Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (28 มีนาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมส่งมอบปฏิทินเก่า หนังสือเก่า และกระดาษ A4 ที่รวบรวมจากหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ และประชาชนทั่วไป ประจำปี พ.ศ. 2567 เพื่อสำหรับผลิตสื่อการเรียนรู้ให้แก่ผู้พิการทางสายตา ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด (มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งกระทรวงฯ ได้ส่งมอบปฏิทินเก่าและหนังสือเก่าให้มูลนิธิฯ ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์  2567) นางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุม 802 เพื่อแจ้งกรอบในการดำเนินการและหลักเกณฑ์ในการประเมินองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อให้ กอง/กลุ่ม/ศูนย์ ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ขับเคลื่อนและรักษาระดับการเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ผ่านคุณธรรม 5 ประการ อันได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู รวมถึงการนำหลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง 

ดีอี จับมือ สอท. พร้อมลุย แก้ปัญหาภัยออนไลน์ ภายใน 30 วัน     วันนี้ 4 เมษายน 2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้เชิญ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) มาประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามข้อสั่งการของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายใน 30 วัน รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โดยมีผลการประชุมหารือ ดังนี้   1. กวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ กระทรวงดีอี จะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงาน กสทช. ธนาคารต่างๆ กลต. ปปง. ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อกวาดล้างซิมม้า บัญชีม้า โดยจะมีการประชุมร่วมกัน ในวันที่ 9 เมษายน 2567 นี้   2. แผนการป้องกันการซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ตรงปก โดยจะชลอการจ่ายเงินให้กับผู้ขาย เพื่อให้ผู้ซื้อมีเวลาตรวจสอบสินค้า และหารือกับ กลต. ให้มีการกำกับการโอนคริปโทเคอเรนซีที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบระเบียบการใช้ระบบการส่ง SMS เพื่อป้องกันการนำไปใช้ส่งข้อความหลอกลวง   3. หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ในการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดกับการเปิดบัญชีออนไลน์    4. ตัดต้นทางการเชื่อมต่อสัญญาณ ตัดเสาสัญญาณ บริเวณชายแดน ที่ต้องร่วมมือกับ สำนักงาน กสทช. ตำรวจ ทหาร และผู้ให้บริการโทรศัพท์   5. ขยายความร่วมมือในระดับนานาชาติ ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์   6. กำชับ สอท. ให้จัดทำแผนปฏิบัติการในการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ โดยจะติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด และให้ สอท. รายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมกระทำความผิดจะเอาผิดทางอาญา   ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมมือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานภายใต้ พ.ร.ก. ในการเร่งดำเนินการขยายผลจับกุมและทลายเครือข่ายซิมผี บัญชีม้า เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการแก้ปัญหาการซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ตรงปก จึงขอเตือนประชาชน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ ให้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น  หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง#กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #รมวประเสริฐ #รมวดีอี

5 เม.ย.67 ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมงานสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ครบ 85 ปี ณ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

"ดีอี เตือน หยุด!!! แชร์ “กระเจี๊ยบ พุทราจีน และมะตูมต้มรวมกัน ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด”   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพ “กระเจี๊ยบ พุทราจีน และมะตูมต้มรวมกัน ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด” ขึ้นแท่นอันดับ 1 รองลงมาเป็น “กฟภ. แจ้งผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประเภทบ้าน นโยบายรับเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า” และ “วางโทรศัพท์ไว้บริเวณหัวนอน เสี่ยงได้รับคลื่นไมโครเวฟทำให้ตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมองเสียหาย” เตือนประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เช็คให้ชัวร์ ก่อนแชร์ ระวังมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินและล้วงเอาข้อมูลสำคัญ   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,203,960 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 151 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 133 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 18 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 124 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 83 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 กลุ่มนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม / ขัดศีลธรรมอันดี และ ความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 68 เรื่อง อาทิ แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท วันที่ 10 เม.ย. เป็นต้น กลุ่มที่ 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่น จำนวน 30 เรื่อง อาทิ ติ่งหูมีรอยเส้นหรือรอยย่น เป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดหัวใจ / ห้ามกลั้นจาม เสี่ยงหลอดลมฉีก เป็นต้น กลุ่มที่ 3 กลุ่มภัยพิบัติ จำนวน 3 เรื่อง  กลุ่มที่ 4 กลุ่มเศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง อาทิ ไทยส่งออกยางไปต่างประเทศมากกว่า 80% โดยปริมาณความต้องการใช้งานภายในประเทศมีไม่ถึง 20% เป็นต้น กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 20 เรื่อง อาทิ ปตท. เปิดให้ประชาชนทั่วไป ซื้อ-ขายหุ้น เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,000 บาท กำไร 320 บาท/วัน เป็นต้น โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กระเจี๊ยบ พุทราจีน และมะตูมต้มรวมกัน ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด อันดับที่ 2 : เรื่อง กฟภ. แจ้งผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประเภทบ้าน นโยบายรับเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า จากรายชื่อตกหล่น รับเงินคืนที่ www.sr-th.com  อันดับที่ 3 : เรื่อง วางโทรศัพท์ไว้บริเวณหัวนอน เสี่ยงได้รับคลื่นไมโครเวฟทำให้ตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมองเสียหาย อันดับที่ 4 : เรื่อง ดาวน์โหลดแอปฯ PEA Smart Plus ผ่านลิงก์ https://pea.uhgo.cc/ ได้ อันดับที่ 5 : เรื่อง ห้ามกลั้นจาม เสี่ยงหลอดลมฉีก อันดับที่ 6 : เรื่อง มีอาการผิดปกติทางอารมณ์ กระเพาะปัสสาวะเสื่อม ผมร่วง คือไตเริ่มอ่อนแรง อันดับที่ 7 : เรื่อง 3 สัญญาณเตือน ไขมันพอกตับ อันดับที่ 8 : เรื่อง สัญญาณเตือน ตับทำงานหนักมากเกินไป อันดับที่ 9 : เรื่อง ทหารเข้าควบคุมรัฐบาลและหน่วยงานราชการทั้งหมด อันดับที่ 10 : เรื่อง หากมองไม่เห็นตัวเลขในภาพ จะมีปัญหาสุขภาพ   ทั้งนี้ ดีอี มีความเป็นห่วงประชาชนในเรื่องความตระหนักและรู้เท่าทันสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์  https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”  

       นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1-5 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์  โดยประชาชนส่วนใหญ่เตรียมตัวจับจ่ายใช้สอยสินค้าในเทศกาลดังกล่าว ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย           คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 70,000 บาท โดยรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้สั่งซื้อบ้านสำเร็จรูป (บ้านน็อคดาวน์) ผ่านช่องทาง Facebook  ชื่อบัญชี “บ้านน็อคดาวน์ราคาถูก” จากนั้นเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line ก่อนตกลงราคาซื้อขายบ้านสำเร็จรูปพร้อมขนส่ง ในราคา 100,000 บาท ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเงินชำระมัดจำจำนวน 70,000 บาทให้กับผู้ขาย ปรากฏว่าเมื่อโอนเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว ไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีกทั้งช่องทาง Facebook และ Line ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก        คดีที่ 2 ผู้เสียหายสั่งซื้อสินค้าปืนฉีดน้ำ เพื่อใช้เล่นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผ่านช่องทาง Facebook  รวมมูลค่าสินค้าพร้อมค่าขนส่งจำนวน 1,400 บาท โดยโอนชำระเต็มจำนวน ภายหลังเมื่อโอนเงินแล้วไม่สามารถติดต่อเพจร้านค้าได้อีก จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก       คดีที่ 3 คล้ายกับ 2 คดีแรก คือ ผู้เสียหายได้สั่งซื้อเสื้อลายดอกเพื่อจะมาจำหน่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ผ่านช่องทาง Facebook ชื่อเพจ “โรงงานส่งออกและผลิตเสื้อแฟชั่น-เสื้อฮาวายรายใหญ่” โดยทางร้านแจ้งราคาสินค้าพร้อมขนส่งฟรี และให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวนเต็ม 1,500 บาท ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินจำนวนเต็มไป ภายหลังไม่สามารถติดต่อเพจร้านค้าได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก     คดีที่ 4 หลอกลวงโอนเนเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยผู้เสียหายต้องการเดินทางไปต่างประเทศ จึงได้รับการแนะนำติดต่อผ่านนายหน้าอ้างว่าสามารถพาไปทำงานต่างประเทศได้ โดยมีค่าดำเนินการต่างๆ ดังนี้ ค่าทำวีซ่า ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าตรวจประวัติคดีอาชญากรรม ค่าที่พักอาศัยต่างประเทศ และค่าโดยสารเครื่องบิน โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินไปหลายครั้ง รวมประมาณ 157,200 บาท ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกโอนเงิน Call Center ซึ่งผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ อ้างว่าเป็นพนักงานขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ แจ้งว่ามีพัสดุตกค้างอยู่ต่างประเทศให้ชำระค่าภาษี และค่าดำเนินการเอกสารเพื่อรับสินค้า เนื่องจากผู้เสียหายมีเพื่อนอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์จะส่งพัสดุมาให้พอดี ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนเงินจำนวน 228,000 บาทไป ภายหลังจึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   ในส่วนของมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 458,100 บาท      ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึง วันที่ 5 เมษายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 523,297 สาย /เฉลี่ยต่อวัน 3,333 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 102,925 บัญชี/ เฉลี่ยต่อวัน 895 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท 1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 30,858 บัญชีคิดเป็นร้อย ละ 29.98 2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 22,001 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 21.38 3) หลอกลวงลงทุน 18,602 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.07 4) หลอกลวงให้กู้เงิน 8,616 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 8.37 5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับ รางวัล 6,777 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 6.58 และคดีอื่นๆ 16,071 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 15.62 4. ยอดการอายัดบัญชี(1 พ.ย.66 – 31 มี.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท) 1) ยอดขออายัด 8,185,327,516 บาท 2) ยอดอายัดได้ 3,917,696,373 บาท 3) อายัดได้ร้อยละ 47.86 “อย่างไรก็ตาม ดีอี ยังคงพบว่ามีการหลอกลวงประชาชนจากมิจฉาชีพอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ จึงขอเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังการหลอกลวงดังกล่าวที่มีในหลากหลายรูปแบบ โดยสังเกตุและงดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย ไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ลงทุนแล้วเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง หรือเร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ขอให้ท่านอย่าไว้ใจ และตระหนักอยู่เสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441#กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #AOC1441 ----------------------------------------------------  

ดีอี และพันธมิตร เร่งเครื่องแก้ปัญหาภัยออนไลน์ ตามข้อสั่งการฯ นายกรัฐมนตรี   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี วันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (มท.) ผู้แทนกระทรวงกลาโหม (กห.) ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Electronics and Computer Technology Center : NECTEC หรือเนคเทค) (กว.) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มาหารือร่วมกันเพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ให้มีผลงานชัดเจนใน 30 วัน ซึ่งมีประเด็นการหารือ ดังนี้   1. การบูรณาการข้อมูล มอบหมายให้ กสทช. ธปท. สมาคมธนาคารไทย กลต. ปปง. ดีเอสไอ สตช.  และกระทรวงดีอี เร่งดำเนินการบูรณาการข้อมูล โดยมีกระทรวงดีอี ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : ศูนย์ AOC) เป็นเจ้าภาพหลัก ในการเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงาน ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลบัญชีม้า ซิมม้า ข้อมูล URL/Line ของเว็บพนัน หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ศูนย์ AOC 1441 ร้องขอ รวมทั้งพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลให้มีความมั่นคงปลอดภัย และ ไม่ขัดต่อ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   2. มาตรการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า มอบหมายให้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย แก้ไขปัญหา โดยการนำบัญชีม้าออกจากระบบอย่างเร่งด่วน มีมาตรการป้องกันการเกิดบัญชีม้าเข้าสู่ในระบบ รวมถึงมาตรการกำกับการเปิดบัญชีออนไลน์ และการเปิดบัญชีหลายบัญชีต้องมีมาตรการตรวจสอบก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยสั่งการให้ ธปท. กำหนดมาตรการควบคุมการเปิดบัญชี รวมถึงการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบความเสียหายร่วมกันภายใน 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมาสำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการปิดบัญชีม้าไปแล้ว 318,298 บัญชี และศูนย์ AOC ปิดไปแล้ว 102,900 บัญชี   3. การแก้ไขปัญหาซิมม้าได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดย กสทช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนสำหรับผู้ถือครองซิมการ์ดมากกว่า 100 ซิม โดยครบกำหนดการยืนยันตัวตนเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2567 มีผู้มายืนยันตัวตนแล้วจำนวน 2.57 ล้านหมายเลข และอยู่ระหว่างดำเนินการระงับ จำนวน 2.5 ล้านหมายเลข โดยในส่วนของ สตช. และกระทรวงดีอีได้ระงับซิมม้าไปแล้ว 8 แสนกว่าหมายเลข   4. ดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสายโทรศัพท์ ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยร่วมกับกระทรวงกลาโหม กสทช. สตช. เพื่อปิดกั้น และจับกุมผู้กระทำความผิด   5. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการจับกุม ปราบปราม ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายโดยเฉพาะการชักชวน หลอกลวงคนไทยเพื่อพาไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ให้ความสำคัญกับจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน   6. การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ มอบหมายให้ สตช. ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเป้าหมายชัดเจน และบูรณาการแผนฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการสืบสวน สอบสวน และขยายผลการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ร่วมการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์   7. ดำเนินงานด้านระหว่างประเทศ ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี สตช. บูรณาการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในเชิงรุก รวมทั้ง มอบหมายให้ สตช. และ ตม. เคร่งครัดการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออก และการเข้า-ออกผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อลดปัญหาการเดินทางไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการขนเงินออกนอกประเทศ ซึ่ง กต. ให้การสนับสนุนการประสานงานในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ในประเด็นการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ รวมถึงประเด็นปัญหาอาชญกรรมออนไลน์อื่นๆ รวมทั้ง ขอความร่วมมืออธิบดีกรมการปกครองสำรวจคนต่างด้าวที่พำนักอาศัยในประเทศสักระยะหนึ่ง ให้แจ้งข้อมูลส่งให้ศูนย์ AOC1441 เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดสังเกตคนต่างด้าวที่เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์   8. การแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1) ขอให้ สคบ. พิจารณาแก้ไขกฎหมาย หรือกฎระเบียบ ที่เกี่ยวกับการบริการเก็บเงินปลายทางสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (COD) เพื่อขจัดปัญหาการหลอกขายสินค้าออนไลน์ ภายในเดือนพฤษภาคม นี้ 2) กลต. ศึกษาระเบียบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจ P2P และประกาศใช้ เพื่อตัดช่องทางการโอนเงินไปเป็นสกุลเงินดิจิทัลออกจากบัญชีม้า 3) สำนักงาน กสทช. กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้บริการข้อความสั้น (SMS) ในการส่งข้อความหรือส่งลิงก์หลอกลวง 4) คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย พิจารณาแก้ไขปัญหาการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย 5) สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล   ทั้งนี้ ดีอี ร่วมกับ NECTEC หารือแนวทางการจัดตั้งห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับ AOC (AOC Data Lab) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูลเพื่อใช้กำหนดนโยบายการแก้ไข และป้องกันอาชญากรรมออนไลน์   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันเร่งแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) โดยได้กำชับทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการและรายงานความคืบหน้าให้ทราบทุกสัปดาห์ นายประเสริฐฯ กล่าว   หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง -------------------------------------

วันนี้ 9 เมษายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการทบทวนแก้ไขพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 ซึ่งในที่ประชุมได้มีการพิจารณาทบทวนและหาแนวทางร่วมกัน เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 โดยมีนางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนจากกระทรวงคมนาคม ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และดร.เสรี นนทสูติ ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการพิจารณา ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม#กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #ปลัดวิศิษฏ์  



วันนี้ (10 เมษายน 67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการราชการแทน ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ บช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.นิพล บุญเกิด ผบก.สอท.2 และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลการจับกุม “ปฏิบัติการ Cyber Strike” ใน 2 ปฏิบัติการ ดังนี้ 1. ทลายบริษัทบัญชีม้าที่สร้างความเสียหายนับพันล้านบาท โดยตำรวจไซเบอร์ได้รับข้อมูลจากระบบแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th ว่าคนร้ายหันมาใช้บัญชีธนาคารในชื่อนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัด ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและเกิดความไว้ใจว่าไม่น่าจะเป็นบัญชีธนาคารของกลุ่มมิจฉาชีพ และได้เข้าตรวจสอบ พบผู้เสียหายจำนวน 153 ราย (เคสไอดี) มีมูลค่าความเสียหายจำนวนทั้งสิ้น 897,253,861 บาท และมีผู้เสียหายที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายแล้วนับพันล้านบาท จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 19 ราย กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ บจก. และ หจก. จำนวน 43 จุดทั่วประเทศ อาทิพื้นที่ กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ อ่างทอง สุพรรณบุรี ราชบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี พิษณุโลก ขอนแก่น เป็นต้น และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 12 ราย พร้อมส่งดำเนินการตามกฎหมายในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยปราการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” 2. ทลายเว็บพนันออนไลน์ huayland.net พร้อมเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี สามารถยึดของกลางและทรัพย์สินมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท โดยได้สืบสวนทราบว่า มีผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเครือข่าย “หวยแลนด์” พบเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 เครือข่าย ได้แก่ 1.jaywii 2.jaywiiplus 3.jay1000 4.Ih69 5.rachahuay 6.huayland 7.kerry899 8.linetang88 และ 9.huay1plus ซึ่งมีสมาชิกผู้เล่นกว่า 59,000 คน ต่อมาได้มีการขออนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องรวม 29 ราย และกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหายจำนวน 17 จุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 13 จุด, จ.ชุมพร จำนวน 3 จุด และ จ.กาญจนบุรี จำนวน 1 จุด จากการกระจายกำลังเข้าตรวจค้นทั้ง 17 จุด สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 17 ราย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก เช่น เงินสด 47 ล้านบาท อายัดเงินในบัญชีธนาคารกว่า 20 ล้านบาท นาฬิกาหรู (Patek Philippe, Rolex, TAG Huer) จำนวน 6 เรือน โฉนดที่ดิน 26 ชุด รถยนต์ Porsche Cayenne จำนวน 1 คัน เป็นต้น นายประเสริฐ กล่าวว่า “ตามนโยบายของรัฐบาล โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญและเร่งรัดกับการปราบปรามความผิดที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ ที่หลอกลวงเหยื่อในรูปแบบต่างๆ ทำให้ประชาชนสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก และได้สั่งการให้กระทรวงดีอี สตช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีผลชัดเจนใน 30 วัน ซึ่งกระทรวงดีอีได้มีการผนึกกำลังหลายภาคส่วน และเร่งดำเนินการการทำงานให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น” ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดน ในการดำเนินการขยายผลจับกุมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ ซิมผี บัญชีม้า โดยบช.สอท. ได้แจ้งให้ กระทรวงดีอีดำเนินการปิดเว็บพนันออนไลน์ในช่วงระหว่างวันที่ 1 - 9 เม.ย. 67 จำนวน 7,612 URLs และตั้งแต่ 1 ต.ค. 66 - 9 เม.ย. 67 กระทรวงดีอีดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย พนัน ไปแล้ว 31,503 URLs เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบ ระงับ ยับยั้ง หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง-------------------------------------

วันนี้ (10 เมษายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สรงน้ำพระพุทธรูป เนื่องในโอกาสประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2567 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเข้าร่วมรดน้ำขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมส่งเสริมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ณ ห้องรับรองแขกต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #รมวประเสริฐ #วันสงกรานต์  


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพที่สัปดาห์นี้ติดท็อป 3 อันดับแรก ประชาชนให้ความสนใจสูง อันดับที่ 1 “ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดแตกได้” รองลงมาเป็น “มีรอยจุดสีขาวบนเล็บ เป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อราที่เล็บและร่างกายขาดแร่ธาตุ” และ “ปวดบั้นเอว ฉี่เหม็น คลื่นไส้อาเจียน ตัวและขาบวมควรล้างของเสียออกจากร่างกาย ก่อนจะป่วยเป็นโรคไต” ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 5 - 11 เมษายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,200,605 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 138 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 108 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 29 ข้อความ และแจ้งเบาะแสผ่าน Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 107 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 70 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 71 เรื่อง อาทิ กรมขนส่งทางบกเปิดให้ลงทะเบียนทำใบขับขี่ออนไลน์ทางเพจศูนย์รับออกบัตรใบขับขี่ โดยตรงจากขนส่ง เป็นต้น กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 11 เรื่อง อาทิ ลักษณะของลิ้นเสี่ยงเกิดอาการท้องอืด เป็นต้น กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 1 เรื่อง อาทิ ปัญหาฝุ่นพิษภาคเหนือเริ่มรุนแรงเมื่อปี 2550 หลังนำเข้าข้าวโพดไม่เสียภาษีภายใต้ ACMECS ปี 2547 เป็นต้น กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง อาทิ สินเชื่อออมสินเปิดบริการให้ยืม วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท เป็นต้น กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 21 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดแตกได้ อันดับที่ 2 : เรื่อง มีรอยจุดสีขาวบนเล็บ เป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อราที่เล็บ และร่างกายขาดแร่ธาตุ อันดับที่ 3 : เรื่อง ปวดบั้นเอว ฉี่เหม็น คลื่นไส้อาเจียน ตัวและขาบวม ควรล้างของเสียออกจากร่างกาย ก่อนจะป่วยเป็นโรคไต อันดับที่ 4 : เรื่อง ทานวิตามินบีเป็นประจำก่อนนอน ช่วยป้องกันโรคหัวใจ อันดับที่ 5 : เรื่อง ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ นำมาฉีดพ่นใส่นาข้าว ทำให้ผลผลิตงาม อันดับที่ 6 : เรื่อง ลักษณะพระจันทร์เสี้ยวในเล็บมือสามารถบอกโรคได้ อันดับที่ 7 : เรื่อง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรับเงินเร็วขึ้น กดเงินสดใช้ได้ เริ่ม 11 เม.ย. 67 อันดับที่ 8 : เรื่อง เพจกรมส่งเสริมฝีมือเเรงงาน เปิดรับสมัครงาน อันดับที่ 9 : เรื่อง วันที่ 8 เมษายน เป็นวันที่อากาศร้อนที่สุด กรุงเทพฯ อุณหภูมิสูงสุด 44.9 องศา อันดับที่ 10 : เรื่อง ลักษณะของลิ้นที่เสี่ยงเกิดอาการท้องอืด “ทั้งนี้ ดีอี มีความห่วงใยประชาชนในเรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม ดังกล่าว โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenterเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailandและช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง” -------------------------------------

AOC 1441 เปิดเผย 5 เคสตัวอย่าง หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หลอกให้รัก หลอกให้ซื้อตุ๊กตาลาบูบู้ (Labubu) สูญเงินเกือบ 4 แสนบาท   นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 8-12 เมษายน 2567 ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพจำนวน 5 เคส ประกอบด้วยคดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 188,000 บาท โดยรายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท Shopee แจ้งว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลฟรีสามารถเลือกสินค้าได้เลย จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line แล้วเชิญเข้า Group Line เพื่อร่วมทำกิจกรรมตามที่บริษัทกำหนด อ้างว่าเป็นกิจกรรมการกุศลจะได้รับเงินคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปหลายครั้ง ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังไม่ได้รับผลตอบแทน คดีที่ 2 : คล้ายกับคดีแรก มูลค่าความเสียหาย 103,000 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางโทรศัพท์อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท Shopee แจ้งว่าเป็นผู้โชคดีจากการรีวิวสินค้า จะได้รับรางวัลและสิทธิประโยชน์จากนั้นให้เพิ่มเพื่อน ทาง Line โดยต้องชำระค่าธรรมเนียม และร่วมทำกิจกรรมตามที่บริษัทกำหนด อ้างว่า เป็นกิจกรรมการกุศล และจะได้รับผลตอบแทนคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปหลายครั้ง ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังไม่ได้รับ คดีที่ 3 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) ผู้เสียหายได้รู้จักพูดคุยสนิทใจกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook อ้างว่าเป็นนายแพทย์ สาขากระดูก รักษาทหารอยู่ในประเทศอิสราเอล ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าตั๋วเดินทางให้ก่อน เมื่อกลับถึงเมืองไทยจะโอนเงินกลับคืน ผู้เสียหายเกิดความสงสารจึงโอนเงินไป จำนวน 50,000 บาท ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้า หรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ โดยผู้เสียหายผู้เสียหายได้สั่งซื้อสินค้า ตุ๊กตาลาบูบู้(Labubu) กำลังเป็นที่นิยมผ่านช่องทาง X โดยโอนเงินชำระเต็มจำนวนมูลค่า 9,996 บาท ภายหลังการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีกและไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงไว้และคดีที่ 5 ผู้เสียหายพบโฆษณาที่พักผ่านช่องทาง Facebook เพจชื่อ "Bangsaen Cabana"ผู้เสียหายสนใจจึงได้ติดต่อพูดคุยและจองห้องพัก ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน โดยโอนเงินชำระเต็มราคามูลค่า 5,580 บาท หลังจากนั้นทางเพจติดต่อกลับผู้เสียหายอ้างว่า มีค่าประกันห้องพักที่ต้องชำระเพิ่ม แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินค่าประกันดังกล่าวไปซึ่งผู้เสียหายทั้ง 5 เคส เชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก จึงติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441 โดยมีมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 เคส รวม 356,576 บาท ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึง วันที่ 12 เมษายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้  1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 545,620 สาย /เฉลี่ยต่อวัน 3,327 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 112,699 บัญชี/ เฉลี่ยต่อวัน 924 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท 1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 33,954 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 30.13 2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 24,192 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 21.47 3) หลอกลวงลงทุน 20,361 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.07 4) หลอกลวงให้กู้เงิน 9,406 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 8.35 5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 7,376 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 6.54 และคดีอื่นๆ 17,410 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 15.45 4. ยอดการอายัดบัญชี(1 พ.ย.66 – 14 เม.ย. 67) ข้อมูลของทั้งประเทศจาก ตร. (บช.สอท) 1) ยอดขออายัด 8,447,094,202 บาท 2) ยอดอายัดได้ 4,055,094,202 บาท 3) อายัดได้ร้อยละ 48.01  “อย่างไรก็ตาม ดีอี ยังคงพบว่ามีการหลอกลวงประชาชนจากมิจฉาชีพอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังการหลอกลวงดังกล่าวที่มีในหลากหลายรูปแบบ โดยไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย งดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย และอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ลงทุนแล้วเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงทั้งนี้ขอให้ท่านอย่าไว้ใจทั้งนี้ขอให้ท่านอย่าไว้ใจ และตระหนักอยู่เสมอถึงความปลอดภัยของตัวท่านเอง เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ซึ่งอาจจะทำให้ท่านโอนเงินให้กับมิจฉาชีพได้ รวมทั้งช่วยกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้วย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.