Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

            8 ก.พ. 2566 - ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกล่าวเปิดงานการประชุมนานาชาติเรื่องเด็กยุคดิจิทัลครั้งที่ 1 : ร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กในประเทศไทย โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน มี UNICEF ITU และ ECPAT ร่วมจัดงาน ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ   __________________

เกี่ยวกับ พร. - หน้าที่และอำนาจ   - โครงสร้างบุคลากร   - นโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ ภารกิจหน่วยงาน - การพัฒนาโครงสร้าง   - ตัวชี้วัดของ สป.ดศ.   - การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA 4.0) กฎหมาย/ระเบียบ/คำสั่ง - พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อเรา หน้าที่และอำนาจ หน้าที่และอำนาจ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (พร.) มีดังนี้ 1. เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่ปลัดกระทรวงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการในสำนักงานปลัด และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม2. ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงานปลัด และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม3. ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ และหน่วยงานในสังกัดสำนักสำนักงานปลัด และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม4. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย    อ้างอิง : กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง โครงสร้างบุคลากร โครงสร้างบุคลากร กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (พร.) มีดังนี้ นโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ 1. ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐)2. แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม3. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ4. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔5. (ร่าง)แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ.๒๕๖๖ - ๒๕๗๐6. แผนปฏิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-25707. แผนปฏิบัติราชการสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปี กฎหมาย/ระเบียบ/คำสั่ง 1. พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕

         วันนี้ ( 9 ก.พ. 2566 ) นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เป็นผู้เเทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิทัลครั้งที่3 ณ.เกาะโบราไคย์ ประเทศฟิลิปปินส์พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม และ นาย ตุลย์ ไตรโสรัส เอกอัครราชทูตณ.กรุงมะนิลา เข้าร่วมประชุมด้วย             โดย นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในด้านดิจิทัลของกลุ่มประเทศ10ประเทศ โดยการนำเทคโนโลยีการสื่อสารไอซีทีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นการนำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นมาใช้อย่างเต็มรูปแบบนอกจากนี้ ประเทศไทย ได้เสนอต่อที่ประชุมอาเซียนทั้ง10 ประเทศให้จัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงาน เพื่อกำกับดูเเลและทำความร่วมมือระหว่างกันในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือ การหลอกลวงออนไลน์ การหลอกลงทุน เเก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งมีปัญหาในทุกประเทศดังนั้น เราต้องจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูเเลเเละเเก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ได้อย่างจริงจังและเร่งด่วนเพราะเกิดความเสียหายกับประชาชนในทุกประเทศ   ___________________

             วันนี้ (9 ก.พ.66) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมหารือการส่งเสริมการใช้ระบบรับเรื่องร้องทุกข์ “Traffy Fondue” (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) ของประชาชน โดยมีผู้แทนจาก กระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สวทช. บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สป.ดศ.   __________________


            วันนี้ (9 ก.พ. 66) ดร.ณัฐพล ณัฐฏสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 โดยมี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย   _________________  

         เมื่อวันที่ 6 – 8 ก.พ. 66 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 3 (The 3rd ASEAN Digital Senior Officials’ Meeting: ADGSOM) และการประชุม ADGSOM ครั้งที่ 3 กับคู่เจรจา ณ เกาะโบราเคย์ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยมีประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจา ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และ ITU รวมถึงผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน             โดยในระหว่างการประชุมฯ ได้มีการหารือในหลายประเด็น ได้แก่ รายงานผลการศึกษาภูมิทัศน์ปัญญาประดิษฐ์ของอาเซียน การจัดทำแนวทางปฏิบัติร่วมระหว่างข้อสัญญาต้นแบบของอาเซียน และข้อสัญญามาตรฐานของสหภาพยุโรป สำหรับการโอนข้อมูลระหว่างประเทศ และกรอบการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการเติบโตของวิสาหกิจเริ่มต้นด้านดิจิทัลในอาเซียน ตลอดจนได้เข้าร่วมหารือและให้ความเห็นชอบต่อแผนงานความร่วมมือด้านดิจิทัลปี 2566 กับคู่เจรจา โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนความร่วมมือเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ของแผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. 2025 ทั้งการพัฒนานโยบายดิจิทัลและโทรคมนาคม เทคโนโลยี 5G Open RAN ปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมดิจิทัลความปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และระบบนิเวศด้านดิจิทัล             ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงๆ ได้ผลักดันความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางสื่อออนไลน์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการจัดการกับปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันสร้างความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก และได้นำเสนอให้มีการจัดตั้งกลไกระดับภูมิภาค ด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงของภัยคุกคามผ่านสื่อออนไลน์ และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน ซึ่งสมาชิกอาเซียนหลายประเทศได้สนับสนุนข้อเสนอของประเทศไทยดังกล่าว และมีความเห็นตรงกันว่าเป็นปัญหาสำคัญระดับภูมิภาคที่จำเป็นต้องดำเนินการทันที และต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการระดับภูมิภาค               นอกจากนี้ ระหว่างการประชุมฯ ยังได้มีการหารือกับสหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ USABC เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับทวิภาคี อาทิ การจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศฟิลิปปินส์กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการส่งเสริมระบบนิเวศด้านดิจิทัล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการพัฒนาบุคลาการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์   __________________

        นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกกระทรวง เผยว่า ได้พบการหลอกลวงของคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งประชาชนผ่านการโทรไลน์ และ link ขอให้เข้าอัปเดทข้อมูลเพื่อให้เงินช่วยเหลือ              จากกรณีที่มีการเผยแพร่ว่า มีเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าติดต่อประชาชนผ่านการโทรศัพท์ และให้กรอกข้อมูลผ่านช่องทางไลน์ เพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลนิติบุคคลนำไปอัปเดท (Update) ฐานข้อมูลหรือให้เงินช่วยเหลือ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่มีนโยบายในการโทรศัพท์เพื่อติดต่อหาประชาชน หรือส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลผ่านไลน์ รวมทั้งขอข้อมูลส่วนบุคคล และให้อัปเดตข้อมูลนิติบุคคลในการเสนอเงินช่วยเหลือธุรกิจแต่อย่างใด                ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.dbd.go.th/ หรือโทร 1570 ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป              นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์ โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   _______________  

         กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด  พบข่าวปลอมนโยบายรัฐบาลยังครองแชมป์ ด้านข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจส่วนใหญ่อ้างสถาบันการเงินหลอกกู้เงินออนไลน์  เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ      นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวถึง การสรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำวันที่ 3 - 9 กุมภาพันธ์ 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,202,535 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify)  ทั้งสิ้น 256 ข้อความ แบ่งเป็นข้อความที่มาจาก Social listening จำนวน 225 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Line Official จำนวน 31 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 117 เรื่อง               ทั้งนี้ ดีอีเอสได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข่าวปลอมเรื่องนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และ            ความมั่นคงภายในประเทศจำนวน 71 เรื่อง กลุ่มที่ 2 ข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย             จำนวน 30 เรื่อง กลุ่มที่ 3 ข่าวปลอมเรื่องภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 4 ข่าวปลอมเศรษฐกิจ จำนวน 9 เรื่อง สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่มมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องโควิค-19 จำนวน 3 เรื่อง              อย่างไรก็ตาม เมื่อดูข้อมูลเชิงลึก (Insight) ยังพบข้อน่าเป็นห่วง เพราะยังมีการกระจายข่าวปลอมเกี่ยวกับการเงินเป็นส่วนใหญ่ ทั้งเรื่องการปล่อยสินเชื่อ การให้เงินกู้ หรือชักชวนลงทุน โดยอ้างชื่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคข่าวสารออนไลน์อย่างมาก         โดยพบว่าข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีดังนี้ อันดับที่ 1 เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่ออาชีพอิสระ สำหรับผู้ทำธุรกิจส่วนตัว ผ่านเพจ Llewellyn Rogahn อันดับที่ 2 เรื่อง ออมสินให้กู้ 20 ล้านบาท ผ่านเพจ Dillon Simon อันดับที่ 3 เรื่อง SMS ของธนาคารกรุงไทยขอสินเชื่อผ่านลิงก์ อันดับที่ 4 เรื่อง ออมสิน ปล่อยสินเชื่อธุรกิจ สำหรับบุคคลธรรมดา ผ่านเพจGSB สินเชื่อ อันดับที่ 5 เรื่อง วิธีตรวจระดับความเสื่อมของสมอง อันดับที่ 6 เรื่อง เพจ Facebook และบัญชี Line ชวนลงทุนด้วยงบ 1,000 บาท กำไร 500 - 1,000 บาท  ใช้โลโก้ ก.ล.ต. และมีเอกสารรับรองจาก ก.ล.ต.  อันดับที่ 7 เรื่อง กระทรวงสาธารณสุขรับสมัครคุณแม่ทำงานอยู่บ้าน รายได้ 2,000 - 4,500 บาท/วัน  อันดับที่ 8 เรื่อง เพจ Facebook และบัญชี Line ชวนลงทุนหุ้นอุตสาหกรรม ด้วยงบขั้นต่ำ 1,000 บาท ใช้โลโก้ ก.ล.ต. และมีเอกสารรับรองจาก ก.ล.ต. อันดับที่ 9 เรื่อง เรื่อง เวลาอาบน้ำอุ่นให้ราดจากเท้าก่อนเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ป้องกันเส้นเลือดในสมองแตกฉับพลัน อันดับที่ 10 เรื่อง กรมสรรพากร กระทรวงการคลังเปิดเว็บไซต์ใหม่               พร้อมกันนี้ นางสาวนพวรรณ ยังขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่อในข้อความเชิญชวนต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้กู้เงิน หลอกลงทุน ให้สินเชื่อต่าง ๆ ของมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงิน เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย  ขอให้ประชาชนต้องมีสติก่อนโอนเงิน หรือไม่กดลิงค์เว็บไซต์ใด ๆ โปรดสังเกตและอย่าหลงเชื่อกลโกงของ  โจรเหล่านี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง และสามารถติดตามหรือแจ้งเบาะแสข่าวปลอมผ่านช่องทางของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand  และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง _________________

            วันนี้ (13 ก.พ.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางดำเนินการเพิ่มขีดความสามารถให้บริการข้อมูลอุตุนิยมวิทยาการบิน เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ (MET/ATM) ตามแผนแม่บทห้วงอากาศและการจัดการจราจรอากาศแห่งชาติ พ.ศ.2560 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และนายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   __________________________



           สำหรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส มีความห่วงใยประชาชนทุกท่าน ที่อยู่ในช่วงเฉลิมฉลองวันแห่งความรัก ท่านอาจจะได้รับผลกระทบจากการเข้าถึงสื่อออนไลน์ ผ่านเฟสบุค โมบายแอปพลิเคชัน ทวิตเตอร์และอินสตาแกรม รวมถึงได้รับข้อความผ่านเอสเอ็มเอส เป็นต้น ขอให้ทุกท่านโปรดระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวของท่านกับคนแปลกหน้า              นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ การทำงานของมิจฉาชีพที่จะมาหลอกลวง เหยื่อผ่านสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่างๆ มีความหลากหลายและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก ท่านอาจจะได้รับข้อความส่งมาทาง Messenger เพื่อขอเป็นเพื่อนและขอเป็นคนรัก มีการเชิญชวนให้ท่านร่วมลงทุนเพื่อวางแผนอนาคตร่วมกัน ซึ่งมิจฉาชีพอาจจะหลอกให้โอนเงินไปยังปลายทางและหลอกว่าเป็นเงินเก็บร่วมกัน ขอให้ท่านอย่าหลงเชื่อ เนื่องจากจะทำให้ท่านเสียทรัพย์สินได้              นอกจากนี้หากมิจฉาชีพ มีการเชิญชวนให้ท่านโหลดแอปพลิเคชัน และเล่นเกมส์ผ่านเว็บไซต์ รวมถึงท่านที่ต้องการซื้อช่อดอกไม้จากร้านค้าออนไลน์ที่มิจฉาชีพแปลงตัวเป็นร้านขายดอกไม้ออนไลน์ ขอให้ท่านตรวจสอบแอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ และร้านดอกไม้ที่น่าเชื่อถือ ก่อนที่ท่านจะชำระเงินหรือโอนเงินไปยังปลายทาง เพื่อป้องกันความเสียหายในการชำระเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ              นางสาวนพวรรณ กล่าวต่อว่า ดีอีเอส ขอให้ท่านทบทวนและระวังบุคคลแปลกหน้าที่ขอเข้ามาเป็นเพื่อนหรือคนรัก มิจฉาชีพอาจจะขอข้อมูลส่วนตัวของท่านในโชเชียลมีเดียไปแสวงผลประโยชน์ มีการถอนเงินจากบัญชีของท่านผ่านออนไลน์ แบงค์กิ้ง หรือเชิญชวนให้ท่านลงทุนเงินสกุลคริสโต เคอเรนซี่ เป็นต้น นอกจากนี้สำหรับท่านที่เข้าไปหาเพื่อนคุยหรือมองหาคนรักผ่านแอปพลิเคชันจับคู่ ขอให้ท่านเข้าใช้แอปพลิเคชันหาคู่อย่างระมัดระวังเพื่อท่านจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นปลอม ซึ่งหากท่านพาดพลั้งโหลดแอปพลิเคชั่นปลอม นอกจากท่านจะไม่สามารถพบเพื่อนคุยและคนรัก ผ่านแอปพลิเคชั่น ท่านอาจจะถูกมิจฉาชีพขโมยข้อมูลส่วนตัว ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัญชีธนาคารของท่านไปขายต่อยังเว็บไซต์ผิดกฎหมายหรือหน่วยงานอื่นๆที่นำข้อมูลส่วนตัวของท่านไปใช้ในทางที่ผิดได้              อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการกระทำผิดบนสื่อออนไลน์ของมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบ ดีอีเอส ไม่ได้นิ่งนอนใจ กระทรวงมีการเฝ้าระวัง ติดตาม และป้องกันการกระทำผิด ของมิจฉาชีพผ่านสื่อออนไลน์อย่างเข้มงวด รวมถึงเฝ้าระวังและติดตามกลโกงของสื่อรักผ่านออนไลน์ หรือ Romance Scam ซึ่งเป็นการ หลอกให้รัก เพื่อหวังแสวงหาผลประโยชน์จากความเชื่อใจของเหยื่อ โดยหลอกให้โอนเงินหรือทรัพย์สินไปให้ ปัจจุบันมีผู้เสียหายจากการหลอกโอนเงินจำนวนมาก ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานว่า สถิติอาชญากรรมออนไลน์ประจำเดือน มกราคม 2566 จากศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ พบว่าสถิติคดีเกี่ยวกับการหลอกให้รัก มีจำนวนสูงถึง 403 คดี โดยแบ่งเป็นคดีประเภทหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน จำนวน 168 เรื่อง และคดีหลอกลวงให้รักแล้วลงทุน จำนวน 235 เรื่อง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 190 ล้านบาท              ดีอีเอส ขอแนะนำให้ท่านทำความเข้าใจถึงกลอุบายของมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวงมักจะมาด้วยกลอุบาย ดังต่อไปนี้ 1. หลอกให้รักแล้วชวนลงทุน (Hybrid scam) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ปลอมด้วยการโอนเงินหรือลงทุนในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล 2. หลอกให้รักแล้วกดลิงก์/ดาวน์โหลดแอปรีโมท (Remote access scam) ควบคุมสมาร์ทโฟนและทำการดูดเงินในบัญชี 3. หลอกให้รักแล้วแบล็คเมล์ (Sextortion) ขู่กรรโชกทางเพศ ด้วยการชวนทำกิจกรรมทางเพศผ่านทางออนไลน์ แล้วนำภาพหรือวิดีโอมาขู่เรียกค่าไถ่ หรือบีบบังคับให้กระทำการอื่นๆ 4. มิจฉาชีพที่เป็นชาวต่างชาติจะทำทีมาจีบและให้ความหวังว่าอยากจะมาแต่งงานที่เมืองไทย และส่งทรัพย์สินให้ แต่ต้องชำระเงินค่าภาษีก่อน และขอให้ท่านช่วยชำระภาษีให้ก่อน 5. มิจฉาชีพแสดงตัวว่าได้รับมรดกเป็นเงินมหาศาล แต่ต้องชำระภาษีมรดก ขอให้ท่านช่วยชำระภาษี 6. ป่วยหนัก แต่ประกันยังเบิกจ่ายไม่ได้ 7. ส่งของรางวัลราคาแพงมาให้ แต่ติดอยู่ที่ด่านตรวจ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน ขอให้ท่านโอนเงินเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมรางวัลก่อน 8. เป็นนักธุรกิจชาวต่างชาติที่จะมาลงทุน แต่ต้องการให้ร่วมทุนด้วย               ดังนั้น เพื่อไม่ให้ท่านตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ผ่านสื่อออนไลน์ ท่านสามารถสังเกตและจับเท็จมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวงได้โดย สังเกตจากการที่มิจฉาชีพมักใช้รูปโปรไฟล์ที่ดูดี มีฐานะ ทักทายด้วยคำหวาน และใช้ภาษาอังกฤษที่ไม่ถูกหลักไวยกรณ์ มิจฉาชีพส่งอีเมลหรือลวงให้ใส่ข้อมูลธนาคาร เมื่อท่านเริ่มรู้สึกสงสัย หรือเริ่มระแคะระคายว่าจะโดนหลอก ท่านสามารถป้องกันตัวท่านเองได้ โดย 1.ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของตนเอง หลีกเลี่ยงการเปิดกล้อง หรือพูดคุยเห็นหน้า 2.ตรวจสอบรูปโปรไฟล์ว่านำมาจากที่อื่นหรือไม่ 3.ตั้งสติ ใจเย็น หมั่นถามคำถาม 4.หากมีการนัดพบ ควรมีเพื่อนไปด้วย 5.หลีกเลี่ยงการโอนเงินทุกกรณี 6.ระวังตัวอยู่เสมอ เพราะมิจฉาชีพออนไลน์มีทุกที่                อย่างไรก็ตาม หากท่านรู้ตัวว่า ได้ตกเป็นเหยื่อแล้ว ควรตั้งสติและจัดการกับปัญหาดังนี้ 1.เตรียมเอกสารส่วนตัวและสำเนาบัตรประชาชน 2.เตรียมหลักฐาน เช่น ภาพสนทนาในแอปที่ใช้ รวมถึงรูปโปรไฟล์ของผู้กระทำผิด 3.เตรียมหลักฐานการโอนเงินต่างๆ เช่น สลิป หรือ รูปการทำธุรกรรม 4. แจ้งเบาะแสได้ทางสายด่วนโทร 1212 ตลอด 24 ชั่วโมง 5. รีบไปแจ้งความ ณ สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุที่ใกล้ที่สุด หรือโทรสายด่วน 1710 (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน                “กระทรวงดิจิทัลฯ มีความมุ่งมั่น ที่จะดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน และขอแสดงความห่วงใย ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทัน ภัยออนไลน์จากมิจฉาชีพ อย่าหลงเชื่อ หากท่านใดได้รับความเดือดร้อนจากแก๊งมิจฉาชีพ หรือถูกหลอกลวงออนไลน์ต่าง ๆ หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ทางสายด่วนโทร 1212 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาว นพวรรณ กล่าว   __________________

              นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ค.ต.ป.ดศ.) เป็นประธานการประชุม ค.ต.ป.ดศ. ครั้งที่ 2/2566 พร้อมทั้งนำคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานโครงการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปี 2566 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 9 – 11 กุมภาพันธ์ 2566 โดยได้มีการประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ ในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานสถิติจังหวัดภูเก็ต ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก/สถานีอุตุนิยมวิทยาภูเก็ต สำนักงานไปรษณีย์เขต 8 ภูเก็ต ส่วนขายและบริการลูกค้า ภูเก็ต บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สาขาภาคใต้ตอนบน) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ ตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปี 2566 และโครงการอื่นที่สำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯ รวมทั้งรับฟังปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ โครงการ Smart City การให้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โครงการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีแก่วิสาหกิจชุมชนด้านเกษตรและท่องเที่ยว โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โครงการจัดทำระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) การขับเคลื่อนการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัลในจังหวัดภูเก็ต โครงการ e-Commerce ชุมชน การดำเนินงานด้านอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์ เป็นต้น พร้อมให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ณ ห้องประชุม IOT AND SMART CITY ส่วนขายและบริการลูกค้า ภูเก็ต บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับรายงานว่าการดำเนินงานของทุกหน่วยงานเป็นไปตามแผนกำหนด                   นอกจากนี้ ค.ต.ป.ดศ. ยังได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน/การใช้ประโยชน์โครงการต่างๆ ได้แก่ โครงการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสำนักงานสถิติจังหวัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลสำหรับอาสาสมัครเพื่อยกระดับการดูแลด้านสังคมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลรัษฎา อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดภูเก็ตแห่งที่ 2 ต.รัษฎา อ.เมือง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ประกอบด้วย อาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการศูนย์ฯ ซึ่งเป็นการเรียนรู้การใช้ประโยชน์ภายในศูนย์ดิจิทัลชุมชน การเรียนรู้หลักสูตรการพัฒนา อสด. ด้วยการอบรมทักษะการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) การใช้งานแอปพลิเคชัน อสด. รวมถึงการขยายผลองค์ความรู้สู่ประชาชนต่อไป                    พร้อมทั้งได้ตรวจเยี่ยมการใช้ประโยชน์ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเทศบาลตำบลฉลอง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลฉลอง อ.เมือง พบว่าศูนย์ฯ ดังกล่าวมีเฉพาะเจ้าหน้าที่ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ เท่านั้นที่เข้ามาใช้งาน เนื่องจากจุดที่ตั้งไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้งานได้ โดยคณะ ค.ต.ป.ดศ. ได้แจ้งสถิติจังหวัดภูเก็ตให้ประสานงานกับ สดช. ในฐานะเจ้าของโครงการฯ และเทศบาลตำบลฉลองเพื่อพิจารณาเรื่องการใช้งานศูนย์ฯ ให้เกิดประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ ต่อไป                     จากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานระบบ City Data Platform ของเทศบาลเมืองป่าตอง และระบบ CCTV Smart Gate Face Recognition ของศูนย์ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (Intelligent Operation Center: IOC) เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กระทู้ ซึ่งผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอบทบาท City Data Platform ของเทศบาลเมืองป่าตองในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความเป็นอยู่ ด้านคมนาคม ด้านความปลอดภัย พร้อมนำเสนอมุมมองการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในหลากหลายมิติที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนโครงการด้านข้อมูลของเมือง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) สาขาภาคใต้ตอนบน ได้ให้การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ภายใต้โครงการภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ (Phuket Smart City) ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อจังหวัดภูเก็ตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก รวมทั้งได้ร่วมมือกับกลุ่ม Startup ในพื้นที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา/การพยากรณ์สภาพอากาศ มานำเสนอในรูปแบบ/แพลตฟอร์มที่ประชาชนสามารถเข้าถึง/เข้าใจง่าย และนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวสามารถดูข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่การท่องเที่ยวเพื่อใช้วางแผนการเดินทางได้                      ตลอดจนได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการระบบควบคุมการฟีดอาหารปลาในกระชังอัจฉริยะ ของ สศด. ซึ่งได้ส่งเสริมและสนับสนุนผ่านมาตรการช่วยเหลือหรืออุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) ให้กับวิสาหกิจชุมชนประมงชายป่าเลนเกาะพร้าว ที่ประกอบธุรกิจกระชังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล อาทิ ปลา Black Salmon ปลากระพงขาว หอยมุก กุ้งมังกร ปูม้า หอยแมลงภู่ ปลานีโม ปลาหมอ และสาหร่ายพวงองุ่น รวมทั้งยังเป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลในกระชังแบบผสมผสาน สำหรับสัตว์น้ำมีการนำมาแปรรูปเป็นอาหาร รวมทั้ง ทำเป็นเครื่องประดับ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์                       สำหรับระบบควบคุมการฟีดอาหารปลาในกระชังอัจฉริยะ เป็นระบบควบคุมการให้อาหารและสั่งงานควบคุมไร้สายระยะไกล พร้อมด้วยระบบกลไกการฟีดอาหารแบบเฟืองเกลียว ทำให้ได้ปริมาณอาหารที่แน่นอนคงที่ ชุมชนสามารถติดตามและสั่งการให้อาหารแบบ Real-time กำหนดปริมาณการให้อาหารในแต่ละครั้ง มีระบบรายงานการแจ้งเตือนการให้อาหารผ่านระบบ Line แจ้งเตือนอาหารหมด และคำนวณปริมาณการให้อาหารล่วงหน้า สามารถดูกราฟข้อมูลการให้อาหารย้อนหลังต่อเดือนและรอบการเลี้ยงและการสรุปปริมาณอาหาร ซึ่ง โครงการดังกล่าวสามารถช่วยชุมชนลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการจ้างแรงงาน อีกทั้งยังมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากคุณภาพและน้ำหนักปลาที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ค.ต.ป.ดศ. เห็นว่า การดำเนินงานโครงการต่างๆ ของ สศด. โดยเฉพาะระบบ City Data Platform ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดภูเก็ตในทุกมิติ ซึ่งควรมีการขยายผลไปทั่วประเทศ    _________________

             14 ก.พ 66 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ต้อนรับ ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และคณะผู้บริหาร เข้าดูงานระบบ e-Document ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ___________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.