Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

AOC 1441 เปิดเผย 5 เคสตัวอย่าง หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หลอกให้รัก หลอกให้ซื้อตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) สูญเงินเกือบ 4 แสนบาท   นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 8-12 เมษายน 2567 ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพจำนวน 5 เคส ประกอบด้วยคดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 188,000 บาท โดยรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท Shopee แจ้งว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลฟรีสามารถเลือกสินค้าได้เลย จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line แล้วเชิญเข้า Group Line เพื่อร่วมทำกิจกรรมตามที่บริษัทกำหนด อ้างว่าเป็นกิจกรรมการกุศลจะได้รับเงินคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปหลายครั้ง ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังไม่ได้รับผลตอบแทน คดีที่ 2 : คล้ายกับคดีแรก มูลค่าความเสียหาย 103,000 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางโทรศัพท์อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท Shopee แจ้งว่าเป็นผู้โชคดีจากการรีวิวสินค้า จะได้รับรางวัลและสิทธิประโยชน์จากนั้นให้เพิ่มเพื่อน ทาง Line โดยต้องชำระค่าธรรมเนียม และร่วมทำกิจกรรมตามที่บริษัทกำหนด อ้างว่า เป็นกิจกรรมการกุศล และจะได้รับผลตอบแทนคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปหลายครั้ง ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังไม่ได้รับ คดีที่ 3 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) ผู้เสียหายได้รู้จักพูดคุยสนิทใจกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook อ้างว่าเป็นนายแพทย์ สาขากระดูก รักษาทหารอยู่ในประเทศอิสราเอล ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าตั๋วเดินทางให้ก่อน เมื่อกลับถึงเมืองไทยจะโอนเงินกลับคืน ผู้เสียหายเกิดความสงสารจึงโอนเงินไป จำนวน 50,000 บาท ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้า หรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ โดยผู้เสียหายผู้เสียหายได้สั่งซื้อสินค้า ตุ๊กตาลาบูบู้(Labubu) กำลังเป็นที่นิยมผ่านช่องทาง X โดยโอนเงินชำระเต็มจำนวนมูลค่า 9,996 บาท ภายหลังการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีกและไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงไว้และคดีที่ 5 ผู้เสียหายพบโฆษณาที่พักผ่านช่องทาง Facebook เพจชื่อ "Bangsaen Cabana"ผู้เสียหายสนใจจึงได้ติดต่อพูดคุยและจองห้องพัก ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน โดยโอนเงินชำระเต็มราคามูลค่า 5,580 บาท หลังจากนั้นทางเพจติดต่อกลับผู้เสียหายอ้างว่า มีค่าประกันห้องพักที่ต้องชำระเพิ่ม แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินค่าประกันดังกล่าวไปซึ่งผู้เสียหายทั้ง 5 เคส เชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก จึงติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441 โดยมีมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 เคส รวม 356,576 บาท ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึง วันที่ 12 เมษายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้  1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 545,620 สาย /เฉลี่ยต่อวัน 3,327 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 112,699 บัญชี/ เฉลี่ยต่อวัน 924 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท 1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 33,954 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 30.13 2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 24,192 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 21.47 3) หลอกลวงลงทุน 20,361 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.07 4) หลอกลวงให้กู้เงิน 9,406 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 8.35 5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 7,376 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 6.54 และคดีอื่นๆ 17,410 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 15.45 4. ยอดการอายัดบัญชี(1 พ.ย.66 – 14 เม.ย. 67) ข้อมูลของทั้งประเทศจาก ตร. (บช.สอท) 1) ยอดขออายัด 8,447,094,202 บาท 2) ยอดอายัดได้ 4,055,094,202 บาท 3) อายัดได้ร้อยละ 48.01  “อย่างไรก็ตาม ดีอี ยังคงพบว่ามีการหลอกลวงประชาชนจากมิจฉาชีพอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังการหลอกลวงดังกล่าวที่มีในหลากหลายรูปแบบ โดยไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย งดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย และอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ลงทุนแล้วเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงทั้งนี้ขอให้ท่านอย่าไว้ใจทั้งนี้ขอให้ท่านอย่าไว้ใจ และตระหนักอยู่เสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  

            นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 6 - 10 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย              คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 9,500 บาท ผู้เสียหายสนใจตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) จึงทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook และได้ทำการตกลงซื้อขายราคาสินค้าพร้อมค่าขนส่ง โดยโอนเงินชำระเต็มราคา เมื่อถึงกำหนดวันรับสินค้ากลับไม่ได้รับสินค้า และไม่สามารถติดต่อเพจร้านค้าได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 2 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 381,049 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง แจ้งว่ามีเงินข้าราชการบำนาญที่จะได้รับให้ทำการเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line แล้วให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน Digital Pension เพื่อยืนยันข้อมูลตัวตนจากลิงก์ที่ส่งมาให้ และให้ทำตามขั้นตอน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงติดตั้งแอปพลิเคชันและทำตามขั้นตอน ภายหลังได้เช็คยอดเงินในบัญชีของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไป ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 3 หลอกให้รักแล้วโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 93,000 บาท ผู้เสียหายได้รู้จักพูดคุยกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram จนสนิทใจ มิจฉาชีพอ้างว่า เป็นนายแพทย์ประจำอยู่ที่สหประชาชาติ (UN) ต้องการเดินทางกลับเมืองไทย แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจ้างคนอื่นมาทำงานแทนตน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปช่วยเหลือ ภายหลังจากโอนเงินแล้วไม่สามารถติดต่อกับมิจฉาชีพได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก             คดีที่ 4 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 345,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณารับสมัครงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook จึงติดต่อพูดคุย แล้วเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นลักษณะงานกดถูกใจเพจสินค้า และจะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยให้ผู้เสียหายสมัครและโอนเงินลงทุนเข้าไปในระบบเพื่อเข้าร่วมภารกิจ ในระยะแรกการลงทุนเงินไม่มากได้ผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังให้ลงทุนเงิน เพิ่มมากขึ้นและอ้างว่าทำภารกิจไม่สำเร็จจึงไม่ได้รับผลตอบแทน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก               และคดีที่ 5 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,524,475 บาท โดยผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ได้ชักชวนให้ลงทุนอ้างผลตอบแทนกำไรสูง โดยให้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มและดึงเข้ากลุ่ม Line โดยมีการสอนแนะนำให้โอนเงิน ลงทุนเข้าไปในระบบ ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังมีการให้ลงทุนเงิน เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายต้องการถอนเงินคืนแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่า ทำผิดเงื่อนไขต้องชำระค่าปรับและชำระภาษีผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 2,353,024 บาท               ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 629,596 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,279 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 144,351 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 962 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 44,537 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.85 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 31,421 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 21.77 (3) หลอกลวงลงทุน 25,576 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.71 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 11,744 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.14 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 9,596 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.65 (และคดีอื่นๆ 21,477 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.88) 4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 - 10 พ.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท) รวมทั้งประเทศ (1) ยอดขออายัด 9,090.2 ลบ. (2) ยอดอายัดได้ 4,558.1 ลบ. (3) อายัดได้ ร้อยละ 50.14              “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ผู้เสียหายมักได้รับการติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียคือ Facebook, Instagram และ Line ซึ่งทาง ดีอี ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการมาโดยตลอด ทั้งนี้จึงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบบัญชีทางโซเชียลมีเดียอย่างรอบคอบก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยทำให้เกิดเป็นผลงานเด่นชัดเพิ่มเติมอีก 30 วัน และวางมาตการรเร่งด่วนในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ของประชาชน” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 --------------------------------------------------------------------------------------

            นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 23 – 26 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย               คดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 7,000,000 บาท ผู้เสียหายได้แจ้งความออนไลน์ คดีโดนหลอกลวงเงินกู้ผ่านช่องทาง Facebook ปลอม ชื่อเพจ “ตำรวจสอบสวนกลาง” มิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอศ.5 ที่ดูแลคดี และให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line เพื่อพูดคุยกับทนายความ โดยแจ้งว่าเงินกู้ของผู้เสียหายได้ถูกโอนออกไปต่างประเทศแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ทำการเทรดหุ้นเพื่อโจมตีและดึงเงินกู้กลับคืนมา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามคำแนะนำ ต่อมาภายหลังผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                         คดีที่ 2 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 276 บาท โดยผู้เสียหายเข้าเพจกลุ่ม Facebook ชื่อเพจ “รับหิ้ว - ขายของเชียงใหม่” พบเห็นสมาชิกชื่อ ”เจ้าอ้วน” ลงประกาศรับหิ้วพิซซ่า ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามพูดคุย มิจฉาชีพแจ้งว่า โปรโมชัน Pizza Hut ราคา 98 บาท ต่อถาด รับหิ้ว 2 ถาด รวมค่าหิ้วในราคา 276 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินชำระเต็มราคา ภายหลังการโอนเงินได้ทักไปสอบถามหลักฐานการสั่งซื้อพิซซ่า แต่ไม่ได้รับการตอบกลับและไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอกลวง               คดีที่ 3 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 22,000 บาท ผู้เสียหายสนใจรถไถนามือสองไว้ใช้งาน จึงค้นหาผ่านช่องทาง Facebook ชื่อเพจ “ขายรถไถนาเดินตามมือสอง” โดยทักไปสอบถามพูดคุยตกลงราคาซื้อขายกันพร้อมนัดหมายวันรับสินค้า ภายหลังการโอนเงินชำระเต็มราคาเรียบร้อยแล้ว มิจฉาชีพติดต่อกลับมาแจ้งว่าต้องมีการค่าดำเนินการอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินไป ผู้เสียหายจึงเชื่อว่า ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก               คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการฯ มูลค่าความเสียหาย 16,064 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายสนใจแลกเปลี่ยนเงินสกุลไทยเป็นสกุลต่างประเทศ เงินสกุล “หยวนจีน” ผ่านช่องทาง Facebook จึงได้ทักข้อความสอบถามราคาอัตราแลกเปลี่ยนซื้อ-ขาย และตกลงซื้อขายกัน ภายหลังการโอนชำระเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                         และคดีที่ 5 หลอกลวงติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 68,240 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ อ้างตนว่าติดต่อมาจากกองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดแพร่ แจ้งว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินบำนาญจากภาครัฐคืน เดือนละ 15,000 บาท เป็นประจำทุกเดือน โดยให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line พร้อมส่ง QR Code ให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามคำแนะนำ ภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตน พบว่าได้ถูกโอนออกไปและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                       สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 7,106,580 บาท               ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 671,007 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,257 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 161,951 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 988 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 49,674 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.68 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 36,102 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 22.29 (3) หลอกลวงลงทุน 28,430 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.55 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 12,958 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.00 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 10,814 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.68 (และคดีอื่นๆ 23,973 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.80) 4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 – 3 พ.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท) รวมทั้งประเทศ (1) ยอดขออายัด 9,943.9 ลบ. (2) ยอดอายัดได้ 4,754.2 ลบ. (3) อายัดได้ ร้อยละ 47.81               “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า การก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook และ Line ซึ่งทาง ดีอี ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการมาโดยตลอด ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนระมัดระวังการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างรอบคอบ ควรตรวจสอบบัญชี หรือพิจารณารายละเอียดของบัญชีที่ทำการติดต่อด้วย ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในระยะที่ 2 พร้อมวางมาตการเร่งด่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ของประชาชน” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441   -----------------------------------

วันนี้ (2 กรกฎาคม 2567) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานของคณะทำงานการขับเคลื่อนนโยบายด้านดิจิทัลเพื่อสนับสนุน "ไทยแลนด์ 4.0" ณ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ _____________________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.