Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษบกิจและสังคม ประจำปี 2562 ณ จังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ทั้งสองจังหวัด เพื่อรับทราบรายงานการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆ ก่อนลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ได้แก่ โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน : กิจกรรมปรับสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ กศน.ตำบลปลายพระยา ซึ่งได้รับอุปกรณ์เครื่องมือด้าน ICT ในโครงการฯ ของกระทรวงดิจิทัลฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมการค้าขายสินค้าออนไลน์ ฯลฯ ให้กับคนในชุมชนทั้งในและนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลปลายพระยา มีผู้บริหารและผู้ดูแลศูนย์ฯ ที่เข้มแข็งทั้งด้านความรู้ความเชี่ยวชาญและมีความมุ่งมั่นในการบริหารงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน จากนั้นได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านน้ำซ่ำ ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งผู้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน และจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเป็นศาลาอเนกประสงค์ที่มีการจัดประชุมของหมู่บ้านทุกเดือน​ ด้านจังหวัดพังงา คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลท้ายเหมือง ซึ่งได้ใช้ประโยชน์อุปกรณ์ ICT ที่ได้รับจากโครงการฯ จัดอบรมให้ความรู้ทั้งแก่นักเรียน กศน. และจัดกิจกรรมในพื้นที่ของชุมชนเป็นระยะ เช่น สอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน การตกแต่งรูปภาพสินค้า ฯลฯ ปัจจุบันมีสินค้าชุมชนที่สามารถขายผ่านออนไลน์แล้ว รวมถึงนำสินค้าเหล่านั้นมาขายในตลาดนัดถนนคนเดินของจังหวัดด้วย พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านท่าปากแหว่ง ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง โดยมีผู้นำชุมชน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าปากแหว่งมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของเน็ตประชารัฐ ทั้งนี้ กำนันตำบลโคกกลอยเสนอให้มีการขยายเครือข่ายเน็ตประชารัฐเพื่อใช้ในการทำการเกษตร หรือ Smart Farm เช่น การใช้เทคโนโลยีควบคุมการทำฟาร์มเลี้ยงหมู การให้อาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ในพื้นที่ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป​ นอกจากนั้น นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ และคณะ ได้เข้าพบ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อหารือข้อราชการและขอให้สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในพื้นที่จังหวัดพังงา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนางานของจังหวัดได้เป็นอย่างดี ทั้งภารกิจด้านสำมะโนประชากรและการสำรวจต่างๆ ของสำนักงานสถิติจังหวัด การบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม รวมถึงการบริการขนส่งไปรษณีย์และส่งเสริมการค้าขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ของ บจ.ไปรษณีย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคนไม่ว่าจะทำอาชีพใด ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานีอุตุนิยมวิทยาพังงาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านอุตุฯ ให้กับเครือข่ายในพื้นที่เป็นประจำ เช่น กลุ่มเจ้าของสวนปาล์มใช้ประโยชน์ข้อมูลประกอบการใส่ปุ๋ยต้นปาล์ม เป็นต้น                                                                                                                                                          *************************

เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร.ดวงตา ตันโช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ ๑๕ และ ๑๖ รวมทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ และนายสำเริง ไชยแสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยใช้กระบวนการ Government Lab ในกรณีการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ณ ห้องประชุมจามเทวี ชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดลำพูน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดลำพูน พบว่า สถานการณ์จุดความร้อนสะสม (Hotspot) ของจังหวัดลำพูน มีจำนวน ๒๘๓ จุด น้อยที่สุดใน ๙ จังหวัดเป้าหมาย (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และตาก) และมีค่าฝุ่นละออง PM ๒.๕ เกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน ๕๑ วัน (ข้อมูลระหว่างวันที่ ๑-๙ เมษายน ๒๕๖๒) ซึ่งจังหวัดลำพูนได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าตามมาตรการ ๔ ส ได้แก่ ๑) สร้างเครือข่าย ๒) สร้างการรับรู้และการประชาสัมพันธ์ ๓) สร้างจิตสำนึก ๔) สร้างอาชีพ นอกจากนั้นที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาฯ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้การแก้ไขปัญหาหมอกควันและพัฒนารูปแบบ รวมทั้งนวัตกรรมเพื่อการติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดลำพูน รวม ๒๑ ข้อ เช่น รูปแบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงต้นทาง การรวบรวมข้อมูลพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซากย้อนหลัง ๓ ปี แผนเผชิญเหตุ เป็นต้น พร้อมกำหนดให้จังหวัดรายงานความก้าวหน้าภายใน ๒ เดือน ด้าน นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เสนอแนะเพิ่มเติม ๒ แนวทาง ได้แก่ ๑) การใช้กระบวนการทางสังคม หรือ Social Partner โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเป็นการสร้างจิตสำนึกส่วนรวม และ ๒) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยการบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในรูปแบบ Big Data เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการแก้ไขและรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้โครงการเน็ตประชารัฐของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่กระจายทั่วประเทศแล้วสามารถสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวได้ นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ยังสามารถสนับสนุนข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เช่น การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน และการวิเคราะห์ทิศทางลม ฯลฯ ได้อย่างต่อเนื่องด้วย                                                                                                                                                          *************************

                    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขอเชิญชวนผู้สนใจสมัครลงทะเบียนร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “Digital Run2020” ส่งต่อสุขภาพดียุคดิจิทัล ซึ่งกระทรวงฯ ได้ร่วมกับมูลนิธิพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ เตรียมจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 มุ่งหวังให้เป็นกิจกรรมที่จะสนับสนุนการส่งต่อสุขภาพดียุคดิจิทัล ส่งเสริมการออกกําลังกายแก่ประชาชนทุกกลุ่ม สร้างความตระหนกัในการรักษาสุขภาพและเป็น เป็นเวทีประชาสัมพันธ์นวัตกรรมสุขภาพด้านการสื่อสารความรู้สุขภาพเฉพาะบุคคล (Health for You)                     ทั้งนี้ กิจกรรม Digital Run 2020 มีธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน โดยผู้สนใจสามารถสมัครเดิน-วิ่ง แบ่งเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ระยะทาง 5 กม. และมินิมาราธอน ระยะทาง10 กม.สําหรับบุคคลทั่วไป ค่าสมัคร 600 บาท และสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย (Wheelchair) หรือผู้พิการทางการมองเห็น ไม่เสียค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนสมัครได้ทางออนไลน์ผ่าน race.thai.run/DIGITALRUN19 รายได้ส่วนหนึ่งจากกิจกรรมจะนําไปบริจาคให้มูลนิธิคนพิการไทย   *********************    

                 ดีอีเอส สรุปผลมอนิเตอร์ข่าวลือไวรัสโคโรนาบนโซเชียล จากการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบเป็นข่าวปลอมถึง 22 เรื่อง และข่าวจริง 4 เรื่อง วอนคนไทยอย่าตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อ เปิด 5 ช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลจริงที่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดแล้ว 2 ราย                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ขณะนี้ปรากฏข่าวลือเกี่ยวกับการแพ่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งสร้างความตระหนก และหวาดกลัวให้กับคนในสังคม ส่งผลต่อการใช้ชีวิตปกติ ขณะที่ ในโลกออนไลน์ จะพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรนาเป็นจำนวนมาก และมีการแชร์โพสต์ทั้งคลิปวิดีโอ รูปภาพ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับไวรัสดังกล่าว ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งข่าวจริง และข่าวปลอม ทางกระทรวงฯ ได้มีการตรวจสอบข่าวลือต่างๆ อย่างเข้มข้นผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center Thailand เผยแพร่ในช่องทางของศูนย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสื่อสารความจริง และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน                  “ช่วงที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาจำนวนมาก ซึ่งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมกำลังรวบรวมข้อมูลต้นตอการปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีการแชร์จนส่งผลกระทบในวงกว้าง เพื่อส่งต่อให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป”                  ล่าสุด จากการทำงานร่วมกันระหว่างดีอีเอส, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ บก.ปอท. โดย สตช. ได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษมาทำงานร่วมกันติดตามทางโซเชียล/ออนไลน์ สรุปพบจุดที่เป็นต้นทางนำเข้าข่าวปลอมแล้ว 15 จุด มีการขอศาลออกหมายค้นและปฏิบัติการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงช่วงเช้าวันนี้ ทำการเข้าตรวจค้นทั้ง 15 จุดดังกล่าว และสามารถตรวจพบผู้ที่คิดว่าน่าจะเข้าข่ายผิด ปล่อยข่าวปลอม 6 จุด โดยในจำนวนนี้ดำเนินการสอบสวนพบว่ามีความผิดจริง และดำเนินการจับกุมแล้ว 2 ราย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (2) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน                  ส่วนอีก 4 ราย จากการสอบสวนถึงเจตนา และไม่พบความตั้งใจในการสร้างความเสียหาย จึงทำการตักเตือน และลงบันทึกประจำวันไว้ สำหรับในพื้นที่อีก 9 จุด หน่วยปฏิบัติการพิเศษของ สตช. กำลังติดตามหาตัวผู้กระทำผิดอยู่อย่างใกล้ชิด ซึ่งอุปสรรคส่วนหนึ่งคือ ส่วนใหญ่ผู้นำเข้าข้อมูลข่าวปลอมใช้พื้นที่อื่นลงทะเบียน หรือไม่ได้ใช้ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่จริง ทำให้ต้องใช้เวลาติดตาม                   ทั้งนี้ จากการมอนิเตอร์และรับแจ้งเรื่องเกี่ยวกับประเด็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 25-29 มกราคม 2563 พบว่า มีจำนวนข้อความที่แจ้งเข้ามาทั้งสิ้น 7,587 ข้อความ แต่มีจำนวนที่ต้องตรวจสอบยืนยัน (Verify) 160 ข้อความ โดยพบว่ามีข่าวที่เกี่ยวข้องโดยตรง 26 เรื่อง แบ่งเป็น ข่าวปลอม 22 เรื่อง  และข่าวจริง 4 เรื่อง                   โดยข่าวปลอม ได้แก่ 1.กรมควบคุมโรค หยุดใช้เครื่องตรวจวัดฯ ไวรัสโคโรน่าฯ 2. สเปรย์พ่นปาก ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา 3. พนักงานการบินไทยติดโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาฯ 4. กรมควบคุมโรคยกเลิกการคัดกรองผู้โดยสารด้วยเทอร์โมสแกน 5. คลิปสุดช็อค! ไวรัสโคโรนา ทำคนล้มทั้งยืน 6. เชื้อไวรัสโคโรนาฯ ติดต่อผ่านการมองตาได้ 7. พัทยาพบผู้ป่วยเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา 1 ราย                   8. พบผู้ป่วยชาวจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา รักษาตัวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 9. พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา เสียชีวิตที่ จ.ภูเก็ต เพิ่ม 1 ราย 10. ผู้ป่วยติดเชื่อไวรัสโคโรน่า เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จ. นครราชสีมา 11. สีจิ้นผิงสั่งใช้กฏหมายสูงสุด วิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ 12. วิธีป้องกันคือ ต้องรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อเมือกลำคอฯ 13. รัฐบาลจีนปิดบังข้อมูล แท้จริงมีผู้ติดเชื้อ 90,000 ราย 14. ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทำให้เสียชีวิตทุกรายในเวลาอันสั้น 15. เตือน! เขตคลองเตยให้ใส่แมส รอฟังแถลงข่าวฯ 2 รายในไอซียู 16. ชื้อ H3N2 ระบาดถึงเชียงใหม่ ‘ไวรัสโคโรนา” ตัวใหม่จากอู่ฮั่น                   17. เชื้อไวรัสโคโรนาทำพิษ ชาวจีนล้มตึงกลางกลางสุวรรณภูมิ 18. แพทย์ชี้นั่งเครื่องพร้อมผู้ป่วยไวรัสโคโรนา มีโอกาสติดเชื้อทั้งลำ 19. พบผู้ติดเชื้อโคโรนาที่จังหวัดศรีสะเกษ 20. ล่าสุดกรุงเทพติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5 ราย                   21. เชื้อไวรัสโคโรนาระบาดหนัก คาดคนตายนับไม่ถ้วน รัฐสั่งทุกสื่อปิดข่าว และ 22. แชร์ว่อน!! ยืนยันสนามบินภูเก็ต ไร้จุดคัดกรอง "ไวรัสโคโรนา"                     ส่วนข่าวจริง ประกอบด้วย 1.กรมควบคุมโรคยืนยันไม่หยุดคัดกรอง และเพิ่มความเข้มข้นในการรับมือไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ จริงหรือ? 2. ประกาศ!! หน้าเว็บโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนามีการปรับเปลี่ยนลิงค์ที่เผยแพร่ใหม่ จาก .html เป็น php จริงหรือ? 3. ผู้ป่วยไวรัสโคโรนา จ.นครปฐม ผลตรวจเป็นลบ สธ.รับมือเข้ม ชี้ชัดไม่พบการระบาดในไทย จริงหรือ? และ 4. คปภ.แจง ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันภัยการเดินทาง คุ้มครองโรคไวรัสโคโรนา                     นายพุทธิพงษ์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงฯ มีความห่วงใยประชาชนเรื่องข่าวลือ ข่าวปลอม ขอให้อย่าตื่นตระหนกและหลงเชื่อข่าวลือต่าง ๆ ควรจะหาข้อมูลให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนจะแชร์จะบอกต่อ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข จะมีการเฝ้าระวังและมีการชี้แจงสถานการณ์ตามข้อเท็จจริงโดยไม่ปิดบังข้อมูลใด ๆ โดยศูนย์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) จะมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์และเป็นข่าวที่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com  เฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center (https://www.facebook.com/AntiFakeNewsCenter/) ทวิตเตอร์ @AfncThailand (https://twitter.com/afncthailand) และไลน์ออฟฟิเชียล @antifakenewscenter                    ที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมดำเนินการตรวจสอบข้อความจากช่องทางต่างๆ และการใช้ Social Listening Tool กว่า 2.16 ล้านข้อความ แบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ หมวดสุขภาพ 61% หมวดนโยบายรัฐ 27% หมวดเศรษฐกิจ 10% หมวดภัยพิบัติ 2% โดยได้ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐเจ้าของเรื่องในการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งจัดจัดทำข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่ายพร้อมภาพประชาสัมพันธ์ (Infographic) ให้แก่ประชาชนรับทราบไปแล้วกว่า 146 เรื่อง ซึ่งพบว่า หมวดสุขภาพจะมีความเชื่อกันได้ง่ายแชร์ต่อบอกต่อกันได้ง่าย และจะเห็นเปอร์เซ็นว่าเยอะกว่าทุกหมวด                     “ขณะนี้เข้าใจว่าอารมณ์คนไทยมีความตื่นตระหนก ดังนั้น หากเจอข่าวแปลกๆ และไม่มั่นใจ อย่าเพิ่งแชร์ หรือส่งต่อ ขอให้มีการตรวจสอบกับสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 หรือกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา ส่วนการป้องกัน ขอแนะนำว่า หลักการเหมือนกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ คือ หลีกเลี่ยงการไปในที่มีคนแออัด ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีไข้ ไอ จาม หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมหน้ากากอนามัย” รมว.ดีอีเอสกล่าว   *******************

 

กฎหมาย พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 National Cybersecurity Act B.E.2562(2019) ระเบียบ ระเบียบ กมช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2563 ประกาศ ประกาศ กมช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประกาศ กมช. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประกาศ กมช. เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

ประกาศการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน

            นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษบกิจและสังคม ประจำปี 2562 ณ จังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ทั้งสองจังหวัด เพื่อรับทราบรายงานการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆ ก่อนลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญของกระทรวงฯ ได้แก่ โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน : กิจกรรมปรับสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ กศน.ตำบลปลายพระยา ซึ่งได้รับอุปกรณ์เครื่องมือด้าน ICT ในโครงการฯ ของกระทรวงดิจิทัลฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมการค้าขายสินค้าออนไลน์ ฯลฯ ให้กับคนในชุมชนทั้งในและนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลปลายพระยา มีผู้บริหารและผู้ดูแลศูนย์ฯ ที่เข้มแข็งทั้งด้านความรู้ความเชี่ยวชาญและมีความมุ่งมั่นในการบริหารงานศูนย์ดิจิทัลชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน จากนั้นได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านน้ำซ่ำ ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งผู้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน และจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเป็นศาลาอเนกประสงค์ที่มีการจัดประชุมของหมู่บ้านทุกเดือน​ ด้านจังหวัดพังงา คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบลท้ายเหมือง ซึ่งได้ใช้ประโยชน์อุปกรณ์ ICT ที่ได้รับจากโครงการฯ จัดอบรมให้ความรู้ทั้งแก่นักเรียน กศน. และจัดกิจกรรมในพื้นที่ของชุมชนเป็นระยะ เช่น สอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน การตกแต่งรูปภาพสินค้า ฯลฯ ปัจจุบันมีสินค้าชุมชนที่สามารถขายผ่านออนไลน์แล้ว รวมถึงนำสินค้าเหล่านั้นมาขายในตลาดนัดถนนคนเดินของจังหวัดด้วย พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่ 11 บ้านท่าปากแหว่ง ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง โดยมีผู้นำชุมชน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าปากแหว่งมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของเน็ตประชารัฐ ทั้งนี้ กำนันตำบลโคกกลอยเสนอให้มีการขยายเครือข่ายเน็ตประชารัฐเพื่อใช้ในการทำการเกษตร หรือ Smart Farm เช่น การใช้เทคโนโลยีควบคุมการทำฟาร์มเลี้ยงหมู การให้อาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ในพื้นที่ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป​ นอกจากนั้น นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ และคณะ ได้เข้าพบ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อหารือข้อราชการและขอให้สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในพื้นที่จังหวัดพังงา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนางานของจังหวัดได้เป็นอย่างดี ทั้งภารกิจด้านสำมะโนประชากรและการสำรวจต่างๆ ของสำนักงานสถิติจังหวัด การบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม รวมถึงการบริการขนส่งไปรษณีย์และส่งเสริมการค้าขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ของ บจ.ไปรษณีย์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคนไม่ว่าจะทำอาชีพใด ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานีอุตุนิยมวิทยาพังงาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านอุตุฯ ให้กับเครือข่ายในพื้นที่เป็นประจำ เช่น กลุ่มเจ้าของสวนปาล์มใช้ประโยชน์ข้อมูลประกอบการใส่ปุ๋ยต้นปาล์ม เป็นต้น

                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด ในการนี้รัฐมนตรีฯ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานกีฬาสีสานสัมพันธ์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และร่วมลงเล่นกีฬากับสื่อมวลชนกระทรวงดิจิทัลฯ กับพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ อาคารกีฬาไปรษณีย์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เขตหลักสี่ กทม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563                        วัตถุประสงค์หลักการจัดกิจกรรมดีๆ ครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในองค์กร โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อความสามัคคี ลดความขัดแย้ง รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย ลดช่องว่างระหว่างกัน ซึ่งรูปแบบกิจกรรมเป็นการแข่งขันกีฬาเป็นทีม เน้นความสนุกสนาน การแข่งขันที่สนุกสนานเร้าใจท่ามกลางการประกวดกองเชียร์ ทีมเชียร์ลีดเดอร์ มุ่งเน้นให้เกิดความสัมพันธ์อันดี การมอบความรักและแบ่งปันสิ่งที่ดีต่อกัน ทำให้เกิดสัมพันธภาพอันดีกับหมู่คณะ   *****************    

         เมื่อวันที่ ๓ – ๕ เมษายน ๒๕๖๒ นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดสระแก้ว โดยได้พบปะพูดคุยกับเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ หมู่บ้านคลองอาราง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งและใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐในการส่งเสริมอาชีพรวมถึงการดำรงชีวิตประจำวันของคนในชุมชนอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า จากนั้นได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อรับทราบรายงานการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในพื้นที่ รวมทั้งเยี่ยมชม กศน.ตำบลพระเพลิง อำเภอเขาฉกรรจ์ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๖๐๐ แห่ง ที่ได้รับมอบอุปกรณ์ ICT ในการปรับสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลแก่คนในชุมชนทั้งในและนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้น นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ ๘ (นายจิรายุ นันท์ธราธร) และผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ ได้เข้าพบ นายอุดมเขต ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ณ ห้องรับรองด่านศุลกากรอรัญประเทศ เพื่อหารือข้อราชการ และได้ประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการแก้ไขปัญหาและแนวทางการพัฒนาที่สำคัญของจังหวัดในเรื่องการเตรียมการรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว ด้วยกลไกการตรวจราชการแบบบูรณาการโดยการใช้ Government Lab ณ ห้องประชุมด่านศุลกากรอรัญประเทศ ชั้น ๒ ทั้งนี้ ผต.คนึงนิจฯ ได้เสนอให้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (digital Infrastructure) เพื่อรองรับการตัดสินใจของนักลงทุน ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานที่เป็นหุ่นยนต์หรือ AI เพื่อลดต้นทุน ดังนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคตด้วย พร้อมทั้ง คณะผู้ตรวจราชการได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ ณ นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว ตำบลป่าไร่ และด่านศุลกากรอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว  


ข้อมูลสำนักงาน ความเป็นมา           ด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด 2 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมวด 3 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมวด 5 การร้องเรียน หมวด 6 ความรับผิดทางแพ่ง หมวด 7 บทกำหนดโทษ และความในมาตรา 95 และมาตรา 96 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา           เนื่องจากเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฯ ต้องการให้มีระยะเวลาการเตรียมความพร้อมในด้านการคุ้มครองข้อมูลของประเทศในภาพรวม จึงได้กำหนดให้บทบัญญัติในหมวด 1 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหมวด 4 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงบทเฉพาะกาลที่บัญญัติเกี่ยวกับการจัดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในวาระเริ่มแรก           ทั้งนี้ ตามความในมาตรา 93 กำหนดให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานฯ ให้แล้วเสร็จ เพื่อปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติฯ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัติฯ ใช้บังคับ และในระหว่างที่การดำเนินการจัดตั้งสำนักงานฯ ยังไม่แล้วเสร็จ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทำหน้าที่สำนักงานฯ ตามพระราชบัญญัติฯ และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคนหนึ่งทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการฯ ตามมาตรา 92           ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (วาระเริ่มแรก) จึงถูกจัดตั้งขึ้นตามบทเฉพาะกาล มาตรา 93 เพื่อสนับสนุนและเตรียมความพร้อมในด้านการคุ้มครองข้อมูลของประเทศในภาพรวม ก่อนที่พระราชบัญญัติฯ จะมีผลบังคับใช้ทั้งฉบับ           ปัจจุบันสำนักงานฯ ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   องค์ประกอบของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (วาระเริ่มแรก)           บทเฉพาะกาล มาตรา 91 กำหนดให้คณะกรรมการฯ มีองค์ประกอบ ดังนี้           1. ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ (ชั่วคราว)           2. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ           3. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นกรรมการ           4. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกรรมการ           5. อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นกรรมการ           6. อัยการสูงสุด เป็นกรรมการ           7. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกรรมการและเลขานุการ   หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           มาตรา 16 กำหนดให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้           1. จัดทำแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม           2. ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ดำเนินกิจกรรมตามแผนแม่บท ข้อ 1 รวมทั้งจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทดังกล่าว           3. กำหนดมาตรการหรือแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติฯ           4. ออกประกาศหรือระเบียบเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติฯ           5. ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ           6. ประกาศกำหนดข้อปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นแนวทางให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติ           7. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตราหรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎที่ใช้บังคับอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           8. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาหรือทบทวนความเหมาะสมของพระราชบัญญัติฯ อย่างน้อยทุกรอบ 5 ปี           9. ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ           10. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติฯ           11. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดทักษะการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ประชาชน           12. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           13. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัติฯ หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการฯ   เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (วาระเริ่มแรก)           นายภุชพงค์ โนดไธสง           รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   หน้าที่และอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           มาตรา 44 กำหนดให้สำนักงานฯ มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้           1. จัดทำร่างแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่างแผนแม่บทและมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติดังกล่าว เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการฯ           2. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           3. วิเคราะห์และรับรองความสอดคล้องและความถูกต้องตามมาตรฐานหรือตามมาตรการหรือกลไกการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งตรวจสอบและรับรองนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 29           4. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งวิเคราะห์และวิจัยประเด็นทางด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการฯ           5. ประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           6. ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ           7. เป็นศูนย์กลางในการให้บริการทางวิชาการหรือให้บริการที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของเอกชน และประชาชน รวมทั้งเผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           8. กำหนดหลักสูตรและฝึกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือประชาชนทั่วไป           9. ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงานฯ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ           10. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ           11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการฯ คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือตามที่กฎหมายกำหนด   ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ           โทร. 0 2142 1033, 0 2141 6993           e-mail : pdpc@mdes.go.th   ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง           - คลิปแนะนำ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562            - คลิปสาระสำคัญ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562            - Infographic สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.