Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักเทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติการ และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ https://mdes.thaijobjob.com

ณ ห้องประชุม Walk the talk ชั้น 15 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อาคาร เดอะ ไนน์ แกรม พระรามเก้า ลงทะเบียนได้ที่  https://forms.gle/poTYcsPG3jk9gFrF8   รับชม Live : https://www.facebook.com/prmdes.official 


               เครือข่ายองค์กรเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ เข้าพบผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ยื่น 4 ข้อเสนอ วอนดีอีเอส เดินเกมรุกป้องกันเด็กไทยจากภัยการพนันออนไลน์ เผยผลสำรวจปี 62 พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป กว่า 3 ล้านคน เล่นการพนันผ่านช่องทางออนไลน์ มีเงินหมุนเวียน 20,152 ล้านบาท                 นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2563) เครือข่ายองค์กรเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ 6 องค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่องการพนันออนไลน์ ได้เดินทางมาเข้าพบและหารือแนวทางเพื่อสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนช่วยกันลดปัญหา และร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยจากการพนัน โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่มีผลกระทบในหลายมิติ                 โดยทั้ง 6 องค์กร ได้แก่ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมไอเซคพัฒนาผู้นำนักศึกษาระหว่างประเทศ (AIESEC) เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่ายเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา                  ทั้งนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของเยาวชนทั่วประเทศ 4,677 คน เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาการพนันผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อปี 2562 พบว่าร้อยละ 42.38 ของเด็กและเยาวชนเข้าสู่วงจรการพนัน โดยมีปัจจัยชักจูงให้เข้าสู่การเล่นการพนันออนไลน์ คือ สื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ดูหนังฟังเพลง เป็นสื่อที่มีอิทธิพลสูงสุด                  สอดคล้องกับผลการสำรวจสถานการณ์การเล่นพนันในสังคมไทย ปี 2562 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3.19 ล้านคน เล่นการพนันผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีปริมาณเงินหมุนเวียนถึง 20,152 ล้านบาท ในปี 2562 โดยช่องทางหลักที่ใช้เล่นพนันออนไลน์ คือ โทรศัพท์มือถือ (ร้อยละ 97.1)                  สาเหตุที่การพนันออนไลน์ได้รับความนิยม เนื่องจากเข้าถึงง่าย สะดวกรวดเร็ว ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ การตรวจจับของเจ้าหน้าที่ยากลำบาก ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจพนันมีการพัฒนาก้าวล้ำไปกับยุคดิจจิทัล นิยมใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางโฆษณาเชิญชวนเด็กและเยาวชน ผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ ในรูปแบบต่างๆ โดยใช้บุคคลผู้มีชื่อเสียงและเน็ตไอดอล ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเยาวชน รวมถึงว่าจ้างให้เยาวชนรีวิวเว็บไซต์พนัน เพื่อแนะนำบอกต่อเชิญชวนกันเองด้วย                 โดยในการเข้าพบวันนี้ เครือข่ายองค์กรด้านเด็กและเยาวชน ได้มีข้อเสนอต่อกระทรวงฯ 4 ข้อ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนเข้ามาทำงานร่วมกัน ในการป้องกันและปราบปรามปัญหาพนันออนไลน์ ประกอบด้วย                 1.ขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันออนไลน์ในเด็กและเยาวชนเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อหยุดยั้งปัญหาและลดผลกระทบอย่างทันทีทันใดและยั่งยืน 2.ขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข พัฒนากลไกและมาตรการในการแก้ปัญหาการพนันออนไลน์อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม                  3.ขอให้มีการแก้ไชปรับปรุงกฎหมายใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยระบุลักษณะความผิดอันเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ให้ครอบคลุมชัดเจน และกำหนดเพิ่มบทลงโทษสำหรับการกระทำความผิดดังกล่าว และ 4.ขอให้พัฒนาช่องทางร้องเรียน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแจ้งเบาะแส และข้อมูลข่าวสาร หากพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์                   ขณะที่ นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า มองการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาด้านนี้ไว้ 3 ขั้นตอน คือ ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไข โดยในส่วนของการป้องกัน การทำงานร่วมกันหรือเครือข่าย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างความรับรู้และการตระหนักรู้ เกี่ยวกับผลกระทบและปัญหาการพนันออนไลน์ โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ให้เยาวชนในเรื่องการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างเหมาะสม (Digital Literacy)                   สำหรับการปราบปราม แม้กระทรวงดีอีเอส ไม่ได้มีหน้าที่ปราบปรามโดยตรง แต่มีกฎหมายซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานทางกฎหมาย หรือ Digital Forensic) ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บก.ปอท. ดีเอสไอ เพื่อไปดำเนินการต่อไป                   ส่วนเรื่องการแก้ไขต้องมีการบูรณาการ เพื่อร่วมกันออกมาตรการในการแก้ไขปัญหา ปัจจุบันการพนันออนไลน์ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4 ทวิ และผู้ที่ทำการโฆษณาหรือชักชวนผู้อื่นเล่นพนัน มีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน ตามมาตรา 12 (2) และมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไข พ.ศ. 2560) มาตรา 14 (4) และมาตรา 20 (3) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบัน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในมาตรา 20 ไม่ได้ให้อำนาจกระทรวงฯ ในเรื่องนี้ แต่ระบุให้ต้องมีหน่วยงานอื่นต้องมาแจ้งความก่อน และบทลงโทษต้องใช้กฎหมายอื่นมาประกอบ                   “ในส่วนนี้เครือข่ายเด็กและเยาวชนฯ ก็สามารถเข้ามาช่วยได้ โดยกรณีที่พบการกระทำผิดเรื่องการพนันออนไลน์ เมื่อดำเนินการแจ้งความกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว สามารถมาแจ้งให้กระทรวงดีอีเอสรับทราบได้ด้วย เพื่อเก็บข้อมูลใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายต่อไป” นายภุชพงค์กล่าว   ***************



         นางคนึงนิจ คชศิลา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นาง ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ได้แก่ สำนักงานสถิติจังหวัดสุพรรณบุรี สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานบริการลูกค้า บมจ.ทีโอที สุพรรณบุรี สำนักงานบริการลูกค้า กสท โทรคมนาคม สุพรรณบุรี และสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินงานแผนงาน/โครงการสำคัญ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานต่างๆ อาทิ โครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2563 โครงการภายใต้แผนงานพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โครงการดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce งานด้านอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น รวมทั้งได้เข้าพบหารือข้อราชการเกี่ยวกับภารกิจด้าน Smart City กับนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเพื่อพ่อหลวงเทศบาลตำบลวังยาง ณ โรงเรียนวัดสัปรสเทศ อำเภอศรีประจันต์ และพบปะพูดคุยกับเน็ตอาสาประชารัฐ ณ จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ ศาลาประชาคม หมู่ 7 บ้านคลองชะอม ตำบลปลายนา อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ****************************************

                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานประชุม Top Executives ครั้งที่ 4/2563 พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด ณ ห้องประชุม MDES 2 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 โดยที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญ ประกอบด้วย การโอนทรัพย์สินเน็ตประชารัฐ แนวคิดเกี่ยวกับแผนงานสนับสนุนเกษตรกร เพื่อรองรับธุรกิจ E-COMMERCE (ปณท.) พร้อมพิจารณาเรื่องอื่นๆ ได้แก่ ระบบ CAT Digital Farm Management & Traceability ( กสท.)    ****************

                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/ 2563 โดยมี นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม MDES1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ประชุมได้พิจารณาวาระเพื่อทราบ เรื่อง คำสั่ง อ.ก.พ.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ 2 /2563 ลงวันที่ 10 มกราคม 2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ด้าน เพื่อเป็นคณะอนุกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมาย   ****************      

              นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุมการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ครั้งที่ 1/2563 โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ศูนย์ราชการฯ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ประชุมหารือเรื่องเพื่อพิจารณา ได้แก่ การเลือกประธานกรรมการสรรหาและเลขานุการคณะกรรมการสรรหา , (ร่าง) ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องการรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแผนการดำเนินการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  *********************      



           นางคนึงนิจ คชศิลา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นางอำไพ จิตรแจ่มใส หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานสถิติแห่งชาติ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ณ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 20 - 21 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ได้แก่ สำนักงานสถิติจังหวัดกาญจนบุรี สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานบริการลูกค้า บมจ.ทีโอที กาญจนบุรี สำนักงานบริการลูกค้า กสท โทรคมนาคม กาญจนบุรี และสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดกาญจนบุรี ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินงานแผนงาน/โครงการสำคัญ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน อาทิ โครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2563 ความคืบหน้าด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของจังหวัดกาญจนบุรี โครงการเน็ตอาสาประชารัฐ โครงการ Asean Digital Hub โครงการดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce งานด้านอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น จากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐของเครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ ณ จุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ หมู่ 5 บ้านวังน้ำเขียว ตำบลศรีมงคล และหมู่ 4 บ้านหนองขอน ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค รวมถึงจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ หมู่ 4 บ้านห้วยกบ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี และศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ กศน.ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

               ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมเป็นวิทยากรสัมมนา ในหัวข้อ “Fake News ภัยสื่อสารในยุคดิจิทัล VS การสื่อสารข้อมูลข่าวสารภาครัฐ” ในโอกาสเข้าร่วมพิธีเปิด “โครงการจัดอบรมการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540” ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาและบทบาทการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม รวมถึงผลกระทบของการแพร่กระจายของข่าวปลอม หรือ Fake News ซึ่งขยายตัวขึ้นท่ามกลางยุคของการแข่งขันข้อมูลอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ตลอดจนผลกระทบที่จะส่งผลเสียต่อการทำงานหรือการสื่อสารของภาครัฐ สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานของ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย” ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 18 กุมภาพันธ์ 2563 พบข่าวที่ต้องตรวจสอบทั้งหมด 1,390 เรื่อง ส่วนประเด็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พบว่ามีจำนวนเรื่องทั้งหมด 52 เรื่อง แบ่งเป็น ข่าวปลอม 41 เรื่อง ข่าวจริง 10 เรื่อง บิดเบือน 1 เรื่อง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ทำงานร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่ข่าวปลอมนั้นๆ ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงาน สามารถรวบรวมข้อมูลและแจ้งต่อ ศปอส.ตร. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในทางคดีต่อไป   *****************

                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่รัชดาซอย 10 หลังขออนุมัติหมายศาล เข้าตรวจค้นผู้ต้องหาปล่อยข่าวปลอมโรค COVID-19 ผ่านทวิตเตอร์ว่า “ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พบพนักงานเซ็นทรัลแห่งหนึ่งติดเชื้อโคโรน่า และได้กักตัวไว้ 40 คน“ ทำให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนก และแชร์ต่อจำนวนมาก ผู้ต้องหาปล่อยข่าวปลอมนี้สารภาพว่าเพราะตกใจ หลังอ่านข่าวในสื่อออนไลน์ และโพสต์ด้วยความไม่รู้ หรืออาจอยากได้ผู้ติดตามเพิ่มขึ้น ผมได้อธิบายให้ทราบว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ และคงต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ว่าควรเช็คข้อมูลให้ดีก่อนแชร์ข่าวออกไป หลังจากนี้ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเด็ดขาด                     ช่วง 7-8 วันที่ผ่านมา มีข่าวปลอมโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมผู้ต้องหา ข่าวปลอมก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้รวบรวมข้อมูลที่ประชาชนส่งให้ตรวจสอบและจากโซเชียลมีเดีย หาแหล่งที่มาของข่าวปลอม ส่วนใหญ่จะสร้างความตื่นตระหนกกับประชาชน คงต้องยอมรับว่าการจับกุมผู้ปล่อยข่าวปลอมในทวิตเตอร์เป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะผู้ใช้ไม่ได้ใช้ชื่อโปรไฟล์เป็นชื่อจริง และมักมีการปกปิดข้อมูลส่วนตัว แต่ก็ต้องพยายามและดำเนินการอย่างเต็มที่ครับ เพื่อปราบข่าวปลอม   ****************      

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.