Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (23 มกราคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ สำนักงานศาลยุติธรรมศึกษาดูงาน “ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ” ของทางกระทรวงฯ ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันนี้ (24 มกราคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หารือผู้แทนกรมศุลกากร นำโดยนางสาวอัจฉรา ลอตินันทน์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร พร้อมคณะทำงาน ในเรื่องการลดข้อจำกัด กฎหมายการขนส่งทางเรือ โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ………………………………………..

วันนี้ (24 มกราคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ให้การต้อนรับผู้แทนจาก ICANN โดยได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การยกระดับความปลอดภัยบนไซเบอร์สเปซ รวมถึงแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม …………………………………………..

วันนี้ (24 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 3/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม …………………………………………

วันนี้ (24 มกราคม 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดและปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Thailand 2024 The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สังคมรับทราบแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2567 และให้เกิดความร่วมมือกันในการขับเคลื่อนประเทศ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน ณ ห้องอินฟินิตี้ ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯด้าน นายประเสริฐ หรือ รมว.ดีอี ร่วมนำเสนอแนวคิดการเพิ่มรายได้ผ่านแผนงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ ‘The Growth Engine of Thailand’ ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ซึ่งเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมสามารถขยายตัวได้ประมาณ 15-30% โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า กระทรวงดีอี จะเป็นกระทรวงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยผ่านแผนงานสำคัญอย่าง ‘The Growth Engine of Thailand’ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) ผ่านความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปัจจุบัน รัฐบาล โดย กระทรวงดีอี และเครือข่ายพันธมิตรกำลังดำเนินนโยบาย Cloud First Policy หรือบริการคลาวด์กลางที่จะรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายหน่วยงานของรัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและค่าใช้จ่าย  พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) รวมถึงการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับเกษตรกรและชุมชนในชนบท เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน อีกด้วยโดยในปี 2567 ดีอี ยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการยกระดับดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย รวมถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งจะบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา One ID หรือ Thailand Super App แอปพลิเคชันที่เป็นของคนไทย โดยจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและบริการต่าง ๆ จากภาครัฐ เพื่อสร้างความสะดวกให้กับประชาชน และคาดการณ์ว่าขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศใน 2568 จะขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) ต่อไป _____________________________



วันนี้ (25 มกราคม 67 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีดีอี, นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ,นายวัลลภ รุจิรากร เป็นเลขานุการ รมว.ดีอีเอส , พล.ต.ต.มณเทียร พันธ์อิ่ม บช.สอท., พ.ต.อ ไพโรจน์ หมื่นกล้าหาญ รอง ผบก.ตอท. รับเรื่องร้องเรียนจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โดยมีตัวแทนผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ 12 ราย จากกว่า 70 ราย  มูลค่าความเสียหายกว่า 91 ล้านบาทนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ดีอี ได้เร่งดำเนินกวาดล้างกระบวนการนี้เพราะถือเป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เป็นร้ายแรงของชาติ ตามนโยบายรัฐบาล      โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ดีอี เร่งปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ พร้อมเน้นย้ำการทำงานใกล้ชิดร่วมกัน โดยได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 เพื่อให้เป็น One Stop Service แก้ปัญหาออนไลน์แก่ประชาชนได้ทันที“มูลนิธิปวีณา ได้มีข้อเรียกร้องอยากให้กระทรวงได้ดำเนินการ คือการกวาดล้างมิจฉาชีพ ในเรื่องการปราบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และภัยออนไลน์ทุกรูปแบบ และขอให้รัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์ ได้เตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนให้รับทราบ กระทรวงฯ ได้มอบเอกสารและส่งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปดำเนินการต่ออย่างรัดกุมและอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งทางตำรวจพร้อมทีมงานได้รับเรื่องไปดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด” นายประเสริฐ กล่าวนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นอาชญากรรมออนไลน์ที่ร้ายแรงสร้างความเสียหายทั่วโลก ผู้ตกเป็นเหยื่อสูญเงินจำนวนมหาศาล บางคนต้องกู้เงิน เอาบ้านที่ดินไปจำนอง ขายทรัพย์สินเอาเงินมาลงทุนจนหมดตัว หลังเจอปัญหาหลายคนไม่มีเงินให้ลูกเรียน เครียดหนัก จนเป็นโรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ คิดฆ่าตัวตาย  โดยทางมูลนิธิปวีณาได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกร่วมลงทุนเทรดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 -24 ม.ค. 67 ความเสียหายกว่า 91 ล้านบาท จำนวนกว่า 70 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ไม่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้นจึงถูกชักชวนทาง เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ไอจี   ให้เข้าศึกษาเรื่องการเทรดหุ้น โดยใช้รูปของเหล่า อาจารย์ ที่มีชื่อเสียง ในวงการตลาดหุ้นไทยมาหลอกลวง และแนะนำให้เปิด พอร์ต การลงทุนกับโบกเกอร์ปลอม โดยวิธีการคือ เมื่อเหยื่อติดกับจะโอนเงินไปลงทุนกับพอร์ต ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น แรกๆ จะมีเงินผลตอบแทน แต่เมื่อเหยื่อลงทุนในจำนวนที่สูง การเบิกถอนเริ่มมีปัญหาก่อนปิดหนีไปสร้างพอร์ตใหม่เพื่อหลอกเหยื่อรายใหม่ ผู้เสียหายตรวจสอบจนพบว่า เป็นพอร์ตหุ้นที่มิจฉาชีพทำขึ้นมาเพื่อหลอกให้ร่วมลงทุน พร้อมทั้งเสนอนโยบายกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมทางออนไลน์ ดังนี้(1.) ดำเนินการกวาดล้างแก๊งมิจฉาชีพ อาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบให้หมดสิ้นไป (2.) ขอให้รัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัยให้ความรู้กับประชาชนถึงพฤติกรรมอาชญากรรมออนไลน์ ให้เข้าถึงประชาชน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์อีกต่อไป(3.) มอบเอกสาร เหยื่อผู้เสียหายกว่า 70 ราย ให้ท่านรัฐมนตรี ประเสริฐ ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที เกี่ยวข้อง ติดตามคดีและให้ความช่วยเหลือตามที่ผู้เสียหายร้องขอต่อไป ทั้งนี้ ตัวแทนผู้เสียหาย ยังได้ขอเสนอความช่วยเหลือกับทางกระทรวงดีอี ตำรวจไซเบอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินระหว่างประเทศของบริษัทที่ตั้งขึ้นมาในหลอกลวง รวมทั้งกวดขันการเปิดบัญชีของมิจฉาชีพที่ถูกอายัดแล้ว ไม่ให้เปิดใหม่ได้อีก 2. ขอให้ทุกธนาคาร ส่งเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงินให้กับสถานีตำรวจที่รับแจ้งความ เพื่อประกอบสำนวนคดีได้อย่างรวดเร็ว 3. ขอให้กระทรวงดีอีตรวจสอบการซื้อโฆษณาในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับ การชักชวนให้ลงทุน แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ และแอบอ้างผู้มีชื่อเสียงในสังคมนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเพิ่มเติมความคืบหน้าการบริหารจัดการซิม ในการก่ออาชญากรรม  โดยระงับซิมที่โทรเกิน 100 สายต่อวัน จากการยกเลิกที่ถูกระงับ ที่โทรเกิน 100 สายตั้งแต่วันที่ 20 มกรา 2567 ไปทั้งสิ้น 13,237 เบอร์มายืนยันตัว 1,925 คน คงเหลือเบอร์ที่ยังถูกระงับการใช้อีก 11,312 คน ด้านการยืนยันตัวผู้ถือครองซิมเกิน 100 เบอร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้มายืนยันตัวและเตรียมระงับใช้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และในส่วนของผู้ถือซิมระหว่าง 6 - 100 เบอร์ เตรียม ระงับในวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งขั้นตอนต่อไป คือการบริหารจัดการ SCAM SMS ที่ผูกกับลิงค์ต่อไป“การทำงานของกระทรวงฯตรงนี้ทำให้เราเห็นภาพการทำงานของทางกระทรวงดีอีว่าไม่ได้ทำงานกระทรวงเดียวแต่เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหลายกระทรวง จึงอยากขอให้กสทช. เอาเงินมาประชาสัมพันธ์ไม่ให้คนตกเป็นเหยื่อ เป็นเรื่องยากที่ตำรวจจะต้องทำงานตรงนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ท่านรัฐมนตรีส่งเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี ให้มีการปราบปรามอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้มาตรการการทำงานของรัฐบาลก็ทำงานเต็มที่ทั้งนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำยังไงที่จะทำให้การทำงานเป็นรูปแบบผสมผสาน ก็ขอฝากรัฐมนตรีไว้ มั่นใจว่ารัฐมนตรีจะสามารถทำงานบูรณาการร่วมกับกระทรวงทุกกระทรวงได้” นางปวีณา กล่าว   ------------------------------------

วันนี้ (25 มกราคม 2567) นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนนักเรียนรายบุคคลที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้เข้าสู่ระบบการศึกษา ครั้งที่ 1/2567เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนนักเรียนรายบุคคลและการดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนหารือแนวทางการบูรณาการความร่วมมือ ในการจัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงสาธารณสุข และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ______________________

วันนี้ (25 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานมอบรางวัลกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ “Hackulture 2023 Illuminate Thai อัปเวลแฟชั่นไทย ด้วยดิจิทัล” ชิงถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้โครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล (Digital Cultural Heritage) ระยะที่ 2 โดยมีนายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีดีอี และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมงาน และนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ ณ ห้อง Grand Ballroom ชั้น 2 โรงแรม Graph Hotel รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ __________________________

วันนี้ (26 มกราคม 2567 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, ผู้บริหารหน่วยงานสังกัดในกระทรวง และคณะทำงาน เข้าร่วมหารือ และบูรณาการการทำงานร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กับคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคมวุฒิสภา นำโดย พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ………………………………………………….

วันนี้ (26 มกราคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “AI for Better Life” ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2567 แก่ประชาชนไทย ดำเนินการโดย ดีป้า และเครือข่ายพันธมิตร ชูการนำนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพมาประยุกต์ใช้ยกระดับระบบสาธารณสุขไทย พร้อมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถร่วมตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยี AI โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้- 28 มกราคมนี้ ระหว่างเวลา 10.00 – 17.00 น. ชั้น G โซน M Lifestyle Hall ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า, นายโรมัน รามอส ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด, นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และ พญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ร่วมในพิธี ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ โดย นายประเสริฐ หรือ รมว.ดีอี เปิดเผยว่า รัฐบาลเล็งเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ ให้เป็นประโยชน์ต่อระบบการทำงาน ซึ่ง กระทรวงดีอี มุ่งขับเคลื่อนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติด้านสุขภาพ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงดีอี โดย ดีป้า พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร อย่างแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) โรงพยาบาลบ้านแพ้ว และ เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าผลักดันให้เกิดการดำเนินโครงการเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลด้านสุขภาพและการดูแลรักษาโรคด้วยดิจิทัล ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยแท้จริง (AI for Action) อันจะเป็นการเป็นช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการตรวจวินิจฉัยมะเร็งปอดเบื้องต้น อีกด้วย …………………………………….

วันนี้ (26 มการาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รับมอบตราสัญลักษณ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมด้วย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และสื่อมวลชนทุกแขนง  โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯในครั้งนี้ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล_______________________

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เผยสถานการณ์ข่าวปลอมสัปดาห์ล่าสุด  พบกว่า 1.1 ล้านข้อความเป็นเรื่องนโยบายรัฐบาล มาอันดับ 1 ตามมาด้วยข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพยังมาแรง ขณะที่ข่าวปลอมหลอกลวงธุรกรรมทางการเงินมีต่อเนื่อง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึง การสรุปผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 19 - 25 มกราคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,198,297 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 139 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 121 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 18 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 102 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 56 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 54 เรื่อง อาทิ กรมการกงสุลใช้ไลน์ติดต่อประชาชน รับเรื่องการยื่นคำร้องเปลี่ยนพาสปอร์ตรุ่นใหม่ ผ่านแอปฯ Thai Consulars เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 25 เรื่อง อาทิ ผลิตภัณฑ์ JESSIE MUM เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนช่วยในการเสริมน้ำนม เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 4 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 19 เรื่อง อาทิ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เสนอขายหุ้นดิจิทัล เริ่มต้นลงทุน 1,000 บาท ปันผล 10-15% ต่อสัปดาห์ เป็นต้น โดย ข่าวปลอมเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 13 เรื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจสูงสุด 10 อันดับ มีดังนี้ อันดับที่ 1 : เรื่อง น้ำดื่มผสมเบคกิ้งโซดา ช่วยรักษาอาการหวัดได้ อันดับที่ 2 : เรื่อง สินเชื่อบริการให้ยืม วงเงิน 10,000-1,000,000 บาท ผ่านเพจ NBKC CPT 70 อันดับที่ 3 : เรื่อง น้ำเกลือ Normal Saline ใช้แช่คอนแทคเลนส์ได้ อันดับที่ 4 : เรื่อง กรุงไทยเปิดสินเชื่อส่วนบุคคลกรุงไทย Smart Money ผ่านเพจ Versatile Smart money และเว็บไซต์ อันดับที่ 5 : เรื่อง บัญชีไลน์ผู้วางแผนการลงทุน อยู่ภายใต้สำนักงาน ก.ล.ต. อันดับที่ 6 : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เสนอขายหุ้น เริ่มต้นที่ 1,259 บาท ผลกำไรต่อวัน 10-15% อยู่ในระหว่าง ก.ล.ต. พิจารณา อันดับที่ 7 : เรื่อง ออมสินปล่อยเงินกู้ฉุกเฉิน กู้เพื่อทำธุรกิจ ต้องการเงินลงทุน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ BK CPT 186 อันดับที่ 8 : เรื่อง รพ. บำรุงราษฎร์ เปิดลงทุนหุ้นผ่าน SET Thailand กองทุนระยะสั้น และระยะยาว เริ่มต้น 1,000 บาท อันดับที่ 9 : เรื่อง กินแล้วนอนทำให้เสี่ยงเกิดโรคมะเร็งหลอดเลือด อันดับที่ 10 : เรื่อง ไลน์เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีกลาง หลักทรัพย์ CLSA ภายใต้สำนักงาน ก.ล.ต. “ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/โซเชียล โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ที่ ไลน์@antifakenewscenter เว็บ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง

AOC 1441 เผยรายงานประจำสัปดาห์ พบ ปชช. ถูกหลอกหลายรูปแบบนางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) กล่าวว่า จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ระหว่าง วันที่ 22 – 26 มกราคม ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบจำนวน 5 คดี ประกอบด้วยคดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 1,198 บาท รายละเอียดคดี คือ ผู้เสียหายได้พบเห็นลิงก์การติดต่อจองโต๊ะรับประทานอาหารที่โรงแรม Baiyoke Sky ผ่านทางแอปพลิเคชัน Facebook บัญชีชื่อว่า Baiyoke Sky Hotel ผู้เสียหายได้ติดต่อพูดคุยและมีการโอนเงินชำระจองโต๊ะรับประทานอาหารโดยชำระเต็มราคา หลังจากนั้น ทางเพจได้แจ้งผู้เสียหายให้ทำการโอนเงินไปให้อีกครั้งอ้างว่าเป็นค่าประกัน แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินไปและพยายามติดต่อกับทางเพจดังกล่าวแต่ไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,007,000 บาท รายละเอียดคดี พบว่า มิจฉาชีพใช้บัญชี Facebook ชื่อว่า CP all ใช้ภาพโพรไฟล์เป็นโลโก้ของบริษัท ซีพี ออลล์ ได้ติดต่อพูดคุยชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนในรูปแบบการเล่นหุ้นและบอกถึงค่าตอบแทน ที่จะได้รับผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงร่วมลงทุน มิจฉาชีพได้บอกขั้นตอนการลงทุน กับผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งหมดแล้ว ได้แจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินชำระค่าภาษีค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 15 เปอร์เซ็นต์ก่อนจึงจะถอนเงินทั้งหมดคืนได้ หากไม่ชาระเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดังกล่าวจะไม่สามารถถอนเงินทั้งหมดคืนได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 70,000 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์ เป็นการโทรผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Voice over Internet Protocol หรือ VoIP) สุ่มติดต่อมายังผู้เสียหายและสร้างเรื่องหลอกลวงแอบอ้าง เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ้างว่าได้จับกุมคนร้ายคดียาเสพติดได้ และให้การซัดทอดผู้เสียหายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในฐานะเป็นผู้รับโอนเงินจากผู้ค้ายาเสพติด และเพื่อเป็นการช่วยเหลือไม่ให้ถูกดำเนินคดี ให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้เสียหายกลัวความผิดจึงหลงเชื่อโอนเงินดังกล่าวไป ภายหลังผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 9,000 บาทรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหาย ได้รับแอปพลิเคชัน Line ชื่อ "Flash Express" ส่งข้อความเข้ามา อ้างว่ามีพัสดุของผู้เสียหายตกค้างอยู่ในคลังสินค้า จากนั้นมิจฉาชีพได้ส่งลิงก์ https://flash.an-th.com ให้ผู้เสียหายทำการกรอกชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และสแกนบัตรประชาชนพร้อมกับสแกนใบหน้า ตามคำแนะนำของมิจฉาชีพจนเสร็จขั้นตอน หลังจากนั้นให้ส่งเลขที่บัญชีธนาคารของผู้เสียหายไป โดยอ้างว่าจะได้รับเงินค่าตอบแทนคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้ส่งเลขที่บัญชีธนาคารไป ภายหลังผู้เสียหายเข้าไปตรวจสอบเงินในบัญชีธนาคารของตนพบว่าเงินในบัญชีธนาคารได้ถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอกและ คดีที่ 5 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 132,800 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์ที่ติดต่อเข้ามาชักชวนให้ทำกิจกรรมหารายได้เสริมผ่านช่องทาง แอปพลิเคชัน TikTok จากนั้นให้ผู้เสียหายทำการเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Line จำนวนหลายบัญชี ภารกิจที่ได้รับแจ้งเป็นการให้กดถูกใจแอปพลิเคชัน Line ผู้เสียหาย จะได้รับเงินตอบแทนเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องมีการเติมเงินเข้าไปในระบบก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในแต่ละครั้งการโอนเงินก็จะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ให้โอนเงินเพิ่มมากขึ้น ภายหลังเมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงินคืนปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหาย จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกรวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี 2,219,998 บาท“ดีอี ขอให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางโทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์ หากมั่นใจว่าปลายสายเป็นมิจฉาชีพ ให้วางสายทันที รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.