Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



      วันนี้  2 กุมภาพันธ์ 2565 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รักษาราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมติดตามดำเนินการโอนย้ายระบบวิทยุ PS-LTE ผ่านระบบประชุมทางไกลโดยมี พันตำรวจโท อนุรักษ์ จิรจิตร ประจำสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการ และนายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สายงานสื่อสารไร้สาย ร่วมประชุม ทั้งนี้ที่ประชุมร่วมหารือและติดตามความคืบหน้าของ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ ในการดำเนินการโอนย้ายระบบวิทยุ PS-LTE ของ สตช. ให้ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ    _______________

           ชัยวุฒิ รมว.ดีอีเอส มั่นใจมติ ครม. ไฟเขียวหลักการร่างระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ จะหนุนการทำงานแก้ไขปัญหาข่าวปลอมของทุกภาคส่วน เพิ่มศักยภาพการบูรณาการความร่วมมือข้ามหน่วยงาน             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65 ให้ความเห็นชอบในหลักการ "ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ พ.ศ. …." ตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ เสนอ โดยขั้นตอนจากนี้จะส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม. ตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้             ทั้งนี้ การอนุมัติหลักการร่างระเบียบฯ ฉบับนี้ จะส่งเสริมการประสานงาน และทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ในการเร่งแก้ไขปัญหาข่าวปลอม และสามารถก้าวทันสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางเผยแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง            สำหรับการเสนอร่างระเบียบฯ ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม. เป็นไปตามความเห็นชอบของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยหลักการของร่างระเบียบฯ มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดแนวทางและหลักการ ในการดำเนินการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ร่วมกันของหน่วยงานของรัฐ เพื่อคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย และได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์            โดยจะให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ 1. ศูนย์ประสานงานกลาง กำหนดให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์กลาง” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ 2. ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวง  ให้ทุกกระทรวงจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ประจำกระทรวง” และ 3. ศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย   *********************


        วันนี้ 4 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1 ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีข้าราชการที่บรรจุใหม่ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติราชการ  จำนวนรวมทั้งสิ้น 38 คน  เข้าร่วม ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ดังนั้น ผู้จัดโครงการฯ จึงได้กำหนดแนวทางในการดำเนินโครงการฯ ทั้งการบรรยาย และการจัดกิจกรรม ในรูปแบบ New Normal อย่างเคร่งครัด โดยที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ต้องฉีดวัคซีนครบโดสที่กำหนด ต้องใส่หน้ากากอนามัย 100% มีการเว้นระยะห่าง รวมถึง ต้องส่งผลตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ก่อนเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 72 ชั่วโมง และระหว่างเข้าร่วมโครงการตามระยะเวลาที่กำหนดอีกด้วย              สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตาม กฎ ก.พ. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติราชการ พ.ศ.2553 ที่กำหนดให้ส่วนราชการต้นสังกัด ต้องพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ ใน 3 ส่วน คือ การปฐมนิเทศ การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการฝึกอบรมสัมมนาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในกฎระเบียบ แนวทางการปฏิบัติราชการ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ อันจะเป็นผลให้ข้าราชการบรรจุใหม่ได้ทำงานอย่างมีเป้าหมาย มีความรับผิดชอบ อันจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติราชการต่อไป    _____________

         “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง สรุปข้อมูลรายสัปดาห์จากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบคนไทยตื่นตัวปัญหาเฟคนิวส์ข่าวสุขภาพมากขึ้น จากผลการตรวจสอบเบาะแสข่าวปลอมในภาพรวม 56 เรื่อง พบเป็นข่าวจริงเกือบครึ่ง โดยหลักๆ เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด และที่เกี่ยวข้อง              นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่  28 ม.ค. – 3 ก.พ. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,482,846  ข้อความ จากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 200 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 102 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรี่องโควิด 32 เรื่อง             โดยจากการประสานงานตรวจสอบข่าว ล่าสุดได้รับผลการตรวจสอบแล้ว จำนวน 56 เรื่อง พบว่าเป็นข่าวจริง 21 เรื่อง และที่น่าสนใจคือในจำนวนข่าวจริงนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดข่าวสุขภาพ และเป็นประเด็นเกี่ยวกับโควิด ได้แก่เรื่องสธ. เตรียมนำวัคซีนซิโนแวคมาใช้สำหรับเด็ก 3 ขวบ เรื่องวิธีการทิ้งชุดตรวจโควิด-19 ATK ให้ถูกต้อง และไม่ปนเปื้อน เรื่องตรวจโควิด-19 เพื่อเคลมประกัน ผู้ตรวจต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เรื่องสธ. เพิ่มระบบแชทบอทในหมอพร้อม สำหรับตอบคำถามโควิด-19 และเรื่องซีบี เมดดิคอล แอนด์แล็บ และ สปสช. เปิดตรวจโควิด-19 แบบ RT- PCR ฟรี เป็นต้น            นอกจากนี้ ยังมีข่าวในหมวดนโยบายรัฐ/ข่าวสารราชการ ที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรการเยียวยาประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด ได้แก่ เรื่อง ครม. อนุมัติลดเงินสมทบประกันสังคม ม.40 เริ่ม 1 ก.พ.- 31 ก.ค.65 โดยทุกข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบแล้ว ได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง นางสาวนพวรรณ กล่าวว่า ประชาชนคือภาคส่วนสำคัญในการทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม จึงขอความร่วมมือจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อเลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ____________


           “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส แถลงร่วม ผช.ผบ.ตร. เปิดงานฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมรุ่นแรก 381 นาย จากทุกหน่วยงานในสังกัด ยกระดับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจทั้งประเทศในคดีทางเทคโนโลยี และเพิ่มความรวดเร็วในการแก้ปัญหาและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์  ย้ำนิยามข่าวปลอม-โซเชียลใน กม.ปราบเฟคนิวส์ เพื่อครอบคลุมประโยชน์ของสังคม                นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวระหว่างการเปิดงาน และมอบนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม วันนี้ (7 ก.พ. 65) ซึ่งมีพล.ต.ท. สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าร่วมในการเปิดการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งครอบคลุมข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงผู้กำกับ                 สำหรับการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ครั้งนี้ เป็นการทำงานร่วมกันของกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการประสานงานแก้ไขปัญหาและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งรวมถึงแก๊ง Call Center ที่กำลังระบาดหนัก จึงเห็นความสำคัญของการขยายความร่วมมือในการประสานงานแก้ไขปัญหาและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน  ซึ่งจะครอบคลุมถึงการปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ข้ามแดนด้วย                  “กระทรวงฯ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เล็งเห็นความสำคัญ ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมอบอำนาจให้ตำรวจในพื้นที่ สามารถดำเนินการได้ตามคดีที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ผ่านมาได้ลงนามมอบอำนาจนี้ให้กับตำรวจไซเบอร์ ของบช.สอท. ขั้นตอนจากนี้ก็จะมอบอำนาจให้ถึงระดับตำรวจภูธร เพื่อรองรับแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปของการซื้อขายออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างมาก” นายชัยวุฒิกล่าว                  สำหรับการจัดให้มีการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ครั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปราม และการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนให้ได้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด และในการช่วยเหลือประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแก๊ง call center หลอกลงทุน แอปเงินกู้ อาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ และเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินคดีช่วยเหลือผู้เสียหายต่อไป                  นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาใช้แอปพลิเคชั่นกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว โดยเฉพาะการจ่ายเงินผ่านออนไลน์ ซื้อของออนไลน์ เป็นต้น ประกอบกับอาชญากรรมทางออนไลน์ก็เพิ่มขึ้น  ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ได้พบเห็นกันทั้งโลก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่กระทรวงดิจิทัลฯ ในฐานะกำกับดูแล บทบาทตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จะเร่งการทำงานร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในภารกิจแก้ไขปัญหาและปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์                   สำหรับการจัดอบรมครั้งนี้เป็นรูปแบบออนไลน์ ระยะเวลา 5 วัน เนื้อหาหลักสูตรครอบคลุม 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การอบรมด้านจริยธรรม /จรรยาบรรณที่พึ่งมีในบทบาทและอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ 2. ความรู้พื้นฐานด้านการสืบสวนและสอบสวนเพื่อบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement)  และ 3.การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ (Computer Forensics)                  พล.ต.ท. สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกัน และปรามปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ในปัจจุบัน ที่สร้างผลกระทบต่อประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องสร้างบุคลากรให้สามารถในการสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น                  ในโอกาสนี้ได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลฯ ในการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพแก่ข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มีคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 381 นาย ครอบคลุม ระดับสารวัตรถึงผู้กำกับ จากหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ                  “ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจทั้งประเทศ ทั้งจาก กองบัญชาการสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการสืบสวนสอบสวน และตำรวจภูธรภาค 1-9 ในการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน” พล.ต.ท. สราวุฒิกล่าว                  รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าวย้ำว่า ก่อนที่จะประกาศใช้  "ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ พ.ศ. …." กระทรวงจะต้องเตรียมความพร้อม ซักซ้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดมาตรฐานและแนวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ร่างระเบียบฯดังกล่าวกระทรวงดิจิทัลฯ ได้นำเสนอและผ่านการอนุมัติจาก ครม. โดยกำหนดบทนิยามที่สำคัญ ได้แก่ 1.1 “สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)” หมายความว่า สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ตามประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ.2564 และ 1.2 “ข่าวปลอม” หมายความว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในสื่อสังคมออนไลน์ หรือในระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน                    ทั้งนี้ ขอให้ความมั่นใจกับประชาชน ภาคสังคม และสื่อมวลชนว่า รัฐบาลมุ่งหวังประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหา ให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การสร้างและเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake news) ที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ซึ่งการกำหนดหลักการและแนวทางการทำงานและบูรณาการทำงานที่ชัดเจนตามร่างระเบียบฯ ฉบับนี้จะลดความเสียหายจากผลกระทบที่เกิดขึ้นได้รวดเร็ว                    “สำหรับกรณีที่มีนักวิชาการบางรายเสนอว่า ควรเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนนั้น ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลฯ มีการทำงานร่วมกับสื่อมวลชนในเรื่องนี้อยู่แล้ว สื่อมวลชน อินฟลูเอ็นเซอร์ และสำนักข่าวหลายแห่ง เป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากศูนย์ฯ หลังได้รับผลการตรวจสอบข่าวที่ทางศูนย์ฯ ได้มาจากระบบ social monitoring และการแจ้งเบาะแสจากประชาชน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบยืนยัน (verify)” นายชัยวุฒิกล่าว   *********************

             เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์  รักษาราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ออต. รก. รดศ.) ได้ร่วมเป็นผู้บรรยาย (Speaker) ในการประชุม The IIC’s Annual Asia Telecommunications & Media Forum ผ่านระบบการประชุมทางไกล หัวข้อ “แผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. 2025 สู่ความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร” (Session 1: ASEAN Digital Masterplan – how will it translate into real economic and societal progress for the region?) โดยมีผู้ร่วมอภิปรายจากบริษัทเอกชน อาทิ Amazon และ Microsoft และมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน หน่วยงานกำกับดูแล และภาคอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมฯ                โอกาสนี้ ออต.รก.รดศ. ได้นำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาด้านดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนภายใต้แผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. 2025 ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานสำคัญในการผลักดันการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลของภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการตอบสนองและการฟื้นตัวจากโรคโควิด – 19    การพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมโยงที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ  การสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในอนาคต การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด การปกป้องข้อมูลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนที่ครอบคลุม มั่นคงปลอดภัย และยั่งยืนต่อไป   **********************


          เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าวเปิดงานสัมมนา Thailand Digital Competitiveness 2022 หัวข้อ “Transformation for Citizen Centric Economy” ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งมีผู้ร่วมงานสัมมนาออนไลน์กว่า 500 คน งานสัมมนาฯครั้งนี้ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมมือกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย(TMA) ในการนี้ รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านดิจิทัลถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สถาบันจัดอันดับนานาชาติใช้ในการวัดสมรรถนะทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่าง ๆ และรวมถึงการใช้เป็นตัวชี้วัดความน่าสนใจในการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศด้วย โดยปี 2564 ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้น 1 อันดับจากปี 2563 มาอยู่ในอันดับที่ 38 จาก 64 ประเทศ และนโยบายของรัฐบาลด้านการปฏิรูปประเทศไทยสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ มุ่งเน้นการพัฒนาระยะยาวอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม ข้อมูล ทุนมนุษย์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน   ________________


       เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมงานแถลงข่าวเรื่อง “การใช้ Digital Health Pass บนหมอพร้อม เพื่อการเดินทางในกลุ่มประเทศ EU” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานฯ พร้อมด้วยดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยฯ สธ. นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข             ในการนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ  กล่าวย้ำว่า กระทรวงฯได้ร่วมพัฒนาระบบหลังบ้านกับกระทรวงสาธารณสุขสำหรับเอกสารที่เกี่ยวกับโควิด 19 ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีทางดิจิทัลมาพัฒนาระบบเอกสารรองรับ เป็นการขับเคลื่อน Digital Transformation ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ที่ช่วยพัฒนามาตรฐานของข้อมูลและยกระดับระบบข้อมูลของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นประโยชนต่อการดำเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยในอนาคต             สำหรับระบบเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด 19 ที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากหน่วยบริการสุขภาพที่ประชาชนเข้ารับบริการ มีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กำกับในเอกสารรับรองทุกฉบับ โดยใช้เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure หรือ PKI) เพื่อเข้ารหัสลับในการลงลายมือชื่อสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงและป้องกันการปลอมแปลงได้ มีการจัดเก็บหลักฐานการออกเอกสารรับรองด้วยเทคโนโลยี Blockchain เพื่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA   ______________  

         เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานกล่าวเปิดงานการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ประจำหมู่บ้าน” ครั้งที่ 2  ณ โรงแรม ปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่กระทรวงดิจิทัลฯ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ให้เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในพื้นที่ทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ทั้งในส่วนภารกิจและบริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ รวมทั้งองค์ความรู้ในการประยุกต์ใช้ดิจิทัลที่จะเป็นประโยชน์และทันสมัยเพื่อนำไปให้คำแนะนำกับประชาชนในพื้นที่  เชื่อว่า“อาสาสมัครดิจิทัล” ได้รับความรู้พร้อมให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำประชาชนให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างถูกต้อง  อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายการทำงานด้านดิจิทัลในพื้นที่ เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านดิจิทัลให้แก่คนในชุมชนตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 (ไทยแลนด์ 4.0) ที่มุ่งเน้นที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital economy) ซึ่งในส่วนนี้อาสาสมัครดิจิทัล หรือ อสด. จะเป็นกลไกสำคัญที่จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ประชาชนตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง    ______________  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.