Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

             วันนี้ (17 ส.ค.66) ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมพิธีเปิดงงานพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย (SETA 2023) และงานเทคโนโลยีด้านพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บประจุของเอเชีย ( Solar+Storage Asia 2023 ) พร้อมเข้าร่วมการประชุม CEO Energy Forum ซึ่งจัดว่าเป็นงานประชุมระดับผู้นำแห่งเอเชีย เพื่อร่วมแสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาอุสาหกรรมพลังงาน ผลักดันการใช้พลังงานสะอาด และเดินหน้าสู่เป้าหมายความ Carbon Neutrality และ Net Zero                 โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อม ปาฐกถาพิเศษโดย มร. โอบะ ยุอิชิ รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์กรุงเทพฯ   ______________________


                วันนี้ (18 ส.ค.66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง การเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการใช้การติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาระหว่างประเทศ “อนุสัญญา ECC” (United Nations Convention on the Use of Electronic Communications in International Contracts) เพื่อสร้างโอกาสและเสริมศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   _____________________


        วันนี้ (18 สิงหาคม 2566) ดร. ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมสภาบริหารของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian-Pacific Postal Union Executive Council: APPU EC) ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 18 สิงหาคม 2565 เพื่อพิจารณาเห็นชอบรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะทำงานต่าง ๆ การจัดตั้งคณะทำงานร่วม งบการเงินของสหภาพภายใต้สภาบริหาร และประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่จะมีการนำเข้าสู่การประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์วาระพิเศษอาทิ การขยายบทบาทของภาคไปรษณีย์ไปยังอุตสาหกรรมอื่น การตั้งเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคไปรษณีย์ กำหนดจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2566 ณ โรงแรมเซ็นทรา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์              นอกจากนี้ ดร. ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าพบหารือกับ Mr. Vineet Pandey ตำแหน่ง Secretary to the Government of India และคณะผู้แทนประเทศอินเดีย เพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการปรับตัวของธุรกิจไปรษณีย์ ทั้งนโยบายการขยายจำนวนที่ทำการไปรษณีย์เพื่อให้เข้าถึงประชาชนพื้นที่ห่างไกล และการจ้างคนในท้องถิ่นเป็นพนักงานไปรษณีย์นำจ่ายในพื้นที่ รวมไปถึงการปรับใช้ระบบต่าง ๆ ด้วยดิจิทัลเพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้บริการอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เข้าร่วมในการหารือดังกล่าวด้วย   _____________





            กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เผยข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด ประชาชนแห่สนใจเรื่องไม่จ่ายค่าปรับต่อทะเบียนรถไม่ได้ และการปล่อยกู้ ดอกเบี้ยต่ำ หลังมิจฉาชีพปลอมตัวเป็นสถาบันการเงิน เพจ 155758 ปล่อยสินเชื่อออมสิน วงเงินสูงสุด 100,000 บาท กู้ได้สูงสุด 100% เตือนประชาชนต้องมีสติ เช็คข้อมูลให้ครบทุกด้าน อย่าหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่   11 - 17 สิงหาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,283,989 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ(Verify) ทั้งสิ้น 225 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 197 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 28 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 159 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้รับผลการตรวจสอบกลับมา 82 เรื่อง           ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในกระเทศ จำนวน 71 เรื่อง อาทิ คลังเตรียมของบฯ 1,000 ล้านบาท อุ้มราคารถอีวี เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 56 เรื่อง   อาทิการขับถ่าย 3 วันต่อครั้ง อาจส่งผลทำให้สมองแก่ลง 3 ปี  เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 13 เรื่อง อาทิ พายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ มรสุมกำลังเข้าสู่ประเทศไทย จะมีฝนตกหนัก หลายจังหวัดมีน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 19 เรื่อง อาทิ งานอดิเรกเพิ่มรายรับ ลดรายจ่าย รับ 700-1,300 บาทต่อวัน ถูกกฎหมายรับรองโดยกระทรวง เป็นต้น สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่ม แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 15 เรื่อง           อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ                สำหรับข่าวที่ได้รับความสนใจและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ไม่จ่ายค่าปรับจะต่อทะเบียนรถไม่ได้ อันดับที่ 2 : เรื่อง เพจ 155758 ปล่อยสินเชื่อออมสิน วงเงินสูงสุด 100,000 บาท กู้ได้สูงสุด 100% อันดับที่ 3 : เรื่อง อันตรายการโทรทางไลน์เสี่ยงเกิดเนื้องอกในสมอง อันดับที่ 4 : เรื่อง ก.ล.ต. ชวนลงทุนหุ้นส่วนของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง เริ่มต้น 1,199 บาท อันดับที่ 5 : เรื่อง ก.ล.ต. ชวนลงทุนหุ้นทองคำให้ผลตอบแทนสูง เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,000 บาท อันดับที่ 6 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน ผ่านเพจ Aomsin Plus รายละไม่เกิน 200,000 บาท อันดับที่ 7 : เรื่อง เพจ Chiang Mai International Airport-CNX เปิดรับสมัครงานหลายอัตรา อันดับที่ 8 : เรื่อง การไฟฟ้าฯ ส่ง SMS คืนเงินค่า FT ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา รวม 7 เดือนให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านลิงก์ อันดับที่ 9 : เรื่อง สูตรน้ำปั่นพืชสดรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งต่อมลูกหมาก อันดับที่ 10 : เรื่อง ผู้ชายที่มีความเครียด ทำงานหนัก เสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก                          ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบให้รอบด้าน อย่าหลงเชื่อในข้อความเชิญชวนต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้กู้เงิน หลอกลงทุน ให้สินเชื่อต่างๆ ของมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นธนาคาร หรือผู้ให้บริการทางการเงิน เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และถูกต้อง หากท่านได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ท่านตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายอยู่บนโซเชียลมีเดีย และออนไลน์ โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอมได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ที่ Line : @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทร.สายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง   _____________

          นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขอให้ประชาชน สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ขณะนี้ยังคงก่อเหตุหลอกลวงประชาชนด้วยกลวิธีต่าง ๆ ให้หลงเชื่อและโอนเงินออกจากบัญชี ด้วยกลวิธีหมุนเวียน  ปรับเพิ่มกลไกลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลอกติดตั้งแอปฯ ส่งเป็นลิ้งค์ ดูดเงิน ให้เหยื่อกด ซึ่งเป็นอันตรายกับประชาชนทั่วไปที่อาจไม่ทันระมัดระวัง หรือเผลอไปกดลิ้งค์ ดังกล่าว               นายชัยวุฒิ ระบุด้วยว่าแม้ปัจจุบันพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลบังคับใช้ เพื่อช่วยดูแลคุ้มครองผู้ถูกหลอกลวง ช่วยระงับยับยั้งการโอนเงินและติดตามเงินคืนได้ทันมากยิ่งขึ้น แต่สถิติการก่อคดีออนไลน์หลังกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้ ก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคาร ได้เพิ่มระบบการจัดการให้รัดกุม เข้มข้นมากขึ้น เพื่อต้องการปราบปรามบัญชีม้าให้ลดลงและหมดไปได้              ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังได้ร่วมมือกับอาสาสมัครเครือข่าย ภาคสังคม ภาคประชาชนสภาองค์กรของประชาชน ในการเสริมสร้างความตระหนักรู้ ย้ำเตือนประชาชน ให้รู้เท่าทันระมัดระวังตัวเองได้เพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันตัวเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เหมือนสวมหน้ากากอนามัย ป้องกันโควิดได้ ซึ่งทั้งความร่วมมือและการป้องกันตัวจะทำให้การก่อคดีในลักษณะนี้ค่อย ๆ ลดลงในที่สุด   _____________

                วันนี้ (21 ส.ค.66) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้และสามารถปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของการเป็นข้าราชการที่ดีต่อไป ณ ห้องแมกโนเลีย 2-3 ชั้น 4 อาคาร 3 โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น   ___________________

             รมต.ชัยวุฒิ กร้าว พร้อมยื่นศาล ปิด Facebook สิ้นเดือนนี้ เร่งสกัดมิจฉาชีพหลอกลงทุน อ้างตลาดหลักทรัพย์-ก.ล.ต. ระบาดบนสื่อออนไลน์ หวั่นเป็นภัยต่อความมั่นคง และเศรษฐกิจของประเทศ                 วันนี้ (21 สิงหาคม 2566) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายธวัชชัย พิทยโสภณ รักษาการเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และพลตำรวจตรี ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วยภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการซื้อโฆษณาผ่าน Facebook หลอกประชาชนลงทุน รวมถึงการชักชวนลงทุน โดยแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทจดทะเบียน และสัญลักษณ์ของ ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ก.ล.ต. หรือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเทรดทองเริ่มต้น 1,999 บาท พร้อมระบุว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและได้กำไรร้อยละ 15-30 ต่อวัน หรือลงทุนผ่านบริษัท หรือบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่มีลักษณะข้อความเชิญชวนลงทุนมีผลกำไรสูงให้ผลตอบแทนในลักษณะเป็นรายสัปดาห์                  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอเรียนว่า ก.ล.ต.หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีเสนอการลงทุนดังกล่าว หากพบเป็นข้อมูลปลอมที่มีการแอบอ้างชื่อ และตราสัญลักษณ์ของ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงข่าวสารต่างๆ ที่เผยแพร่นั้น เป็นข่าวปลอมทั้งสิ้น เพื่อต้องการหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อและร่วมลงทุนตามคำแนะนำของเพจต่างๆ ไปแล้วจะไม่ได้รับเงินคืน ทั้งในส่วนของค่าตอบแทนหรือเงินต้น                  ปัจจุบัน โจรไซเบอร์ มีกลวิธีต่าง ๆ ให้หลงเชื่อและโอนเงินออกจากบัญชี ด้วยกลวิธีปรับเพิ่มกลไกลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การเทรดเหรียญดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์, ลงทุนเกี่ยวกับเหรียญคริปโต, ลงทุนกับบริษัทปล่อยเงินกู้ผลตอบแทนสูง, ลงทุนหุ้นทอง, ร่วมลงทุนประมูลสินค้าเพื่อรับผลตอบแทนสูง, ลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ, และลงทุนหุ้นในเครือบริษัทชื่อดัง                 นอกจากนี้ โจรออนไลน์มักปลอมโปรไฟล์เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเรื่องการเงินการลงทุนเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง และเข้าหาผู้เสียหายผ่านการแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มสังคมออนไลน์ของผู้ที่สนใจด้านการลงทุน โดยทางกระทรวงฯ ได้มีการส่งหนังสือขอให้บริษัท meta หรือ FB ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เนื่องจากมีการซื้อขายโฆษณาบนแพลต์ฟอร์ม FB  และส่งข้อมูลให้ FB ทำการปิดกั้นโฆษณาหลอกลวงไปแล้วกว่า 5301 โฆษณา/เพจปลอม อีกด้วย                “ดีอีเอส อยู่ระหว่างการเรียบเรียงหลักฐานจากผู้กระทำความผิดบนแพลตฟอร์มเฟสบุ๊คเพื่อส่งศาลให้มีการปิดเฟสบุ๊คภายในสิ้นเดือนนี้และขอให้ศาลสั่งปิดเฟสบุ๊คภาคใน 7 วัน โดยการกระทำผิดของเฟสบุ๊ค เนื่องจากเฟสบุ๊ค ได้รับการโฆษณาจากผู้กระทำความผิดมิจฉาชีพในการลงโฆษณา และหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อในการลงทุนและซื้อสินค้าผ่านเฟสบุ๊ค เมื่อลูกค้าหลงเชื่อและชำระค่าสินค้าแล้วได้สินค้าไม่ตรงปก ที่ผ่านมามีผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 200,000 รายหรือประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์จาก 300,000 ราย มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10,000 ล้านบาท ถ้าเฟสบุ๊คไม่ช่วยเหลือประเทศไทย ถ้าเขาอยากทำธุรกิจในประเทศไทย เขาต้องแสดงความรับผิดชอบกับสังคมไทย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงได้คุยกับเฟสบุ๊คตลอดเวลา แต่กลับไม่สกรีนผู้มาลงโฆษณาทำให้ประชาชนชาวไทยได้รับความเสียหายมากกว่า 100,000  ล้านบาท” ชัยวุฒิ กล่าว                 ขอเตือนพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนลงทุนทางสื่อสังคมออนไลน์ใดๆ ทั้งสิ้น และขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีการกล่าวอ้างถึงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลดังกล่าวในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อป้องกันการเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตว่าข้อความการเชิญชวนลงทุนเหล่านั้น จะใช่มิจฉาชีพหรือไม่ มีรูปแบบดังนี้  1. ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาสั้น ๆ ส่วนมากมิจฉาชีพมักจะมีการโฆษณาชักชวนโดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยใช้เวลาลงทุนไม่นานและง่ายดาย เป็นอีกรูปแบบที่ทำให้มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมากเพราะคาดหวังในผลตอบแทนดังกล่าว เช่น เงินลงทุน 10,000 บาท ระยะเวลา 15 วัน จะได้รับกำไร 50%  2. การันตีผลตอบแทน โดยกำหนดเป็นตัวเลขที่แน่นอน เช่น 30% ต่อสัปดาห์ หรือการการันตีว่าจะได้รับผลตอบแทนแน่นอน หากลงทุนไม่เป็นก็มีผู้เชี่ยวชาญคอยลงทุนให้  3. อ้างชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีการนำภาพของดารา ศิลปิน หรือนักธุรกิจชื่อดังต่าง ๆ มาแอบอ้างว่าบุคคลเหล่านั้นก็ร่วมลงทุนด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการลงทุน  4. ไม่สามารถตรวจสอบธุรกิจได้ หากมีการชักชวนให้ร่วมลงทุนแต่ไม่มีสินค้า ไม่มีแผนธุรกิจ หรืออ้างว่าแพลตฟอร์มอยู่ต่างประเทศ ทำให้ตรวจสอบข้อมูลการเงินไม่ได้ ก็เข้าข่ายว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพได้  5. ให้รีบตัดสินใจลงทุน โดยมักจะเสนอสิทธิพิเศษเฉพาะช่วงเวลาเหล่านั้นให้ เช่น หากไม่ลงทุนตอนนี้จะพลาดโอกาสที่ได้ผลตอบแทนดี ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เรารีบตัดสินใจลงทุน”                 ทั้งนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 15 ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14 ส่วนความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.66 เพื่อช่วยดูแลคุ้มครองผู้ถูกหลอกลวง ช่วยระงับยับยั้งการโอนเงินและติดตามเงินคืนได้ทันมากขึ้นโดยเจ้าของบัญชีม้าหรือเบอร์ม้า จะมีโทษทางอาญาหนัก จำคุก 3 ปี หรือ ปรับ 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผู้ที่ได้เป็นธุระจัดหา โฆษณา ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ก็มีโทษอาญาหนักเช่นกัน คือ จำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ                สำหรับ สถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อน พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมไซเบอร์ ( 1 ม.ค.- 16 มี.ค. 66) เฉลี่ย 790 เรื่องต่อวัน ส่วนหลังมี พ.ร.ก. (17 มี.ค.- 31 ก.ค.66) เกิดรวม 80,405 คดี เฉลี่ย 591 คดีต่อวัน สถิติการเกิดคดีลดลงเฉลี่ย 199 คดี/วัน ขณะที่สถิติการอายัดบัญชี ก่อนมี พ.ร.ก. ( 1 ม.ค.- 16 มี.ค.) มีการขออายัด1,346 ล้านบาท อายัดทัน  87 ล้านบาท คิดเป็น 6.5 % ส่วนหลังมี พ.ร.ก. (17 มี.ค.- 31 ก.ค.66)  มีการขออายัด 2,792 ล้านบาท อายัดทัน 297 ล้านบาท คิดเป็น 10.6 %                 ด้านการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้าและซิมม้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้าและซิมม้า รวม 364 ราย ดังนี้ บัญชีม้า รวม 254 ราย, ซิมม้า รวม 43 ราย, ซื้อขายบัญชีม้า รวม 14 ราย ,ซื้อขายเลขหมายโทรศัพท์ รวม 53 ราย ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่แนะนำการลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจ หรือหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้ที่แอปพลิเคชัน SEC Check First และเว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th หัวข้อ SEC Check First หรือหากมีข้อสอบถามหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือได้รับการแจ้งข้อมูลที่ผิดปกติ ผ่านเอสเอ็มเอส หรือทางโทรศัพท์  สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และโทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง    _________________________

                วันนี้ (21 ส.ค.66) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมร่วมกับ Dr. Taing Nguonly รองเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและธุรกิจดิจิทัลกัมพูชา พร้อมด้วยคณะผู้แทน โดยได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น องค์ความรู้ และนโยบายในประเด็นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การดำเนินงานด้านดิจิทัลในประเทศ ประสบการณ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ตลอดจนความพร้อมในการเข้าร่วมการจัดทำกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA)  ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _______________________

       วันนี้ (21 ส.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานกล่าวเปิดงานและให้โอวาทแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น พร้อมเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูดเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี พ.ศ. 2565 เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมข้าราชการที่มีผลงานโดดเด่น มีคุณธรรม จริยธรรมและประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดี โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าร่วม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ   ___________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.