Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


          “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส เปิดงาน “สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม” จ.นครพนม ประกาศปี 65 เล็งเพิ่มกลุ่มเป้าหมาย ทั้งอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) สมาคมนักวิทยุอาสาสมัครเล่น สมาพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทย และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ติดปีกภาคีเครือข่ายของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม               วันนี้ (21 มี.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานและกล่าวเปิดงาน “การจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม” ที่จ.นครพนม  โดยมี นายชวนินทร์  วงศ์สถิตจิรกาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม คณะผู้บริหารส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจในสังกัด ตลอดจนภาคส่วนต่างๆ ที่เป็นภาคีเครือข่ายของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเข้าร่วม               นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การทำงานด้านสร้างการรับรู้ และรับมือข่าวปลอมในปี 65 นี้ กระทรวงดิจิทัลฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หวังผลกับกลุ่มเป้าหมายภาคประชาชน เพื่อช่วยต่อยอดในการขยายผลสร้างการรับรู้ วิธีสังเกตข่าวปลอม ช่องทางการแจ้งเบาะแส และขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม เนื่องจากมองว่าเป็นภาคส่วนสำคัญ ที่จะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดความมั่นคง และประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและสารสนเทศได้ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ตลอดจนหน่วยงานต่างจังหวัด               “ปีงบประมาณ 65 จึงมีการเจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับประเด็นการสื่อสาร อาทิ อสอ. สมาคมนักวิทยุอาสาสมัครเล่น สมาพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทย และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย” นายชัยวุฒิกล่าว สำหรับสถานการณ์ข่าวปลอมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากสถิติที่รวบรวมตั้งแต่กลางปี 64 – 14 มี.ค. 65 พบว่าประเด็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจหลักๆ เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด และวัคซีนโควิด โดยติดอันดับถึง 5 ข่าวจาก 10 ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด               นายชัยวุฒิ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ในสื่อสังคมออนไลน์หรือในระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลปลอมดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย และได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ โดยเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการ “ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ พ.ศ. ….” ให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ใน 3 ระดับ ได้แก่               (1) ศูนย์ประสานงานกลาง จัดตั้งโดยกระทรวงดิจิทัลฯ มีอำนาจและหน้าที่ประสานงานกับศูนย์ประสานประจำกระทรวงและศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด ในการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอม และสร้างเครือข่ายอาสาสมัครสอดส่องดูแลข้อมูลข่าวสารปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์              (2) ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวง มีอำนาจและหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่สงสัยว่าอาจเป็นข่าวปลอมเพื่อตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริง โดยให้ปลัดกระทรวงตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข่าวปลอม ประชาสัมพันธ์ข่าวปลอม และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง                และ (3) กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อเท็จจริงทางสื่อสังคมออนไลน์ประจำจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ มีอำนาจและหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่สงสัยว่า อาจเป็นข่าวปลอม เพื่อตรวจสอบและพิจารณาเนื้อหา ชี้แจงให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอมและดำเนินการตามกฎหมายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง                นอกจากนี้ ดีอีเอส ยังได้มีการร่วมงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประกอบด้วย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง (ศตปค.ตร.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ระดมทุกกลยุทธ์เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อลวง ทั้งในแง่ของการจัดการกับข่าวปลอม และการปราบปรามดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย กรณีเป็นการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ                “ขอฝากเครือข่ายทุกท่านเป็นหูเป็นตา และหากหากพบว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์ ลามกอนาจาร หมิ่นสถาบัน ละเมิดลิขสิทธิ์ และเข้าข่ายผิดกฎหมายอาหารและยา เป็นต้น กระทรวงฯ จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยยื่นเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ลบข้อมูล หรือการหลอกลวงออนไลน์ และภัยจากแก๊งCall Center ให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 หรือสายด่วน 1441 ของตำรวจไซเบอร์ หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีwww.thaipoliceonline.com” นายชัยวุฒิกล่าว   ________________

         เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาการขอรับการจัดสรรหมายเลขโทรคมนาคมพิเศษ ( แบบสั้น 4 หลัก) และการขอจัดตั้งSub Call Center เพื่อให้บริการตอบข้อซักถามและข้อร้องเรียนของประชาชน โดยผ่านบริการโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการติดต่อสอบถาม แนะนำ ติชม ข้อเสนอแนะ รวมถึงแจ้งเรื่องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID และThai save Thai  ซึ่งเป็นมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร หรือ COVID Free Setting  เพื่อสร้างความปลอดภัยในสถานประกอบการ/กิจการ ให้รอบรับการใช้บริการและสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยในการดำรงชีวิตภายใต้สภานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _____________

                เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบ 6 เดือนแรก ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ทั้งส่วนกลาง เขตตรวจราชการที่ 7 จังหวัดปัตตานี และเขตตรวจราชการที่ 15 จังหวัดเชียงใหม่ การประชุมครั้งนี้ เน้นตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงฯ ในพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัด อาทิ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน, โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน, โครงการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog), โครงการยกระดับเมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย เพื่อคนไทยเท่าเทียมและเท่าทัน, โครงการเรียนโค้ดดิ้งพัฒนา STEM, โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยาระดับอำเภอให้เป็นระบบอัตโนมัติ เป็นต้น                    นอกจากนี้ยังติดตามภารกิจสำคัญตามนโยบายของกระทรวงฯ ที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์กระทรวงฯ ซึ่งผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ได้สรุปผลการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคในมิติต่างๆ และที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้มีการปรับตัวและรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว   ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ กล่าวย้ำว่า ขอให้หน่วยงานในพื้นที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงฯ มีความเข้มแข็งและเกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งให้กำลังใจหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนในการร่วมมือร่วมใจกันทำงานบนพื้นฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อไป   *********************

ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน และตำแหน่งนิติกร ในสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

            “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ร่วมลงนามเอ็มโอยูบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง หนุนนโนบายรัฐบาลด้านการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ) ตามกรอบความร่วมมือ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) ขับเคลื่อนการสร้างความรู้เท่าทันและใช้งานดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ และส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้าถึงประชาชนทุกช่วงวัยอย่างทั่วถึง                 วันนี้ (24 มี.ค. 65) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง : การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัย และผู้สูงอายุ) พ.ศ.2565-2569 โดยมีรัฐมนตรีที่เข้าร่วมการเซ็นเอ็มโอยูครั้งนี้จากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม                 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต” โดยตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และภายใต้แผนแม่บทที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต โดยการบูรณาการความร่วมมือของ 7 กระทรวงในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง สอดคล้องบริบท และสถานการณ์โลกปัจจุบัน                   นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า บทบาทดีอีเอส ในความร่วมมือดังกล่าว มุ่งเน้นการสนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาตนเองและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบริการภาครัฐ ครอบคลุมตั้งแต่ สนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย ส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ได้เข้าถึงข้อมูลและบริการของภาครัฐที่เกี่ยวข้องด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึงและปลอดภัย ใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์                   รวมทั้งพัฒนาผู้สูงอายุให้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีควบคู่กับความรอบรู้ทางดิจิทัล และรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนการส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัลในการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ                   “ความร่วมมือของ 7 กระทรวง สอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลกและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aged Society) อย่างรวดเร็ว มีตัวเลขคาดการณ์ว่าในปี 2583 จะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็นร้อยละ 31 หรือประมาณ 20.5 ล้านคนของประชากรทั้งหมด ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพคนไทยให้เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ และมีสุขภาพดีจึงเป็นวาระสำคัญ โดยการพัฒนาคนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัย และหนึ่งในหัวข้อการพัฒนาคือ พัฒนาการสมวัย ให้เป็นเยาวชนที่ทันสมัย ก้าวหน้า รู้เท่าทันเทคโนโลยี” นายชัยวุฒิกล่าว   **********************

           ชัยวุฒิ ชมตำรวจจับตำรารวย call center ย้ำนายกห่วงใย หวั่นประชาชนถูกหลอกลวง กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาเเก็งคอลเซนเตอร์ และขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาร่วมมืออย่างดี                                                              นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเเละกัมพูชา ได้มีการผนึกกำลังร่วมกันปราบปรามจับกุมเเก็งคอลเซนเตอร์ เเละพบข้อความกระดาษที่เขียนว่าตำรารวย เป็นข้อความไว้หลอกลวงประชาชน ว่า ตนขอชื่นชมการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเเละรัฐบาลกัมพูชา ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเป็นห่วงเเละไม่อยากให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อ จากนโยบายของท่านนายกจะเห็นว่าขณะนี้เราประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในการทะลายเเก็งคอลเซนเตอร์ และกระตุ้นเตือนประชาชน สิ่งเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้เพราะ ทุกภาคส่วน มาร่วมมือกัน  ทำให้ เราสามารถ ทะลายเเก็งคอลเซ็นเตอร์ได้ ประกอบกับการออกข่าวก็ทำให้ประชาชนได้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ สื่อมวลชนก็ทำหน้าที่อย่างดี เป็นกระบอกเสียงเตือน อย่าเชื่อ อย่าโอน เด็ดขาด   ______________

               ดีอีเอส จัดอบรมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารโทรคมนาคม รองรับสภาพการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านการสื่อสารของโลก ยกบทบาทกองสื่อสารโทรคมนาคมใหม่ หนุนขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารสร้างความมั่นคงและการจัดการวิกฤติระดับชาติ                  นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดีอีเอส เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการอบรมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารโทรคมนาคม  โดยมี นายมนัส ทรงแสง ประธานสหพันธ์สมาคมวิทยุสมัครเล่นควบคุมข่ายประเทศไทย คุณวรภัทร ภัทรธรรม บริษัท Intel Microelectronics (Thailand) Ltd. ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน ผู้อำนวยการกองสื่อสารโทรคมนาคม และผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม ร่วมงาน ณ โรงแรมเดอะเฮอริเทจพัทยาบีชรีสอร์ท จังหวัดชลบุรี  เป็นการจัดอบรมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ                   ที่ผ่านมา กระทรวงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านการสื่อสารเพื่อรองรับสภาพการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านการสื่อสารของโลกและของประเทศ จึงเล็งเห็นว่า การพัฒนา บริหารจัดการ และกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และโทรคมนาคมในอนาคต จำเป็นต้องมีทิศทางนโยบายที่ชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการลงทุนในด้านการสื่อสาร โทรคมนาคมเป็นไปอย่างเหมาะสม เกิดการบูรณาการโครงข่าย (โครงข่ายมีสายและไร้สาย) เพื่อลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน การขยายพื้นที่ให้บริการ โดยเฉพาะบริการโครงข่ายแบบมีสาย เพื่อให้ครอบคลุมประชากรมากขึ้น                      กระทรวงฯในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลภารกิจของกองสื่อสารโทรคมนาคม ที่กำลังจะเปลี่ยนชื่อและบทบาทภารกิจใหม่เป็นกองการสื่อสารโทรคมนาคม เล็งเห็นถึงความสำคัญของ Landscape หรือภูมิทัศน์การสื่อสารโทรคมนาคมทั้งระดับโลก  ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ลงถึงระดับหน่วยงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้า ความพร้อมด้านทักษะของคน เครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และจากการกระตุ้นของสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ก็ยิ่งเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว                      กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีภารกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคมและการเปลี่ยนแปลงของประเทศ และเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป สำนักงานปลัดกระทรวง จึงปรับปรุงกฎกระทรวง โดยเพิ่มอำนาจหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวง ในการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะนโยบายและแผนด้านการสื่อสาร ด้านโทรคมนาคม ด้านไปรษณีย์ รวมทั้งสนับสนุนงานด้านความมั่นคงและการจัดการวิกฤติระดับชาติโดยมีการจัดตั้ง กองการสื่อสารโทรคมนาคม หรือ กส. เพื่อมารองรับภารกิจในส่วนนี้                      ดังนั้น เราในฐานะบุคลากรที่อยู่ในองค์กรที่ประชาชนและสังคมเข้าใจว่าจะต้องพัฒนา รับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้านการสื่อสารโทรคมนาคมได้เป็นอย่างดี จึงควรจะต้องมีความรู้ที่อย่างเท่าทันสถานการณ์หรือสามารถคิดไปข้างหน้า และสำคัญที่สุด คือ นำความรู้นั้น ๆ มาทำงานได้อย่างมีประสิทธิ ประสิทธิผล เพื่อให้สามารถบรรลุผลเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจของกระทรวงฯ                      “ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ผมเห็นว่าพวกเรามีหลายเรื่องที่ต้องมีการเตรียมความพร้อม ในด้านต่างๆ เพิ่มเติมเสริมสร้างองค์ความรู้ กระบวนการปฏิบัติงาน ข้อมูลข่าวสาร ภายในองค์กรที่ทันสมัย รวมถึงการแบ่งมอบภารกิจให้สอดคล้องตามกฎกระทรวงที่ได้มีการปรับปรุง ขอขอบคุณ วิทยากรทุกท่าน ที่มาช่วยให้ความรู้และเตรียมแนวทางในการขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารโทรคมนาคม หลังจากอบรมแล้ว ผมคาดหวังว่าเราจะได้กรอบแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนงาน ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่ตอบสนองตัวชี้วัดในระดับต่าง ๆ และตามที่ สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด รวมถึงโครงการสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้งานด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ขับเคลื่อนประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป”รองปลัดกล่าว   **********************

            วันนี้ (25 มี.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) ได้บรรยายหลักสูตร “การบริหารเชิงนิติศาสตร์ระดับสูง” (วทน.) รุ่นที่ 1 ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในหัวข้อบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และความท้าทายในการปรับปรุงพัฒนากฎหมายดิจิทัลในยุค Digital Transformation                นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทรนด์ของโลกที่ก้าวเข้ายุคเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) จนเข้มแข็ง  ซึ่งโครงสร้างด้านพื้นฐานของดิจิทัลของประเทศไทย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากในการทำธุรกิจออนไลน์  รวมถึงติดต่อสื่อสารต่างๆ                ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านดิจิทัล ได้แก่ โครงการเน็ตประชารัฐ บริการฟรีไวไฟ และพร้อมเพย์ ด้วยศักยภาพและการแพร่กระจายของโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลได้ลงทุนไว้ดังกล่าว ผลักดันให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับโลกด้านดิจิทัลหลายเรื่อง ได้แก่ เป็นที่ 1 ของโลกด้านการใช้โมบายแบงกิ้ง อันดับ 2 ของโลกในการด้านโมบายเปย์เม้นท์ และอันดับ 3 ของโลกด้านอี-คอมเมิร์ซ เป็นต้น โดยล่าสุด รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน                  ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลการทำธุรกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งนับเป็นหน่วยงานในระดับกรม เป็นความริเริ่มของรัฐบาลในยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล                   นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เทรนด์ของ Digital Information และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล เพิ่มช่องทางใหม่ๆ และอำนวยความสะดวกสบายทั้งในเรื่องการทำงาน การค้าขาย และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แต่ขณะเดียวกัน ก็เปิดช่องว่างความเสี่ยงและความเสียหายจากการใช้งานในทางที่ไม่ถูกต้อง ทั้งในรูปแบบของการฉ้อโกงออนไลน์ ภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การโจรกรรมข้อมูล การโจมตีทางไซเบอร์ และเฟคนิวส์ เป็นต้น                    ดังนั้น รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ และมีการจัดทำกฎหมายดิจิทัล รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายดิจิทัลและที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและรับมือปัญหาดังกล่าว ซึ่งกฎหมายฉบับสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์ Digital Transformation ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์                   “ด้วยโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศไทยที่รัฐบาลจัดสร้างไว้ให้ เช่น เน็ตประชารัฐ ในเรื่อง Free WiFi  ที่พยายามทำให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชนบท รวมถึงจุดสำคัญที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทำให้วันนี้การใช้อินเทอร์เน็ตในการทำธุรกิจธุรกรรมออนไลน์เข้มแข็งมากในประเทศไทย รวมทั้งการที่เราสร้างระบบพร้อมเพย์ขึ้นมา ทำให้การทำธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต และมือถือมีการใช้งานในอัตราสูงมากเมื่อเปรียบกับสัดส่วนประชากรไทย” นายชัยวุฒิกล่าว   **********************

       โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ พบหลายเรื่องที่ต้องตรวจสอบเป็นประเด็นโครงการสินเชื่อ แคมเปญเงินกู้มาตรการจูงใจจากธนาคารใหญ่หลายแห่ง แต่คนสนใจน้อยจนหลุดจาก 5 อันดับข่าวที่ได้รับความสนใจมากสุด             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ผลการมอนิเตอร์ระหว่างวันที่ 18-24 มี.ค. 65 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข้อความที่เข้ามาจำนวน 11,653,791  ข้อความโดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 245 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 130 เรื่อง โดยสัดส่วนหลักอยู่ในกลุ่มนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ จำนวน 70 เรื่อง            ทั้งนี้ พบว่ายังคงมีการแชร์ข่าวธนาคารหลายแห่ง เปิดโครงการสินเชื่อหรือแคมเปญเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนยาวรวมถึงแจกเงินเนื่องในวาระพิเศษ ในจำนวนนี้มีทั้งข่าวจริง ข่าวบิดเบือน และข่าวปลอม อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าข่าวในกลุ่มนี้เริ่มเป็นที่สนใจน้อยลง และในสัปดาห์ล่าสุดนี้หลุดอันดับท็อป 5 ของข่าวที่มีผู้สนใจมากสุด             โดยข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจมากสุด 5 อันดับแรก ในช่วงวันที่ 18-24 มี.ค.นี้ ประกอบด้วย อันดับ 1 รพ. พุทธชินราช พิษณุโลก ให้พระสงฆ์เข้าแถวเสมอโยมชาย -หญิง เพราะมีเรื่องศาสนามาเกี่ยวข้อง อันดับ 2 เติมน้ำมันพืชแทนน้ำมันดีเซล ช่วยให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันมากขึ้น อันดับ 3 ลอตเตอรี่สัญลักษณ์ผีน้อย และกบไชโย มีโอกาสถูกรางวัลสูงกว่าแบบอื่น อันดับ 4 มีติ่งเนื้อขึ้นบริเวณคอ แขน ข้อมือ เสี่ยงป่วยเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและไขมันในเลือดสูง และอันดับ 5 กินเม็ดชานมไข่มุก ทำให้เป็นโรคมะเร็ง             “จากการมอนิเตอร์และตรวจสอบเบาะแสข่าวปลอมอย่างต่อเนื่อง เห็นแนวโน้มที่ดีในการตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอม และยังต้องขอความร่วมมือประชาชน เมื่อได้รับข้อมูลผ่านโซเชียล อย่าเพิ่งหลงเชื่อในทันที ขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูล โดยสามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ฯ เพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   _____________

          นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณี  เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นบริษัทมังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด ที่มีการกว้านซื้อสลากจากผู้ค้ารายย่อยมาขายเกินราคา และมีการปิดบังบาร์โค้ดของกองสลาก ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นสลากจริงหรือไม่ และมาจากที่ใด งวดไหน               โดย นายชัยวุฒิกล่าวว่า การขายสลากกินแบ่งผ่านระบบออนไลน์  เท่าที่ตรวจสอบไม่ได้มีความผิด แต่ผู้ขายต้องมีสลากจริงอยู่ในมือ ตามโควตาของตัวเอง ถ้ามี 10 ใบ ก็ต้องขายเพียง 10 ใบ ไปขายเกินจากโควตาที่ตัวเองมีไม่ได้ หากมีการประกาศขายเกินจำนวนที่ตัวเองมีอยู่จริง ก็ถือมีความผิด ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ คือ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท  และทราบว่าขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีนี้กับบริษัทดังกล่าวด้วยโดยต้องดูว่าเลขที่นำมาโฆษณาขายมีจริงหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีอยู่จริงจะเข้าข่ายร่วมกันหลอกลวงประชาชน คือไม่มีสลากจริงแต่กลับมาประกาศขายให้ประชาชน  นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานขายสลากกินแบ่งเกินราคาด้วย ตามพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือการขายสลากโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.การพนัน              อย่างไรก็ตามเรื่องนี้หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ตำรวจสามารถส่งเรื่องมาให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสั่งปิดเว็บไซต์ดังกล่าวได้ทันที โดย กระทรวงฯจะดำเนินการขออำนาจศาลในการสั่งปิดตามกระบวนการต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา ดีอีเอส ได้ดำเนินการสั่งผิด เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และโซเชียลมีเดีย ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง    ______________

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕)

        “เนวินธุ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลฯ ปลื้มดีป้า หน่วยงานในสังกัดจับมือ TMA เปิดตัวหลักสูตร The  Cullinan  : The Making of the Digital Board เสริมศักยภาพกรรมการกำกับองค์กรยุคดิจิทัล หนุนเป้าหมายการเพิ่มโอกาสด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ             นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวระหว่างร่วมงานเปิดตัวหลักสูตร The Cullinan : The Making of the Digital Board วันนี้ (28 มี.ค.65) ว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) หน่วยงานในสังกัดดีอีเอส ได้จับมือสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เปิดตัวหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้บริหารองค์กรในระดับคณะกรรมการ สามารถแสดงบทบาทในการกำกับดูแลการเปลี่ยนผ่านองค์กรในแง่ดิจิทัล (Digital Transformation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นหลักสูตรสำหรับกรรมการที่มีเนื้อหาที่จำเป็นทางด้านดิจิทัลอย่างครบถ้วนที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย              โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้บริหารทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนได้สำเร็จ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Transformation เนื่องจากมีหน้าที่ในการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลการดำเนินงานขององค์กร ให้เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี ที่มีต่อการดำเนินธุรกิจและการดำเนินงานขององค์กร แนวทาง และกระบวนการในในการขับเคลื่อนให้เกิดการปรับเปลี่ยนได้อย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จ            ทั้งนี้ คาดหวังว่าคณะกรรมการกำกับองค์กรที่ผ่านหลักสูตรนี้ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไทยให้มีการปรับเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation)  อันจะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่เศรษฐกิจสังคมดิจิทัลได้ตามเป้าหมายที่วางไว้            “จากเป้าหมายของประเทศไทยที่จะพัฒนาสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะต้องมีความเข้าใจที่ตรงกันในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย สร้างสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่าน และภาคเอกชนที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้การเสริมสร้างความรู้ของผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับนโยบายมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง” นายเนวินธุ์กล่าว            นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า ภาคธุรกิจถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในขณะที่ภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริม ดังนั้นการสนับสนุนให้คณะกรรมการกำกับองค์กร ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญขององค์กร มีความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจในโลกยุคใหม่ ก็จะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับฝ่ายจัดการในการกำหนดกลยุทธ์  นโยบาย  แผนงาน  และงบประมาณขององค์กรเพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กร            สำหรับหลักสูตร “The Cullinan: The Making of the Digital Board” ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ที่เกิดจากการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยี แนวคิดและกระบวนการในการtransform องค์กรสู่ดิจิทัล และบทบาทของกรรมการในการขับเคลื่อนและสนับสนุนให้การ transform ประสบความสำเร็จ โดยกำหนดเป็นหัวข้อต่างๆ รวม 10 หัวข้อ ที่ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อประเด็นหลักทั้งสามประเด็นนี้โดยจะมีการอบมรมในระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม และในเดือนกันยายน 2565 ผู้เข้าร่วมหลักสูตรจะเดินทางไปศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยี อาทิ Smart City, Smart Mobility, Digital Ventures ในองค์กรต่างๆ ในประเทศเยอรมัน   _____________


               วันนี้ (28 มี.ค.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ ครั้งที่ 2/2565 เกี่ยวกับ กรณี เว็ปไซด์ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ มังกรฟ้า เบื้องต้นได้รับการประสานจากพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ว่าขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานความผิดของเว็ปไซด์มังกรฟ้า เพื่อที่จะส่งเรื่องมาให้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการปิดเว็ปไซด์ ภายในวันนี้ เเละกระทรวงจะได้พิจารณาประชุมร่วมกัน  เพื่อออกคำสั่งขอให้ปิดเว็ปไซด์มังกรฟ้า เพราะมีความชัดเจนว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เรื่องการหลอกลวงและความผิดเรื่องการขายสลากเกินราคา ทางกระทรวงจะส่งเรื่องขอคำสั่งศาลให้ปิดให้เร็วที่สุด และจะมีการดำเนินคดีต่อไปโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ***********************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.