Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานจัดพิธีทำบุญตักบาตร พิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล และกิจกรรมเพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2568 “วันนวมินทรมหาราช” โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมงาน ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดีอีและโฆษกกระทรวงดีอี ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center) หรือ ศูนย์ AOC 1441 โดยมีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ให้การต้อนรับ นายไชยชนก กล่าวภายหลังร่วมหารือและรับฟังการดำเนินงานของศูนย์ AOC 1441 หรือ ศปอท.ว่า ตามที่ตนได้แถลงนโยบายการขับเคลื่อนกระทรวงดีอี เพื่อการเร่งรัดแก้ไขปัญหาภัย 4 ด้านให้กับประชาชน โดย 1 ในนั้นคือ ภัยความมั่นคง โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่มีผลกระทบสร้างความเสียหายต่อประชาชน  โดยมอบหมายให้ ศูนย์ AOC 1441 บูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทั้งนี้ที่ผ่านมาพบว่า ข้อมูลของศูนย์ AOC 1441 เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ คาดการณ์แนวโน้มของภัยออนไลน์ หรือใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสื่อสารเตือนภัยเชิงรุกในระดับพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (AFNC) และหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น ๆ ดังนั้น ศูนย์ AOC 1441 ต้องเร่งรัดจัดทำ Dashboard เพื่อวิเคราะห์ภัยออนไลน์ (Scam Intelligence Board) โดยแปลงข้อมูลให้เข้าใจง่าย แสดงแนวโน้ม พื้นที่เสี่ยง และกลโกงยอดนิยมในรูปแบบเรียลไทม์ บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบาย มาตรการสื่อสารเตือนภัย สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเพื่อลดความสูญเสียจากการหลอกลวงออนไลน์ในกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เช่น เด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ อย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเบื้องต้นมอบหมายให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ไปศึกษาแนวทางในการทำระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด “ระบบ Dashboard วิเคราะห์ภัยออนไลน์ของศูนย์ AOC ช่วยให้การบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายในระดับพื้นที่ สามารถใช้ข้อมูลจริงประกอบการกำหนดนโยบาย วางแผนการประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประชาชนในกลุ่มเสี่ยงจะได้รับข้อมูลเตือนภัยที่ตรงจุด ลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อของกลโกงออนไลน์ ช่วยปกป้องประชาชนจากภัยไซเบอร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ระบบ Dashboard ดังกล่าว จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบข้อมูลกลางด้านภัยออนไลน์ของประเทศ ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลจากธนาคาร สถิติ และหน่วยงานความมั่นคงในอนาคตได้อย่างเรียลไทม์” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย ------------------------------------------------


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68” รองลงมาคือเรื่อง “ทหารกัมพูชาตรึงกำลังตั้งฐานที่ปราสาทคนา” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล โดยขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 3 – 9 ตุลาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,029,742 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,031 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,010 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 6 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 2 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 13 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 224 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 73 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 151 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 26 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 0 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 44 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลและการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ความมั่นคงระหว่างประเทศ ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 อันดับที่ 2 : เรื่อง ทหารกัมพูชาตรึงกำลังตั้งฐานที่ปราสาทคนา อันดับที่ 3 : เรื่อง เปิดเกณฑ์รับเงินคนละครึ่ง แบ่ง 3 กลุ่ม แจกสูงสุด 2,400 บาท อันดับที่ 4 : เรื่อง หญิงที่ไม่มีเพศสัมพันธ์เป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงสมองตาย และเป็นมะเร็งรังไข่ อันดับที่ 5 : เรื่อง ทอ. สั่งบิน F-16 สอดแนมฐานทัพกัมพูชา อันดับที่ 6 : เรื่อง จังหวัดเพชรบูรณ์เกิดเหตุคอกวัวแตกหลังฝนตกหนัก อันดับที่ 7 : เรื่อง เกิดเหตุเครื่องบินตกในกรุงเทพฯ สูญเสีย 750 ราย อันดับที่ 8 : เรื่อง การแสดง “โขน” ต้นฉบับเป็นของกัมพูชา อันดับที่ 9 : เรื่อง งอนิ้วชี้ไปมาข้างละ 100 ครั้งต่อวัน ช่วยให้ตับดี สมองดี สายตาดี อันดับที่ 10 : เรื่อง ไทยขายใบนัดแพทย์ปลอม ให้คนกัมพูชาใช้ผ่านข้ามแดน สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เริ่มลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ปัจจุบัน กระทรวงการคลัง ยังไม่มีการดำเนินการโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ 3 ทั้งนี้ หากมีการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชาสัมพันธ์แจ้งต่อประชาชนให้รับทราบต่อไป ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “ทหารกัมพูชาตรึงกำลังตั้งฐานที่ปราสาทคนา” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข่าวปลอม โดยขอชี้แจงว่า จากข้อมูลบันไดไม้ที่สร้างโดยฝ่ายกัมพูชามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการส่งกำลังบำรุงไปยังฐานตรวจการณ์บนหน้าผา และต่อมาได้ถูกนำมาใช้เพื่อการท่องเที่ยวของประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ กำลังทหารกัมพูชาที่ประจำการอยู่บริเวณดังกล่าวไม่มีท่าทีคุกคาม และจุดเฝ้าตรวจของกัมพูชาไม่ได้มีลักษณะเป็นป้อมปราการทางทหารแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ---------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้เข้าร่วมซื้อจองหุ้น SET50 และกองทุนทองคำ ผ่านเพจ Hua Seng Heng Index Futures” รองลงมาคือเรื่อง “กฟภ. โทรติดต่อประชาชนให้แอดไลน์ เพื่อรับเงินค่าประกันมิเตอร์คืน” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 3 – 9 ตุลาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,029,742 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,031 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,010 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 6 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 2 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 13 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 224 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 73 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้เข้าร่วมซื้อจองหุ้น SET50 และกองทุนทองคำ ผ่านเพจ Hua Seng Heng Index Futures อันดับที่ 2 : เรื่อง กฟภ. โทรติดต่อประชาชนให้แอดไลน์ เพื่อรับเงินค่าประกันมิเตอร์คืน อันดับที่ 3 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ กฟภ. โทรหา ปชช. แจ้งเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า อันดับที่ 4 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ ไม่ต้องสอบเอง ติดต่อได้ที่เพจ Somkiart Tonlay อันดับที่ 5 : เรื่อง ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ติดต่อขอรับเงินคืนผ่านเพจ Stop the incident อันดับที่ 6 : เรื่อง ลงทุนหุ้นกับ OR ผ่านเพจ AMZN โอ้อาร์ Market ASCO ก็เป็นเจ้าของคาเฟ่อเมซอนได้แล้ว อันดับที่ 7 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบกรับทำใบขับขี่ทางออนไลน์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก อันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดบัญชี TikTok ชื่อ สนง.ปปง (Anti-Money) อันดับที่ 9 : เรื่อง ปปง. เปิดให้เหยื่อแก๊งคอลฯ ลงทะเบียนขอรับเงินคืน ผ่านบัญชี TikTok scamalert02 อันดับที่ 10 : เรื่อง ลงทุนผ่านไลน์ PDAX SERVICE ปลอดภัย รับรองโดย ก.ล.ต. “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการคืนเงินจากมิจฉาชีพในกับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง  ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้เข้าร่วมซื้อจองหุ้น SET50 และกองทุนทองคำ ผ่านเพจ Hua Seng Heng Index Futures” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยเพจ Hua Seng Heng Index Futures มีการแอบอ้างใช้ชื่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และชักชวนให้ประชาชนมาร่วมลงทุนซื้อหุ้นและกองทุน ซึ่งเป็นพฤติกรรมของมิจฉาชีพ จึงขอเตือนนักลงทุนให้ระวัง อย่าหลงเชื่อการชักชวนในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดหากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมคณะรัฐมนตรี ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ และทุกภาคส่วน วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน "วันนวมินทรมหาราช" พ.ศ. 2568 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถ.ศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ



วันที่  14 ตุลาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสถาปนา กรมบัญชีกลางครบรอบ 135 ปี พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง และเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง ให้การต้อนรับ ณ กระทรวงการคลัง

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงานสัมมนาและนิทรรศการ Digital Government Summit 2025 (DG SUMMIT 2025) ภายใต้แนวคิด Leading Thailand to the Top in GovTech ร่วมกับ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิด ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพฯ   ในโอกาสนี้ นายไชยชนก ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Driving Thailand’s Digital Economy & Society โดยเน้นย้ำถึงภารกิจสำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯ คือการสร้าง “เส้นเลือดใหญ่ของรัฐไทย” ผ่าน Government Cloud และ Data Infrastructure ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างปลอดภัย โปร่งใส และต่อเนื่อง การยกระดับ Thailand CERT เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านไซเบอร์ระดับชาติ โดยการพัฒนากรอบ Decentralized Security Framework เพื่อป้องกันการโจมตีจากจุดเดียวและเสริมความยั่งยืนของระบบความปลอดภัยภาครัฐ เดินหน้า Proactive Privacy Management ภายใต้ PDPA และพัฒนา National Data Governance Framework ให้เป็นระบบเดียวกัน เป็นต้น โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างปลอดภัย โปร่งใส และมั่นใจในอนาคตของคนไทยทุกคน เพราะ “รัฐบาลดิจิทัล” จะไม่ใช่แค่ระบบ แต่คือ “ความเชื่อมั่นใหม่ของชาติ”

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และโฆษกกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีข้อสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางดิจิทัล ของกระทรวงดีอี หรือ “ชุดปฏิบัติการพิเศษ DE” ในทันที   สำหรับกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของ “ชุดปฏิบัติการพิเศษ DE” ที่มีความเกี่ยวข้องกับการจับกุมเว็บพนันและแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลายพื้นที่ แต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดี และพบการร้องเรียนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ว่าเจ้าหน้าที่บางรายแอบอ้างอำนาจเรียกรับผลประโยชน์ โดยใช้เอกสารกระทรวงดีอี ในการอายัดบัญชี ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และปัจจุบันยังคงดำเนินการอยู่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง   ทั้งนี้เบื้องต้น นายไชยชนก ได้สั่งการให้มีการระงับการปฏิบัติงานของ “ชุดปฏิบัติการพิเศษ DE”ตามคำสั่งที่ 20/2567 เรื่องการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางดิจิทัล เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางดิจิทัล โดยจากการตรวจสอบพบว่า บุคลากรของชุดปฏิบัติการบางคนได้ครบเกษียณอายุราชการ แต่ยังปรากฏรายชื่อ และยังมีการปฏิบัติหน้าที่อยู่   “เรื่องดังกล่าวรมว.ดีอี ไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญในเรื่องของการทำงานที่ต้องโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ และเชื่อมั่นต่อการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของกระทรวงดีอี โดยให้มีการระงับการปฏิบัติหน้าที่ของชุดปฏิบัติการดังกล่าว และจะมีการทบทวนตั้งคณะทำงานที่เหมาะสม สามารถตรวจสอบได้จากแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทดแทนต่อไป” โฆษกกระทรวงดีอี กล่าวในตอนท้าย   --------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมพิจารณาแก้ไขปัญหาการให้บริการรถผ่านแอปพลิเคชัน ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เข้าร่วม ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อการบูรณาการข้อมูลร่วมกันตามมาตรฐาน International Crime Classification for Statistical Purposes – ICSS (มาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยการจำแนกประเภทอาชญากรรมเพื่อประโยชน์ทางสถิติ) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย และการให้บริการประชาชน โดยมีผู้แทนสำนักงานสถิติแห่งชาติ และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เข้าร่วม ณ ห้อง 1010 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.