Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ดีอี และพันธมิตร เร่งเครื่องแก้ปัญหาภัยออนไลน์ ตามข้อสั่งการฯ นายกรัฐมนตรี   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี วันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (มท.) ผู้แทนกระทรวงกลาโหม (กห.) ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Electronics and Computer Technology Center : NECTEC หรือเนคเทค) (กว.) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มาหารือร่วมกันเพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ให้มีผลงานชัดเจนใน 30 วัน ซึ่งมีประเด็นการหารือ ดังนี้   1. การบูรณาการข้อมูล มอบหมายให้ กสทช. ธปท. สมาคมธนาคารไทย กลต. ปปง. ดีเอสไอ สตช.  และกระทรวงดีอี เร่งดำเนินการบูรณาการข้อมูล โดยมีกระทรวงดีอี ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : ศูนย์ AOC) เป็นเจ้าภาพหลัก ในการเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงาน ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลบัญชีม้า ซิมม้า ข้อมูล URL/Line ของเว็บพนัน หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ศูนย์ AOC 1441 ร้องขอ รวมทั้งพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลให้มีความมั่นคงปลอดภัย และ ไม่ขัดต่อ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   2. มาตรการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า มอบหมายให้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย แก้ไขปัญหา โดยการนำบัญชีม้าออกจากระบบอย่างเร่งด่วน มีมาตรการป้องกันการเกิดบัญชีม้าเข้าสู่ในระบบ รวมถึงมาตรการกำกับการเปิดบัญชีออนไลน์ และการเปิดบัญชีหลายบัญชีต้องมีมาตรการตรวจสอบก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยสั่งการให้ ธปท. กำหนดมาตรการควบคุมการเปิดบัญชี รวมถึงการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบความเสียหายร่วมกันภายใน 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมาสำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการปิดบัญชีม้าไปแล้ว 318,298 บัญชี และศูนย์ AOC ปิดไปแล้ว 102,900 บัญชี   3. การแก้ไขปัญหาซิมม้าได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดย กสทช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนสำหรับผู้ถือครองซิมการ์ดมากกว่า 100 ซิม โดยครบกำหนดการยืนยันตัวตนเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2567 มีผู้มายืนยันตัวตนแล้วจำนวน 2.57 ล้านหมายเลข และอยู่ระหว่างดำเนินการระงับ จำนวน 2.5 ล้านหมายเลข โดยในส่วนของ สตช. และกระทรวงดีอีได้ระงับซิมม้าไปแล้ว 8 แสนกว่าหมายเลข   4. ดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสายโทรศัพท์ ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยร่วมกับกระทรวงกลาโหม กสทช. สตช. เพื่อปิดกั้น และจับกุมผู้กระทำความผิด   5. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการจับกุม ปราบปราม ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายโดยเฉพาะการชักชวน หลอกลวงคนไทยเพื่อพาไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ให้ความสำคัญกับจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน   6. การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ มอบหมายให้ สตช. ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเป้าหมายชัดเจน และบูรณาการแผนฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการสืบสวน สอบสวน และขยายผลการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์   7. ดำเนินงานด้านระหว่างประเทศ ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี สตช. บูรณาการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในเชิงรุก รวมทั้ง มอบหมายให้ สตช. และ ตม. เคร่งครัดการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออก และการเข้า-ออกผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อลดปัญหาการเดินทางไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการขนเงินออกนอกประเทศ ซึ่ง กต. ให้การสนับสนุนการประสานงานในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ในประเด็นการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ รวมถึงประเด็นปัญหาอาชญกรรมออนไลน์อื่นๆ รวมทั้ง ขอความร่วมมืออธิบดีกรมการปกครองสำรวจคนต่างด้าวที่พำนักอาศัยในประเทศสักระยะหนึ่ง ให้แจ้งข้อมูลส่งให้ศูนย์ AOC1441 เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดสังเกตคนต่างด้าวที่เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์   8. การแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1) ขอให้ สคบ. พิจารณาแก้ไขกฎหมาย หรือกฎระเบียบ ที่เกี่ยวกับการบริการเก็บเงินปลายทางสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (COD) เพื่อขจัดปัญหาการหลอกขายสินค้าออนไลน์ ภายในเดือนพฤษภาคม นี้ 2) กลต. ศึกษาระเบียบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจ P2P และประกาศใช้ เพื่อตัดช่องทางการโอนเงินไปเป็นสกุลเงินดิจิทัลออกจากบัญชีม้า 3) สำนักงาน กสทช. กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้บริการข้อความสั้น (SMS) ในการส่งข้อความหรือส่งลิงก์หลอกลวง 4) คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย พิจารณาแก้ไขปัญหาการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย 5) สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล   ทั้งนี้ ดีอี ร่วมกับ NECTEC หารือแนวทางการจัดตั้งห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับ AOC (AOC Data Lab) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูลเพื่อใช้กำหนดนโยบายการแก้ไข และป้องกันอาชญากรรมออนไลน์   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันเร่งแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) โดยได้กำชับทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการและรายงานความคืบหน้าให้ทราบทุกสัปดาห์ นายประเสริฐฯ กล่าว   หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง -------------------------------------

AOC 1441 เปิดเผย 5 เคสตัวอย่าง หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หลอกให้รัก หลอกให้ซื้อตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) สูญเงินเกือบ 4 แสนบาท   นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 8-12 เมษายน 2567 ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพจำนวน 5 เคส ประกอบด้วยคดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 188,000 บาท โดยรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท Shopee แจ้งว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลฟรีสามารถเลือกสินค้าได้เลย จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line แล้วเชิญเข้า Group Line เพื่อร่วมทำกิจกรรมตามที่บริษัทกำหนด อ้างว่าเป็นกิจกรรมการกุศลจะได้รับเงินคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปหลายครั้ง ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังไม่ได้รับผลตอบแทน คดีที่ 2 : คล้ายกับคดีแรก มูลค่าความเสียหาย 103,000 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางโทรศัพท์อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท Shopee แจ้งว่าเป็นผู้โชคดีจากการรีวิวสินค้า จะได้รับรางวัลและสิทธิประโยชน์จากนั้นให้เพิ่มเพื่อน ทาง Line โดยต้องชำระค่าธรรมเนียม และร่วมทำกิจกรรมตามที่บริษัทกำหนด อ้างว่า เป็นกิจกรรมการกุศล และจะได้รับผลตอบแทนคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปหลายครั้ง ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังไม่ได้รับ คดีที่ 3 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) ผู้เสียหายได้รู้จักพูดคุยสนิทใจกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook อ้างว่าเป็นนายแพทย์ สาขากระดูก รักษาทหารอยู่ในประเทศอิสราเอล ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าตั๋วเดินทางให้ก่อน เมื่อกลับถึงเมืองไทยจะโอนเงินกลับคืน ผู้เสียหายเกิดความสงสารจึงโอนเงินไป จำนวน 50,000 บาท ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้า หรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ โดยผู้เสียหายผู้เสียหายได้สั่งซื้อสินค้า ตุ๊กตาลาบูบู้(Labubu) กำลังเป็นที่นิยมผ่านช่องทาง X โดยโอนเงินชำระเต็มจำนวนมูลค่า 9,996 บาท ภายหลังการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีกและไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงไว้และคดีที่ 5 ผู้เสียหายพบโฆษณาที่พักผ่านช่องทาง Facebook เพจชื่อ "Bangsaen Cabana"ผู้เสียหายสนใจจึงได้ติดต่อพูดคุยและจองห้องพัก ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน โดยโอนเงินชำระเต็มราคามูลค่า 5,580 บาท หลังจากนั้นทางเพจติดต่อกลับผู้เสียหายอ้างว่า มีค่าประกันห้องพักที่ต้องชำระเพิ่ม แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินค่าประกันดังกล่าวไปซึ่งผู้เสียหายทั้ง 5 เคส เชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก จึงติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441 โดยมีมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 เคส รวม 356,576 บาท ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึง วันที่ 12 เมษายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้  1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 545,620 สาย /เฉลี่ยต่อวัน 3,327 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 112,699 บัญชี/ เฉลี่ยต่อวัน 924 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท 1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 33,954 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 30.13 2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 24,192 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 21.47 3) หลอกลวงลงทุน 20,361 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.07 4) หลอกลวงให้กู้เงิน 9,406 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 8.35 5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 7,376 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 6.54 และคดีอื่นๆ 17,410 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 15.45 4. ยอดการอายัดบัญชี(1 พ.ย.66 – 14 เม.ย. 67) ข้อมูลของทั้งประเทศจาก ตร. (บช.สอท) 1) ยอดขออายัด 8,447,094,202 บาท 2) ยอดอายัดได้ 4,055,094,202 บาท 3) อายัดได้ร้อยละ 48.01  “อย่างไรก็ตาม ดีอี ยังคงพบว่ามีการหลอกลวงประชาชนจากมิจฉาชีพอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังการหลอกลวงดังกล่าวที่มีในหลากหลายรูปแบบ โดยไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย งดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย และอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ลงทุนแล้วเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงทั้งนี้ขอให้ท่านอย่าไว้ใจทั้งนี้ขอให้ท่านอย่าไว้ใจ และตระหนักอยู่เสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  

ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ประชุมหารือแนวทางการเปิดบัญชีและข้อมูลระบบ Central Fraud Registry (CFR) วันนี้ (18 เมษายน 2567) ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ฯ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือแนวทางการเปิดบัญชีและข้อมูลระบบ Central Fraud Registry (CFR) ที่ต้องจัดส่งให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดีอี - ตำรวจไซเบอร์ เตรียมเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหาย ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโต ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 125 ล้าน      วันนี้ (23 เมษายน 2567) นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นําโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 และ พ.ต.อ.ชัยยรันต์ วรุณโณ รอง ผบก.สอท.2 และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดย นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายและโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงปฏิบัติการ BLACK HAT ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโต        สืบเนื่องจาก เมื่อปลายปี 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับแจ้งความจากกลุ่มผู้เสียหาย จำนวน 5 ราย พบว่ามีความเชื่อมโยงหลายท้องที่และมีรูปแบบแผนประทุษกรรมในรูปแบบเดียวกันคือ โดนมิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ปลอมแล้วหลอกลวงให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Cryptocurrency โดยมิจฉาชีพสร้างแพลตฟอร์มปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกผู้เสียหายว่าได้กำไรจากการลงทุน จากนั้นมิจฉาชีพจะหลอกล่อให้ผู้เสียหายนำเงินมาลงทุนเพิ่ม จนกระทั่งท้ายที่สุดไม่สามารถถอนคืนเงินลงทุนคืนได้ สร้างความเสียหายรวมกันมูลค่ากว่า 530 ล้านบาท โดยจากข้อมูลพบว่า มี 1 ในผู้เสียหายที่เป็นผู้สูงอายุโดนหลอกให้ลงทุนมากถึง 308 ล้านบาท นอกจากนี้ จากการตรวจสอบผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน เบื้องต้นยังพบว่ามีอีกจำนวน 163 เคสไอดี รวมความเสียหายอีกประมาณ 168 ล้านบาท และในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน บช.สอท. ได้เปิดปฏิบัติการทลาย 2 เว็บพนันออนไลน์ เครือข่าย ufabet-jc และ play.beer777 พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้หลายราย ทั้งกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ กลุ่มผู้จัดการเรื่องการเงิน จนไปถึงเจ้าของบัญชี พร้อมตรวจยึดเงินสด 117,835,200 บาท รถยนต์ PORSCHE รุ่น CAYANNE จำนวน 1 คัน  มูลค่าประมาณ 8,000,000 บาท และของกลาง อื่นๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 150 ล้านบาท ต่อมาได้ทำการสืบสวนจับกุมและขยายผลจากกรณีดังกล่าวเรื่อยมาพบเส้นทางการเงินของคดีหลอกลงทุนคริปโตดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินในคดีเว็บพนันออนไลน์ที่เคยเปิดปฏิบัติการจับกุมข้างต้นโดยพบว่าเงินที่ถูกหลอกลวงจากการการลงทุนคริปโตได้ถูกนำมาผ่านกระบวนการฟอกเงิน โดยมีกลุ่มคนร้ายแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน        โดยในคดีนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนมีข้อมูลพยานหลักฐานว่า นายกัญจน์นิพิฐ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าวข้างต้น ยังมีหน้าที่เป็นผู้จัดการทางการเงินให้แก่กลุ่มอาชญากรข้ามชาติต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยง จากการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิดในหลายคดี จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อได้ว่า ทรัพย์สินที่ตรวจยึดในคดีนี้ได้มาจากการหลอกลงทุนทรัพย์สินดิจิทัล โดยผ่านกระบวนการฟอกเงินที่สลับซับซ้อนด้วยวิธีการใช้โพยก๊วนสมัยใหม่ (คริปโทเคอเรนซี) เพื่อแปลงสภาพทรัพย์สินที่ ได้มาจากการกระทำความผิด และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 23 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” จนนำมาสู่ปฏิบัติการ BLACK HAT ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโต และสำนักงาน ปปง. ได้มีคำสั่งที่ ย.93/2567 ลงวันที่ 22 เม.ย.67 เพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง กับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวที่ เจ้าหน้าที่จึงยึดเงินสดกว่า 117 ล้านบาท พร้อมทั้งรถยนต์ Porsche จำนวน 1 คัน มูลค่า 8 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่ากว่า 125 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและนำมาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป        ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน ในการดำเนินการขยายผลจับกุมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ ซิมผี บัญชีม้า โดยตั้งแต่ 1 ต.ค. 66 - 9 เม.ย. 67 กระทรวงดีอีดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์เกี่ยวกับพนันออนไลน์ จำนวน 31,503 รายการ เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบ ระงับ ยับยั้ง    หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมประชุมหารือมาตรการในการกำกับดูแลการแก้ไขปัญหา การใช้ คลิปโต และ เงินดิจิทัล ผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 23 เม.ย.67 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯพร้อมด้วย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมประชุมหารือมาตรการในการกำกับดูแลการแก้ไขปัญหา การใช้ คลิปโต และ เงินดิจิทัล ผิดกฎหมาย ณ สำนักงาน ก.ล.ต.

กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องการยืนยันตัวตนด้วย Digital ID เพื่อใช้บริการ E-Service ของภาครัฐ 25 เมษายน 2567 กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องการยืนยันตัวตนด้วย Digital ID เพื่อใช้บริการ E-Service ของภาครัฐ ณ โรงแรมกราฟ แกรนด์ โฮเทล รัชดา

ปลัด กระทรวงดิจิทัลฯ ประชุมปรับแก้กฏหมายเพื่อสะดวกในการประกอบธุรกิจ คณะที่ 3 ครั้งที่ 2/2567 25 เมษายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ประชุมปรับแก้กฏหมายเพื่อสะดวกในการประกอบธุรกิจ คณะที่ 3 ครั้งที่ 2/2567 ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ครั้งที่ 2/2567 25 เม.ย.67 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ครั้งที่ 2/2567 ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สป.ดศ.

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือกับบริษัท LINE เรื่องการป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์  26 เม.ย.67 ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือกับบริษัท LINE เรื่องการป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์ ณ บริษัทไลน์ประเทศไทย อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 17

ดีอี เตือนข่าวปลอม นโยบายรัฐบาลช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่ใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือน เม.ย. - ก.ค. 67 วอนอย่าแชร์!!! กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ติดท็อป 2 อันดับแรก ที่ประชาชนให้ความสนใจสูง อันดับที่ 1 “นโยบายรัฐบาลช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่ใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือน เม.ย. - ก.ค. 67” รองลงมาเป็น “SMS แจ้งการถอดมิเตอร์ เนื่องจากผู้ใช้ไฟค้างชำระค่าไฟ หากชำระแล้วยืนยันหลักฐาน” ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 19 - 25 เมษายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,196,893 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 160 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 139 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 21 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 141 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 89 เรื่อง   ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 79 เรื่อง อาทิ นโยบายรัฐบาลช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำ เดือนเมษายน - กรกฎาคม ปี 67 เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 19 เรื่อง  กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง  กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 10 เรื่อง อาทิ เงินบาทนำไปแลกเป็นเงินดิจิทัล และแลกกลับไปเป็นเงินบาท ส่วนต่าง 3 หมื่นล้านบาท เป็นต้น กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 16 เรื่อง   นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง นโยบายรัฐบาลช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่ใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนเม.ย. - ก.ค. 67 อันดับที่ 2 : เรื่อง SMS แจ้งการถอดมิเตอร์ เนื่องจากผู้ใช้ไฟค้างชำระค่าไฟ หากชำระแล้วยืนยันหลักฐาน อันดับที่ 3 : เรื่อง เส้นเลือดขอดเป็นสัญญาณเสี่ยงโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบตัน อันดับที่ 4 : เรื่อง สูบบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ อันดับที่ 5 : เรื่อง ท่าบริหารมือ 200 ครั้งต่อวัน ป้องกันหลอดเลือดอุดตันได้ อันดับที่ 6 : เรื่อง กรมขนส่งทางบกรับทำใบขับขี่และต่ออายุออนไลน์ทางเพจ Department of Transport4 อันดับที่ 7 : เรื่อง AOT รับสมัคร พนง. จองตั๋วเครื่องบิน ติดต่อเพจ Chiang Mai International Airport-CNX อันดับที่ 8 : เรื่อง ลงทะเบียนทำใบขับขี่ออนไลน์กับกรมการขนส่งทางบกผ่านเพจ จัดทำ ออกใบขับขี่ โดยตรงจาก DLT อันดับที่ 9 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานรับสมัครงาน ผ่านเพจ Create income from handicrafts รายได้ต่อวัน 800-1,350 บาท อันดับที่ 10 : เรื่อง เล็บเหลืองเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน โรคปอด และโรคไทรอยด์    “ทั้งนี้ ดีอี มีความห่วงใยประชาชนในเรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”   ------------------------------------------------------

ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมเสวนาโต๊ะกลม ภายใต้งาน Digital and Intelligent APAC Congress 2024 25 วันนี้ (29 เมษายน 2567 ) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมเสวนาโต๊ะกลม ในหัวข้อ “One Cloud: How to accelerate government business migration to the cloud, build a national cloud, and enhance security” ภายใต้งาน Digital and Intelligent APAC Congress 2024 ซึ่งจัดโดยบริษัท Huawei ร่วมกับมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ​ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้แลกเปลี่ยนการดำเนินการของไทยในการขับเคลื่อนนโยบายการใช้ระบบคลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) ของประเทศไทย เพื่อเป็นกรอบการทำงานพื้นฐานสำคัญในการบูรณาการเทคโนโลยีคลาวด์สำหรับการดำเนินงานของภาครัฐที่มีความปลอดภัยและมีมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความต้องการและจัดหาบริการให้เพียงพอกับความต้องการ การจัดการระบบนิเวศของคลาวด์และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวถึงการพัฒนาด้าน AI ของประเทศในการสร้างความพร้อมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 4/2567 30 เม.ย.67 ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 4/2567 ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 สป.ดศ.

วันนี้ (1 พฤษภาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานรองรับการเข้าร่วมการเจรจาภายใต้ ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2567 เพื่อหารือแนวทางการรองรับการเจรจาภายใต้ ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อเตรียมการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 ASEAN Digital Ministers Meeting: (ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ซึ่งประเด็นสำคัญคือการเตรียมความพร้อมที่ประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในช่วงเดือนมกราคม 2568 ที่จะถึงนี้ โดยสาระสำคัญของการประชุม ADGMIN เพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์ของ ‘แผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. 2025’ (ASEAN Digital Masterplan 2025: ADM 2025) ระยะ 5 ปี (ปี 2564 – 2568) โดยมีผลลัพธ์ที่คาดหวัง จำนวน 8 ประการ ดังนี้ (1) การเร่งฟื้นตัวของภูมิภาคอาเซียนจากโรคโควิด – 19 (2) การยกระดับคุณภาพและความครอบคลุมด้านโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตทั้งแบบประจำที่และเคลื่อนที่ (3) การสร้างบริการดิจิทัลที่เชื่อถือได้และการคุ้มครองผู้บริโภค  (4) การสร้างตลาดที่มีการแข่งขันอย่างยั่งยืนด้วยการจัดหาบริการดิจิทัล  (5) การเพิ่มคุณภาพและการส่งเสริมการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (6) การพัฒนาบริการดิจิทัล ที่สนับสนุนการเชื่อมต่อ การสื่อสารระหว่างธุรกิจและอำนวยความสะดวกด้านการค้าข้ามพรมแดน (7) การเพิ่มศักยภาพให้กับภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัล (8) การส่งเสริมการเป็นสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน             ดังนั้นเพื่อให้การเตรียมการจัดประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น และบรรลุตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมในครั้งนี้อย่างรอบด้าน  “ทั้งนี้ผลจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งนี้จะสอดคล้องกับแผนงานท่านรัฐมนตรีดีอี The growth engine of thailand ช่วยส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy Hub) ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศวิสัยทัศน์ ‘IGNITE THAILAND’ อีกทั้งยังสามารถเดินหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการที่ไทยเป็นประธานคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (The ASEAN Working Group on Anti – Online Scam: WG – AS)” โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวย้ำ ---------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.