Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 23 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเยี่ยมชมวัดพุทธไทยถาวรวนารามและพบปะประชาชนชาวไทยในนครนิวยอร์กและพื้นที่ใกล้เคียง ณ วัดพุทธไทยถาวรวนาราม นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

รมว.ดีอี ร่วมเวทีหารือ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร ยกระดับการบริหารจัดการ รวมศูนย์ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็นหนึ่งเดียว . วันที่ 24 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมหารือในเวที The Information Integrity Solutions Dialogue: From Global Principles to Collective Action A high-level side event to be held during UNGA High-Level Week ซึ่งเป็นเวทีการหารือว่าด้วยแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร โดยเป็นเวทีกิจกรรมคู่ขนานระดับสูงที่จัดขึ้นในห้วงสัปดาห์การประชุมระดับสูงของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ร่วมด้วยผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงาน และประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม ณ The Dag Hammarskjold Library Reading Room สํานักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา . ในโอกาสนี้ รมว.ดีอี ได้กล่าวถ้อยแถลงถึงแนวทางการบริหารจัดการความน่าเชื่อถือของข้อมูล ว่า “Information Integrity หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่เพียงการแก้ไขข่าวปลอม แต่คือการทำให้ประชาชนสามารถเชื่อมั่น เข้าใจ และตัดสินใจลงมือทำจากข้อมูลที่ได้รับ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต . สำหรับในประเทศไทย เรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล เป็นเรื่องที่ไม่อาจจำกัดความอยู่แค่เพียงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่เป็นความท้าทายของสังคมดิจิทัลโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อสังคมให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีจำนวน Engagement การมีส่วนร่วม ยอด Like, Share และปริมาณผู้เข้าชม (Traffic) มากกว่าความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ ดิจิทัลแพลตฟอร์มและ AI เข้ามามีบทบาทในการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลมากขึ้น จนทำให้การรักษามาตรฐานด้านความถูกต้องและความน่าเชื่อถือแม้จะทำได้ยากขึ้น แต่มีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม . ทั้งนี้แนวทางของรัฐบาลไทย คือ ข้อมูลที่ดีต้องทำให้ประชาชนและผู้ตัดสินใจเชื่อมั่นในข้อมูล (TRUST) เข้าใจสถานการณ์ (UNDERSTAND) และสามารถตัดสินใจและลงมือได้อย่างทันท่วงที (ACT) โดยเป้าหมายในการรับมือกับการแก้ไขปัญหาเรื่องของข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ จึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขข้อมูลที่เป็นเท็จหรือไม่ถูกต้อง (Correcting False Information) แต่ต้องสร้างระบบข้อมูลที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกนาทีมีความสำคัญ . ดังนั้นการเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญปรากฏการณ์ฝนตกหนักฉับพลัน หรือที่เรียกว่า “Rain Bombs” โดยฝนอาจตกอย่างรุนแรงในช่วงเวลาเพียง 15–20 นาที แต่สามารถก่อให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างได้ ได้กลายเป็นบททดสอบสำคัญของ Information Integrity . ตนขอยกตัวอย่าง การสื่อสารและสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูล ซึ่งประเทศไทยได้เผชิญกับเหตุการณ์อุทกภัยรุนแรงในภาคใต้ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยกระทบหลายจังหวัดและประชาชนจำนวนมาก รวมถึงการแจ้งเตือนน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ในช่วงเดือนนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ความเร็วและความน่าเชื่อถือของข้อมูลมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการหลั่งไหลของข้อมูลที่อาจมาจากหลายหน่วยงานพร้อมกัน โดยไม่มีการประสานและบูรณาการ ทำให้เกิดปัญหาของข้อมูลที่กระจัดกระจาย ขัดแย้งกัน จนทำให้เกิดความไม่แน่ใจของประชาชน นำไปสู่การดำเนินการเพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่ล่าช้า . “เมื่อประชาชนไม่แน่ใจว่าควรเชื่อข้อมูลใด อาจชะลอการตัดสินใจ อพยพหรือป้องกันตนเองไม่ทัน เรื่องดังกล่าวสวนทางกับเนื้อหาที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบบน Social Media ที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้งเพียงโพสต์เดียวก็อาจสร้างความตื่นตระหนกในวงกว้างก่อนที่จะมีการยืนยันข้อเท็จจริง” รมว.ดีอี กล่าว . ทั้งนี้ประเทศไทยได้ระบบเพื่อเชื่อมโยงและประสานข้อมูลด้านการบริหารจัดการน้ำจากมากกว่า 38 หน่วยงาน ไปถึงระดับข้อมูลเรดาร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์ Real-time และสร้างภาพจำลอง Dash board ที่หน่วยงานรัฐและประชาชนสามารถใช้ร่วมกันได้ ภายใต้ “One Trustworthy Picture” ภาพรวมที่น่าเชื่อถือและเป็นหนึ่งเดียว โดยมีเป้าหมายการรวบรวมรายงานที่กระจัดกระจายและมีข้อมูลขัดแย้งกัน ข้อมูลที่ได้รับการประสานและเชื่อมโยงให้สอดคล้องกัน ข้อมูลที่เกือบจะเป็นแบบเรียลไทม์ และมีการอัปเดตเกือบจะทันทีซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น . นี่คือบททดสอบที่แท้จริงของ Information Integrity เพราะโจทย์ไม่ใช่การผลิตข้อมูลให้มากขึ้น แต่คือการทำให้ข้อมูลที่มีอยู่สามารถเชื่อถือและนำไปใช้ได้จริงในเวลาที่จำเป็น . “Information only has value when people trust it, understand it, and act on it. หรือ การนำคุณค่าของข้อมูลไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ แต่อยู่ที่การทำให้ประชาชนเชื่อมั่น เข้าใจ และสามารถนำข้อมูลนั้นไปใช้ตัดสินใจได้ทันเวลา ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ประเทศไทยจะเดินหน้าพัฒนาต่อไป พร้อมร่วมมือกับ UN และประชาคมระหว่างประเทศในการยกระดับ Information Integrity เพื่อความปลอดภัยและประโยชน์ของประชาชน” รมว.ดีอี กล่าวในตอนท้าย . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมวไชยชนกชิดชอบ ---------------------------------------------------------------------------    

ปลัดดีอี - NT ร่วมหารือ Microsoft เสริมศักยภาพโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ รองรับภาคธุรกิจไทย ยกระดับการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน . วันที่ 24 กันยายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และคณะ เข้าร่วมการประชุมหารือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท Microsoft ณ สำนักงาน Microsoft ประเทศสิงคโปร์ . สำหรับการหารือดังกล่าว เป็นการหารือแนวทางและโอกาสของประเทศไทย ในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงข่ายสื่อสารเคเบิลใต้น้ำ ให้เพียงพอและครอบคลุมความต้องการใช้งานของภาคธุรกิจ บริษัทเอกชน และองค์กรต่าง ๆ ของประเทศไทยในอนาคต โดยร่วมกำหนดแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ของประเทศไทย ทั้งระบบเคเบิลใต้น้ำ สถานีขึ้นบก (Cable Landing Station) และโครงข่ายเชื่อมโยงทางบก (Terrestrial Backhaul) เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้งาน Cloud, Artificial Intelligence (AI) และ Hyperscale Data Center . "กระทรวงดีอี และ NT มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้กับประเทศไทย และสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ ในประเทศไทย ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย มีเสถียรภาพสูง และมีโครงข่ายสื่อสารเคเบิลใต้น้ำที่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในอนาคต เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน" ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว .#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

วันที่ 25 กันยายน 2569 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบออนไลน์  

กระทรวงดีอี เดินหน้ากิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร “DE Digital Shield Forum” ครั้งที่ 2 ปักหมุด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” ชูแนวคิด “Connected Together • Stronger Together : เชื่อมคน เชื่อมความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปด้วยกัน” นำองค์ความรู้และทักษะ Digital Literacy ลงสู่พื้นที่ สร้างเครือข่ายประชาชนรู้เท่าทันกลโกง ป้องกันตนเองและส่งต่อความรู้สู่คนรอบข้าง พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ตัดวงจรบัญชีม้า–ซิมม้า–ช่องทางหลอกลวงออนไลน์   วันที่ 26 กันยายน 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร “DE Digital Shield Forum” ครั้งที่ 2 ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” ชูแนวคิด “Connected Together • Stronger Together : เชื่อมคน เชื่อมความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 26–27 กันยายน 2569 ณ ลานหน้า Hatyai Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมงาน   ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มวัย ทั้งการเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ นิทรรศการให้ความรู้ กิจกรรมเวิร์กช็อป และกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้และทักษะในการรับมือภัยออนไลน์รูปแบบต่าง ๆ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า การหลอกลงทุนและระดมทุนออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน การพนันออนไลน์ รวมถึงการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์   นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน ทั้งการติดต่อสื่อสาร การทำธุรกรรมทางการเงิน การซื้อขายสินค้า การศึกษา การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงบริการภาครัฐ แม้เทคโนโลยีจะช่วยสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ขณะเดียวกัน ภัยออนไลน์ก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า ซิมม้า การหลอกลงทุน การหลอกซื้อขายสินค้า ตลอดจนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวง สร้างความเสียหายต่อประชาชน เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลของประเทศ   ทั้งนี้ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ และเน้นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อปิดช่องโหว่และตัดวงจรการหลอกลวง ตั้งแต่ช่องทางการสื่อสาร เส้นทางการเงิน ไปจนถึงเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์   ขณะเดียวกัน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เร่งรัดขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และภาคีเครือข่าย เพื่อเร่งระงับบัญชีม้าและซิมม้า ปิดกั้นช่องทางการสื่อสารที่ใช้ในการกระทำความผิด สนับสนุนการติดตามเส้นทางการเงินของขบวนการอาชญากรรม และยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและยับยั้งภัยออนไลน์   สำหรับแนวคิด “Connected Together • Stronger Together” สะท้อนว่าการสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยไม่สามารถเกิดขึ้นจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ครอบครัว ชุมชน และประชาชน การจัดกิจกรรมสัญจร “Digital Shield Learning Fest 2026” ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงเป็นการนำองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยดิจิทัลมาใกล้ชิดประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน   กระทรวงดีอีได้ตั้งเป้าหมายประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ไม่น้อยกว่า 2,000 คนต่อครั้ง เพื่อขยายเครือข่าย “เกราะคุ้มกันดิจิทัล” ให้ประชาชนสามารถรู้ทัน ป้องกันตนเอง และส่งต่อความรู้ไปยังครอบครัวและคนรอบข้าง ตามแนวคิด “เชื่อมคน เชื่อมความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปด้วยกัน” เพื่อร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลไทยให้ปลอดภัย เข้มแข็ง และน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืน   “นอกจากการปราบปรามแล้ว สิ่งสำคัญคือการป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย เพราะภัยออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการรู้เท่าทัน จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ประชาชนทุกคนสามารถมีติดตัวได้ Digital Shield ไม่ได้หมายถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันภัยเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกคน เมื่อเรารู้เท่าทัน เราไม่เพียงปกป้องตัวเอง แต่ยังสามารถส่งต่อความรู้เพื่อช่วยปกป้องครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้างได้อีกด้วย” นางสาวพิยะดา กล่าว   สำหรับกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร “DE Digital Shield Forum” ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” กำหนดจัดรวม 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Safe Digital Journey : เรียนรู้ก่อนออกเดินทางในโลกดิจิทัล” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26–27 กันยายน 2569 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิด “Connected Together • Stronger Together : เชื่อมคน เชื่อมความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปด้วยกัน” และครั้งที่ 3 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 ตุลาคม 2569 ณ โรงเรียนหนองฉางวิทยา จังหวัดอุทัยธานี   ------------------------------------------

วันที่ 26 กันยายน 2569 จากสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนหลายสายในหลายพื้นที่ พร้อมกับการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนก วิตกกังวลให้กับประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความห่วงใยต่อเรื่องดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เฝ้าระวัง ตรวจสอบ การเผยแพร่ข่าวบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนก พร้อมทั้งประสานงานหน่วยงานในสังกัดในการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง และเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที    นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีข้อสั่งการล่าสุดให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยสภาพอากาศ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลสภาพอากาศในช่วงของวันที่ 27 กันยายน 2569 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยภาพรวมปริมาณฝนในหลายพื้นที่เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า   ขณะเดียวกันจากการเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนจากผู้ไม่หวังดี ทั้งข้อมูลของการเกิดพายุฝน ฝนตกหนัก ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวล ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งหากเป็นกรณีเหตุการณ์ขนาดใหญ่ เช่น พายุโซนร้อน กรมอุตุฯ จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 3 วัน ส่วนกรณีฝนในพื้นที่จะมีการติดตามและปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอัปเดตข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมือได้อย่างเหมาะสม   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดได้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุอุทกภัยที่มีความรุนแรงขึ้น โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามรับฟังข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น ทั้งนี้หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ - สายด่วน 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเหตุอุทกภัย ขอความช่วยเหลืออพยพ (หรือติดต่อทาง Line Official: @1784DDPM)  - สายด่วน 1555 — สายด่วน กทม. แจ้งปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร หรือติดต่อระบบแจ้งเหตุอัจฉริยะผ่าน Line @Traffyfondue - สายด่วน 1510 สายด่วนจิตอาสาพระราชทาน สำหรับประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่น้ำท่วมขังและประสานทีมกู้ภัยเข้าพื้นที่ - สายด่วน 1111 กด 5 ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อแจ้งเหตุและติดตามข้อมูลการเตือนภัยน้ำท่วม - สายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือต้องการรถพยาบาลกู้ชีพ - สายด่วน 1374 กอ.รมน. รับเรื่องและประสานงานความช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่ภัยพิบัติทั่วประเทศ   ---------------------------------------------------------------------------    

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สั่งการหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อม และบูรณาการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล   รมว.ดีอี กล่าวว่า ตนได้มอบหมาย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลระบบแจ้งเหตุ jitasa.care กับระบบอื่น ๆ เพื่อส่งต่อให้กรุงเทพมหานคร ที่เปิดระบบ Traffy fondue เป็นระบบหลักร่วมกับสายด่วน 1555 และ 1669 ให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง   ในส่วนของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ตนได้มอบหมายให้ดูแลเรื่องระบบการสื่อสาร ในพื้นที่ศูนย์อพยพต่าง ๆ ในพื้นที่ กทม. เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงาน และประชาชน และให้เตรียมความพร้อมระบบสื่อสารฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ   ขณะเดียวกันทาง NT และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้เตรียมจัดส่งสิ่งของยังชีพที่ตรงกับความต้องการของประชาชน อาทิ น้ำดื่ม อาหารพร้อมทาน เครื่องใช้ส่วนตัว กระดาษเปียก กระดาษทิชชู่ ฯลฯ ไปยังศูนย์บริหารจัดการระบบแจกอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค ของกรุงเทพมหานคร ณ โรงเรียน วิชูทิศ เขตดินแดง โดยให้สำนักงานเขตต่าง ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านสิ่งของยังชีพประสานมายังศูนย์ดังกล่าว และศูนย์จะบริหารจัดการส่งไปตามข้อมูลที่แจ้งในระบบ    “จากสถานการณ์ปัจจุบัน หลายพื้นที่ในกทม. และปริมณฑล ยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมและฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยกทม.ได้เปิดศูนย์อพยพให้ความช่วยเหลือแล้ว ตนจึงได้มอบหมายให้ BDI ประสานงานดูแลการเชื่อมต่อข้อมูลระบบ Health Link เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทีมแพทย์ พยาบาลที่ปฏิบัติงานในศูนย์อพยพ รวมถึงมอบหมายให้ ปณท และ NT เตรียมความพร้อมให้การสนับสนุน เรื่องของสถานที่ ศูนย์พักพิง ระบบสื่อสาร ระบบการขนส่ง อุปกรณ์เครื่องมือ ต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” รมว.ดีอี กล่าว   ---------------------------------------------------------------------------  


วันที่ 28 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดศูนย์ความร่วมมือด้านการสื่อสารข้อมูลสภาพภูมิอากาศ โดยมีนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายวศิน บุณยาคม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักโทรทัศน์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และนายเกษมสันต์ วีระกุล ที่ปรึกษาอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วม ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยสภาพอากาศ ชั้น 11 อาคาร50 ปี กรมอุตุนิยมวิทยา    นายพชร กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ร่วมกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน   “กระทรวงดีอี รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วย โดยตามข้อสั่งการของรมว.ไชยชนก ให้กรมอุตุนิยมวิทยามีการปรับวิธีการนำเสนอ ให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งต้องเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงอยู่บนพื้นฐานวิชาการที่ถูกต้อง ดังนั้นต่อจากนี้การนำเสนอการพยากรณ์อากาศหรือภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่มีข้อมูลของกรมอุตุฯ ในกรณีที่เกิดเหตุ จะต้องมีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ระดับของตัวเลข เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น ว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงอยู่ในระดับไหน โดยเปรียบเทียบกับอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติในครั้งที่ผ่านมา ๆ เพื่อให้เห็นภาพชัด ทำให้ประชาชนได้เตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างทันท่วงทีได้มากยิ่งขึ้น” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว   สำหรับข้อมูลการพยากรณ์อากาศ จะดำเนินการสื่อสารไปในชุดข้อมูลเดียวกัน ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ทั้งในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท และช่องทางสื่อสารของทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อโซเชียลมีเดีย รวมทั้งผ่านทางสื่อมวลชนต่าง ๆ ในทุกช่องทาง เพื่อให้ครอบคลุมเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด   ในส่วนของการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนนั้น ทางกระทรวงดีอี จะดำเนินการเฝ้าระวัง และมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการแจ้งเตือนหากพบการเผยแพร่ข่าวปลอม หรือข้อมูลที่บิดเบือนให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที ซึ่งสามารถติดตามได้ผ่านช่องทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศ (AFNC) ทั้งทางสื่อโซเชียลมีเดีย และผ่านทางเว็บไซต์” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวในตอนท้าย   ทั้งนี้ประชาชน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------------------------  





นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา และมีการระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์อากาศของไทยด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยงบประมาณ 497 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 ขอยืนยันว่าเป็นการนำเสนอข่าวและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิด ทำให้เกิดความสับสนในสังคม   ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานในสังกัด มีการพัฒนาแผนงาน และโครงการต่างๆ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากลเป็นปกติตามธรรมเนียมปฏิบัติเช่นเดียวกับนานาประเทศ กรณีกรมอุตุนิยมวิทยา เช่นเดียวกัน ในแต่ละปีที่มีแผนงาน และโครงการทดลองยกระดับเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด มีความร่วมมือในรูปแบบโครงการนำร่อง (Proof of Concept – POC) เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์อากาศของไทยให้ดีที่สุดอย่างต่อเนื่องมาตลอด   สำหรับโครงการรูปแบบความร่วมมือ อาทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีการใช้งานโดยองค์การระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง เช่น NASA หรือ NOAA ระยะเวลา 3 เดือน (เดือนธันวาคม 2568-กุมภาพันธ์ 2569) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันได้ครบกำหนดเวลาทดลอง และได้มีการแถลงผลการศึกษาจากประโยชน์ที่มีเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการช่วยวิเคราะห์และเชื่อมข้อมูล อันเป็นความร่วมมือตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า   นอกจากนี้ กรมอุตุฯ ยังมีการศึกษาพัฒนาเพื่อให้การพยากรณ์ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริงโดยใช้เทคโนโลยีหรือรูปแบบแนวทางอื่นเปรียบเทียบทั้งประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้งบประมาณดำเนินการคุ้มค่ามากที่สุด   “ที่ผ่านมา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายให้กรมอุตุนิยมวิทยา ยกระดับการพัฒนาระบบการพยากรณ์อากาศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ยังไม่ได้สรุปว่าต้องใช้เทคโนโลยีหรือรูปแบบวิธีการใด ขณะที่ข้อเท็จจริงปัจจุบันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างการใช้งานเทคโนโลยีใด ๆ โดยเฉพาะร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ก็ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่อย่างใด ดังนั้น กระทรวงดีอี จึงขอแจ้งเตือนการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงให้กับประชาชนได้รับทราบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและสับสน โดยได้มีการแจ้งเตือนไปยังสำนักข่าวต่างๆ อย่างเป็นทางการไว้ชั้นหนึ่งแล้ว ตลอดจน ใคร่ขอเตือนประชาชนว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่มีการบิดเบือน ไม่เป็นข้อเท็จจริง บนสื่อสังคมออนไลน์ มีความเสี่ยงเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว   ---------------------------------------------------------------------------

วันที่ 29 กันยายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ทีมผู้บริหาร ปณท และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ลงพื้นที่ชุมชนย่านอ่อนนุช ซึ่งมีประชาชนกว่า 1,000 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย  . ทั้งนี้ รมช.ดีอี ได้ร่วมให้กำลังใจ พร้อมมอบชุดสิ่งของยังชีพ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็น ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด เร่งรัดช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมกับประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การให้ความช่วยเหลือประชาชน  . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมชแนนบุณย์ธิดา

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.