Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

             เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.65 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับมอบหมายจาก นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุนรัฐบาล (ทุนบุคคลทั่วไประดับปริญญา) ประจำปี 2565 ซึ่งจัดให้มีการเข้าพบส่วนราชการของผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสม ของบุคคลเพื่อรับทุนรัฐบาลฯ ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ของสำนักงาน ก.พ. เรื่องการยืนยันรายละเอียดทุนสำหรับการเตรียมและพัฒนากำลังคนภาครัฐในระดับหน่วยงาน (Department – based) ทุนตามความต้องการของส่วนราชการ/หน่วยของรัฐ (ส่วนกลางและภูมิภาค) ภาครัฐ   ********************


         ดีอีเอส รายงานสรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรายสัปดาห์ เปิด 10 อันดับข่าวที่มีคนสนใจสูงสุด พบประเด็นที่อยู่ในกระแสมาครบ ทั้งเรื่องไข่ไก่ กัญชา น้ำมัน และสแกนคิวอาร์โค้ดไปรษณีย์ฯ เสี่ยงถูกดูดเงิน ส่วนข่าวลวงสินเชื่อแบงก์ใหญ่ก็ยังไม่หลุดโผ             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 10-16 มิ.ย. 65 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีจำนวนข้อความเข้ามา 11,696,488 ข้อความ หลังจากคัดกรองพบข้อความที่ต้องดำเนินการ Verify จำนวน 271 ข้อความ แบ่งเป็น ข้อความที่ได้จากช่องทาง Social Listening Tool จำนวน 250 ข้อความ และช่องทางไลน์ทางการของศูนย์ฯ จำนวน 21 ข้อความ โดยเป็นจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 129 เรื่อง            โดยในรอบสัปดาห์นี้ ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 ไข่ไก่เหี่ยว เกิดจากแม่ไก่เป็นโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ อันดับ 2 ผลิตภัณฑ์ Lutiana VIS ช่วยบำรุงสายตา และฟื้นฟูการมองเห็น อันดับ 3 ห้ามกรอกลงทะเบียนจดแจ้งปลูกกัญชาของทางอย. เพราะเป็นของมิจฉาชีพ อันดับ  4 หากสแกน QR Code จากใบนัดนำจ่ายสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ สามารถถูกดูดเงินในบัญชีได้ อันดับ 5 กรุงไทยเปิดลงทะเบียนสินเชื่ออเนกประสงค์ วงเงิน100,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,190 บาท นาน 84 เดือน           อันดับ 6 ประเทศไทยขุดน้ำมันดิบได้มากกว่า 40% ของความต้องการใช้ แต่ต้องส่งออกเพราะไม่มีคลังเก็บน้ำมันที่กลั่นเกิน อันดับ 7 รพ. วชิรพยาบาล รักษาอาการปวดเข่าโดยวิธีปั่นเลือดและฉีดที่หัวเข่า ข้างละ 300 บาทอันดับ 8 ใช้คางคกถูบริเวณที่ตะขาบกัดจะช่วยดูดพิษออกได้ อันดับ 9 ไทยเตรียมรับมือพายุโซนร้อน ตั้งแต่วันที่ 14 -19 มิ.ย. 65 และอันดับ 10 การขึ้น 1 ขีดหรือ 2 ขีด ของ ATK เป็นเพียงค่าของความเป็นกรด - ด่าง อาจจะไม่ได้ติดเชื้อโควิด 19           “อยากให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมบนโซเชียล และขอความร่วมมืออย่าเชื่อในทันที ควรตรวจสอบก่อน และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   ______________

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ในปัจจุบันประชาชนนิยมใช้ QR CODE ในการใช้จ่ายสินค้าหรือบริการต่างๆ ร้านอาหารหลายแห่งเริ่มใช้ QR CODE ในการชำระเงินแบบไร้เงินสด ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวก ทั้งนี้ฝากเตือนประชาชนถึงการใช้ QR CODE ต้องระวังและมีสติในการใช้งาน ซึ่งอาจมีผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดีอาจจงใจใช้ QR CODE พิมพ์ URL ซึ่งนำไปสู่เว็บไซต์หลอกลวง(Phishing) หลอกให้กรอกข้อมูลหรือบัญชีธนาคารหรือหลอกให้โอนเงินไปบัญชีคนอื่นที่ไม่ใช่บัญชีของร้านค้าได้ เช่นกัน  ซึ่งประชาชนสามารถป้องกันจาก QR CODE ปลอมได้โดย             1. ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของ QR CODE ว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ โดยก่อนกด Scan ควรตรวจสอบหรือPreview ตัวลิงก์หรือ URL โดยเมื่อเราใช้กล้องของมือถือ Smart Phone ส่องดูก่อนกด Scan หากพบว่าลิงก์ที่ปรากฎขึ้นมาแปลกๆ หรือไม่ตรงกับชื่อเว็บไซต์ที่ใช้บริการอยู่ก็ไม่ควรที่จะกด Scan ต่อ 2. ใช้โปรแกรมในการ Scan ที่สามารถระบุได้ว่าลิงก์ที่ Scan จาก QR CODE เป็นลิงก์ที่ปลอมหรือหลอกลวง(malicious links) ซึ่งสามารถหาใช้งานได้จากโปรแกรม Antivirus ที่มีคุณสมบัตินี้ คล้ายกับการ scan virus ก่อนใช้งาน usb drive แต่นี้คือการ Scan QR CODE หรือลิงก์ก่อนที่จะทำธุรกรรมต่อไป 3. เมื่อกด Scan QR CODE ไปแล้ว ก่อนโอนเงินหรือทำธุรกรรมใดๆ ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นบัญชีของผู้ขายจริงๆ โดยสอบถามยืนยันกับผู้ขายว่าชื่อบัญชีนี้ถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะโอนเงินชำระค่าสินค้าไป เพราะผู้ร้ายสามารถสร้าง QR CODE ปลอมบัญชีอื่นซึ่งไม่ใช่บัญชีของร้านค้าเอามาหลอกเราได้ ควรตระหนักหรือระวังในส่วนนี้ด้วย              หากพบว่ามีคนร้ายเข้ามาหลอกลวง และมีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาสร้างปัญหาให้พี่น้องประชาชน สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่กระทรวงดิจิทัล สายด่วน 1212 หรือแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน   ______________

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 1 (สอบข้อเขียน) และมีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ครั้งที่ 2 (สอบสัมภาษณ์)และกำหนดวัน เวลา และสถานที่ประเมิน ในการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน และตำแหน่งนิติกร

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง และกำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และนิติกรปฏิบัติการ

              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ชี้มาตรการยกเว้นภาษี หรือ Capital Gain Tax จะช่วยดึงดูดการลงทุน ทำให้สตาร์ทอัพสามารถระดมทุนได้เพิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสการเติบโตของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย พร้อมก้าวสู่ระดับสากล อีกทั้งช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเศรษฐกิจของไทย และเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าสูงต่อไป               วันนี้ (20 มิถุนายน 2565) ที่กระทรวงดิจิทัลฯ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการยกเว้นภาษี หรือ Capital Gain Tax เป็นเวลา 10 ปีแก่นักลงทุนไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยภายใต้ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยจะต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 24 เดือนตามที่ กระทรวงการคลัง โดย กรมสรรพากร เสนอ ซึ่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๕๐) พศ. ๒๕๖๕ (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น               นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยเฉพาะสตาร์ทอัพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมพัฒนาคนและการศึกษา ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจสำคัญของ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ที่ต้องการส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาเครือข่ายและระบบนิเวศสตาร์ทอัพ (Startup Ecosystem) เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย พร้อมก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งถือเป็นแผนงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ               “มาตรการยกเว้นภาษี Capital Gain Tax โดยความร่วมมือระหว่าง กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ ดีป้า จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างชาติผ่านธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) สนับสนุนให้สตาร์ทอัพไทยสามารถระดมทุนได้เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดสตาร์ทอัพรายใหม่ อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในประเทศ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเศรษฐกิจของไทย เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าสูงต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว                ทั้งนี้สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ประเมินว่า มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในสตาร์ทอัพจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยมากกว่า 3.2 แสนล้านบาทภายในปี 2569 เกิดการจ้างงานเพิ่มกว่า 4 แสนตำแหน่ง และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 7.9 แสนล้านบาท   *********************

             “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ย้ำในวงเสวนาสมาคมนักข่าว กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ยกเว้นไม่บังคับใช้กับผู้โพสต์หรือแชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือกิจกรรมในครอบครัวตัวเอง ที่ไม่ได้มุ่งหาประโยชน์อื่น การทำงานของสื่อมวลชนตามจริยธรรมทางวิชาชีพ และการเก็บรวบรวมข้อมูลของหน่วยงานในการรักษาความมั่นคงและประโยชน์สาธารณะของประชาชน                นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในงานเสวนาจิบน้ำชา “ไขข้อข้องใจ PDPA สมาคมนักข่าว” วันนี้ (20 มิ.ย. 65) ว่า ปัจจุบันคนไทยใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์เฉลี่ยวันละกว่า 8 ชั่วโมง และทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านโลกออนไลน์ เช่น การซื้อของออนไลน์ สั่งดิลิเวอรี่ ที่ต้องมีการแจ้งชื่อ เบอร์โทร ข้อมูลการติดต่อ ทำให้มีข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานที่ไปจัดเก็บอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบสื่อสารจำนวนมาก โดยที่ตัวเจ้าของข้อมูลอาจไม่รู้ตัว                บริบทข้างต้นสะท้อนให้เห็นโอกาสของการพลั้งเผลอที่อาจจะปล่อยข้อมูลส่วนตัว เข้าสู่ระบบเครือข่ายเทคโนโลยี จนกลายเป็นอันตรายต่อตนเองอย่างไม่ตั้งใจ จึงทำให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในการออก พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA มาบังคับใช้ หลักการสำคัญคือเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน  และไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล                  “อยากให้สื่อมวลชน ศึกษาทำความเข้าใจกฎหมายฉบับนี้ในเรื่องการยกเว้น  โดยใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลฯ ได้กำหนดข้อยกเว้น ในมาตรา 4 ซึ่งมีข้อยกเว้นที่กฎหมายฉบับนี้ไม่บังคับใช้ ได้แก่ 1.ข้อมูลที่โพสต์หรือแชร์ เป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องการค้า หรือการไปหาประโยชน์ใดๆ                   2.การทำหน้าที่ของสื่อมวลชน การเสนอข่าว การทำหน้าที่ตามมาตรฐานจริยธรรมทางวิชาชีพ ซึ่งจะไม่ผิดตามกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามต้องระวังว่าอาจไปละเมิดกฎหมายอื่นๆ ได้แก่ กฎหมายหมิ่นประมาท เป็นต้น และ 3.งานด้านความมั่นคง เพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน เพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชน โดยจะมีข้อมูลของประชาชนจำนวนมาก จาการที่ต้องติดตามสืบสวนคดีต่างๆ ที่เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับภัยความมั่นคง” นายชัยวุฒิกล่าว                  นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของข้อมูลจากการทำธุรกรรมระหว่างประชาชนกับบริษัทร้านค้าต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่ให้ไว้กับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งองค์กรทั้งรัฐและเอกชนต่างๆ ก้ต้องมีการปรับตัวในการลงทุนทำระบบป้องกัน โดยมองว่า ระบบแรกที่ต้องดำเนินการ ก็คือ การบริหารจัดการภายในเกี่ยวกับบุคลากร มีการให้ความรู้ และมีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน ในการไม่ปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหล                  โดยงานเสวนาวันนี้มีผู้เข้าร่วม ได้แก่ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้บังคับการ กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี ตัวแทนภาคเอกชน ตัวแทนกลุ่มอินฟูลเอนเซอร์ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน                  นายชัยวุฒิกล่าวว่า กรณีที่ประชาชนพบข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลหรือถูกละเมิด สามารถร้องเรียนไปที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และหน่วยงานนั้นๆ ที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหล ขณะเดียวกัน ย้ำเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ รัฐและเอกชน ต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้แล้ว เกิดประโยชน์ คุ้มครองสิทธิของประชาชนได้จริง นี่คือเป้าหมายสูงสุด  และต้องไม่เป็นภาระต่อประชาชน หรือผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ มากเกินไป                   “เจตนาของข้อกฎหมายก็เพื่อคุ้มครองการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เกิดความโปร่งใส ผู้ที่ถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ก็สามารถตรวจสอบได้ ขอยกเลิกได้ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของโลกดิจิทัลให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐเอง ก็จะได้ปรับตัวเข้าสู่การจัดระเบียบข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยยกระดับมาตรฐานการเชื่อมต่อด้านข้อมูลให้นานาประเทศยอมรับมากขึ้น ดังเช่นการหารือของผมกับผู้นำสิงคโปร์ก่อนหน้านี้ ที่ยืนยันว่าการเริ่มบังคับใช้ PDPA ของเราเป็นเรื่องดีที่จะช่วยพัฒนาประเทศไทยเข้าสู่มาตรฐานอีกระดับของโลกยุคดิจิทัลต่อไป” นายชัยวุฒิกล่าว   ******************************

        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การต้อนรับ นายอับดุลนัซเซอร์ จามาล อัลชะลี (H.E. Mr. Abdulnasser Jamal Alshaali) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้านเศรษฐกิจและการค้า และนายซาอีฟ อับดุลลา มูอัมหมัด คัลฟาน อัลชัมซี (H.E. Mr. Saif Abdulla Mohammad Khalfan AlShamsi) เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย ในโอกาสพบหารือ ณ ห้องรับรอง ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม              ในโอกาสนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และนายอับดุลนัซเซอร์ จามาล อัลชะลี ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางและมาตรการสำคัญในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจและการลงทุน ความมั่นคง และสาธารณสุข รูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ได้ร่วมหารือนโยบายสำคัญเกี่ยวกับดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละฝ่าย รวมถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรอัจฉริยะ นวัตกรรมและเทคโนโลยี และการเปลี่ยนเป็นดิจิทัล โดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อหารือการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกันและหารือรายละเอียดแนวทางเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันต่อไป   _________________



               นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผย กม. ลูก 4 ฉบับ มีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีทั้ง 1) การผ่อนปรน PDPA สำหรับ เอสเอ็มอี-วิสาหกิจชุมชน 2) การประกาศสร้างความชัดเจนในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และให้เวลาเตรียมการ 180 วัน 3) การประกาศมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำให้ชัดเจนสอดคล้องกับประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ได้ใช้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และ 4) ประกาศ การลงโทษทางปกครอง ที่คำนึงถึงเจตนา และให้มีการไกล่เกลี่ย ตักเตือน                    สำหรับกฎหมายลำดับรองฉบับที่ 1. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง การยกเว้นการบันทึกรายการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2565 เป็นการผ่อนผัน PDPA ในเรื่องการบันทึกรายการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ให้ 1) SME  เช่น โรงงานผลิต ที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน หรือ รายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือ ร้านค้าปลีกหรือบริษัท ที่มีพนักงานไม่เกิน 100 คน หรือ รายได้ไม่เกิน 300 ล้านบาท 2) วิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน 3) วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือกลุ่มกิจการเพื่อสังคม 4) สหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ 5) มูลนิธิ สมาคม องค์กรศาสนา หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร และ 6) กิจการในครัวเรือนหรือกิจการอื่นในลักษณะเดียวกัน                  สำหรับกฎหมายลำดับรองฉบับที่ 2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 เพื่อให้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินการตาม PDPA โดยมีการให้เวลาผู้ประกอบการ 180 วันในการเตรียมตัว                   สำหรับกฎหมายลำดับรองฉบับที่ 3. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 เพื่อให้มี มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำให้ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ที่ได้ใช้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สร้างภาระเพิ่มขึ้นจากเดิม ที่มีการปฏิบัติตาม ประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ อยู่แล้ว                   สำหรับกฎหมายลำดับรองฉบับที่ 4. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครอง โดยคำสั่งลงโทษตามระดับความร้ายแรงของการทำความผิด กรณีไม่ร้ายแรง ให้ตักเตือนหรือสั่งให้แก้ไข สั่งห้าม หรือสั่งจำกัดการกระทำ ได้ สำหรับกรณีร้ายแรง (ที่อาจหมายรวมถึงกรณีที่ส่งผลกระทบรุนแรงในวงกว้าง) หรือสั่งตักเตือนไม่เป็นผล จึงให้ลงโทษทางปกครองโดยการปรับ                   ทั้งนี้ ข้อยกเว้นต่างๆ และ รายละเอียดและ ตามประกาศ ทั้ง 4 ฉบับ ควรศึกษาจากประกาศฉบับเต็ม ที่เผยแพร่ในราชกิจจา แล้ว นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)  ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.65 มีเจตจำนงชัดเจน ที่ต้องการให้ PDPA เกิดประโยชน์กับประชาชน ในขณะเดียวกัน มุ่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายน้อยที่สุด เน้นการให้ความรู้และตักเตือน จากการติดตาม ทราบว่า ขณะนี้ มี กม. ลูก 4 ฉบับ ที่ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้เห็นชอบ ในสัปดาห์ที่แล้ว ได้ลงราชกิจจาประกาศบังคับใช้ แล้วเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2565 นี้                 นอกจากนี้ ยังมี กม.ลูกที่สำคัญอีก 4 ฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมารคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคาดว่า จะสามารถดำเนินการเรื่อง กม.ลูก รวมทั้งหมด 8 ฉบับได้ ภายในเดือน มิถุนายน นี้                “ในเชิงนโยบาย และแนวทางการดำเนินงานของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรามุ่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายน้อยที่สุด สะท้อนการเริ่มบังคับใช้ในช่วงแรกของกฎหมายฉบับนี้ ที่ไม่ควรเป็นภาระเกินไป เน้นการให้ความรู้และตักเตือน ไม่เน้นการลงโทษ” รัฐมนตรีชัยวุฒิ กล่าว   *******************

                เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุมเตรียมการประชุมใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก สมัยที่ 13 (Virtual Meeting for Congress Planning) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีประเด็นการประชุมที่สำคัญ อาทิ ทบทวนวาระและกำหนดการประชุม 13thAPPU ซึ่งท่าทีของไทยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาการเลือกตั้งตำแหน่งเลขาธิการ APPU ประเด็นโครงสร้างของ APPU ในช่วงปี ค.ศ. 2022-2026 ซึ่ง  APPU ได้มีการทบทวนเพื่อนำเสนอตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานด้านต่างๆ โดยไทยได้แจ้งเข้าสมัครเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการและคณะทำงานทุกคณะ และประเด็นข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม Congress ของเจ้าภาพการประชุม ท่าทีของไทยได้แจ้งความเห็นให้ APPU เพิ่มเติมร่างแนวทางข้อกำหนดและแก้ไขข้อบังคับการประชุมในประเด็นกรณีลงมติลับหรือลงมติที่ไม่ได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น   *********************

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕

       ในวันที่ 23 มิ.ย. 2565 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเปิดงานและปาฐกถาหัวข้อ “PDPA กับเศรษฐกิจดิจิทัล และสถาบันการเงิน” ร่วมจัดโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ และมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมบรรยายพิเศษในครั้งนี้ด้วย              โดยนายชัยวุฒิ กล่าวว่า ผมได้มาเปิดงานการสัมมนาให้ความรู้เรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือPDPA ซึ่งวันนี้ทางธนาคาร สถาบันการเงินภาครัฐ 8 แห่ง ก็ได้มารวมกัน วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการนำกฎหมาย PDPA ไปใช้ โดยเฉพาะในสถาบันการเงินภาครัฐ ขอเรียนว่าพี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงธนาคาร สถาบันการเงินทุกแห่งมีการเก็บข้อมูลของลูกค้า ของประชาชนอยู่แล้ว และมีระบบป้องกันไม่ให้รั่วไหล ซึ่งต้องมาทำความเข้าใจ และอาจต้องมีการปรับปรุงระบบเพิ่มขึ้นตามกฎหมาย เช่น การขอความยินยอมในการขอใช้ข้อมูล ซึ่งตามกฎหมายการนำข้อมูลลูกค้า หรือประชาชนไปใช้ต้องมีการขอความยินยอม หรือการทำเรื่องของระบบรองรับการขอใช้สิทธิ์ของประชาชนในเรื่องข้อมูล เรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เรื่องการป้องกันการถูกโจมตีจากแฮกเกอร์โดยทั่วไปธนาคารไทยสถาบันการเงินของเรามีระบบป้องกันที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว               แต่ก็จะมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือในอดีตจะมีการนำข้อมูลของลูกค้าของประชาชนที่มีบัญชีกับธนาคารหรือบัตรเครดิตหรือบริษัทประกันภัย ประกันชีวิต ถ้าข้อมูลนี้ได้ถูกนำไปใช้ Telemarketing การโทรมาขายสินค้า เราจะเห็นว่าเมื่อก่อนมีคนโทรมาขายสินค้ากับเราอยู่ตลอด ซึ่งก็ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเดือดร้อนรำคาญ ตอนนี้หากไม่ขอความยินยอมก่อนใช้ข้อมูลเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย PDPA ข้อมูลของลูกค้า ข้อมูลของประชาชน จะนำไปส่งต่อให้คนอื่น แล้วเอามาโทรขายสินค้าไม่ได้ต่อไป                 “การนำ PDPA มาใช้ ส่งผลให้ประเทศไทย มีกฎหมาย กฎระเบียบเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ส่งเสริมการทำธุรกิจการเงินระหว่างประเทศ ส่งเสริมการโอนเงิน การแลกเปลี่ยนเงิน การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศของไทย นับเป็นกลไกสำคัญสนับสนุนภาคการเงินและเศรษฐกิจยุคใหม่ของไทย” รัฐมนตรีชัยวุฒิ กล่าว    ______________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.