Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


               เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารวิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิกวาระพิเศษ ผ่านระบบประชุมทางไกล (Online Conference) โดยมี Mr. LIN Hongliang เลขาธิการสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (APPU) ร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมได้รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการฝึกอบรมและสถานะทางการเงินในปี 2020 พร้อมการเสนอร่างค่าธรรมเนียมฝึกอบรมหลักสูตรออนไลน์ฯ และที่ประชุมเห็นชอบนำเสนอแผนในการจัดหลักสูตรฝึกอบรม/Workshop ใน 2021 โดยเสนอให้อบรมใน 2 รูปแบบ คือ จัดอบรมออนไลน์ในระหว่างเดือนมกราคม- มิถุนายน 2564 และจัดฝึกอบรมปกติ ณ APPC ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564  แบบที่ 2 จัดฝึกอบรมออนไลน์ตลอดทั้งปี ทั้งนี้เพื่อรองรับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านไปรษณีย์ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การประชุมครั้งนี้มีผู้เกี่ยวข้องจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก เข้าร่วม ณ ห้องประชุม auditorium ชั้น 2 สำนักงาน APPU ปณท.   ****************

                “พุทธิพงษ์” สรุปตัวเลขข่าวปลอมส่งท้ายปี 63 พบจำนวนข่าวที่ต้องคัดกรองกว่า 39 ล้านข้อความ และเข้าเกณฑ์ตรวจสอบ 7,420 เรื่อง ขณะที่เพจอาสาจับตาออนไลน์ ได้ใจประชาชนมีจำนวนแจ้งเบาะแสเฉลี่ยวันละ 280 เรื่อง โดย 3 อันดับแรกที่มีการแจ้งเข้ามามากที่สุด ได้แก่ ความมั่นคง, ความมั่นคง/การเมือง และพนันออนไลน์ โชว์ผลงานไตรมาส 4 ปิดเว็บพนันแล้ว 299 ยูอาร์แอล เงินหมุนเวียนกว่า 35,000 ล้านบาท ประกาศชวน 4 หน่วยงานในสังกัดเตรียมมอบบริการฟรี และส่วนลดค่าบริการเป็นของขวัญปี 64 สำหรับประชาชน                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวแถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงฯ ในการปราบปรามข่าวปลอม และเว็บไซต์/สื่อสังคมออนไลน์ผิดกฎหมาย วันนี้ (22 ธ.ค.63) ว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.62 – 18 ธ.ค. 63 พบว่า มีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 39,209,284 ข้อความ โดยมีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 20,829 ข้อความ และหลังจากคัดกรองพบจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 7,420 เรื่อง                  โดยช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดอันดับ 1 คือ ระบบดักจับการสนทนาบนโลกออนไลน์ (Social Listening Tools) พบจำนวน 38,956,319 ข้อความ คิดเป็นสัดส่วนถึง 99.35%  รองลงมาคือ บัญชีไลน์ทางการ เฟซบุ๊กเพจ และเว็บไซต์ทางการของศูนย์ฯ ตามลำดับ                     ทั้งนี้ เมื่อแยกประเภทข่าวที่ต้องตรวจสอบ 7,420 เรื่อง มากกว่าครึ่ง หรือ 56% เป็นข่าวในหมวดสุขภาพ มีจำนวน 4,190 เรื่อง ตามมาด้วยหมวดนโยบายรัฐ 2,809 เรื่อง คิดเป็น 38% หมวดเศรษฐกิจ 266 เรื่อง คิดเป็น 4% และหมวดภัยพิบัติ 155 เรื่อง หรือประมาณ 2% ขณะที่ สัดส่วนข่าวปลอม ข่าวจริง และข่าวบิดเบือนในรอบปี 63 อยู่ที่อัตรา 7 ต่อ 2 ต่อ 1                     นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ด้านเพจ “อาสา จับตา ออนไลน์” มีประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเว็บ/สื่อสังคมออนไลน์ผิดกฎหมายเข้ามา ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.-17 ธ.ค. 63 รวมทั้งสิ้น 39,300 เรื่อง หรือเฉลี่ยวันละ 280 เรื่อง โดยหลังจากตรวจสอบข้อมูล มีการเก็บหลักฐานนำส่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องตวจสอบและดำเนินการ 16,048 เรื่อง คิดเป็น 41% ส่วนอีก 23,222 เรื่อง หรือ 59% การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบยูอาร์แอล/หลักฐาน โดยสาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีการลบโพสต์หรือยูอาร์แอลนั้นไปก่อนแล้วเนื่องจากเกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมาย                     ทั้งนี้ ในส่วนที่มีการเก็บหลักฐานและส่งดำเนินการตามกฎหมาย พบว่า เป็นประเภทความผิด ด้านความมั่นคง 42.72%  จำนวน 6,855 เรื่อง ตามมาด้วย ความมั่นคง/การเมือง 26.43% จำนวน  4,241 เรื่อง, การพนันออนไลน์ 17.73% จำนวน  2,845 เรื่อง, อื่นๆ 10.94%  จำนวน 1,756 เรื่อง , การหลอกลวง 1.19% จำนวน 191 เรื่อง, ข่าวปลอม 0.63% จำนวน 101 เรื่อง และลามก 0.37% จำนวน 59 เรื่อง                     สำหรับการแจ้งเตือนแพลตฟอร์มต่างๆ ตามมาตรา 27 แห่ง พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น 7 ครั้ง จำนวน 8,443 ยูอาร์แอล แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 5,494 ยูอาร์แอล โดยปิดกั้นแล้ว 3,107 ยูอาร์แอล, ยูทูบ 1,755 ยูอาร์แอล ปิดกั้นแล้ว 1,722 ยูอาร์แอล, ทวิตเตอร์ 674 ยูอาร์แอล ปิดกั้นแล้ว 63 ยูอาร์แอล และอื่นๆ จำนวน 520 ยูอาร์แอล ปิดกั้นแล้ว 133 ยูอาร์แอล                    นอกจากนี้ ที่ผ่านมากระทรวงฯ ขานรับนโยบายรัฐบาลในการรุกกวาดล้างเครือข่ายการพนันออนไลน์อย่างจริงจัง โดยตั้งแต่เดือน ก.ค. 63 ถึงปัจจุบัน ได้ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เร่งดำเนินการจนสามารถสืบสวน และดำเนินการจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ มีคำสั่งศาลให้ระงับการแพร่หลายข้อมูลการพนันแล้ว จำนวน 1,711 ยูอาร์แอล                    ขณะที่ ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ผลการปฏิบัติการปิดกั้นเว็บการพนันออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 17 ธ.ค. 63 ได้ดำเนินการปิดกั้นแล้ว 299 ยูอาร์แอล จับกุมผู้ต้องหาได้ 143 ราย คิดเป็นมูลค่าเงินหมุนเวียนกว่า 35,000 ล้านบาท                    รมว.ดีอีเอส กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2564 ที่จะมาถึงนี้ กระทรวงฯ ชวนให้ 4 หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา, บมจ.ทีโอที, บมจ.กสท โทรคมนาคม และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดเตรียมของขวัญจำนวน 9 โครงการ เพื่อมอบให้กับประชาชน โดยมีทั้ง บริการแจ้งเตือนภัยธรรมชาติผ่านเอสเอ็มเอส/ข่าวสารอุตุฯ โปรฯฟรีค่าโทรและไวไฟ ส่วนลดเติมเงินมือถือ ส่ง ส.ค.ส.ฟรีทางไปรษณีย์ และส่วนลด 20% สำหรับการซื้อสินค้าผ่าน www.thailandpostmart.com ครบทุก 500 บาท พร้อมส่งฟรีทั่วไทย เป็นต้น   ****************


               เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานพิธีเปิดโครงการทดลองเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา MINE SMART FERRY: "MISSION NO EMISSION" River Mass Transit ณ ท่าเรือ แคท ทาวเวอร์ บางรัก โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการฯ ในการนี้นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานด้วย   ********************

               เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แถลงข่าวร่วมกับนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการสายงานกิจการโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมด้วยผู้บริหารของผู้ให้บริการมือถือทั้ง 5 เครือข่าย ร่วมแถลงข่าวการแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านบริการเอสเอ็มเอส (SMS) ให้กับชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย และแรงงานต่างด้าว จำนวน 2,804,000 เลขหมาย ตามฐานข้อมูลที่มีการลงทะเบียนไว้กับดีแทค ทรู เอไอเอส ทีโอที และกสท โทรคมนาคม ณ ห้อง MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลฯ สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ และสื่อสารข้อมูลถึงคนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย โดยเนื้อหาหลักๆ เป็นการให้ความรู้ คำแนะนำในการปฏิบัติตัว รวมทั้งให้ข้อมูลเบอร์โทร 1422 สำหรับการติดต่อกรมควบคุมโรค กรณีที่ต้องการคำปรึกษา หรือความช่วยเหลือเมื่อมีอาการเจ็บป่วย โดยเบื้องต้นจะมีข้อความภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมา ภาษากัมพูชา เพื่อให้เจ้าของภาษาเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง   *****************          

               “พุทธิพงษ์” ร่วม กสทช. และผู้ให้บริการมือถือทั้ง 5 ราย เตรียมส่งเอสเอ็มเอสให้ชาวต่างชาติในไทย และแรงงานต่างด้าวฟรี อัพเดทข่าวสารโควิด-19 วอนช่วยกันตั้งการ์ดไม่ให้การแพร่ระบาดขยายวง อย่าเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ หากมีอาการเจ็บป่วย โทรแจ้งหน้าหน้าที่หรือไปพบแพทย์ทันที ยืนยันไม่มีการดำเนินคดีแน่นอน                 วันนี้ (23 ธ.ค. 63) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการสายงานกิจการโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้บริหารบริษัทผู้ให้บริการมือถือทั้ง 5 เครือข่าย ร่วมแถลงข่าว การแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านบริการเอสเอ็มเอส (SMS) ให้กับชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย และแรงงานต่างด้าว โดยเบื้องต้นจะมีข้อความภาษาอังกฤษ และภาษาเมียนมา เพื่อให้เจ้าของภาษาเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง                 “เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยรอบใหม่ โดยเฉพาะในแรงงานต่างชาติ ทางกระทรวงดิจิทัลฯ กสทช. และโอเปอร์เรเตอร์ จึงหารือแนวทางในการแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญไปถึงกลุ่มเป้าหมายข้างต้น ให้ทราบอย่างทั่วถึง เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนก” นายพุทธิพงษ์กล่าว                  พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือกับชาวต่างชาติที่พำนักในไทย รวมถึงแรงงานต่างด้าว อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ในช่วงนี้ ส่วนกรณีที่แรงงานบางกลุ่มมีข้อกังวล ขอให้ความมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่มีการดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวแต่อย่างใด                  ดังนั้น หากผู้ใดพบว่าตัวเองมีอาการป่วย แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ หรือโทรสายด่วน 1422 กรมควบคุมโรค ทั้งนี้ ระบบของกระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมในการช่วยดูแลรักษา ให้ยาเมื่อป่วย และจัดหาอาหาร/น้ำให้ระหว่างการกักตัวตลอด 14 วัน ******************



            เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาการขอรับการจัดสรรหมายเลขโทรคมนาคมพิเศษ (แบบสั้น ๔ หลัก) ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และการขอจัดตั้ง Sub Call Center เพื่อให้บริการตอบข้อซักถามและข้อร้องเรียนของประชาชน โดยผ่านบริการโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center: GCC 1111) ครั้งที่ 7/2563 โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   *****************

               เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563 นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ครั้งที่ 8/2563 โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมฯ กล่าวย้ำว่า กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกระทรวง เพื่อนำข้อสรุปมาเป็นแนวทางสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ครั้งที่ 8/2563 นี้ ได้มีกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุมนริศรานุสรณ์ ชั้น 11 อาคาร 11 ชั้น กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระราม 6 กรุงเทพมหานคร    ******************



           ดีอีเอส ชวน 4 หน่วยงานในสังกัด กรมอุตุนิยมวิทยา, ทีโอที, กสท โทรคมนาคม และไปรษณีย์ไทย มอบของขวัญปีใหม่ชุดใหญ่ให้คนไทยทั่วประเทศต้อนรับปี 2564 ทั้งโปรฟรีค่าโทร-ไวไฟ เติมเงินมือถือครึ่งราคา เอสเอ็มเอสแจ้งเตือนภัยธรรมชาติในพื้นที่ บริการเช็คคุณภาพอากาศและค่าฝุ่น PM 2.5 ผ่านเว็บไซต์ เปิดให้เยี่ยมชมศูนย์อุตุฯ ทั่วประเทศพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักอุตุนิยมวิทยา และมอบส่วนลด 20% ซื้อสินค้าบนเว็บไซต์Thailandpostmart จัดส่งฟรีทั่วไทย                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงฯ พร้อม4 หน่วยงานในสังกัด จัดเตรียมของขวัญชุดใหญ่ เตรียมมอบให้กับประชาชนในโอกาสต้อนรับปีใหม่ 2564 โดยครอบคลุมทั้ง บริการแจ้งเตือนภัยธรรมชาติในพื้นที่ผ่านเอสเอ็มเอส โปรฯฟรีค่าโทรและไวไฟ ส่วนลดเติมเงินมือถือส่ง ส.ค.ส.ฟรีทางไปรษณีย์ และส่วนลด 20% สำหรับการซื้อสินค้าผ่าน www.thailandpostmart.com ครบทุก 500 บาทพร้อมส่งฟรีทั่วไทย เป็นต้น                 โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เตรียมบริการฟรีส่งข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือนภัยธรรมชาติที่จะเกิดกับผู้รับผลกระทบในพื้นที่นั้นๆ โดยจะส่งข้อความไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทั้ง 5 ราย เพื่อแจ้งต่อไปยังประชาชนหรือนักท่องเที่ยวในพื้นที่ และเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลคาดการณ์แนวโน้มดัชนีอากาศฟรีผ่านเว็บไซต์ ozone.tmd.go.th บ่งชี้คุณภาพอากาศโดยเฉพาะ PM 2.5 ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ                  นอกจากนี้ช่วงวันที่ 1-15 ม.ค.64 จะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อุตุนิยมวิทยา รวมทั้งศูนย์อุตุนิยมวิทยา 5 แห่งที่จัดตั้งครอบคลุม 5 ภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ที่จ.เชียงใหม่, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, สงขลาและภูเก็ต ผู้สนใจจะได้มีโอกาสเรียนรู้เครื่องมือในการทำงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ปฏิบัติงานด้านอุตุนิยมวิทยา อีกทั้งเปิดโลกทัศน์ด้านแผ่นดินไหวให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมผ่านเครื่องจำลองการสั่นไหวด้วย                ทางด้าน บมจ.ทีโอที จัดเตรียม 2 โครงการเป็นของขวัญเอาใจทั้งลูกค้าที่ใช้บริการโทรศัพท์ประจำที่ (Fixed Line) และโทรศัพท์มือถือ โดยลูกค้าบริการ Fixed Line ทุกเลขหมาย จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นค่าโทรศัพท์ประจำที่ทั่วไทย และเบอร์ TOT mobile ทุกหมายเลข ในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 63 - 2 ม.ค. 64               สำหรับลูกค้าบริการ TOT mobile ทั้งระบบรายเดือนและระบบเติมเงินทุกเลขหมาย  สามารถเลือกกดรับสิทธิ์ voice มูลค่า 100 บาท ผ่านระบบ USSD *9020*1#กดโทรออก หรือกดรับสิทธิ์การใช้งานอินเทอร์เน็ต 5GB ผ่านระบบ USSD *9020*2#กดโทรออก โดยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 63 - 2 ม.ค. 64 และใช้งานได้จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 64              ขณะที่ บมจ. กสท โทรคมนาคม เตรียม 3 โครงการให้บริการพิเศษในเทศกาลปีใหม่ ได้แก่ โทร 009 ฟรีช่วงวันปีใหม่ประชาชนสามารถใช้บริการ CAT 009 ฟรีทั่วโลก โทรศัพท์หาเพื่อนฝูงญาติมิตรในต่างประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายระยะเวลาตั้งแต่ 00.01 น. วันที่ 31 ธ.ค. 63 - 24.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 64               นอกจากนี้ ประชาชนสามารถใช้บริการไวไฟฟรี จาก C internet by CAT ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.63 - 2  ม.ค. 64 อีกทั้งจัดแคมเปญ my by CAT โปรเติมเงินจ่ายครึ่งราคา ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้บริการ my แบบเติมเงิน โดยลดราคาแพคเกจเติมเงิน 50% สมัครใช้บริการตั้งแต่ 15 ธ.ค. 63 - 15 ม.ค. 64             ในส่วนของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เตรียมอบของขวัญปีใหม่ผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการส่งการ์ดอวยพร โดยงดเว้นค่าตราไปรษณียากร ช่วยลดค่าใช้จ่าย และส่งเสริมให้ประชาชนส่งความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผ่านบริการไปรษณีย์ คนละไม่เกิน 10 ชิ้น (บรรจุซองหรือไม่ก็ได้) ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.63 - 5 ม.ค.64 และโครงการให้ส่วนลด ร้อยละ20 สำหรับการซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com สามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชนทางออนไลน์ โดยได้รับส่วนลดดังกล่าว สำหรับการซื้อสินค้า 500 บาท ขึ้นไปต่อ 1 รายการสั่งซื้อ พร้อมจัดส่งฟรีทุกรายการสินค้า ผู้สนใจใช้สิทธิ์ส่วนลดได้โดยพิมพ์ THP2021 ลงในช่องโค้ดส่วนลด สำหรับการสั่งซื้อสินค้าในช่วงวันที่ 12 ธ.ค.63 - 12 ม.ค.64 จะช่วยให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าชุมชนที่นำสินค้ามาจำหน่ายผ่านช่องทาง www.thailandpostmart.com สามารถใช้โอกาสนี้เพิ่มยอดขายสินค้า ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานราก ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดย่อมในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ********************

            กระทรวงดิจิทัลฯ เผย 10 อันดับข่าวปลอมที่ถูกนำมาแชร์ซ้ำมากที่สุดในรอบปี 63 หมวดสุขภาพครองแชมป์ 3 อันดับแรก ขณะนี้สัดส่วนข่าวปลอม ข่าวจริง และข่าวบิดเบือนบนเครือข่ายโซเชียล อยู่ในสัดส่วน 7:2:1                นายภุชพงค์  โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า จากที่ได้รับมอบหมายจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส ในการเร่งแก้ไขปัญหาข่าวปลอม โดยมีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เป็นกลไกสำคัญ และถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล มุ่งเน้นการจัดการข้อมูลที่เป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะข่าวปลอมที่สร้างความตื่นตระหนกและความเสียหายกับประชาชนและสาธารณชนในวงกว้าง ล่าสุดศูนย์ฯ ได้รวบรวมข้อมูลจัดอันดับ 10 ข่าวปลอมที่มีการนำมาแชร์ซ้ำบ่อยสุดในรอบปี 2563  โดยพบว่าสัดส่วนหลักอยู่ในหมวดสุขภาพ รวมทั้ง 3 อันดันแรก ได้แก่  อันดับ 1 ดื่มสไปรท์ใส่เกลือ แก้ท่องร่วง ท้องเสียได้  อันดับ 2 คลอรีนในน้ำประปาเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งเมื่อถูกความร้อน  อันดับ 3 ใส่ผ้าอนามัยนาน ทำให้เป็นโรคมะเร็งปากมดลูก อันดับ 4 งดใช้ตู้ ATM ที่ไม่มีไฟกระพริบตรงที่เสียบบัตร  อันดับ 5 น้ำมันเบนซินมีสารระเหยดูดพิษจากแมลงกัดต่อยหายใน 3-5 นาที  อันดับ 6 จัดตั้งจังหวัดในประเทศไทยเพิ่ม รวมเป็น 83 จังหวัด  อันดับ 7 ผู้ประกอบการที่ใช้ตราฮาลาลบนสินค้า ไม่ต้องเสียภาษี  อันดับ 8 มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ รักษาโรคแก้ปวดเมื่อย ช่วยให้ตาใสมองเห็นชัด  อันดับ 9 บริษัทชื่อดังฉลองวันพิเศษ แจกบัตรกำนัล สินค้า และรางวัลต่างๆ และ อันดับ 10 กรอกแบบสอบถามจากหน่วยงานของรัฐลุ้นรับของรางวัลฟรี              “จากข้อมูลที่รวบรวมได้ สอดคล้องกับภาพรวมของจำนวนข่าวที่ผ่านการคัดกรองเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในปีนี้ที่มีทั้งหมดกว่า 7 พันเรื่อง ในจำนวนนี้อยู่ในหมวดสุขภาพถึง 56% หรือกว่า 4 พันเรื่อง” นายภุชพงค์กล่าว ปีนี้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วทั้งหมด 4,198 เรื่อง พบสัดส่วนข่าวปลอม : ข่าวจริง : ข่าวบิดเบือน อยู่ที่ 7:2:1 โดยดำเนินการเผยแพร่ข่าวที่ตรวจสอบไปแล้ว 1,163 เรื่อง หมวดหมู่ที่ทำการประชาสัมพันธ์มากที่สุด คือ หมวดหมู่สุขภาพ คิดเป็น 69% ตามด้วย หมวดหมู่นโยบายรัฐ หมวดหมู่ภัยพิบัติ และหมวดหมู่เศรษฐกิจ **************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.