงที่เราจะต้องทำอย่างไรเพื่อปกป้องระบบไซเบอร์แต่ละหน่วยงานของประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ และในวันนี้ สกมช. ได้จัดเตรียมโจทย์ที่เป็น Worst-case scenario ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการฝึกได้ทดลอง เตรียมรับมือหากเกิดสถานการณ์จริง” รมช.ดีอี. กล่าว   อย่างไรก็ตาม รมช.ดีอี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับประชาชน ว่า กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการประสานทุกหน่วยงาน ในการตรวจสอบระบบการดูแลป้องกันภัยไซเบอร์ของหน่วยงาน ซึ่งจะต้องมีการอัปเดตระบบให้มีความทันสมัยที่สุด รวมทั้งระบบข้อมูลต่าง ๆ ทั้งการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะต้องเน้นย้ำว่าต้องเป็นข้อมูลที่ได้รับความยินยอมจากพี่น้องประชาชน และหน่วยงานต้องตระหนักและรับรู้ว่า การโจมตีทางไซเบอร์สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ หน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ดังนั้นต้องทำให้ประชาชนสามารถมั่นใจว่าข้อมูลของเขามีความมั่นคงปลอดภัย และได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด

วันที่ 17 กันยายน 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมติดตามการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตระดับกระทรวง (ศปท.) โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 17 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการกำหนดค่าตอบแทนขั้นต่ำสำหรับไรเดอร์ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล Lalamove โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายเซีย จำปาทอง นางสาวธนพร วิจันทร์ ส.ส.พรรคประชาชน ผู้แทนสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ผู้แทน Lalamove ผู้แทนไรเดอร์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)   รมว.ดีอี กล่าวว่า กระทรวงดีอี ได้เปิดเวทีกลางเพื่อการหารือร่วมกันระหว่าง แพลตฟอร์ม Lalamove ตัวแทนของไรเดอร์ โดยมี ETDA ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน เพื่อทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีความเข้าใจกันมากขึ้น และร่วมพัฒนาในเชิงของสูตรการคำนวนค่าตอบแทนขั้นต่ำในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อหามาตรฐานที่ทุกแพลตฟอร์มใช้ร่วมกัน ก่อนกำหนดหลักเกณฑ์ในการส่งเสริมการบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.แรงงานอิสระ ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในวาระ 3 ไปแล้ว และได้มีการให้นำกลับมาทบทวนใหม่ เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล   เบื้องต้นจากข้อมูลของ ETDA และกระทรวงแรงงาน พบว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว มีความตั้งใจที่แบ่งสัดส่วนของกลุ่มที่แรงงานตามแพลตฟอร์มออกมาเป็น พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ซึ่งสูตรที่มีการคำนวณอยู่นี้จะนำเอาไปบรรจุอยู่ในส่วนของ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้   “การหารือแนวทางดังกล่าวมีความคืบหน้าพอสมควรในส่วนของการได้รับข้อมูลจากทั้งแพลตฟอร์ม และไรเดอร์ ซึ่งทางกระทรวงฯ จะดำเนินการขอข้อมูลในส่วนนี้จากแพลตฟอร์มอื่น ๆ รวมทั้งจากไรเดอร์ที่ให้บริการอยู่ในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วย เพื่อหาปรับการกำหนดค่าตอบแทนที่ต้องเป็นธรรมและมีความสมดุลที่สุดต่อทุกคน” รมว.ดีอี กล่าว

วันที่ 17 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 4/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ธปท. ก.ล.ต. ปปง. ตร. สมาคมธนาคารไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีวาระหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงดีอี สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. สำนักงาน ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สพธอ. เพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนจากภัยออนไลน์   รมช.ดีอี กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่า นักเรียน นักศึกษาเป็นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกเรื่องทุนการศึกษา หลอกเช่าหอพัก หรือการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันต้องทำให้ข้อมูลเตือนภัยเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและลงลึกถึงระดับชุมชน   ทั้งนี้เราสามารถนำกลไกแบบดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยประสานความร่วมมือกับ กรมการปกครอง ผ่านกลไกการประชุมระดับอำเภอและการประชุมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำทุกเดือนอยู่แล้ว โดยสามารถเชื่อมโยงเข้าถึงชุมชนกว่า 77,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ นำสื่อประชาสัมพันธ์และข้อมูลเตือนภัยจากตำรวจไซเบอร์ กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มารวบรวมและอัปเดตทุกเดือน เพื่อส่งต่อข้อมูลภัยรูปแบบใหม่ไปถึงประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว   เช่นเดียวกับการประสานความร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสร้างการประชาสัมพันธ์การตระหนักรู้เรื่องภัยออนไลน์ไปยังสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ให้นักเรียนและนักศึกษา รู้เท่าทันกลโกงและสามารถป้องกันตัวเองได้   “ที่สำคัญ เราต้องไม่หยุดเพียงการส่งข้อมูลเท่านั้น แต่ต้องมีการติดตามและประเมินผลว่า สื่อประชาสัมพันธ์ หรือข้อมูลการสร้างความตระหนักรู้ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริงหรือไม่ และประชาชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ป้องกันตนเองได้มากน้อยเพียงใด เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง และช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากการหลอกลวงออนไลน์ ผลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” รมช.ดีอี กล่าว   ขณะเดียวกันที่ประชุมฯ ยังติดตามแนวทางการดำเนินการตามมาตรการเก็บข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (Location) ในการทำธุรกรรมการเงิน รวมถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ศปอท. ภายใต้มาตรา 8/6 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี    นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงประเด็นสำคัญคือ การขับเคลื่อนกรอบยุทธศาสตร์ National Anti-Fraud Master Plan เพื่อบูรณาการระบบและกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ พร้อมพิจารณาหลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามมาตรา 8/5 (6) หรือประกาศรายชื่อบุคคลบัญชีม้า   สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรการรับมือภัยออนไลน์ของประเทศ โดยมุ่งเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อ สกัดกั้นเส้นทางอาชญากรรม ลดความเสียหาย และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนในการใช้บริการดิจิทัล อย่างเป็นรูปธรรม   อีกหนึ่งประเด็นที่คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง คือ ปัญหาการใช้บริษัทนอมินีเป็นเครื่องมือสนับสนุนขบวนการอาชญากรรม ซึ่งจากหลายกรณีที่ปรากฏ พบความเชื่อมโยงของนิติบุคคลบางแห่งกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ทั้งในด้านการทำธุรกรรม การเคลื่อนย้ายเงิน และการอำพรางผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้น กระทรวงดีอีจะเร่งประสานความร่วมมือกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการข้อมูล ตรวจสอบนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น ธุรกรรมและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนติดตามความเชื่อมโยงของบริษัทที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย เพื่อนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง   “เราต้องไม่หยุดเพียงการจับกุมมิจฉาชีพที่อยู่ปลายทาง แต่ต้องตัดวงจรและโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ให้บริษัทนอมินีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนขบวนการ Scam และอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทย” รมช.ดีอี กล่าวในท้ายที่สุด

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมงาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรม RUNWAY TO SLUSH 2026: FINAL PITCHING (Thai Digital Startup Round) ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โดยมี นางสาวกษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และดิจิทัลสตาร์ทอัพ ที่ผ่านการพิจารณาในรอบ Pre-screen เข้าร่วม ณ อาคารดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซ.ลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร กทม.   สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นการคัดเลือกดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยจำนวน 8 ทีม เพื่อเป็นตัวแทนประเทศร่วมงาน SLUSH 2026 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้สามารถขยายตลาดไปสู่ระดับนานาชาติ เพิ่มโอกาสในการลงทุน การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจจากนานาประเทศ     รมว.ดีอี ได้กล่าวเปิดกิจกรรมในตอนหนึ่งว่า เมื่อเราพูดถึงสตาร์ทอัพ บทสนทนามักเริ่มต้นด้วยตัวเลข รายได้ มูลค่าบริษัท การระดมทุน และการเติบโต ซึ่งแน่นอนว่าล้วนมีความสำคัญ แต่วันนี้ผมอยากให้เรามองข้ามเรื่องเหล่านั้นไป และให้ลองมองว่า “สตาร์ทอัพไทยสามารถก้าวต่อไปได้ไกลแค่ไหน”    เป็นที่ชัดเจนว่า ดิจิทัลสตาร์ทอัพของไทย มีความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องการคือ “โอกาส” ในการพบปะกับผู้คนที่ใช่ การเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ การเรียนรู้จากระบบนิเวศที่หลากหลาย และโอกาสที่จะทำให้โลกเห็นว่าประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์สิ่งใดได้บ้าง    “บทบาทที่สำคัญของภาครัฐคือ การเป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยกับโอกาสในระดับโลก  ช่วยสร้างเส้นทาง เปิดประตู สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และขจัดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยให้ความคิดที่ดีสามารถเติบโตได้ เราพร้อมที่จะรับฟัง พร้อมที่จะสนับสนุน และพร้อมที่จะสร้างโอกาสเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่กำลังร่วมกันสร้างอนาคตข้างหน้าให้กับประเทศไทย” รมว.ดีอี กล่าว  

วันที่ 18 กันยายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการฝึกการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต “ร่วมขับเคลื่อนสังคมดิจิทัล ที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน” ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี   การฝึกครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถบริหารจัดการระบบสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ประเทศต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อโครงข่ายการสื่อสารในวงกว้าง เพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประสานงานและฟื้นฟูระบบได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุวิกฤต ลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคเศรษฐกิจโดยรวม  

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้บริหารกระทรวง ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ โถงชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านเศรษฐกิจและบูรณาการข้อมูลและระบบนิเวศ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหาร ผู้แทนจากกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบออนไลน์   สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการติดตามสถานะกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในประเทศไทย การพัฒนาระบบ Dashboard TH-DC แผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนฯ และการบูรณาการข้อมูลประสานงานร่วมกันของหน่วยานที่กำกับดูแล   รมว.ดีอี กล่าวในตอนหนึ่งว่า คณะอนุฯ ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลจำนวน 45 รายการ จาก 37 หน่วยงาน ใน 15 กระทรวง นำมาพัฒนาระบบ Dashboard TH-DC เพื่อแสดงสถานะดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยจะมีการแสดงข้อมูลที่มีการจำแนกประเภท ทั้งในรูปแบบสาธารณะเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และรูปแบบที่เป็นข้อมูลเฉพาะสำหรับหน่วยงานรัฐ โดยเมื่อมีการรวบรวมข้อมูลของหน่วยงานจนเป็นโครงสร้างถาวรแล้ว จะมีการเชื่อมต่อระบบ API ให้หน่วยงานสามารถอัปเดตสถานะของดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่งต่อไปได้ โดยจะมีการนำผลสรุป และข้อมูลที่มีการพิจารณาในคณะอนุฯ ในครั้งนี้ นำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” ได้พิจารณาต่อไป

  วันที่ 18 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง      

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.