Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

           วันนี้ (29 กรกฏาคม 2566) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มไปทูลเกล้า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 ณ บริเวณหน้าประตูภูธรลีลาศ พระลานพระราชวังดุสิต   ______________

              กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์นี้ พบมือปั่นข่าวปลอมอ้างชื่อธนาคารออมสิน เปิดเพจ Mymo_Funny ปล่อยสินเชื่อวงเงิน 30,000 บาท ไม่มีคนค้ำระบาดหนัก ด้านสุขภาพไม่แผ่ว! น้ำมันเบนซินถอนพิษจากแมลงกัดต่อย ภายใน 3-5 นาที ติด Top 10 ข่าวปลอมคนสนใจสูงสุด เตือนประชาชนเช็คข้อมูลให้ครบทุกด้าน วอนอย่าหลงเชื่อ หยุดแชร์ หยุดส่งในโลกออนไลน์                นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 2,951,730 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ(Verify) ทั้งสิ้น 265 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 215 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 50 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 181 เรื่อง            ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในกระเทศ จำนวน 73 เรื่อง  กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 66 เรื่อง  กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 12 เรื่อง  กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 30 เรื่อง  โดย แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 23 เรื่อง                 อย่างไรก็ตาม เมื่อดูข้อมูลเชิงลึก (Insight) ยังพบข้อน่าเป็นห่วง เพราะยังมีการกระจายข่าวปลอมเกี่ยวกับการเงินเป็นส่วนใหญ่ ทั้งเรื่องการปล่อยสินเชื่อ การให้เงินกู้ หรือชักชวนลงทุน โดยอ้างชื่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคข่าวสารออนไลน์อย่างมาก                ดร.เวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ  สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ดังนี้ อันดับที่ 1 : เรื่อง เพจ Mymo_Funny ปล่อยสินเชื่อออมสินเพื่อคุณ ไม่ต้องใช้หลักประกัน อันดับที่ 2 : เรื่อง น้ำมันเบนซินถอนพิษจากแมลงกัดต่อยได้ อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจ “บริษัทจัดหางาน” ผ่านการรับรองจากกรมการจัดหางาน  อันดับที่ 4 : เรื่อง เพจ ออมสินปล่อยสินเชื่อห่วงใย อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน ผ่านเพจ GSB-Cute อันดับที่ 5 : เรื่อง เมื่อเสียชีวิตคนไทยทุกคนจะได้สิทธิรับเงินจาก พม. จำนวน 2,000 บาท อันดับที่ 6 : เรื่อง “ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป” สารอันตรายเร่งให้ไขมันพอกตับ อันดับที่ 7 : เรื่อง  กฟภ. ส่งลิงก์ https://Pea.fk-th.ccให้ประชาชนรับสิทธิและข่าวสาร อันดับที่ 8 : เรื่อง ทานไฟเบอร์ก่อนไข่และชีส ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ อันดับที่ 9 : เรื่อง ผู้อื่นสามารถสอบใบขับขี่แทนได้ อันดับที่ 10 : เรื่อง ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดแตก              “ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียล/ออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ www.antifakenewscenter.com/ twitter.com/AFNCThailand ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง” ดร.เวทางค์ กล่าว             ______________

          วันนี้ (3 ส.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเวทางค์พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกฤษฎีกา สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวาระการพิจารณาพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เพื่อใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก้ไขปัญหาการเปิดบัญชีม้า ซิมม้า และยับยั้งการทำธุรกรรมการโอนเงินของคนร้ายต่อเป็นทอดๆ เพื่อให้สามารถติดตามทรัพย์สินคืนให้กับผู้เสียหายได้ทัน อีกด้วย              ทั้งนี้ การจัดทำพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลดลงได้อย่างรวดเร็ว  ตลอดจนยังอำนวยความสะดวกในการร้องทุกข์ให้แก่ประชาชน โดยสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ   __________

              วันนี้ (4 ส.ค. 66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ในการนี้ นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และนางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีด้วย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่สำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านสื่อสาร เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ 4 สิงหาคม ของทุกปี ณ บริเวณลานหน้าอาคารอำนวยการ กสทช.   _____________________

               วันนี้ (4 ส.ค. 66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายกราบสักการะ พระอนุสาวรีย์ จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ในการนี้ ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาคผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศ และนางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีด้วย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงประกอบพระกรณียกิจที่สำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านสื่อสาร เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ 4 สิงหาคม ของทุกปี ณ บริเวณเกาะกลางน้ำ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ   _________________________

             กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปข่าวปลอมประจำสัปดาห์ที่ประชาชน   ให้ความสนใจสูงสุด เด็กแรกเกิด – 6 เดือน รับเงิน 1,200 บาท ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ตามมาด้วย เพจ DLT Smart Queue เปิดรับทำใบขับขี่ทั่วไทย และเพจปลอมสนง.ขนส่งทางบกทำใบขับขี่ออนไลน์ เตือนให้เชื่อ หลอกให้แชร์ เช็คข้อมูลให้ครบทุกด้าน               นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่28 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,441,954 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 151 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 119 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 31 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 120 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 63 เรื่อง โดยสัดส่วนหลักอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 49 เรื่อง            ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในกระเทศ จำนวน 33 เรื่อง อาทิ รัฐฯ เตรียมเยียวยาพิเศษ แจกเงินครัวเรือนละ 15,000 บาท ในเดือน ส.ค. 66 เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 49 เรื่อง อาทิอย. เตือนผลิตภัณฑ์สมุนไพรผู้เฒ่าวิ่งปู๊ดแคปซูล ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และพบสารสเตียรอยด์ เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 12 เรื่อง อาทิ กรมอุตุฯ ออกประกาศ ฉ.3 เตือน 34 จว. ฝนตกหนัก ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตรเป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 26 เรื่อง อาทิ กรมการค้าภายใน ไม่อนุญาตให้ปรับราคานมสดพาสเจอร์ไรส์ เป็นต้นโดย แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 20 เรื่อง               นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม 2566 ดังนี้               อันดับที่ 1 : เรื่อง เด็กแรกเกิด - 6 เดือน รับเงิน 1,200 บาท ใช้บัตร ปชช. ใบเดียว อันดับที่ 2 : เรื่อง เพจ DLT Smart Queue เปิดรับทำใบขับขี่ทุกประเภททั่วไทย อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจสำนักงานขนส่งทางบก รับทำใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ อันดับที่ 4 : เรื่อง ไม่ใส่รองเท้าบนพื้นปูกระเบื้องหรือหินอ่อนจะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง อันดับที่ 5 : เรื่อง เพิ่มบำนาญข้าราชการรายละ 5,000-10,000 บาท/เดือน อันดับที่ 6 : เรื่อง การบินไทยเปิดรับสมัครพนักงาน 3 อัตรา รายได้หลักพัน ผ่านเพจ Julius อันดับที่ 7 : เรื่อง กรมการจัดหางานรับสมัครงานผ่านเพจงานยอดฮิต 2023 อันดับที่ 8 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อห่วงใย อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน ผ่านเพจสนับสนุน-Mymo อันดับที่ 9 : เรื่อง อาการท้องผูกเรื้อรังเป็นสัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อม อันดับที่ 10 : เรื่อง การบินไทยเปิดเฟซบุ๊กหลักฝ่ายสื่อสารองค์กร ประกาศรับสมัครงานหลายอัตรา             กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ติดตามความเคลื่อนไหวข้อความที่ผิดปกติในทุกช่องทาง และได้มีการติดตามการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพในทุกรูปแบบ หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ท่านตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และโทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง    _______________


             วันนี้ (7 สิงหาคม 2566)  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ลงพื้นที่ ต.บ้านมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก  จ.นราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียมผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โกดังพลุดอกไม้ไฟระเบิด พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือ โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ 682 ครัวเรือน เสียชีวิต 11 ราย บาดเจ็บ 389 ราย บ้านเรือนเสียหาย 682 หลัง รร.เสียหาย 3 แห่ง และร่วมกำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งทีมแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ณ รพ.สุไหงโกลก จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนที่โรงเรียนบ้านมูโนะ เพื่อรับมอบเช็คเงินสดจากธนาคารออมสินจำนวน 2 ล้านบาท รวมถึงถุงยังชีพจำนวน 300 ถุง และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำนวน 150,000 บาท ก่อนส่งมอบให้กับทางจังหวัดนราธิวาส เพื่อนำไปดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเป็นขวัญกำลังใจ ให้ทุกคนสามารถฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้ รวมทั้งยังขอให้ทุกส่วนราชการในพื้นที่ทั้งภาครัฐ เอกชนและทหาร ร่วมระดมความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ โดยเฉพาะการก่อสร้างและปรับปรุงบ้านพักอาศัยที่เสียหาย รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ให้สามารถใช้การได้เร็วที่สุด                  ทั้งนี้ สำหรับการฟื้นฟูที่พักอาศัยและพัฒนาอาชีพ ได้กำชับ รมว.ที่เกี่ยวข้อง ร่วมระดมธนาคาร สถาบันการเงินของรัฐ และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บสย.) เข้ามาให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนโดยปราศจากดอกเบี้ย โดยให้ ศอ.บต.ประสาน กค. จัดหามาตรการด้านการเงินและการคลัง เป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น การพักชำระหนี้จากความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยเตรียมเสนอ ครม.ทันที พร้อมย้ำ เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวด ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก   _________________________



             (9 ส.ค. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้า เรื่อง oneweb คลื่น 700 MHZ โครงการ 5G และ 26GHz เพื่อมุ่งเน้นสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ________________________

        วันนี้ (9 สิงหาคม 2566) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท อนุรักษ์ จิรจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดีอีเอส และนายณัฐวุฒิ กลางณรงค์เลขานุการรัฐมนตรีฯ  พร้อมด้วยพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.ตำรวจ ปคบ.  และตัวแทนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกันแถลงจับกุม นายพลกฤต (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี, น.ส.พัชรา อายุ 45 ปี, น.ส.นิชานันท์  อายุ 26 ปี, นายพรรษศรุต  อายุ 28 ปี และนายวันชนะ อายุ 29 ปี รวม 5 ราย พร้อมของกลางเงินสดกว่า 5.3 ล้านบาท, รถยนต์หรู 3 คัน เครื่องนับธนบัตร 4 เครื่อง, บัตร ATM 115 ใบ อายัดบัญชีเงินฝากกว่า 225 บัญชี โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบสืบสวนพบแฟลตฟอร์มชื่อ กองสลากไทพลัส.com มีพฤติกรรมเสนอขายหรือขายสลากโดยทำรูปภาพขึ้นมาให้มีลักษณะคล้ายกับสลากกินแบ่งรัฐบาล(ลอตเตอรี่) ที่ออกโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและนำภาพดังกล่าวมาแสดงบนแพลตฟอร์ม กองสลากไทพลัส.com และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องรวม 14 เว็บไซต์ เพื่อขายให้กับประชาชนโดยการนำภาพสลากหมายเลขต่างๆ ที่มีการสแกนบันทึกเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มาขายผ่านตัวแทนนายหน้า เป็นผู้โฆษณาหาลูกค้า ซื้อสลากแล้วทางกองสลากไทพลัส.com ก็ไม่มีการส่งสลากมอบให้กับลูกค้าแต่อย่างใด จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินรับเงินหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความผิดเพื่อซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน ในความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายอันมีความเชื่อมโยงกับผู้กระทำผิด จึงเชื่อได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับ 5 ผู้ต้องหา ขณะเดียวกันจากการสืบสวนยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการถอนเงินจากบัญชี 10,700 ครั้ง เป็นเงิน370 ล้านบาท              ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการประสานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐและสังคม เพื่อปิดเว็บไซต์ดังกล่าว โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน เนื่องจากมีหลายหน่วยงานทั้งตำรวจ กระทรวงดีอีเอสและศาล พร้อมเร่งขยายผลหาแหล่งที่มาของเซิร์ฟเวอร์และตัวการใหญ่ต่อไป              สำหรับแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ที่กระทำผิด 14เว็บไซต์ ประกอบด้วย  1)กองสลากไทพลัส 2)สลากไทพลัส  3)heng80  4)กองสลากไท 5)สลากไท 6)กองสลากใหม่ 7)บ้านสลากไท 8)สลากไททรัพย์ 9)สลากไทบ้าน 10)พร้อมรวย 11)สลากดี 12)สลากรวย  13)สลาก 14)สลากนะ    _______________

               วันนี้ (10 ส.ค. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖  เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ   _____________________

            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า   การอายัดบัญชีหรือระงับบัญชีม้านั้น ได้มีการแก้กฎหมายและออกเป็นพระราชกำหนดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งให้อํานาจทางธนาคารสามารถระงับบัญชีได้เลย เมื่อมีเหตุอันสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า หรือประชาชนที่โดนหลอกลวงก็สามารถแจ้งให้ธนาคารระงับบัญชีได้เลย และเมื่อเป็นบัญชีม้า มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ธนาคารต้องระงับบัญชีเลยตามกฎหมายฉบับใหม่ ทั้งนี้สำหรับเหตุการณ์ที่ผู้ไปร้องเรียนกับทางธนาคารแล้วไม่ยอมรับบัญชี   เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป                 ทั้งนี้ ทางดีอีเอส ได้ประสานงานกับทางสมาคมธนาคารไทยอย่างต่อเนื่อง และทางธนาคารทุกแห่งรับทราบและได้มีการปรับปรุงระบบการทํางานให้มีการรับแจ้งความหรือรับเรื่องร้องเรียน เพื่อจะได้ระงับบัญชีม้าได้เลย โดยไม่ต้องมาดำเนินคดีหรือแจ้งตํารวจก่อนไประงับบัญชีที่ธนาคารก่อน เพื่อให้สามารถดึงเงินกลับมาได้มากที่สุด และไม่ให้บัญชีเหล่านี้ไปสร้างความเสียหายให้ประชาชนต่อไป รวมถึงการที่ประชาชนที่ได้รับ link ส่ง link ส่งไลน์ โทรมาคุยจาก มิจฉาชีพที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือบางทีก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือส่งอีเมลมาก็ตาม                “ผมฝากเตือนทุกคน ว่าอย่าไปเชื่อ เจ้าหน้าที่และหรือหน่วยงานต่าง ๆ ไม่มีใครโทรหาประชาชนเพื่อไปให้ทําธุรกรรมต่าง ๆ ถ้ามีก็จะติดต่อไปเป็นเอกสารหรือเป็นอะไรต่าง ๆ แล้วให้ท่านพยายามติดต่อธนาคารทําธุรกรรมต่าง ๆ ทุกเรื่อง ให้เข้าไปที่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคารหรือของหน่วยงานนั้นโดยตรง อย่าไปติดต่อผ่านคนที่โทรมาหาท่าน เพราะในความเป็นจริงไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนของหน่วยงานรัฐโทรไปหาประชาชน   เป็นคนร้าย  ไม่ต้องไปคุยไม่ต้องไปฟังเลย เสียเวลา แล้วก็อาจจะโดนหลอกด้วย” นายชัยวุฒิ กล่าว                สำหรับ ข่าวที่มีเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลกรมที่ดิน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงาน สกมช.  สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ของกระทรวงดิจิทัลฯ  จะเข้าตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลจริงหรือไม่ หรือเป็นเรื่องของพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินนำข้อมูลไปขายอันนี้มีความผิด ฝากเตือนยังเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เก็บข้อมูลประชาชนต้องเก็บให้ดี อย่านำข้อมูลไปขายจะมีโทษมีความผิด จะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด   ______________________________

         วันนี้ (10 ส.ค.66) ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประชุมหารือ ร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร. พิรงรอง กรรณสูตร กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และคณะ เรื่องการกำกับดูแลเนื้อหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อการส่งเสริมศักยภาพเนื้อหาไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และการเสริมสร้างสมรรถภาพดิจิทัลในสังคมไทยอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.