Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

  วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย บริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ (NT) จำกัด ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา กรมบังคับคดี ครบรอบ 50 ปี พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมี นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี ให้การต้อนรับ ณ อาคารกรมบังคับคดี

  วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน DronTech Asia 2024 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Drone Innovation for Economic Growth" (นวัตกรรมโดรนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ) ซึ่งถือเป็นงานนิทรรศการ และการประชุมระดับนานาชาติครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับโดรน (อากาศยานไร้คนขับ) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2567 ณ อาคาร 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี   โดยงานนี้ ได้มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโดรนในหลากหลายมิติ ทั้งการทหาร รวมถึงสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ อีกทั้งจัดให้มีการประชุมสัมมนา เพื่อแบ่งปันวิสัยทัศน์และความรู้เกี่ยวกับโดรนให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน และบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมโดรน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมากกว่า 60 บริษัท จากไทยและต่างประเทศ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมงาน และนำเสนอเทคโนโลยีโดรนมากกว่า 100 แบรนด์ พร้อมทั้งยังมีการบรรยายเชิงเทคนิคที่น่าสนใจ เจาะลึกด้านเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน และการประกวด Drone Swarming Challenge 2024 และ Flight Simulator Championship 20

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 7,250,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนลงทุนเทรดหุ้นสกุลเงินต่างประเทศ ตนสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line สอบถามรายละเอียด จากนั้นโอนเงินเพื่อทำการเทรดหุ้น ช่วงแรกได้กำไรและสามารถถอนเงินได้ ต่อมามีการดึงเข้า Group Lineและให้ลงทุนเทรดหุ้นเพิ่มแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องเสียค่าภาษี และค่าประกันบัญชีรับเงิน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 2 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,417,910 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาชักชวนลงทุนหารายได้พิเศษอ้างผลตอบแทนดีผ่านช่องทาง Facebook จึงทักไปสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นการส่งเสริมการขายสินค้าโดยได้รับค่าคอมมิชชันตอบแทน จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line แนะนำขั้นตอนการทำงานและดึงเข้า Group Line โดยให้เริ่มลงทุนโอนเงินเข้าไปในระบบก่อนในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังเริ่มให้ลงทุนมากขึ้นจนตนไม่ไหว จึงต้องการขอยกเลิกภารกิจและถอนเงินคืน มิจฉาชีพแจ้งว่าให้ชำระค่าภาษีและค่าปรับเนื่องจากทำผิดกฎบริษัท ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,350,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาอาหารเสริมผ่านช่องทาง Facebook ตนสนใจจึงจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่ามีสินค้าให้ทดลองทานฟรี แต่มีกิจกรรมให้ทำเป็นการโพรโมตแพลตฟอร์มมีค่าคอมมิชชัน แจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงิน เป็นค่าโพรโมต ช่วงแรกตนได้รับเงินค่าคอมมิชชันจริง จากนั้นตนโอนเงินเพิ่มแต่ไม่ได้รับเงินคืน มิจฉาชีพแจ้งว่าตนทำรายการผิดพลาด ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อให้ทางระบบเปิด ให้ทำการแก้ไข ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 4 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 336,390 บาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าตนทำการขายบัญชีม้า โดยให้บุคคลอื่นทำการเปิดบัญชีเป็นความผิดกฎหมายอาญา แจ้งขอตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย ตนหลงเชื่อจึงโอนเงินไป หลังจากโอนเงินไปมิจฉาชีพติดต่อมาอีกครั้งให้ผู้เสียหาย นำทรัพย์สินไปจำนำเพื่อโอนเงินไปตรวจสอบเพิ่ม และให้ตนเดินทางไปสถานีตำรวจหนองจอกเพื่อพบเจ้าหน้าที่สอบสวน ตนเดินทางไปสถานีตำรวจแต่ไม่พบเจ้าหน้าที่ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    และคดีที่ 5  หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 251,232บาท โดยผู้เสียหายได้พบโฆษณาบริษัทจัดหางานไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทาง TikTok ตนสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ทักไปสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพให้โอนเงินโดยอ้างว่า เป็นค่าดำเนินการจองโควตาและค่าตรวจสอบยอดเงินในบัญชี ตนหลงเชื่อจึงโอนเงินไป จากนั้นตนรู้สึกผิดปกติจึงนำชื่อบริษัทจัดหางานไปตรวจสอบ จึงทราบว่าบริษัทถูกนำชื่อ ไปแอบอ้าง ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 10,605,532 บาท   ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้   1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,237,065 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,188 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 393,733 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,138 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 116,950 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 29.70 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 96,250 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 24.45 (3) หลอกลวงลงทุน  59,631 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 15.15 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 33,650 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.55  (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 30,684 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.78 (และคดีอื่นๆ 56,568 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.37)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการหลอกให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ การโพรโมตสินค้า หรือพบโฆษณาหลอกลวงเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Facebook ,Line และ TikTok ทั้งนี้ขอย้ำว่า กรณีการร่วมลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ และความปลอดภัย ต่อการถูกหลอกลวง ดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และทำการเพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ และการถูกข่มขู่จากมิจฉาชีพอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง   หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                --------------------------------------------------------------------------------------

  วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และคณะทำงาน ร่วมประชุมหารือการขับเคลื่อน และผลักดัน Digital Trade Transformation Work Program การปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบการค้าดิจิทัล โดยมี ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา โครงการอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 23 (Cyber Defense Initiative Conference: CDIC 2024) งานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดโดยบริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 201-203 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ   โดยงานนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ″Harnessing the Power of Generative AI for Proactive Digital Trust and Cyber Resilience: Opportunities, Challenges, Governance, and Integration Strategies″ การถือกำเนิดของ Generative AI (Gen-AI) ได้ปฏิวัติกระบวนการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ถูกยกระดับให้มีการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เชิงรุก ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นโดยรวม ดังนั้นการทำความเข้าใจโอกาส ความท้าทาย และกลยุทธ์ในการบูรณาการ Gen-AI เข้ากับกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับนานาชาติ เพื่อแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อรู้เท่าทันและพร้อมรับมือกับภัยทางไซเบอร์เชิงรุกจากทั่วโลก

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Digital Nation: Making it Happen ในหัวข้อ “Thailand as a Digital Nation: Making it Happen” (TMA) โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วม ณ ห้อง คริสตัล ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก   โดยงานนี้ได้มุ่งเน้นการนำเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน ในประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (Digital Infrastructure) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ทักษะและการพัฒนาทุนมนุษย์ (Digital Talent and Skills) นโยบายและกรอบการกำกับดูแล (Policy and Regulatory Framework) และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความพร้อมการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษและร่วมเป็นเกียรติในงาน Facebook IRL (Facebook in Real Life) Meta เปิดประสบการณ์การเชื่อมต่อบน Facebook ให้ผู้คนได้สัมผัสในชีวิตจริง ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ เอ็มควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G สุขุมวิท กรุงเทพฯ สำหรับงาน Facebook IRL (Facebook in Real Life) Meta จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นความสําเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อ ใช้แพลตฟอร์มในการสื่อสาร เสริมสร้างนวัตกรรม และธุรกิจในไทย ภายใต้บรรยากาศของความสุขและเทศกาลคาร์นิวัล ภายในงานมีการจัดกิจกรรมนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดของ Facebook มาให้ผู้คนได้สัมผัสในชีวิตจริง พร้อมนิทรรศการที่เกี่ยวข้อง และกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมสนุก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้จะได้พบกับบรรดาครีเอเตอร์ ที่จะมาแชร์เคล็ดลับความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ เพื่อค้นพบและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ

  เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 โดยมี  นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ รร.มิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ   ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์  กล่าวว่า การกำกับดูแลเรื่องของไปรษณีย์ของประเทศไทย อยู่ภายใต้โครงสร้างของ พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกฎหมายฉบับที่เก่า  มีการบังคับใช้มานานฉบับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับไปรษณีย์มีนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกิจการไปรษณีย์ก็ได้ปรับเปลี่ยนเป็นรัฐวิสาหกิจ มีรูปแบบระบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป   ทั้งนี้ในการเปิดรับฟังความคิดเห็น พบว่าหน่วยงานรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนมีความสนใจในประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลการดำเนินงานด้านไปรษณีย์และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อเสนอการจัดตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแล หรืออื่นๆ รวมทั้งระบบการลงทะเบียนการขออนุญาตประกอบกิจการไปรษณีย์ของภาคเอกชน รวมทั้ง การออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ให้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์รายอื่นๆ เพื่อให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์น้ำหนักเบาได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น   “วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล แต่กฎหมายที่ควบคุมดูแลเรื่องของไปรษณีย์ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคปัจจุบัน จึงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคมยุคดิจิทัล นำไปสู่การเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ดังนั้น ถ้าหากต้องการให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่ดี ผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริการจะต้องมีการบริหารจัดการ การควบคุมที่ดี ดังนั้นหากจะพัฒนาระบบไปรษณีย์ของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพในการให้บริการ กฎหมายไปรษณีย์คือหลักสำคัญ” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว  

วันที่ 2 ธันวาคม 2567 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานพิธีเปิดปฐมนิเทศและการอบรมด้านพิธีการต้อนรับสำหรับเจ้าหน้าที่ประสานงาน (Liaison Officer) สำหรับการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (ASEAN Digital Ministers Meeting: ADGMIN) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมที่จะเกิดขึ้น โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี เปิดเผยว่า กระทรวง ดีอี เตรียมเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 เพื่อเพิ่มบทลงโทษและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและปราบปรามอาชญกรรมออนไลน์ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น   สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไข ร่าง พ.ร.ก.จากฉบับเดิม ได้เพิ่มบทลงโทษกรณีการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล จากโทษจำคุก 1 ปี เป็น 5 ปี  รวมถึงการเพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ หากละเลย ไม่ดูแลระบบ ปล่อยให้มีการหลอกลวง เกิดเป็นผลกระทบสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งการติดต่มเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย จากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง   ขณะนี้ ร่าง พ.ร.ก. ฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่นี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา หากผ่านการตรวจร่างแล้ว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี (ดีอี) จะเร่งเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

วันที่ 3 ธันวาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างจิตสำนึก ด้านคุณธรรม จริยธรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ โดยมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวง พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ NT Auditorrium อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT

  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวง ดีอี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้  โดยได้มอบหมายให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เร่งช่วยเหลือประชาชนเป็นการด่วน โดยให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชม. เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการในสถานการณ์ฉุกเฉิน   พร้อมส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน ผู้ใช้บริการและพนักงานที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล พัทลุง และตรัง อย่างทั่วถึง   ทั้งนี้ NT ได้จัดแนวทางให้ความช่วยเหลือในหลากหลายช่องทาง ประกอบด้วย จัดพื้นที่จอดรถภายในศูนย์บริการลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน พร้อมจัดส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ ร่วมกิจกรรมช่วยเหลือด้านต่าง ๆ รวมถึงจัดส่งน้ำดื่มเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค ผ่านทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเร่งดำเนินการจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน   สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ NT ได้ขยายเวลาชำระค่าบริการใน 2 กลุ่มบริการ ประกอบด้วย 1.บริการ NT Broadband และบริการโทรศัพท์ประจำที่ (Fixed Line) เปิดขยายเวลาชำระค่าบริการรอบบิลเดือนธันวาคม 2567 ออกไป 30 วัน 2.บริการ my by NT และ NT Mobile แบบเติมเงิน เปิดขยายเวลาใช้บริการเพิ่มจากปกติเป็นเวลา 15 วัน และแบบรายเดือน เปิดขยายเวลาชำระค่าบริการเพิ่มอีก 15 วัน และรับสิทธิยกเว้นการระงับบริการชั่วคราวในรอบบิลเดือนธันวาคม 2567   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการขยายระยะเวลาการให้บริการหรือการชำระค่าใช้บริการ ได้ที่ NT Contact Center โทร.1888

วันที่ 3 ธันวาคม 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือในการกำกับดูแลการโฆษณาสินค้าและบริการ การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือการดำเนินการในลักษณะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ระหว่างกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรม เดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีน้อมลำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ สถาบันวิชาการ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานแถลงข่าว การเตรียมเป็นเจ้าภาพ จัดงาน “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” ชูแนวคิด “Ethical Governance of AI in Motion”  โดย กระทรวง ดีอี ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ร่วมกันจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน 2568 ณ กรุงเทพฯ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ร่วมการสนทนาพิเศษในหัวข้อ "Thailand Readiness to Host the Global Forum and to Conduct RAM on the Ethics of AI" พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ   สำหรับงาน The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 เป็นการจัดการประชุมนานาชาติด้าน เทคโนโลยี AI ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกของ UNESCO  โดยงานนี้จะเป็นการแสดงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนจริยธรรม รวมถึงยกระดับการกำกับดูแลการประยุกต์ใช้ AI ของโลก อย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาลของประเทศไทย ตามกรอบ UNESCO AI Readiness Assessment (UNESCO RAM) ไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะมีผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกยูเนสโก กว่า 194 ประเทศ รวมกว่า 800 คน เข้าร่วมงาน

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.