Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           มาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองฯ มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้           1. จัดทำแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม           2. ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ดำเนินกิจกรรมตามแผนแม่บท ข้อ 1 รวมทั้งจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทดังกล่าว           3. กำหนดมาตรการหรือแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติฯ           4. ออกประกาศหรือระเบียบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติฯ           5. ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ           6. ประกาศกำหนดข้อปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นแนวทางให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติ           7. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการตรา หรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎที่ใช้บังคับอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           8. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาหรือทบทวนความเหมาะสมของพระราชบัญญัติฯ อย่างน้อยทุกรอบ 5 ปี           9. ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินการใดๆ เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ           10. ตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติฯ           11. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดทักษะการเรียนรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ประชาชน           12. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           13. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัติฯ หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองฯ

เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล                      นายศิวรักษ์  ศิวโมกษธรรม หน้าที่และอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้สำนักงานฯ มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้           1. จัดทำร่างแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่างแผนแม่บทและมาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติดังกล่าว เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           2. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           3. วิเคราะห์และรับรองความสอดคล้องและความถูกต้องตามมาตรฐาน หรือตามมาตรการหรือกลไกการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งตรวจสอบและรับรองนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติฯ           4. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งวิเคราะห์และวิจัยประเด็นทางด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองฯ           5. ประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           6. ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ           7. เป็นศูนย์กลางในการให้บริการทางวิชาการหรือให้บริการที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของเอกชน และประชาชน รวมทั้งเผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล           8. กำหนดหลักสูตรและฝึกอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือประชาชนทั่วไป           9. ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงานฯ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการคุ้มครองฯ           10. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ           11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการคุ้มครองฯ คณะกรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือตามที่กฎหมายกำหนด

สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   📣 เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จำนวน 1 ตำแหน่ง คุณสมบัติ เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านอื่น (การรักษาผลประโยชน์ของชาติ) ทั้งนี้ ต้องเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2565 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2565 (เวลา 16.30 น.) 📅 สามารถยื่นใบสมัคร ด้วยตนเอง หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์   มีการแสดงวิสัยทัศน์ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2565 📅 โดยจะแจ้งรายละเอียด รวมทั้งเวลาแสดงวิสัยทัศน์ ผ่านทางเว็บไซต์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หลังปิดรับสมัคร   รายละเอียดการรับสมัคร มีดังนี้ 👇  ประกาศรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล <<ดาวน์โหลด>>  ใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล <<ดาวน์โหลดไฟล์ WORD>> หรือ <<ดาวน์โหลดไฟล์ PDF>>  พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 <<ดาวน์โหลด>>  ระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 <<ดาวน์โหลด>>  ระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 <<ดาวน์โหลด>>   ติดต่อสอบถามรายละเอียดการรับสมัครเพิ่มเติม 📞 02 141 6993 หรือ 02 142 1033

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๕)

            เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดกิจกรรม I-Share ครั้งที่ 2 พร้อมให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ ในหัวข้อเรื่อง “การทำแอปพลิเคชัน ให้ประสบความสำเร็จ ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการบริหารจัดการองค์ความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯเพื่อพัฒนาการจัดการความรู้ขององค์กรให้ก้าวสู่การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ ในเชิงรุกที่หลากหลาย อีกทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรภายในหน่วยงาน สป.ดศ. และหน่วยงานในสังกัด สามารถนำความรู้ที่ถ่ายทอดไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ***********************




      ดีอีเอส เปิดผลมอนิเตอร์สถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ พบเริ่มมีผู้ไม่หวังดีเกาะกระแสโรคฝีดาษลิง สร้างข่าวปลอมที่บิดเบือนข้อมูลวัคซีนโควิดร่วมด้วย เตือนประชาชาอย่าตระหนกและหลงเชื่อ แนะตรวจสอบ/ติดตาม ข่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนเชื่อ-แชร์             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ค. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่า เริ่มมีการแพร่กระจายข่าวปลอมเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง ซึ่งเป็นข่าวที่ประชาชนกำลังสนใจ และหวั่นวิตกเกี่ยวกับโอกาสในการแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าผู้ไม่หวังดีต้องการใช้ข่าวปลอมประเด็นนี้สร้างความหวาดวิตกให้กับสังคม และประชาชนส่วนใหญ่              โดยจากข้อมูลข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุดในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่า ข่าวปลอมเรื่องผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ได้รับความสนใจมากเป็นอันดับ 2 นอกจากนี้ ยังมีข่าวปลอมอื่นๆ ที่เกาะแสโรคฝีดาษลิงเผยแพร่อยู่บนโซเชียลด้วย             สำหรับภาพรวม 10 อันดับข่าวปลอมที่คนสนใจมากสุด ได้แก่ 1. นวัตกรรมแผ่นแปะหูของ รพ.บำรุงราษฎร์รักษาอาการ สูญเสียการได้ยิน หูอื้อ หูหนวก และมีน้ำในหู 2. ผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้า มีความเสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง 3. ถอดวันออกพรรษาจากวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อลดความสำคัญทางพุทธศาสนา 4. พบการผลิตไข่ปลอม ออกขายและระบาดในประเทศไทย 5. ธ.ออมสิน ให้กู้ซื้อบ้าน 1 ล้านบาท ผ่อนคืนเดือนละ 10 บาท              6. คดีความใดที่เกี่ยวกับกรมสรรพากร ทางกรมฯ สามารถอายัดบัญชีธนาคารได้ โดยไม่ต้องขอคำสั่งจากศาลเมื่อมีคนร้องทุกข์ 7. ประกันสังคมเปิดโครงการรัฐ ม.40 ปล่อยสินเชื่อผ่อนสบายสูงสุด 36 เดือน 8. แอปพลิเคชันเป๋าตัง เปิดให้ยืมเงินฉุกเฉิน 5,000 บาท อนุมัติไวใน 3 นาที 9. เต้าหู้กับน้ำผึ้งหากรับประทานด้วยกัน จะทำให้หูหนวกและ 10. ธปท. ส่ง sms ให้ประชาชน แจ้งว่าได้รับสินเชื่อ ตามลำดับ               “ดีอีเอส และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มุ่งสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องให้กับประชาชนและสังคมรู้เท่าทันข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ขอให้ตรวจสอบรอบด้านและจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ก่อนเชื่อ-แชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   ______________

       “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส เผยนายกรัฐมนตรี นโยบายชัดยกระดับเกษตรกรไทยด้วยดิจิทัล ปูพรมโครงการนำร่อง “สมาร์ท ฟาร์ม” ทั่วประเทศ กำจัดจุดอ่อนราคาสินค้าเกษตรผันผวน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันตลาดส่งออกอาหารโลก            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายส่งเสริมการยกระดับเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ผ่านมาดำเนินโครงการนำร่อง การเกษตรอัจฉริยะ (สมาร์ท ฟาร์ม) ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยี และอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เข้ามาใช้ทำการเกษตร ได้แก่ โดรน ไอโอที(Internet of Things) รวมถึงเรื่องแพลตฟอร์มต่างๆ             ปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาของการขยายผลกับสิ่งที่รัฐบาลนำร่องไปให้ เพื่อขยายพื้นที่ลงไปถึงทุกตำบล ทุกหมู่บ้านโดยรัฐบาลเตรียมแผนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน ตลอดจนการจัดส่งทีมงานเข้าไปส่งเสริมอย่างเต็มที่ต่อไปในอนาคต           “ท่านนายกฯ ได้มุ่งเน้นว่าประเทศไทยเรา เป็นประเทศที่ส่งออกอาหาร เป็นผู้ผลิตอาหาร เพราะมีพื้นที่เกษตรที่อุดมสมบูรณ์ แต่หัวใจสำคัญ ต้องส่งเสริมให้การทำเกษตรของเราทันสมัย มีประสิทธิภาพ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้เพื่อปรับปรุงการทำงานของพี่น้องเกษตรกรให้ประสิทธิภาพทำงานได้ดีขึ้น มีรายได้ที่สูงขึ้น  นี่คือหัวใจที่สำคัญที่ท่านนายกฯ มุ่งเน้นคือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเกษตร ให้กลายเป็นสมาร์ทฟาร์ม ให้เป็นการเกษตรสมัยใหม่” นายชัยวุฒิกล่าว            ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญของเกษตรกร คือ ราคาสินค้าเกษตร ซึ่งบางครั้งอาจมีราคาที่ไม่ดีเพราะต้องขายแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศอื่นๆ  ดังนั้น หัวใจสำคัญที่จะทำให้สามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้ ต้องหาวิธีการลดต้นทุน โดยทำการเกษตรให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาใช้ปรับปรุงการทำงานแบบเกษตรดั้งเดิม ให้เป็นเกษตรแบบสมัยใหม่ หรือสมาร์ท ฟาร์ม ซึ่งจะกลายเป็นจุดสำคัญที่ให้เกษตรกรไทยแข่งขันได้ สามารถส่งออกสินค้าไปสู้กับประเทศต่างๆ ได้   _____________

         เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมเดินแบบกิตติศักดิ์ ในนามตัวแทนรัฐบาลไทย พร้อมด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงต่างๆเอกอัครราชทูตและภริยาประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย ในงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา90 พรรษา ณ หอประชุมกองทัพเรือ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ ซึ่งงานมหกรรมผ้าไหมครั้งนี้ เป็นการออกแบบและตัดเย็บชุดผ้าไหมไทยโดยฝีมือคณะอาจารย์ นิสิต และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัย 20 แห่ง และวิทยาลัยการอาชีวศึกษา 40 แห่ง นำเสนอให้ชาวต่างชาติ ได้แก่ คณะทูตานุทูตจากสถานทูต 77 แห่ง กงสุลกิตติมศักดิ์ 23 แห่ง ทำให้ปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมเป็นจำนวน 100 ประเทศนับเป็นการแสดงพลังและความสามารถของเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศได้รับรู้ถึงความสวยงามของผ้าไหมเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยและเป็นการส่งเสริม Soft Power ให้กับประเทศไทย   _______________

กิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center : AFNC) วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2565 เวลา 08.30 – 13.00 น. ณ โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า สุราษฎร์ธานี ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี


                 กระทรวงดิจิทัลฯ เผยสถานการณ์ข่าวปลอมภาคใต้ 8 ใน 10 ที่ได้รับความสนใจสูงสุด เป็นหมวดข่าวสุขภาพ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับโควิด เร่งปูพรมสร้างการรับรู้เจาะกลุ่มเป้าหมายเพิ่ม ทั้งวัยรุ่น คนทำงาน และเครือข่ายภาคประชาชน ขับเคลื่อนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หนุนรวมพลังทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาข่าวปลอม สร้างความเชื่อมั่นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย                     วันนี้ (30 พ.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้มอบหมายให้นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน การจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม  จ.สุราษฎร์ธานี                     นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในปี 65 นี้ มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา วัยทำงาน ผู้สูงอายุ หน่วยงานต่างจังหวัด และภาคประชาชน อาทิ กลุ่มวิทยุอาสาสมัครสมาคมวิทยุสื่อสาร กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เพื่อให้ตรงประเด็นการสื่อสาร เพิ่มการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ปัญหาข่าวปลอม สร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย                    โดยมุ่งต่อยอดการขยายผลสร้างการรับรู้ รู้เท่าทัน และขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม อันจะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน                     ทางด้านภาพรวมสถานการณ์ปัญหาข่าวปลอมในภาคใต้ จากสถิติที่รวบรวมโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อย่างต่อเนื่องถึงเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 65 พบว่า ข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นลำดันต้นๆ อยู่ในหมวดข่าวสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดที่ผ่านมา โดยข่าวปลอม 10 อันดับที่มีผู้สนใจมากสุด ได้แก่                     1.คลิปเสียงอ้าง รพ. แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2.เรื่อง BRN อิสลามใต้ประกาศยึดรัฐปัตตานีบนเวที UN 3.เรื่อง สสจ. กระบี่ ยอมรับ นทท.จีนป่วยอื้อ อยู่ในข่ายเฝ้าระวังกว่า 100 ราย 4.ไวรัสโคโรนามาถึงหนองอุก เป็นไกด์จากภูเก็ต ตอนนี้รักษาตัวที่ รพ.ในเชียงใหม่ 3 คน 5.เขื่อนพนังกั้นน้ำแตกที่ จ.ตรัง                    6.เรื่อง รพ. แห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบนักเรียนติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากเพื่อนที่พักร่วมห้อง 7.พบผู้เสียชีวิต 1 ราย จาก COVID-19 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช 8. ลือว่อน! แพทย์ภูเก็ตขาดแคลนหน้ากากอนามัย 9. ลือพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 2 ราย และ 10. เรื่อง จ.ภูเก็ต พบผู้เสียชีวิตตามที่สาธารณะเป็นจeนวนมาก                    นายทศพล กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงดิจิทัลฯ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้มีการร่วมงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง (ANSCOP) (ศตปค.ตร.) มีการรับแจ้งความทางออนไลน์ โดยทุกภาคส่วนจะระดมทุกกลยุทธ์เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อลวง ทั้งในแง่ของการจัดการกับข่าวปลอม และการปราบปรามดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมายกรณีเป็นการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม                    “คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65 เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ พ.ศ. …. จะให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ใน 3 ระดับ” นายทศพลกล่าว                     ประกอบด้วย 1.ศูนย์ประสานงานกลาง จัดตั้งโดยกระทรวงดิจิทัลฯ มีอำนาจและหน้าที่ประสานงานกับศูนย์ประสานประจำกระทรวงและศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด ในการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอม และสร้างเครือข่ายอาสาสมัครสอดส่องดูแลข้อมูลข่าวสารปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์                    2.ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวง มีอำนาจและหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่สงสัยว่าอาจเป็นข่าวปลอมเพื่อตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริง โดยให้ปลัดกระทรวง ตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข่าวปลอม ประชาสัมพันธ์ข่าวปลอม และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง                     และ 3.กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อเท็จจริงทางสื่อสังคมออนไลน์ประจำจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ มีอำนาจและหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่สงสัยว่าอาจเป็นข่าวปลอม เพื่อตรวจสอบและพิจารณาเนื้อหา ชี้แจงให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอม และดำเนินการตามกฎหมายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง                      ขอฝากเครือข่ายทุกท่านเป็นหูเป็นตา และหากพบว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์ ลามกอนาจาร หมิ่นสถาบัน ละเมิดลิขสิทธิ์ และเข้าข่ายผิดกฎหมายอาหารและยา เป็นต้น กระทรวงฯ จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยยื่นเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ลบข้อมูลหรือ การหลอกลวงออนไลน์ และภัยจากแก๊ง Call Center ให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 หรือสายด่วน 1441   ***********************

             รมว.ดีอีเอส นำทัพนักกีฬาอีสปอร์ตพร้อมคณะผู้ฝึกสอนเข้าพบนายกฯ ทำเนียบรัฐบาล หลังคว้ารางวัลซีเกมส์ ณ ประเทศเวียดนาม และรางวัลแชมป์โลกจากการแข่งขัน Free Fire World Series (FFWS) 2022 ณ ประเทศสิงคโปร์                 วันนี้ (30 พ.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้นำคณะผู้เกี่ยวข้องกับการนำพากีฬาอีสปอร์ตของไทย สู่การคว้ารางวัลระดับสากล เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยคณะบุคคลดังกล่าว ได้แก่ นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย คณะผู้ฝึกสอนและนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ณ ประเทศเวียดนาม  ระหว่างวันที่ 13-22 พ.ค. 65 ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 8 ประเภทรางวัล สามารถชนะการแข่งขันได้รับเหรียญรางวัล รวมทั้งสิ้น 6 เหรียญ โดยแบ่งเป็น 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตของนักกีฬาไทยในการแข่งขัน Free Fire World Series (FFWS) 2022 ณ ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 14-21 พ.ค. 65 ซึ่งมีทีมเข้าร่วมการแข่งทั้งสิ้น 18 ทีม จาก 11 ภูมิภาคทั่วโลก เพื่อชิงแชมป์โลก Garena Free Fire ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันรวม 2 ทีม ได้แก่ ทีม Attack All Around และ ทีม Evos Phoenix ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับ โดยทีมที่คว้าแชมป์ได้เงินรางวัล 17 ล้านบาท                  ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ให้การสนับสนุนการผลักดันกีฬาอีสปอร์ต และพัฒนาศักยภาพกีฬาอีสปอร์ตของไทย เพื่อทำให้เกิดมูลค่าและเป็นการสร้างรายได้จากกีฬาประเภทใหม่ๆ และต่อยอดสู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและด้านอื่นๆ ของประเทศด้วย โดยพลเอก ประยุทธ์ เน้นย้ำต่อเนื่องว่าพร้อมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และรัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการจัดแข่งขันอีสปอร์ตระดับสากลขึ้นในประเทศไทย                  “นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความชื่นชมทีมนักกีฬาและคณะผู้ฝึกสอนกีฬาอีสปอร์ต รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้ให้การสนับสนุนทุกคน และยังกล่าวในนามของรัฐบาล ขอบคุณและร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะของทีมชาติไทย พร้อมเป็นกำลังใจในการแข่งขันครั้งต่อ ๆ ไป” นายชัยวุฒิ กล่าว   *******************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.