Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (18 เมษายน 2567) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทนรับโล่เชิดชูเกียรติองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จัดโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โดย ท่านลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีและเป็นผู้มอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ณ อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมพิธีเปิดงานใต้ร่มพระบารมี 242 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีเปิดงานใต้ร่มพระบารมี 242 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีและเพื่อให้เด็กเยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่อยอดสร้างรายได้สู่ประชาชนและชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

22เม.ย.67 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมหารือการขับเคลื่อน transshipment ร่วมกับ EEC

กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องการยืนยันตัวตนด้วย Digital ID เพื่อใช้บริการ E-Service ของภาครัฐ 25 เมษายน 2567 กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องการยืนยันตัวตนด้วย Digital ID เพื่อใช้บริการ E-Service ของภาครัฐ ณ โรงแรมกราฟ แกรนด์ โฮเทล รัชดา

ปลัด กระทรวงดิจิทัลฯ ประชุมปรับแก้กฏหมายเพื่อสะดวกในการประกอบธุรกิจ คณะที่ 3 ครั้งที่ 2/2567 25 เมษายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ประชุมปรับแก้กฏหมายเพื่อสะดวกในการประกอบธุรกิจ คณะที่ 3 ครั้งที่ 2/2567 ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมงานเฉลิมฉลองวัน Girls in ICT Day Thailand 2024 ภายใต้แนวคิด“Leadership” ส่งเสริมความเป็นผู้นำในแวดวง ICT และ STEM เด็กหญิงและสตรี .   วันนี้ (25 เมษายน 2567) ดร. ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ขึ้นกล่าว Keynote Address ในช่วงพิธีเปิดงาน Girls in ICT Day Thailand 2024 ภายใต้แนวคิด “Leadership” ณ สำนักงาน กสทช. (สำนักงานใหญ่) เขตพญาไท กรุงเทพฯ ซึ่งร่วมจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเน้นย้ำภารกิจและนโยบายของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศการเข้าถึง ICT และเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านนโยบาย “Digital for ALL” รวมถึงสนับสนุนเด็กหญิงและสตรีให้มีความมั่นใจในตนเองและก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเพศในการเข้ามาศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในระดับผู้นำและมีบทบาทในสายอาชีพ STEM และ ICT มากขึ้น โดยหลังจากพิธีเปิดงาน มีการอภิปรายหัวข้อ “What key leadership qualities should we cultivate in girls and young women to prepare them to take on leadership roles in STEM and ICT fields, and how can we support this development during the next decade? โดยมีผู้แทนจากผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNRC) ผู้แทนจากองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) และ ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ร่วมเป็นวิทยากร  

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือกับบริษัท LINE เรื่องการป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์  26 เม.ย.67 ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือกับบริษัท LINE เรื่องการป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์ ณ บริษัทไลน์ประเทศไทย อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 17

ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 4/2567 30 เม.ย.67 ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 4/2567 ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 สป.ดศ.

            นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 6 - 10 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย              คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 9,500 บาท ผู้เสียหายสนใจตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) จึงทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook และได้ทำการตกลงซื้อขายราคาสินค้าพร้อมค่าขนส่ง โดยโอนเงินชำระเต็มราคา เมื่อถึงกำหนดวันรับสินค้ากลับไม่ได้รับสินค้า และไม่สามารถติดต่อเพจร้านค้าได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 2 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 381,049 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง แจ้งว่ามีเงินข้าราชการบำนาญที่จะได้รับให้ทำการเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line แล้วให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน Digital Pension เพื่อยืนยันข้อมูลตัวตนจากลิงก์ที่ส่งมาให้ และให้ทำตามขั้นตอน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงติดตั้งแอปพลิเคชันและทำตามขั้นตอน ภายหลังได้เช็คยอดเงินในบัญชีของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไป ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 3 หลอกให้รักแล้วโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 93,000 บาท ผู้เสียหายได้รู้จักพูดคุยกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram จนสนิทใจ มิจฉาชีพอ้างว่า เป็นนายแพทย์ประจำอยู่ที่สหประชาชาติ (UN) ต้องการเดินทางกลับเมืองไทย แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจ้างคนอื่นมาทำงานแทนตน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปช่วยเหลือ ภายหลังจากโอนเงินแล้วไม่สามารถติดต่อกับมิจฉาชีพได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก             คดีที่ 4 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 345,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณารับสมัครงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook จึงติดต่อพูดคุย แล้วเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นลักษณะงานกดถูกใจเพจสินค้า และจะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยให้ผู้เสียหายสมัครและโอนเงินลงทุนเข้าไปในระบบเพื่อเข้าร่วมภารกิจ ในระยะแรกการลงทุนเงินไม่มากได้ผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังให้ลงทุนเงิน เพิ่มมากขึ้นและอ้างว่าทำภารกิจไม่สำเร็จจึงไม่ได้รับผลตอบแทน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก               และคดีที่ 5 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,524,475 บาท โดยผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ได้ชักชวนให้ลงทุนอ้างผลตอบแทนกำไรสูง โดยให้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มและดึงเข้ากลุ่ม Line โดยมีการสอนแนะนำให้โอนเงิน ลงทุนเข้าไปในระบบ ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังมีการให้ลงทุนเงิน เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายต้องการถอนเงินคืนแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่า ทำผิดเงื่อนไขต้องชำระค่าปรับและชำระภาษีผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 2,353,024 บาท               ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 629,596 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,279 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 144,351 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 962 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 44,537 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.85 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 31,421 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 21.77 (3) หลอกลวงลงทุน 25,576 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.71 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 11,744 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.14 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 9,596 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.65 (และคดีอื่นๆ 21,477 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.88) 4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 - 10 พ.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท) รวมทั้งประเทศ (1) ยอดขออายัด 9,090.2 ลบ. (2) ยอดอายัดได้ 4,558.1 ลบ. (3) อายัดได้ ร้อยละ 50.14              “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ผู้เสียหายมักได้รับการติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียคือ Facebook, Instagram และ Line ซึ่งทาง ดีอี ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการมาโดยตลอด ทั้งนี้จึงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบบัญชีทางโซเชียลมีเดียอย่างรอบคอบก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยทำให้เกิดเป็นผลงานเด่นชัดเพิ่มเติมอีก 30 วัน และวางมาตการรเร่งด่วนในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ของประชาชน” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 --------------------------------------------------------------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ตรวจราชการ ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2567 ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ณ จังหวัดเพชรบุรี ในโอกาสนี้ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการเคเบิลใต้น้ำ ณ สถานีเคเบิลใต้น้ำ ชลี 1 เพชรบุรี ของบริษัท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) หรือ NT และสถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าตามนโยบายที่ได้มอบหมาย ในการขับเคลื่อน “The New Growth Engine of Thailand” เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็น ASEAN Digital Hub  นายประเสริฐฯ กล่าวว่า ในโอกาสการประชุม ครม.สัญจร จ.เพชรบุรี กระทรวงได้ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 8 จังหวัด โดยได้มอบนโยบายการขับเคลื่อน “The New Growth Engine of Thailand” ที่มีเครื่องยนต์ 3 เครื่อง คือ 1. การยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัล ได้แก่โครงการเคเบิลใต้น้ำ ที่จะช่วยเติมเต็มศักยภาพโครงข่ายการติดต่อสื่อสารของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้กำลังก่อสร้าง Submarine Cable เส้นใหม่ Asia Direct Cable (ADC) ที่มีความยาว 9,400 ก.ม. เชื่อมต่อ 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ ไตรมาสที่ 4 ของปี 2567  2. การสร้างความมั่นใจการพยากรณ์อากาศให้แก่พี่น้องประชาชนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมสถานีอุตุนิยมวิทยาเพชรบุรี พบว่ามีการทำงานด้วยระบบตรวจสอบจากเครื่องมือและเรดาร์วัดสภาพอากาศ ซึ่งเล็งเห็นว่าควรพัฒนาระบบการวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจสอบสภาพอากาศด้วยการใช้เทคโนโลยี AI (Now Forecast) เข้ามาช่วย เพื่อความแม่นยำของการพยากรณ์อากาศ ทำให้เกิดประสิทธิภาพด้านการรายงานสภาพอากาศและแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงที  3. การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนด้านกำลังคนดิจิทัล ได้แก่ อาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) เพื่อประสานงานและเผยแพร่ความรู้และให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ดิจิทัลอำเภอ ตามนโยบาย “ 1 อำเภอ 1 IT Man” เพื่อการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค และสร้างกำลังบุคลากรด้านไอทีของประเทศ “นโยบายที่ได้มอบหมายให้กับหน่วยงานในสังกัดพื้นที่ภาคกลางตอนล่างในครั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานในระดับภูมิภาคได้ขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายที่สอดคล้องกับหน่วยงานหลักในส่วนกลาง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมการพัฒนาดิจิทัลด้านเศรษฐกิจและสังคมของประชาชน เพื่อรองรับการเป็น ASEAN Digital Hub   ของประเทศไทย” รมว.ดีอี กล่าว --------------------------------------------------------------------------------------

              เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประชุมหารือเรื่องการกวาดล้างบัญชีม้าและเร่งรัดการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้กระทรวง ดีอี ร่วมกับ ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรก 30 วัน (1-30 เมษายน 2567)               โดยผลการประชุมที่สำคัญมีดังนี้ 1. การเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า   ปปง. ธปท. สมาคมธนาคาร กสทช. สมาคมโทรคมนาคมฯ และ ดีอี ร่วมดำเนินการ - ขยายผลกวาดล้างบัญชีม้า จากการใช้ข้อมูลรายชื่อเจ้าของบัญชีม้า และรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำการปิดบัญชีธนาคารทุกธนาคาร จากชื่อบุคคลดังกล่าว โดยตั้งเป้าระงับ/ปิด บัญชีม้ามากกว่า 12,000 คนต่อเดือน หรือ 100,000 บัญชีต่อเดือน - กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการนำไปกระทำความผิดโดยเพิ่มกระบวนการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง Customer Due Diligence หรือ CDD โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารต้องตรวจสอบให้เคร่งครัดมากขึ้นก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว - การกวาดล้างบัญชีม้า และซิมม้าในระบบ mobile banking ที่ประชุมมอบหมายให้ กสทช.เร่งรัดตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับระบบ mobile banking จำนวนประมาณ 106 ล้านเลขหมาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 120 วัน        สำหรับผลการกวาดล้างบัญชีม้าถึง 30 เมย 2567 มีดังนี้             - ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 700,000 บัญชี แบ่งเป็น ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี AOC ระงับ 101,375 บัญชี ปปง.ปิด 325,586 บัญชี             - ตร. ดำเนินการการจับกุมคดี บัญชีม้า-ซิมม้า เม.ย. 67 มีจำนวน 361 คน เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 187 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม - มีนาคม 2567   2. การแก้กฎหมายพิเศษเป็นการเร่งด่วน     เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนช่วยเหลือคืนเงินให้ผู้เสียหาย ได้มีการหารือเรื่องการแก้กฎหมายในประเด็นดังนี้              - การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยที่ผ่านมาการคืนเงินให้ผู้เสียหายจากคดีออนไลน์ ต้องใช้เวลานาน หลายๆ กรณี ใช้เวลาหลายปี กว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้     ประกอบกับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ทาง AOC 1441 โดย ดีอี ตร. สมาคมธนาคาร ได้ร่วมมือ เร่งการระงับ/อายัด บัญชีม้าได้รวดเร็วเฉลี่ยภายใน 10 นาที และมีเงินที่ถูกอายัดได้จำนวนมาก ซึ่งในวันนี้จึงได้ประชุมพิจารณาถึงการหาวิธีคืนเงินให้รวดเร็วขึ้น โดยพิจารณาการออกกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งการคืนเงิน              - การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี             นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลทฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย             รมว.ประเสริฐฯ กล่าวเพิ่มว่า “วันนี้ เราประชุมเพื่อหามาตรการเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า และ หาวิธีคืนเงินให้ผู้เสียหายรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมได้หารือถึงการออกพระราชกำหนด เป็นกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายและเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งการปราบปรามจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้า ซิมม้า ปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงต่อเนื่อง แก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ และช่วยลดความเดือนร้อนของประชาชน” -------------------------------------------------  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.