Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน "วันนวมินทรมหาราช" พ.ศ. 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ และทุกภาคส่วน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถ.ศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้าหน่วย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (MOC) อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ในการประชุม รมว.ดีอีได้กำชับให้กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การสื่อสารที่เข้าใจง่ายต่อประชาชน โดยให้แยกข้อมูลน้ำเพื่อการเกษตรออกจากการเตือนภัยน้ำท่วมให้ชัดเจน และให้ดูระบบระบายน้ำของท้องถิ่นควบคู่กับปริมาณฝน เพราะบางพื้นที่ฝนไม่มากแต่ก็อาจท่วมขังได้ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมระบบสื่อสารรับมืออุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงทางภาคใต้ เพื่อไม่ให้สัญญาณขาดหายเมื่อเกิดเหตุ โดยให้ NT รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการโทรคมนาคม นำรถสื่อสารเคลื่อนที่และอุปกรณ์สำรองไปเตรียมพร้อมในจุดเสี่ยงล่วงหน้า ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุก่อน และให้ NT ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมอุตุนิยมวิทยา ปักหมุดจุดสำคัญ เช่น ศูนย์บัญชาการและศูนย์อพยพหลัก แล้วแบ่งพื้นที่เตรียมอุปกรณ์ร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือ กสทช. เร่งนำเรื่องเสาสัญญาณร่วมที่หาดใหญ่ (การติดตั้งอุปกรณ์ของหลายค่ายบนเสาเดียวกัน) เข้าที่ประชุมบอร์ดเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อให้ผู้ให้บริการติดตั้งได้ทันที ด้านศูนย์พักพิง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ได้รายงานความคืบหน้าระบบ "ศูนย์พักดี" สำหรับคัดกรองประชาชนที่เข้าศูนย์พักพิง โดยเชื่อมข้อมูลสุขภาพกับระบบ Health Link เพื่อแยกกลุ่มผู้ป่วยตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และนำรายชื่อศูนย์พักพิงจาก ปภ. และท้องถิ่นมาทำเป็น Dashboard รวมข้อมูล ให้ผู้ให้บริการมือถือขยายสัญญาณหรือติดตั้ง WiFi ได้ตรงจุด หากสัญญาณที่ศูนย์พักพิงล่ม ระบบสามารถบันทึกข้อมูลไว้ก่อนและส่งเข้าศูนย์กลางเมื่อสัญญาณกลับมา ทั้งนี้ BDI เตรียมส่งทีมทดลองการใช้งานจริงในพื้นที่ภาคใต้ และประสานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อวางแนวคุ้มครองข้อมูลของประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน รมว.ดีอียังได้ให้จัดทำ Dashboard สถานะการสื่อสารฉุกเฉิน ทั้งเสาสัญญาณ รถสื่อสารเคลื่อนที่ ศูนย์พักพิง วิทยุสื่อสาร และดาวเทียม โดยเชื่อมข้อมูลผ่านระบบแทนการส่งรายงานเป็นไฟล์หรือกระดาษ และให้หาแนวทางช่วยประชาชนในพื้นที่อับสัญญาณเพื่อส่งข้อความขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ร่วมประชุม Bilateral Meeting with World Bank Water Global Practices โดยมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการพยากรณ์อากาศ และการยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ในห้วงการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการ NT เพื่อให้บริการสัญญาณสื่อสารและโทรคมนาคมภายในงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร   ทั้งนี้ รมว.ดีอี ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับ World Bank ในการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้าน อุทก-อุตุนิยมวิทยา (Hydrometeorology)  การพยากรณ์อากาศ การบริหารจัดการน้ำ และระบบการเตือนภัยล่วงหน้า ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การจัดทำ Dash Board ข้อมูลแบบ Real-time และการใช้งาน AI เพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์และการตัดสินใจ การยกระดับ Urban Heat (คลื่นความร้อนภายในเมือง) ให้เป็นหนึ่งในปัจจัยทางเทคนิค สำหรับการวิเคราะห์สภาพอากาศและความเสี่ยง   ขณะที่ World Bank พร้อมสนับสนุนทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจบริบทของประเทศไทย เพื่อร่วมประเมินระบบ และเชื่อมโยงการปฏิบัติร่วมกันได้จริง พร้อมบูรณาการจัดทำแนวมาตรฐานของการปฏิบัติงาน และการจำลองการปฏิบัติงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับสามารถตัดสินใจตามแนวทางปฏิบัติได้ แม้ผู้บริหารระดับสูงไม่อยู่ในสถานการณ์นั้น พร้อมจัดทำรายงานข้อมูลการวินิจฉัยในระยะสั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่นำไปใช้จริง ซึ่งจะทำให้เกิดการนำเสนอแนวทางที่สามารถทดสอบการปฏิบัติงานและนำไปใช้ได้จริงในระยะเวลาภายในไม่กี่เดือน พร้อมกับการเสนอการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง   นอกจากนี้ รมว.ดีอี ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือด้านการศึกษา “พื้นที่กักเก็บน้ำที่เหมาะสม” เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ภายใต้แนวคิด “เก็บน้ำส่วนเกินเพื่อลดน้ำท่วม และนำกลับมาใช้ในช่วงภัยแล้ง” โดย World Bank จะเป็นหน่วยงานกลางในการประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการกักเก็บและผันน้ำ ร่วมทั้งการวิเคราะห์ปริมาณฝน ภูมิประเทศ แม่น้ำ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง และพื้นที่ที่มีน้ำส่วนเกิน โดยเน้นแหล่งน้ำขนาดเล็กและให้ชุมชนมีส่วนร่วม การใช้เทคโนโลยี ข้อมูลภาครัฐ ที่ควบคู่ไปกับการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น      ขณะเดียวกันที่ประชุม ยังมีการหารือเรื่อง Data Center และ AI Infrastructure ของไทย ซึ่งปัจจุบัน World Bank กำลังศึกษาความต้องการพลังงานจาก Data Center และ AI โดยมีไทยเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศกรณีศึกษา

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมระดับผู้บริหาร หัวข้อ “Building an AI-Ready Thailand Together: Microsoft Elevate AI & Jobs for Thailand’s OECD Journey” ซึ่งจัดโดยบริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการใช้ AI สนับสนุนการปฏิรูปภาครัฐ การพัฒนากำลังแรงงาน ซึ่งรองรับการที่ประเทศไทยจะร่วมเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ณ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ   ภายในการประชุม รองปลัดกระทรวงดีอี ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และ AI เพื่อยกระดับบริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการกำหนดนโยบายโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ AI อย่างรับผิดชอบและมีธรรมาภิบาล รวมถึงการพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละสาขาอาชีพ โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกล่าวเปิดและเสวนาในการประชุม Roundtable Discussion on “AI Works for Governments: Driving the AI Transition in Emerging Markets” ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงดีอี Google และ Business Council for International Understanding (BCIU) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปประยุกต์ใช้ในภาครัฐอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมีผู้กำหนดนโยบายและผู้แทนจากภาคเศรษฐกิจ การเงิน และการธนาคารจากหลากหลายภูมิภาคเข้าร่วม ณ ห้อง Andaz Ballroom 1 ชั้น 3 โรงแรม Andaz One Bangkok   รมว.ดีอี กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดรับการลงทุนและความร่วมมือด้านเทคโนโลยี AI โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือระยะยาวที่เอื้อต่อการสร้างระบบนิเวศ AI ที่ยั่งยืน การพัฒนาบุคลากร และการสร้างโอกาสให้แก่คนไทยทุกภาคส่วน ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงการส่งเสริมการสื่อสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน   ขณะเดียวกัน การนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงจำเป็นต้องขยายโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง ไม่จำกัดเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้าน AI (AI Literacy and AI Fluency) ตลอดจนการลดอุปสรรคในการเข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการนำ AI ไปใช้ในวงกว้าง ยกระดับประสิทธิภาพและผลิตภาพของประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกล่าวปาฐกถาเปิดงาน Open Loop Sprint Thailand ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับโครงการ Open Loop ของบริษัท Meta และ Datasphere Initiative เพื่อเป็นเวทีให้หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ภาคกฎหมาย และภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์   ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ได้กล่าวถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะมีสัดส่วนเกือบร้อยละ 29 ของ GDP ในปี 2569 พร้อมเน้นย้ำแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน AI การสร้างความเชื่อมั่น การพัฒนาทุนมนุษย์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมธรรมาภิบาล AI การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเห็นว่าการกำหนดนโยบายที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านเศรษฐกิจและบูรณาการข้อมูลและระบบนิเวศ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI พร้อมด้วย ผู้บริหาร ผู้แทนจากกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบออนไลน์ . สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการติดตาม การรับทราบการใช้ประโยชน์และการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงระบบ TH-DC Dashboard การรับทราบการเข้าถึงการใช้งานระบบ TH-DC Dashboard การพิจารณา(ร่าง) เกณฑ์ขั้นต่ำในการกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Mininum Requirements) และการกำกับดูแลผลกระทบจากโครงการที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว    ทั้งนี้ที่ประชุมมีการพิจารณาการเพิ่มเติมการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเพิ่มเติม ใน (ร่าง) เกณฑ์ขั้นต่ำในการกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Mininum Requirements) ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่จัดตั้ง ตามขนาดของปริมาณสำรองน้ำมันเกิน 90,000 - 180,000 ลิตร มีจะต้องมีสถานที่จัดตั้งในเกณฑ์การเว้นระยะ 100 ม. เกิน 180,000 – 500,000 ลิตร เว้นระยะ 200 ม. จากที่อยู่อาศัย โรงเรียน โรงพยาบาล วัด ยกเว้นหากอยู่ภายในนิคมฯ   รมว.ดีอี กล่าวในตอนหนึ่งว่า เกณฑ์ขั้นต่ำในการกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Mininum Requirements) จัดทำขึ้นเพื่อการขอใบอนุญาตเท่านั้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าหากทำครบตามเกณฑ์แล้วจะได้รับการอนุญาตให้มีการจัดตั้งได้ทันที แต่จะต้องพิจารณาถึงเกณฑ์คะแนนสูงสุดจึงจะได้รับการอนุญาตจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ (DC) ต่อไป    “การวางพื้นฐานที่ถูกต้องให้กับระบบนิเวศของ DC ทั้งการใช้งาน AI การใช้พลังงาน Ecosystem การวางรากฐานการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ใช่ประโยชน์เฉพาะบริษัทใหญ่ แต่หมายถึงคนไทยทุกคนที่จะได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ภายใต้พื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ของประเทศและคนไทยทุกคน” รมว.ดีอี กล่าว  


วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมหารือกับ Dr.Ettikan Kandasamy Karuppiah ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก NVIDIA เพื่อการแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนานโยบายความร่วมมือด้านอธิปไตย AI ในยุทธศาสตร์ Thailand Sovereign AI การสร้าง AI โมเดลภาษาไทย โครงสร้างคลาวด์ และความปลอดภัยภาครัฐ รวมทั้งการให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมี ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    ทั้งนี้ รมว.ดีอี ได้เน้นย้ำด้านการพัฒนาตามแนวทาง "Safety by Design" และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี ผ่านการสร้างอธิปไตย AI ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าของและควบคุมโครงสร้าง ข้อมูล และโมเดล AI ลดการพึ่งพาจากต่างชาติ พร้อมทั้งการวางโครงสร้างคลาวด์กลางภาครัฐที่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัยใน 4 ระดับผ่านระบบ Trusted Computing (TCC) เข้ารหัสข้อมูลขั้นสูงสุดปกป้องข้อมูลประชาชน ได้แก่ 1.ชั้นความมั่นคงสูงสุด 2.การใช้งานในหน่วยงานรัฐ 3.การให้บริการข้อมูลประชาชน และ 4.ระบบและข้อมูลสำหรับนักพัฒนา และสตาร์ตอัป รวมทั้งการบริหารจัดการ Data Center (DC) ผ่านโมเดล "Compute Allocation" เพื่อการจัดสรรทรัพยากรโดยกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนต่างชาติ (Hyperscalers) ต้องแบ่งสัดส่วนขุมพลังการประมวลผลคืนสู่ภาครัฐ เพื่อใช้ในภารกิจสาธารณะและชดเชยข้อจำกัดด้านทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำ   นอกจากนี้ยังได้มีการหารือด้านการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานรัฐในการบริการประชาชน พร้อมความร่วมมือในการพัฒนา “Thai AI PASS” ด้วยการผลักดันโมเดลภาษาไทย (NeMoTron) ยกระดับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ให้เป็นแพลตฟอร์มบริการดิจิทัลหลัก ผ่านการบูรณาการร่วมกันระหว่าง DGA และ BDI พร้อมกับการเชื่อมระบบ Earth-2 ยกระดับการเตือนภัยพิบัติ การแสดงผล AI Dash Board วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ, แสดงสถานะ Data Center, ระบบส่งต่อผู้ป่วย (Heath - link) และระบบป้องกันภัยสแกมเมอร์    “ความร่วมมือกับ NVIDIA จะช่วยสนับสนุนการเดินหน้ายุทธศาสตร์ Sovereign AI ของประเทศไทย เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีและรับมือกับวิกฤตโครงสร้างประชากร ซึ่งไทยถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใน Supply Chain โลก จากการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนชิปสถาปัตยกรรม "Vera Rubin" โดยการดำเนินงานจะยึดหลัก Safety by Design เพื่อสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและลดการพึ่งพาต่างชาติ พร้อมทั้งการยกระดับบริการประชาชน โดยมุ่งเน้นการนำ AI มาใช้จริงผ่าน DGA Super App และแอปฯ บริการประชาชนต่าง ๆ เช่น ระบบตอบคำถามใบอนุญาต และการรายงานจุดชำรุดของถนน ฯลฯ ควบคู่กับการพัฒนาโมเดลภาษาไทยด้วยสถาปัตยกรรม NVIDIA NeMoTron และการทดสอบระบบเตือนภัยพิบัติ Earth-2 ในระยะถัดไป โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมต่ออายุ MOU ตั้งคณะทำงานร่วม และเตรียมเปิดตัวโครงการ "Thai AI PASS" เพื่อพัฒนาทักษะและขยายการเข้าถึง AI ให้กับประชาชน พร้อมผลักดันการใช้งาน GPU ในภาคการวิจัยต่อไป” รมว.ดีอีกล่าว 

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 105,944 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 11,947 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 11,946 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Laennec P.O. Porcine เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย ชะลอวัย ช่วยให้หลับสนิท บำรุงคุณแม่หลังคลอด   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ประกันภัยรถยนต์ สามารถเลือกระบุหรือไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ ตามความสมัครใจ   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เตือน ผลไม้ 4 ประเภทกินบ่อย เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้เสียหายจากการโดนโกง ยื่นขอสิทธิรับทรัพย์สินคืนได้ที่ เพจ เครือข่ายเฝ้าระวังภัยไซเบอร์   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ถนนสายส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช คืบหน้ากว่า 70% แล้ว   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง สหรัฐฯ เตือนไทย ให้เร่งเจรจาอย่าเพิ่มความตึงเครียด รุกล้ำดินแดนของกัมพูชา   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง เร่งเดินหน้า “ศูนย์ซ่อม สร้าง สุข” เยียวยาและฟื้นฟูประชาชนหลังน้ำท่วม   สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือเรื่อง “ผู้เสียหายจากการโดนโกง ยื่นขอสิทธิรับทรัพย์สินคืนได้ที่ เพจ เครือข่ายเฝ้าระวังภัยไซเบอร์” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ยืนยันว่าเป็น “เพจปลอม” ซึ่งมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ตร.ยืนยันว่า เพจดังกล่าวเป็นเพจปลอม และไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับการกระทำของเพจดังกล่าวทั้งสิ้น   ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ อย่าติดต่อ หรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับช่องทางดังกล่าว และอย่าโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักเด็ดขาด หากหลงเชื่อโอนเงินตามคำชักจูง อาจสูญเสียทั้งทรัพย์สินและถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้โดยมิชอบ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------


วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 2569 (Annual Meeting Plenary) ภายใต้การประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร    สำหรับการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม ในระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก การเสริมสร้างศักยภาพทักษะของประชาชน การขยายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างทั่วถึงและครอบคลุม การยกระดับขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในบริบทของโลกยุคใหม่   

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของ Google พร้อมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย ภายในงานการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร  

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 3 ภายใต้ธีม “Digital Shield Learning Fest 2026” แนวคิด “LEARN SMART STAY SAFE : เรียนรู้ให้เท่าทัน ใช้ดิจิทัลให้ปลอดภัย” ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569 โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนหนองฉางวิทยา จังหวัดอุทัยธานี   นายไชยชนก กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงวันนี้ ได้มีการยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และอาชญากรรมไซเบอร์ในทุกรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 50% ขณะเดียวกันสแกมเมอร์ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นการแชร์ประสบการณ์ความรู้ จากมาตรการปราบปรามและการป้องกันต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อสร้างความตระหนักรู้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ   สำหรับการจัดงานที่จังหวัดอุทัยธานี เนื่องจากในห้วงเวลาที่มีการคัดเลือกพื้นที่เพื่อการจัดงานนั้น กระทรวงดีอี ได้รับรายงานการเกิดเหตุการณ์ที่นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดใกล้เคียง ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการติดตามทางโซเชียลมีเดีย และมีการคุกคามความปลอดภัยของนักศึกษา ดังนั้นจึงเป็นเคสที่ควรจะต้องมีการป้องกัน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้โดยไม่คาดคิด ซึ่งการเปิดเผยตัวตน ข้อมูลส่วนบุคคลบนโลกโซเชียลมีเดีย หรือสาธารณะ เพื่อหวังยอดไลก์ ยอดแชร์ หรือการเข้าถึง เพื่อแลกกับรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน นักศึกษา หรือประชาชนในทุกเพศ ทุกวัย โดยคาดไม่ถึงหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความระมัดระวัง เพื่อสามารถต่อต้านการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ได้   ทั้งนี้ในการป้องกันและปราบปรามภัยจากสแกมเมอร์ กระทรวงดีอี ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์ AOC 1441 ตร. ปปง. ก.ล.ต. ธปท. สมาคมธนาคาร กสทช. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในการพัฒนาระบบเพื่อแชร์ข้อมูลระหว่างกัน เฝ้าระวัง ออกมาตรการ ปรับปรุงกฎหมาย และใช้กลไกต่างๆในการจัดการกับภัยสแกมเมอร์    พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี เตรียมเพิ่มช่องทางเพื่อให้ประชาชนแจ้งข้อมูลเบาะแสเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ทั้งเรื่องของข่าวปลอม เว็บไซต์ผิดกฎหมาย หลอกลวงลงทุน พนันออนไลน์ หลอกทำงานข้ามชาติ ฯลฯ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการประชาชนได้ภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ โดยข้อมูลที่กระทรวงได้รับจะถูกจัดทำเป็น Data Base เพื่อใช้ในการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13   ด้านการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงอื่น ๆ กระทรวงดีอีได้ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง เปลี่ยนจากการทำงานแบบแยกส่วนของแต่ละหน่วยงาน มาเป็นการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย (Connect the Dots) เพื่อปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติตั้งแต่ต้นทาง    นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ในการใช้งานระบบ “แจ้งรัฐ” ของ DGA ในการแจ้งเรื่องภัยคุกคาม และปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น ในทุกพื้นที่ พร้อมกับระบบติดตามสถานะของเรื่องที่ประชาชนได้แจ้งไป จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และถือเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนในการใช้บริการจากภาครัฐ    “สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในปัจจุบันนี้ คือการตรวจสอบเนื้อหา แหล่งที่มา ไม่ว่าจะเป็นรูป วิดีโอ คลิปเสียง พาดหัวข่าว หรืออื่น ๆ ที่ควรจะตรวจสอบจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยิ่งในยุคที่ AI ทำให้ความเสี่ยงจากภัยออนไลน์มีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการหลอกลวงทางการเงิน การปลอมแปลงตัวตน การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การพนันออนไลน์ ตลอดจนการสร้างภาพ เสียง และวิดีโอปลอม เพื่อหลอกลวงประชาชน ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมพร้อม ร่วมกับการทำงานอย่างเต็มที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดความสำคัญของการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ เป็นวาระแห่งชาติ” รมว.ดีอี กล่าว   ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในนามของชาวจังหวัดอุทัยธานี รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจ ที่กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยดิจิทัลมาสู่ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันภัยออนไลน์สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเมืองหรือชนบท และส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประชาชน ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์การคุกคามเยาวชน โดยใช้การติดตามข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้คนร้ายทราบถึงวิถีชีวิตของผู้เสียหาย ดังนั้นจุดนี้ถือเป็นช่องว่างที่จะต้องสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เด็ก เยาวชน ผู้นำชุมชน ได้รู้เท่าทัน มีความรู้ด้านภัยออนไลน์ เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปถ่ายทอดต่อครอบครัว และประชาชนอื่น ๆ ต่อไป   สำหรับที่ผ่านมา นอกจากการทำงานร่วมกับกระทรวงดีอี กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันภัยออนไลน์จากมิจฉาชีพ ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนและชุมชน ผ่านกลไกการทำงานระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดีอี และกระทรวงอื่น ๆ เพื่อผลักดันนำนโยบายที่เป็นประโยชน์ไปสู่พี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด    -----------------------------------------

วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Thailand Post EMS RUN 2026 ในโอกาสก้าวสู่ 144 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย และครบรอบ 40 ปี บริการส่งด่วน EMS โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ผู้บริหาร ปณท ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วม ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก   สำหรับกิจกรรมวิ่ง Thailand Post EMS RUN 2026 ของ ปณท เป็นการจัดกิจกรรมครั้งแรก ในโอกาสครบรอบ 40 ปี บริการส่งด่วน EMS เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พร้อมส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่นได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะสนับสนุนการจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) จังหวัดราชบุรี เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ สะท้อนการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ของ ปณท  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.