Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นางสาวอรนุช ศรีนนท์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10 และคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าพบ นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ณ ห้องประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เพื่อหารือข้อราชการ และประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาการส่งเสริมเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์เชื่อมโยงการเป็น Smart City ด้วยกลไกการตรวจราชการแบบบูรณาการ โดยการใช้ Government Innovation Lab ณ ห้องประชุมสบายดี ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ จังหวัดอุดรธานีได้กำหนดแผนแม่บทในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยกำหนดวิสัยทัศน์ว่า “เมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย 4 เป้าประสงค์ ได้แก่ 1) Smart Economy (การส่งเสริมการทำการค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Commerce และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ หรือ Tourism & MICE) 2) Smart Environment 3) Smart People และ 4) Smart Living รวมทั้งมีแนวคิดในการพัฒนาแพลตฟอร์ม “UD – อยู่ดี มีกิน” ซึ่งรวมประเด็นด้านการยกระดับเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รวมถึงยกระดับตลาดผ้าทอบ้านนาข่าให้เป็น Smart Market พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา มีส่วนร่วม เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การสนับสนุนการพัฒนา Smart City ของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งในปี 2564 ได้วางกรอบแนวคิดด้าน Smart Economy ให้สามารถเชื่อมโยงกับ Global Platform อาทิ Chatbot, Line, Facebook, Lazada, Shopee เป็นต้น โดยมีแนวคิดที่จะใช้การขับเคลื่อน Smart City เป็นปัจจัยหลักสนับสนุนการขอเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน “พืชสวนโลก” ในปี 2569 ด้วย นอกจากนี้ นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้เสนอแนะเพิ่มเติมให้จังหวัดอุดรธานีร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น AIS, DTAC, TRUE ฯลฯ ในการพัฒนาบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ (Free Internet) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการพัฒนาในเรื่อง Digital Literacy ให้แก่ประชาชนเพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยี ตลอดจนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุนดีอี ซึ่งจังหวัดอุดรธานีสามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาตามแผนแม่บท Smart City ได้อีกทางหนึ่ง





นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การเตรียมพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร” ภายในงานอบรมการบริหารวิกฤตการณ์เพื่อการฝึกระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี 2563 ให้กับนายทหารสัญญาบัตร จากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ รวมทั้งข้าราชการพลเรือน และรัฐวิสาหกิจที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับงานการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ตามนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2562-2565) และแผนผนึกกำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือที่เกิดจากสาธารณภัย วิกฤตการณ์ความมั่นคง รวมถึงให้ความสำคัญกับการซักซ้อมแผนร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง บูรณากับแผนของหน่วยที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพ ณ โรงแรม เพิร์ล รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563



นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษบกิจและสังคม ประจำปี 2562 ณ จังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ระหว่างวันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2562 โดยได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ เพื่อรับทราบรายงานการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆ ก่อนลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ได้แก่ พบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชนของหมู่บ้านเน็ตประชารัฐ ในจังหวัดเพชรบุรี ณ หมู่ 8 บ้านบางสามแพรก ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม และหมู่ 7 ต.เขาย้อย อ.เขาย้อย ซึ่งทั้งสองหมู่บ้านได้ติดตั้งเน็ตประชารัฐพร้อมจุดบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ (ฟรีไวไฟ) ที่ศาลาอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การประชุมประจำเดือน การจัดอบรมให้ความรู้ในการประกอบอาชีพแก่คนในชุมชนของครู กศน. เป็นต้น สำหรับกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไป หลังจากนั้นยังได้ร่วมสังเกตการณ์ในการลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลการใช้น้ำ ภายใต้โครงการการบริหารจัดการจัดเก็บ/จัดเก็บข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานระดับพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ในลุ่มน้ำทั่วประเทศ จำนวน 25 ลุ่มน้ำ (โครงการระยะที่ 1) ซึ่งได้บูรณาการการจัดเก็บข้อมูลเบื้องต้นของโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2563 ณ หมู่ 7 ต.เขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ไปพร้อมกันด้วย โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการประมงและแปรรูปอาหารทะเล เช่น ทำปลาเค็ม ปลาแดดเดียว ฯลฯ​ จากนั้นคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ และประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ณ หมู่ 3 บ้านพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยได้ติดตั้งเน็ตประชารัฐที่ศาลาอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน มีบ้านของประชาชนรายล้อม และใกล้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งสามารถใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตสาธารณะเน็ตประชารัฐได้อย่างสะดวก สำหรับจังหวัดราชบุรีพบว่ามีการขับเคลื่อนงานเน็ตอาสาประชารัฐได้อย่างเข้มแข็ง โดยจัดตั้งกลุ่มไลน์เครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐเพื่อติดต่อสื่อสาร แจ้งข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ รวมถึงแจ้งปัญหาการใช้งานเน็ตประชารัฐในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งได้มีตัวแทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมให้ข้อมูลของหน่วยงานในกลุ่มไลน์ดังกล่าวด้วย เช่น เจ้าหน้าที่สถานีอุตุนิยมวิทยาราชบุรี แจ้งข้อมูลด้านการพยากรณ์อากาศเป็นประจำทุกวัน หรือตามการร้องขอ/สอบถาม เป็นต้น รวมทั้งได้ร่วมสังเกตการณ์การจัดเก็บข้อมูลโครงการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ.2562 ณ บ้านท่าเรือ หมู่ 2 ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ต่อมาคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ตรวจเยี่ยมโครงการปรับสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ กศน.ตำบลแพงพวย อ.ดำเนินสะดวก ซึ่งเป็น 1 ใน 12 แห่งของจังหวัดราชบุรี ที่ได้รับอุปกรณ์เครื่องมือด้าน ICT ในโครงการฯ ของกระทรวงดิจิทัลฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้ใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนนักเรียน กศน. การอบรม/ฝึกสอนอาชีพแก่ผู้สูงอายุในชุมชน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในโรงเรียนระดับประถมศึกษา จัดอบรมการพัฒนาชุมชนด้านคุณภาพชีวิต การสอนสร้างเพจขายสินค้าออนไลน์ ฯลฯ ให้กับคนในชุมชนทั้งในและนอกสถานที่ ตลอดจนมีชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มอาชีพมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ด้านจังหวัดสมุทรสงคราม นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ และคณะ ได้เข้าพบ นายประจินต์ ธารศิริสิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ณ ศาลากลางจังหวัด เพื่อหารือข้อราชการและขอให้สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสามารถสนับสนุนการพัฒนางานของจังหวัดได้ทุกมิติ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ยินดีสนับสนุนการทำงานในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ และได้ขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ ช่วยสนับสนุนการสร้างช่องทางเข้าถึงข้อมูลสำคัญของจังหวัด อาทิ ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว การค้นหาที่พัก แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ รวมทั้งพิจารณาความครอบคลุมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในจังหวัดสมุทรสงครามว่าเพียงพอหรือไม่อย่างไร เนื่องจากปัจจุบันสื่อโซเชียลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของประชาชน​ จากนั้นคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ตรวจติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลวัดประดู่ อ.อัมพวา ซึ่งเป็นศูนย์เดียวในจังหวัดสมุทรสงครามที่ได้รับมอบอุปกรณ์ ICT จากโครงการฯ ของกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมีผู้อำนวยการ กศน.อำเภออัมพวา และครู กศน. ให้ต้อนรับคณะ พร้อมรายงานการใช้ประโยชน์อุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งได้ใช้ในการจัดอบรมให้ความรู้ด้านดิจิทัลทั้งแก่นักเรียน กศน. และประชาชนในชุมชนไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2562 จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร “Digital Literacy” และหลักสูตร “E-Commerce” รวมทั้ง ได้ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าของชุมชนและเพิ่มช่องทางการตลาด เช่น น้ำผึ้งชันโรง พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 3 บ้านต้นลำแพน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา โดยมีรองประธานสภา อบต.ยี่สาร และผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของเน็ตประชารัฐ ซึ่งผู้นำหมู่บ้าน แจ้งว่าเน็ตประชารัฐเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านต้นลำแพนอย่างมาก เนื่องจากหมู่บ้านนี้อยู่ห่างจากตัวจังหวัดสมุทรสงครามถึง 46 กิโลเมตร โดยจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเป็นศาลาประชาคมของหมู่บ้านตั้งอยู่ระหว่างวัด และโรงเรียน เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของหมู่บ้าน ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนมาใช้ค้นคว้าข้อมูลและทำการบ้านหลังเวลาเลิกเรียน ซึ่งได้มีการประชุมประชาคมหมู่บ้านกำหนดเปิดให้บริการระหว่างเวลา 08.00 – 18.00 น. ของทุกวัน เพื่อการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน สุดท้ายได้ร่วมสังเกตการณ์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลการใช้น้ำในพื้นที่ หมู่ 3 บ้านต้นลำแพน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม  

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ณ อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่นฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อกระตุ้นทุกภาคส่วนไม่ทนต่อการทุจริต ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย โดยมุ่งแก้ไขปัญหาทุจริตในการต่อสู้กับปัญหา เพื่อประกาศให้ประชาชนชาวไทยและนานาประเทศทราบถึงการดำเนินการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยและเจตจำนงของคนไทยไม่ทนต่อการทุจริต ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ฯ กล่าวในงานว่า “หากการทุจริตในประเทศไทยลดลงจนหมดไปได้ ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ความเข้มแข็งและความยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการสร้างจิตสำนึก การมีส่วนร่วมของประชาชนชาวไทยบวกกับข้อกฎหมายที่ต้องมีการปรับปรุง แก้ไขให้ทันสมัย” พร้อมนำผู้ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้รับรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่มีผลคะแนนสูงสุดในประเภทรัฐวิสาหกิจ อันดับที่ 6 ด้วย.


              นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดร่วมกันกิจกรรมให้ความรู้และความสนุกสนานโดยสอดแทรกสาระความรู้ด้านดิจิทัลให้แก่เด็กเยาวชนที่มาร่วมงาน ผ่านกิจกรรมการละเล่นต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 แบ่งสถานที่จัดงานหลักๆ 2 แห่ง  คือ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงจัดกิจกรรมสำนักงานของแต่ละหน่วยงาน กระทรวงดิจิทัลฯ นับเป็นองค์กรสำคัญยิ่งที่จะช่วยสร้างพัฒนาการให้กับเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล การจัดงานวันเด็กในปีนี้ ได้รับความร่วมมือจาก 8 หน่วยงานในสังกัดเป็นอย่างดี                “งานวันเด็กแห่งชาติเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ต่างเฝ้ารอคอยให้มาถึง เป็นความมุ่งหวังที่น้องๆ จะเดินทางมาร่วมสนุกและเล่นเกมส์เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆที่พวกเขาจะได้รับ  จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่และภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป ดั่งคำขวัญวันเด็กประจำปี 2563 ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบให้ว่า เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” นายพุทธิพงษ์ กล่าว               ในปีนี้ หน่วยงานในสังกัด อาทิ สำนักงานปลัดประทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เตรียมจัดบูธกิจกรรมให้ความรู้ด้านดิจิทัล โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำบูธคอยให้ความสนุกสนาน พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ด้านดิจิทัลให้แก่เด็ก อาทิ เกมส์ตอบคำถามชิงรางวัล เกมส์โยนลูกบอลลงตะกร้า เกมส์ล้วงไข่หรรษา เกมส์เก้าอี้ดนตรี เปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถด้านดนตรีได้ร่วมแสดงดนตรีกับนักดนตรีมืออาชีพ ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดกิจกรรม “พี่มาดี...ชวนน้องหนูเรียนรู้สำมะโนประชากร และเคหะ” กรมอุตุนิยมวิทยา ได้จัดกิจกรรม ณ บริเวณสนามหญ้าบ้านพักกรมอุตุนิยมวิทยา ประกอบด้วย การออกร้านอาหารบริการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีการแสดงและประกวดการแสดงบนเวที การจับรางวัลของขวัญวันเด็ก ช้อนไข่ ปาลูกโป่งและกิจกรรมเล่นเกมส์ ตอบคำถามต่างๆ และมอบทุนการศึกษา                  อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากิจกรรมในวันเด็กเหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนทุกคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ นำประสบการณ์ในครั้งนี้ เพื่อให้รู้จักหน้าที่ของตนเอง ด้วยการตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หมั่นฝึกฝนตนเองให้เกิดทักษะและประสบการณ์ที่ดีอยู่เสมอ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาตนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขในสังคมต่อไป   ********************    

              นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดร่วมกันกิจกรรมให้ความรู้และความสนุกสนานโดยสอดแทรกสาระความรู้ด้านดิจิทัลให้แก่เด็กเยาวชนที่มาร่วมงาน ผ่านกิจกรรมการละเล่นต่างๆ เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 จำนวน 2 แห่งด้วยกัน ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ  และทำเนียบรัฐบาล ซึ่งได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูทนิทรรศการ โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯให้การต้อนรับ                  ทั้งนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เจ้าหน้าที่ประจำบูธคอยให้ความสนุกสนาน พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ด้านดิจิทัลให้แก่เด็ก อาทิ เกมส์ตอบคำถามชิงรางวัล เกมส์โยนลูกบอลลงตะกร้า เกมส์ล้วงไข่หรรษา เกมส์เก้าอี้ดนตรี เปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถด้านดนตรี ได้ร่วมแสดงดนตรีกับนักดนตรีมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม“พี่มาดี...ชวนน้องหนูเรียนรู้สำมะโนประชากร และเคหะ” ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และการออกร้านอาหาร การแสดงและประกวดบนเวที การจับรางวัลของขวัญวันเด็ก ช้อนไข่ ปาลูกโป่งและกิจกรรมเล่นเกมส์ ตอบคำถามต่างๆ มอบทุนการศึกษา ของกรมอุตุนิยมวิทยาอีกด้วย   *********************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.