Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับ นายธันว์ บุณยะตุลานนท์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 ศูนย์ราชการฯ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563 เพื่อหารือการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้บันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสริมสร้างสวัสดิภาพเด็กเยาวชนและครอบครัวในการกระบวนการยุติธรรม โดยร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนฯ และเห็นควรให้จัดทำโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศภายใต้บันทึกข้อตกลงฯ                     ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ติดตามและประเมินผลเด็กและเยาวชนมิให้กระทำผิดซ้ำ โดยเชื่อมโยงข้อมูลเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมในศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศทั้งสิ้น 84 ศาล และขณะนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน ในการให้คำปรึกษาและการจัดทำระบบสารสนเทศดังกล่าว    ****************    

                 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมเป็นกรรมการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2563 ณ ห้องออกรางวัล ชั้น 1 อาคารออกรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นนทบุรี ในการนี้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากสำนักกองต่างๆ ได้เข้าร่วมเป็นพนักงานหมุนวงล้อร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สำหรับการการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลในแต่ละงวด สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเชิญผู้มีเกียรติ ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอก ตลอดจนสื่อมวลชนมาเป็นกรรมการ และเป็นสักขีพยานในการออกรางวัลแต่ละงวด จำนวน 10 คน โดยประธานกรรมการเป็นผู้กำกับดูแลการออกรางวัลตามชั้นตอนที่กำหนดไว้   *******************    

             นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าว เรื่อง “การปฏิบัติงานนอกสถานที่ ในสถานการณ์ COVID-19” โดยมี นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ (สดช.)  พร้อมด้วยผู้ร่วมให้บริการโทรคมนาคม จำนวน 6 ราย ได้แก่ CAT, TOT, AIS, TRUE, DTAC, 3BB และผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น 4 ราย ได้แก่ CISCO, Microsoft, google และ Line ร่วมงานแถลงข่าว  ณ ห้อง Walk the talk อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ พระราม 9 ตึก B ชั้น 15  สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ให้สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลาและเป็นการสร้างโมเดลการทำงานของราชการรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในอนาคต จากการหารือ ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น จะสนับสนุนระบบการประชุมออนไลน์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานนอกสถานที่ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ทั้ง iOS และ Android โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้แก่หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จะยกเว้นค่าบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ให้กับผู้ที่ลงทะเบียนยืนยันเข้าร่วมโครงการทั้ง Fixed Broadband และ Mobile Broadband เมื่อเรียกใช้งาน ผ่าน Range IP Address และ URL ตามที่กำหนด                 ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ (สดช.) เป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์ ให้คำปรึกษาเบื้องต้น โดยได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการนอกสถานที่และคู่มือการใช้งาน Application ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้ทันที หากส่วนราชการใดมีความประสงค์ที่จะใช้ Application สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.onde.go.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป   ***************

            นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการร่วมกันของศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National CERT) โดยมีเจ้าหน้าที่ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ Thai Cert สพธอ กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม ๘๐๑ ชั้น ๘ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๓ การประชุมวันนี้ มีเรื่องเพื่อทราบ คือที่ประชุมได้มีมติให้ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) ภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National CERT) ตามมาตรา ๒๒ ไปจนกว่าจะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National CERT) แล้วเสร็จ โดยให้กระทรวงดิจิทัลฯ กำกับดูแลต่อไป                 โดยที่ประชุมฯ ได้มีข้อสังเกตว่า “แม้ว่าจะให้ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) ภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National CERT) อาจมีบุคลากรไม่เพียงพอ เห็นควรเสนอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพิจารณาในการขอรับสนับสนุนบุคลากรกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมด้วยพร้อมกำหนดแผนงานและรายละเอียดต่อไป   ************    



               กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นำร่องประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดผ่านระบบประชุมทางไกล (Teleconference) มอบแนวทางการใช้งบประมาณ 63 และการปรับรายละเอียดงบประมาณ 64 รองรับมติ ครม. มุ่งเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 และภัยแล้ง                   นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (18 มีนาคม) กระทรวงฯ ได้นำร่องประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Teleconference) กับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และปรับรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการตามมติ ครม. ที่ผ่านมา และเป็นไปตามมาตรการด้านการงบประมาณ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสถานการณ์ภัยแล้ง                   โดยการประชุมครั้งนี้ ได้มอบหมายแนวทางให้กับผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา, สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) , สำนักงานสถิติแห่งชาติ, บมจ. ทีโอที, บมจ. กสท โทรคมนาคม, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ไปทบทวนการใช้งบประมาณ และจัดทำโครงการต่างๆ โดยมุ่งสร้างให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการจ้างงาน จ้างผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อย                   ทั้งนี้ จะมีการดำเนินการตามหลักการของมติ ครม. ที่ผ่านมา ในเรื่องรายจ่ายประจำ ซึ่งจะปรับลดลงร้อยละ 10 และนำงบส่วนนั้นไปใช้จัดจ้างผู้ประกอบการรายย่อย สร้างการจ้างงาน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และภัยแล้ง อีกทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ มีนโยบายชัดเจนให้งดการเดินทางในสถานการณ์ช่วงนี้                   นอกจากนี้ หากหน่วยงานใดมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องเสนอโครงการในการบรรเทาผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 และภัยแล้ง สามารถเสนอของบประมาณ เพื่อขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางกรณีฉุกเฉินและจำเป็นโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน                   สำหรับการปรับรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มุ่งเน้นให้แต่ละหน่วยงาน ปรับปรุงคำเสนอของบประมาณและโครงการ 1.ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ คำนึงถึงสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ประกอบกับสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงและยาวนาน 2.ไม่ควรเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่จัดสรรไว้ สำหรับรายจ่ายผูกพันตามสัญญา ตามมติ ครม. ... ไปเป็นรายการอื่น 3.รักษาสัดส่วนรายจ่ายลงทุนให้อยู่ในระดับที่ ครม. เห็นชอบในภาพรวม และ 4.ไม่ควรเพิ่มรายการใหม่ ที่มีภาระผูกพันงบประมาณในปีต่อๆ ไป                       “การประชุมผ่านระบบทางไกลในวันนี้ ถือเป็นการนำร่อง และจากนี้กระทรวงฯ จะใช้วิธีการประชุมรูปแบบนี้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกัน ทำให้การปฏิบัติงานของกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว   ****************






             กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สตาร์ทอัพ และอินฟลูเอนเซอร์ พัฒนาเว็บไซต์ ThaiFightCOVID (https://thaifightcovid.depa.or.th/) เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลภาครัฐเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ผ่านการยืนยันจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ให้สามารถตามติดสถานการณ์ได้รอบด้าน                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า สถานการณ์แพร่กระจายของโควิด-19 อยู่ในความสนใจของประชาชน กระทรวงฯ จึงเห็นความสำคัญของการสื่อสารผ่านช่องทางข่าวสารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีความน่าเชื่อถือและความเที่ยงตรงจากข้อมูลที่เผยแพร่หรือเป็นข้อสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้น กระทรวงฯ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สตาร์ทอัพ และอินฟลูเอนเซอร์ พัฒนาเว็บไซต์ ThaiFightCOVID (https://thaifightcovid.depa.or.th/) เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลภาครัฐเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ผ่านการยืนยันจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ให้สามารถตามติดสถานการณ์ได้รอบด้าน                 ข้อมูลหลักๆ ในแว็บแอพนี้ ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1.รายงานสถานการณ์ จำนวนผู้ติดเชื้อ รักษาหาย และเสียชีวิต อัพเดททุกวันทันทีที่ได้รับข้อมูลสรุปจากกรมควบคุมโรค 2.ร่วมค้นหาหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และถังออกซิเจน มีรายชื่อร้านค้า ร้าน 7-11 และร้านขายยา 3.รายชื่อและพิกัดที่ตั้งโรงพยาบาลที่รับตรวจโควิด-19 และ 4.แหล่งรวมดิจิทัลสู้ภัยโควิด-19 ซึ่งระยะต่อไปจะมีการเปิดช่องทางให้ประชาชนส่งคำถามเข้ามา ตลอดจนระบุพิกัดพื้นที่ซี่งเคยพบการติดเชื้อโควิด-19 โดยอ้างอิงข้อมูลที่เปิดเผยโดยกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลทั้งหมดจะนำเสนอให้ดูง่าย และมีการอัพเดทแผนที่แบบเรียลไทม์                 นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในเว็บนี้นำเสนอข้อมูลที่รวบรวมจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจริงๆ ให้ความสำคัญกับความแม่นยำโดยต้องเป็นข้อมูลที่มีการยืนยันแล้วจากหน่วยงานโดยตรง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เป็นต้น โดยจะพยายามอัพเดทให้เร็วที่สุด ดังนั้นอยากให้เข้าใจว่าคงช้ากว่าช่องทางด้านนี้ของเอกชนทั่วไปเล็กน้อย                 โดยยกตัวอย่างการเข้าไปใช้บริการหาข้อมูลในเว็บนี้ เช่น การค้นหาหน้ากากอนามัย, ร้านธงฟ้า จะตรวจสอบได้ว่ามีร้านค้าอยู่ตรงไนบ้าง ตามพื้นที่ มีการประสานงานกับร้านขายยาและร้านค้าเข้ามากรอกข้อมูล เพื่อยืนยันจำนวนสต็อกที่มีอยู่จริง ขณะที่ อรินแคร์ (Arincare) สตาร์ทอัพด้านเฮลธ์แคร์สัญชาติไทย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบริหารจัดการเภสัชกรรมครบวงจร ซี่งเข้ามาเป็นพันธมิตรด้วย จะช่วยประสานให้ร้านขายยาหลักพันแห่งที่อยู่ในเครือข่ายเข้ามาเพิ่มข้อมูลพิกัดร้านไว้ในเว็บนี้ อีกทั้ง จะมีการให้ข้อมูลพิกัดร้านค้า 7-11 ทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถไปซื้อสินค้ากลุ่มหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และสินค้าจำเป็นต่างๆ ได้จากพิกัดร้านที่อยู่ใกล้เคียงที่สุด หลีกเลี่ยงการเดินทาง                 นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจาก Influencer หลายรายที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้อง และสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ช่วยไปกระจายผ่านรูปแบบแต่ละราย รวมถึงข่าวสารเกี่ยวข้อง เช่น มาตรการของหน่วยงานราชการเรื่อง work from home   *************


ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขยายกำหนดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักเทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติการ และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.