Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เยี่ยมชมการจัดนิทรรศการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) ระบบ Internet of Things (IoT) เทคโนโลยี AI และเครื่องมือการตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ภายในงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี   ทั้งนี้ภายในบูธของ Depa ได้มีการจัดแสดงนวัตกรรมการเกษตร ระบบโรงเรือนอัจฉริยะ VEGET FRESH ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการโรงเรือนเพาะปลูกด้วยเทคโนโลยี IoT และระบบควบคุมอัตโนมัติ โดยใช้เซนเซอร์ตรวจวัดก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบควบคุม VEGET BOX เพื่อประมวลผลและสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ระบบให้นํ้า ระบบพ่นหมอก พัดลม ม่านพรางแสง และระบบผสมปุ๋ย พร้อมการติดตามและแสดงผลข้อมูลผ่าน Dashboard แบบเรียลไทม์    นอกจากนี้ยังมี ระบบนำชมโรงเรือนด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR Greenhouse Tour for Agro-Tourism) ซึ่งเป็นระบบนำชมโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) ให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเห็นข้อมูลสภาพแวดล้อม เพื่อการเรียนรู้กระบวนการเพาะปลูก การทำงานของอุปกรณ์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตได้อย่างเข้าใจง่าย รวมถึงสามารถต่อยอดการนำข้อมูลมาใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับและสื่อสารคุณภาพสินค้าเกษตรแก่ผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นการสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วยนวัตกรรมดิจิทัล การเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากกิจกรรมท่องเที่ยวและการจำหน่ายผลผลิต

ภายในสามวัน ศูนย์ AOC 1441 รวบรวมคดีตัวอย่างไว้ 8 คดี ตัวเลขความเสียหายห่างกันถึง 2,000 เท่า ตั้งแต่ 100 บาทในคดีโอนเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไปจนถึง 200,000 บาทในคดีเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่เมื่อไล่อ่านทีละเรื่อง จะเห็นว่าสิ่งที่ต่างกันมีเพียงเครื่องแบบที่มิจฉาชีพหยิบมาสวม ส่วนบทที่ใช้พูดแทบไม่เปลี่ยน    โดยในบทความนี้ ศูนย์ AOC 1441 จะเลือกมาเล่า 3 คดีที่เส้นเรื่องชัดที่สุด คดีแรกมูลค่า 44,059 บาท ผู้เสียหายชายจากจังหวัดนครศรีธรรมราชถูกติดต่อทาง Line โดยผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ชวนซื้อหุ้นบริษัทศูนย์รับฝากทรัพย์ TSD ประเทศไทย พร้อมบอกว่าหุ้นทั้งหมดเก็บไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ การซื้อขายเปลี่ยนมือจึงปลอดภัยและรวดเร็ว เขาโอนเงินตามเลขบัญชีที่ส่งมาในแชท แล้วถูกทักให้โอนเพิ่มอีก แต่เขาไม่มีเงิน จึงไปขอยืมพี่สาว พี่สาวสงสัยว่าน่าจะถูกหลอก เลยแนะนำให้สอบถามธนาคาร เมื่อติดต่อธนาคารก็ทราบว่าเป็นพฤติการณ์ของแก๊ง Call Center ข้อสังเกตคือ ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน ไม่ใช่ผู้มาชวนประชาชนซื้อหุ้น แต่ชื่อที่ฟังดูเป็นหลักประกันความปลอดภัยกลับถูกใช้เป็นเหยื่อล่อเสียเอง   ส่วนคดีที่ 2 มีเส้นเรื่องซับซ้อนกว่า ผู้เสียหายชายจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับโทรศัพท์จากผู้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่าหมายเลขของเขาเกี่ยวข้องกับธุรกิจฟอกเงินและค้ายาเสพติด ต้องยกเลิกเบอร์ และให้รายงานตัวกับตำรวจผ่าน Line บัญชีชื่อ “สภ.พิจิตร” จากนั้นมี “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” สอบปากคำผ่านวิดีโอคอล และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากไม่ทำจะมีโทษร้ายแรง และจะโอนคืนให้ภายหลัง เขากลัวจึงโอนไปยัง 2 บัญชีปลายทาง รวมความเสียหาย 131,049 บาท ต่อมาเขาติดต่อไปสอบถามที่ สภ.เมืองพิจิตรโดยตรง จึงรู้ว่าเป็นแก๊ง Call Center เรื่องนี้เหมือนการส่งไม้ผลัด ค่ายมือถือส่งต่อให้ตำรวจ ตำรวจตามมาด้วยวิดีโอคอล แต่ละทอดทำให้ทอดก่อนหน้าดูน่าเชื่อถือขึ้น และเมื่อทุกทอดอยู่ในช่องทางที่มิจฉาชีพคุมเอง ผู้เสียหายก็แทบไม่ได้ยินเสียงอื่นเลย จนกว่าจะเป็นฝ่ายโทรออกไปเอง   และมาถึงคดีที่ความเสียหายสูงสุดถึง 200,000 บาท ผู้เสียหายหญิงจากจังหวัดหนองคายได้รับโทรศัพท์จากผู้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ อบต. นาข่า ถามว่าได้รับเงินเยียวยาช่วงโควิดแล้วหรือยัง เมื่อเธอตอบว่ายัง ปลายสายก็ให้ติดต่ออีกหมายเลขหนึ่ง โดยบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เธอติดต่อไปและได้เพิ่มเพื่อนทาง Line กับบัญชี “ฝ่ายงานทะเบียน” ซึ่งแจ้งว่าเธอจะได้ค่าครองชีพเดือนละ 900 บาท แล้วให้เธอเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร กดหน้าจอ และกดตัวเลขเงินตามที่บอก ต่อมาเธอพบว่ามียอดเงินโอนออกจากบัญชี เมื่อโทรกลับเบอร์เดิมก็ไม่มีผู้รับสาย จังหวะที่น่าสังเกตคือการ “ส่งเรื่องต่อ” จากหน่วยงานท้องถิ่นไปอีกหน่วยงาน ซึ่งเหมือนการประสานงานของระบบราชการจริง และคำว่า “รับเงิน” ที่ใช้ล่อ กลับนำไปสู่ขั้นตอนที่เงินไหลออกจากบัญชีตัวเอง    เมื่อวาง 3 คดีเทียบกัน จะเห็นสูตรเดียวกัน คือเริ่มจากสิ่งที่ผู้เสียหายพร้อมจะเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นชื่อหน่วยงาน ความกลัว หรือเงินที่ตนควรได้ แล้วเร่งให้โอนก่อนจะมีเวลาคิด และหายไปเมื่อเงินถึงปลายทาง ในสองคดีแรก ความจริงปรากฏเมื่อมีเสียงจากนอกวงเข้ามา คือพี่สาวกับธนาคาร และสถานีตำรวจตัวจริง แต่เสียงเหล่านั้นมาหลังโอนเงิน ทางป้องกันจึงคือการทำสิ่งเดียวกันให้เร็วขึ้น ก่อนโอน หากมีใครอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แล้วให้โอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบ” หรือให้กดโอนเพื่อ “รับเงิน” ให้หยุด วางสาย แล้วโทรกลับหน่วยงานนั้นผ่านเบอร์ที่หาได้เองจากช่องทางทางการ พร้อมทั้งเล่าให้คนใกล้ตัวฟังทุกครั้ง และหากเกิดความเสียหายไปแล้ว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แนะนำให้รีบแจ้งศูนย์ AOC 1441 ทันที เช่นเดียวกับผู้เสียหายที่สามารถหยุดยั้งความเสียหายไว้ได้ทัน ก่อนที่จะสายเกินไป   ----------------------------------------------------------------------

รมว.ดีอี เข้าเฝ้าฯ ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร . วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE

อย่าหลงเชื่อ! AOC 1441 เปิด 3 กลโกง มิจฉาชีพฉวยวิกฤตน้ำท่วม หลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยา - เปิดรับบริจาคปลอม เสี่ยงถูกดูดข้อมูล-สูญเงินหมดบัญชี ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ยังมีผู้ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือ ขณะที่หลายพื้นที่ได้มีการแจ้งเตือนเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีก ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เตือนภัยประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมความบอบช้ำผู้ประสบภัย โดยใช้ช่องทางออนไลน์ส่ง SMS หรือสร้างเพจปลอมแอบอ้างเป็นหน่วยงานภาครัฐ หลอกให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม ซ้ำร้ายเปิดเพจปลอมรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย หวังหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินของประชาชน 3 รูปแบบกลโกงที่ต้องระวังในช่วงน้ำท่วม 1. หลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม มิจฉาชีพส่ง SMS หรือสร้างเพจปลอม อ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม พร้อมแนบลิงก์ให้กดเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือชักชวนให้เพิ่มเพื่อนทาง LINE เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในทางทุจริต บางรายอาจหลอกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าดำเนินการ หรือค่าลงทะเบียนล่วงหน้า โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนก่อนรับเงินช่วยเหลือ หากพบการเรียกเก็บเงินในลักษณะดังกล่าว ควรหยุดดำเนินการและตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง 2. เปิดเพจรับบริจาคน้ำท่วมปลอม หลอกคนใจบุญ มิจฉาชีพสร้างเพจหรือบัญชีปลอม แอบอ้างชื่อหน่วยงานรัฐ มูลนิธิ หรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ เพื่อเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยใช้บัญชีที่มิจฉาชีพควบคุมเอง ทำให้เงินบริจาคอาจไม่ถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริง นอกจากนี้ ยังอาจนำภาพความเสียหาย ภาพเหตุการณ์เก่า หรือภาพและคลิปที่สร้างด้วยเทคโนโลยี AI มาใช้ประกอบการขอรับบริจาคเพื่อกระตุ้นความสงสารและเร่งให้ประชาชนตัดสินใจโอนเงิน 3. ส่งลิงก์ข่าวน้ำท่วมหรือข้อมูลการจราจรปลอม ประชาชนควรระมัดระวังลิงก์ที่อ้างว่าเป็นข่าวสถานการณ์น้ำท่วม เส้นทางจราจร หรือข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งถูกส่งต่อผ่าน SMS และสื่อสังคมออนไลน์ เพราะอาจเป็นลิงก์หลอกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล หรือชักนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่เป็นอันตรายได้ จึงควรติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และเพจทางการของหน่วยงานรัฐหรือสื่อที่เชื่อถือได้เท่านั้น วิธีป้องกันตัว ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพช่วงน้ำท่วม • อย่ารีบกดลิงก์ จาก SMS หรือข้อความที่ชักชวนให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบผ่านช่องทางทางการก่อนทุกครั้ง • อย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างให้จ่ายเงินล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่าดำเนินการ หรือค่าลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการ • ตรวจสอบก่อนบริจาค เช็กชื่อหน่วยงาน เพจ และชื่อบัญชีผู้รับเงินจากช่องทางทางการให้แน่ชัด อย่าโอนเงินเพียงเพราะเห็นภาพหรือคลิปที่สร้างความสะเทือนใจ • ไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน โดยเฉพาะประกาศลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ลิงก์ข่าว และข้อความเปิดรับบริจาคที่ไม่ทราบแหล่งที่มา แล้วจะบริจาคช่วยเหลืออย่างไร? ให้เงินถึงมือผู้ประสบภัยจริง o ถ้าอยากช่วยน้ำท่วมให้ถึงมือจริง ให้เช็กเพจ หน่วยงาน และชื่อบัญชีผู้รับเงินจากช่องทางทางการเท่านั้นทุกครั้งก่อนโอน อย่าเชื่อเพียงภาพหรือคลิปเรียกความสงสาร เพราะอาจเป็นภาพเก่าหรือสร้างด้วย AI ได้ สงสัยว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ต้องโทรแจ้งที่ไหน? ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอฝากถึงประชาชน หากพบเหตุหรือสงสัยว่ากำลังถูกหลอกลวง สามารถติดต่อ สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อขอคำแนะนำและระงับบัญชีทันที เพื่อเพิ่มโอกาสในการระงับความเสียหายได้อย่างทันท่วงที AOC 1441 ย้ำเตือนขอให้ประชาชนยึดหลัก “ตรวจสอบก่อนคลิก เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน” ติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช่องทางทางการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเลือกบริจาคผ่านหน่วยงานหรือองค์กรที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือส่งถึงผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง โดยไม่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพฉวยวิกฤตมาซ้ำเติมประชาชน

ปลัดดีอี ประชุมหารือร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. .... ยกระดับการกำกับดูแลบริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ครอบคลุมทันต่อสถานการณ์   วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. .... โดยมีสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/05 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำหรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับ สพธอ. ได้จัดทำขึ้นเพื่อยกระดับมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของประเทศ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ดีอี ผนึก สตง.- ปทุมธานี ลุยขับเคลื่อนระบบการใช้งาน e-office เชื่อมโยงการส่งเอกสารตรวจสอบ ยกระดับสู่รัฐบาลดิจิทัล . วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือกับนายคณพศ หงสาวรางกูร รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อบูรณาการแนวทางการดำเนินงานการใช้ระบบ e-Office ในการจัดส่งเอกสารตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ และส่งเสริมการใช้บริการดิจิทัลภาครัฐ WorkD ซึ่งจะเป็นกลไกการขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารราชการระดับจังหวัดให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายณัฐวัชร์ วรนพกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ผู้แทนสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.