Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

24 ธันวาคม 568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรมบริจาคขยะรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของปี พ.ศ. 2568 โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการรับมอบและนำขยะไปบริหารจัดการตามกระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารซี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงดีอี โดยส่งเสริมให้เกิดการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนและเป็นการแสดงออกถึงคุณธรรม จริยธรรม ในการมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ “คน DE หัวใจสีเขียว”        ซึ่งรองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เปิดเผยว่า “จากการดำเนินโครงการตั้งแต่ครั้งที่ 1 จนถึงครั้งที่ 4 เราเห็นความตื่นตัวของบุคลากรดีอีที่นำขยะรีไซเคิลจากที่บ้านและที่ทำงานมาส่งมอบเป็นจำนวนมาก สำหรับครั้งที่ 5 นี้ ถือเป็นกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งส่งท้ายปี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเคลียร์วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว โดยเฉพาะขยะจากสำนักงานและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ส่งมอบให้กับไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่จะนำขยะเหล่านี้ไปแปรรูปให้กลับมามีค่าอีกครั้ง แทนการทิ้งให้เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม”  

22 ตุลาคม 2568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรมบริจาคขยะรีไซเคิล ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 3 โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดพร้อมใจเข้าร่วมนำขยะรีไซเคิลมาส่งมอบให้กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อนำไปบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างถูกวิธี ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารซี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ      กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปลัดกระทรวงดีอีได้นำขยะรีไซเคิลที่ผ่านการคัดแยกจากส่วนงานต่างๆ มาส่งมอบให้แก่ตัวแทนจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธีและนำกลับมาใช้ประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)     รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กล่าวว่า “การที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่มาร่วมตัวกันในวันนี้ เป็นภาพสะท้อนของความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรมและจริยธรรม ควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม กิจกรรม 'คน DE หัวใจสีเขียว' ไม่ได้เป็นเพียงการทิ้งขยะ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดให้เรามองเห็นคุณค่าของทรัพยากร และลดภาระแก่โลกอย่างเป็นรูปธรรม ผมหวังว่ากิจกรรมครั้งที่ 3 นี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความต่อเนื่องในการคัดแยกขยะในที่ทำงานจนเป็นนิสัย”     ภายในงานมีการตั้งจุดรับบริจาคขยะแยกประเภท อาทิ กระดาษขาวดำ กระดาษลัง พลาสติกยืด และขยะอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่จากไปรษณีย์ไทยได้ให้คำแนะนำถึงวิธีการจัดการขยะแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถนำไปเข้ากระบวนการผลิตใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปริมาณขยะสะสมในหน่วยงานราชการ

24 กันยายน 2568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรมบริจาคขยะรีไซเคิล ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 2 ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารซี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง     กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปลัดกระทรวงดีอีได้นำขยะรีไซเคิลที่ผ่านการคัดแยกจากส่วนงานต่างๆ มาส่งมอบให้แก่ตัวแทนจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธีและนำกลับมาใช้ประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน      รองหัวหน้าศูนย์ปฏฺบัติการต่อต้านการทุจริต กล่าวว่า “การที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่มาร่วมตัวกันในวันนี้ เป็นภาพสะท้อนของความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรมและจริยธรรม ควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม กิจกรรม 'คน DE หัวใจสีเขียว' ไม่ได้เป็นเพียงการทิ้งขยะ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดให้เรามองเห็นคุณค่าของทรัพยากร และลดภาระแก่โลกอย่างเป็นรูปธรรม ผมหวังว่ากิจกรรมครั้งที่ 2 นี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความต่อเนื่องในการคัดแยกขยะในที่ทำงานจนเป็นนิสัย”     ภายในงานมีการตั้งจุดรับบริจาคขยะแยกประเภท อาทิ กระดาษขาวดำ กระดาษลัง พลาสติกยืด และขยะอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่จากไปรษณีย์ไทยได้ให้คำแนะนำถึงวิธีการจัดการขยะแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถนำไปเข้ากระบวนการผลิตใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปริมาณขยะสะสมในหน่วยงานราชการ

27 สิงหาคม2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมบริจาคขยะรีไซเคิลภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 1 ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารซี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง กิจกรรมในครั้งที่ 1 นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้น (Kick-off) ของปีงบประมาณในการรณรงค์ให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงดีอี มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมผ่านการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการรับมอบขยะรีไซเคิลประเภทต่างๆ เพื่อนำไปบริหารจัดการตามกระบวนการที่ถูกต้องต่อไป     ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “การจัดกิจกรรม ‘คน DE หัวใจสีเขียว’ ครั้งที่ 1 นี้ เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของกระทรวงฯ ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคลากรให้มีความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และสร้างวินัยในการบริหารจัดการทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเราตั้งเป้าที่จะดำเนินกิจกรรมเช่นนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี”     ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ดังนี้: 1.      พิธีส่งมอบขยะรีไซเคิล: ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมกันนำขยะที่คัดแยกแล้ว เช่น ขวดพลาสติก กระดาษ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาส่งมอบให้กับรถขนส่งของไปรษณีย์ไทย 2.      นิทรรศการให้ความรู้: การจัดแสดงวิธีการคัดแยกขยะที่ถูกต้องก่อนนำไปรีไซเคิล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนให้กับบุคลากรโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะสู่บ่อฝังกลบ แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน      




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ในวันที่ 28 ธันวาคม 2568 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 167,244 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,660 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,649 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 11 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 37 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม : เรื่อง Café Amazon เปิดบัญชีไลน์ Cafe Amazon เพื่อให้บริการลูกค้า   อันดับที่ 2 ข่าวจริง : เรื่อง ปปง. ยึดเรือยอชต์พร้อมอุปกรณ์มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ขยายผลเชื่อมโยงถึงสแกมเมอร์ข้ามชาติ   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม : เรื่อง ใบขับขี่ออนไลน์ ทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องไปทำเอง ติดต่อได้ที่เพจ หมั้น พลอาชา   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กชื่อ Thunhoon News เปิดให้ลงทะเบียนเรียนสาขาวิชาความรู้หุ้น เรียนจบรับวุฒิบัตร ไม่มีค่าใช้จ่าย   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม : เรื่อง ลงทุนหุ้นทองคำกับเยาวราช ผ่านเพจ ดัชนีหุ้นไทย ปันผลรายวัน รับรองโดย ก.ล.ต.   อันดับที่ 6 ข่าวจริง : เรื่อง แจ้งพลเรือนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดน สามารถกลับบ้านและประกอบอาชีพในพื้นที่ฝั่งของตนเองได้ตามปกติ   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม : เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดโครงการระบบออนไลน์ร่วมกับ 16 ธนาคารดัง กู้เริ่มต้นคนละ 100,000 บาท ผ่านบัญชีติ๊กต็อก kknmmjpzf25   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “Café Amazon เปิดบัญชีไลน์ Cafe Amazon เพื่อให้บริการลูกค้า” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าเป็น “ข่าวปลอม” โดยจากการตรวจสอบบัญชีไลน์ Cafe Amazon พบว่าเป็นบัญชีปลอม ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น และได้แอบอ้างนำโลโก้ของ Café Amazon ซึ่งเป็นธุรกิจของ OR ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทาง OR ขอยืนยันว่าบัญชีไลน์ดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับทาง OR ทั้งสิ้น ดังนั้นขอให้ประชาชนได้ระมัดระวังการแอบอ้างดังกล่าว   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 168,073 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,498 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,498 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 14 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับจากฝั่งกัมพูชา บินล้ำเข้ามาฝั่งไทยกว่า 250 ลำ เข้าข่ายละเมิดมาตรการลดระดับตามข้อตกลง GBC อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำ เสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และหลอดเลือดสมอง อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดบัญชีติ๊กต็อกรับทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิด ผ่านบัญชี sun.winterfell อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง  OR เปิดให้บุคคลทั่วไปร่วมลงทุนหุ้น OR Amazon ผ่านเพจ EPS earnings per share market Amzon อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง วิทยุการบินฯ มอบของขวัญปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชน ลดค่าบริการเดินอากาศให้สายการบิน 30% อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Asian Job Company เปิดรับสมัครแรงงานไปทำงานเกษตร ที่ออสเตรเลีย วีซ่าทำงาน 3 ปี ผ่านกรมแรงงาน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.กรุงไทย ใช้บัญชีติ๊กต็อกที่ชื่อ nmlovuhbpl0 เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้ 9,000 บาทขึ้นไป ดอกเบี้ย 0.5% ผ่อนนาน 60 เดือน อันดับที่ 8 ข่าวจริง เรื่อง กองทัพขอความร่วมมือประชาชน ห้ามเก็บ ครอบครอง หรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางทหาร สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับจากฝั่งกัมพูชา บินล้ำเข้ามาฝั่งไทยกว่า 250 ลำ เข้าข่ายละเมิดมาตรการลดระดับตามข้อตกลง GBC” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยเมื่อคืนวันที่ 28 ธันวาคม 2568 กองทัพบกได้ตรวจพบ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน/UAV) จากฝั่งกัมพูชา ในประเทศไทยกว่า 250 ลำ บริเวณพื้นที่ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม และพื้นที่ใกล้เคียงช่องอานม้า เขาสัตตะโสม ซำแต โดนตวล ช่องกร่าง และช่องสายตะกู การกระทำดังกล่าวถือเป็น การยั่วยุและละเมิดข้อตกลงลดความตึงเครียด ตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายเพิ่งตกลงกันไว้ ดังนั้นพฤติกรรมดังกล่าวอาจกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนชายแดน และอาจต้องพิจารณาทบทวนมาตรการบางประการ รวมถึงกรณีการปล่อยตัวกำลังพลกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัว โดยไทยยังคงยืนยันในการยึดแนวทางสันติและการลดความตึงเครียด แต่หากยังมีการละเมิดอธิปไตยอย่างต่อเนื่อง กองทัพบกจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ โดยเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยออนไลน์ การหลอกลวงของมิจฉาชีพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบความเสียหายจากสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ ศูนย์ AOC 1441 ได้แจ้งเตือนภัยการหลอกลวงในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยพบว่าข้อมูลการระงับบัญชีสูงสุดจากรูปแบบการหลอกลวงที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องของมิจฉาชีพ 5 อันดับแรก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 17 ธันวาคม 2568 ซึ่งประชาชนต้องระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้ 1.หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ พบการระงับบัญชีแล้ว จำนวน 349,054 บัญชี (31.90%) โดยขอแจ้งเตือนให้ระวังการหลอกลวงจองที่พักปลอม ร้านอาหารปลอม หรือซื้อของขวัญราคาถูกเกินจริง 2.หลอกลวงทำงานหารายได้พิเศษ พบการระงับบัญชีแล้ว 229,829 บัญชี (21.00%) ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการหารายได้เสริม หรือทำงานเสริมในช่วงวันหยุดยาว ที่มักใช้ข้ออ้างว่า "รายได้ดี ทำงานที่บ้านได้" 3.หลอกลวงโอนเงินเพื่อรับรางวัล พบการระงับบัญชีแล้ว 207,902 บัญชี (19.00%) สำหรับรูปแบบการหลอกลวง มิจฉาชีพมักใช้การส่ง SMS แนบลิงก์ระบุข้อความ "ของขวัญปีใหม่" หรือ "ผู้โชคดี" และให้ทำตามเงื่อนไขที่ต้องโอนเงินก่อนได้รับของรางวัล 4.หลอกลวงลงทุน พบการระงับบัญชีแล้ว 139,138 บัญชี  (12.72%) โดยมิจฉาชีพมักใช้วิธีการชักชวนให้นำเงินโบนัส ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรืออื่นๆ ซึ่งมักอ้างว่าลงทุนง่าย กำไรดี ได้ผลตอบแทนเร็ว 5.หลอกลวงให้กู้เงิน พบการระงับบัญชีแล้ว 74,320 บัญชี (6.79%) ซึ่งในช่วงปีใหม่ที่ประชาชน หรือผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้เงินทุน หรือเงินเพื่อการท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพหลอกลวง การปล่อยเงินกู้ สินเชื่อ โดยมักอ้าง การโอนไว อนุมัติง่าย ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ ถูกหลอกลวงข้อมูลส่วนบุคคล และหลอกติดตั้งแอปฯ ดูดเงินในบัญชี ทั้งนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนในระวังพฤติกรรมการหลอกลวงต่างๆจากสแกมเมอร์ ซึ่งมักใช้ช่องทางการหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย อาทิ Facebook ,Line และ TikTok โดยขอเน้นย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด เช่นเดียวกับ การซื้อสินค้าออนไลน์ การจองที่พักโรงแรม ร้านอาหาร ขณะเดียวกันประชาชน สามารถติดต่อสอบถามเพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือแจ้งระงับบัญชีผ่านทางสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นผู้เสียหาย สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินได้ --------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 165,743 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,766 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,766 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 18 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 5 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง รับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ไม่ต้องสอบเองที่ขนส่ง ผ่านเพจ Wannisa Chalerm อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง 29 ธ.ค. ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณเขาสัตตะโสม อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ห้ามร้านค้าจำหน่ายเหล้า-เบียร์ ให้กับลูกค้าที่มีอาการมึนเมา ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว อำเภอตาพระยา โคกสูง อรัญประเทศ คลองหาด จังหวัดสระแก้ว อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Australian Employment เปิดรับแรงงานชาย-หญิง เก็บผลไม้ที่ออสเตรเลีย ถูกต้องตามกฎหมายผ่านกรมแรงงาน อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ ผ่าน TikTok "@supat.suanchan50" อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง กรมอุทยานฯ ประกาศยกเว้นค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 68 – 4 ม.ค. 69 สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “รับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ไม่ต้องสอบเองที่ขนส่ง ผ่านเพจ Wannisa Chalerm” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากการขอรับใบขับขี่ทุกชนิดต้องดำเนินการด้วยตนเองที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ไม่สามารถทำผ่านเพจเฟซบุ๊ก หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ ได้ รวมถึงการมอบเอกสารส่วนตัวและโอนเงินให้ผู้อื่นเสี่ยงต่อการได้รับใบขับขี่ปลอม และอาจถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายได้ โดยขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่โฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า สามารถรับทำใบอนุญาตขับรถได้โดยไม่ต้องเข้าอบรมหรือทดสอบ ซึ่งไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ซึ่งได้แบ่งกลุ่มข่าวปลอมออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน และพบว่าในแต่ละกลุ่ม มีข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ AFNC ในปี 2568 ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ดังนี้ 1.กลุ่มข่าวนโยบายรัฐ ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง : “แก๊งค้ามนุษย์-ขอทานต่างด้าวระบาดทั่วไทย ไร้การจัดการ” โดยประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน  458,261 ครั้งคำชี้แจง : เรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ  ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันว่า ได้ดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์และขอทานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการกำหนดมาตรการเชิงรุกต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย 2.กลุ่มข่าวภัยพิบัติอันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง : “เสี่ยงเกิดสึนามิที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน อาจรุนแรงกว่าปี 2547”ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 529,472 ครั้งคำชี้แจง : กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงว่า การที่แผ่นเปลือกโลกจะมีการปลดปล่อยพลังงานให้รุนแรงเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 9.3 ที่เกิดในปี 2547 จากการประเมินและคำนวน พบว่า จะใช้เวลาอีกประมาณ 400-600 ปี ทำให้ในปัจจุบันยังไม่สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ 3.กลุ่มข่าวสุขภาพอันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง “ติดเชื้อ HIV รักษาให้หายได้ใน 2 เดือน ด้วยการใช้ CDS 2 ขวด”พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 156,828 ครั้งคำชี้แจง : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ CDS ไม่สามารถใช้รักษาโรคได้ และขอเตือนประชาชนว่า CDS ไม่ใช่ยา และไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้ในการรักษาโรคใด ๆ การบริโภค CDS อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต 4.กลุ่มข่าวเศรษฐกิจอันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง “ออมสินปล่อยกู้ผ่านเพจ LEASE it PCL 859 เริ่มต้น 10,000 – สูงสุด 1 ล้าน!”พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 77,123 ครั้งคำชี้แจง : ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเพจเฟซบุ๊ก “LEASE it PCL 859” ที่อ้างว่าธนาคารออมสินให้บริการสินเชื่อวงเงิน 10,000 – 1,000,000 บาท โดยไม่ใช้คนค้ำ ไม่เช็กเครดิต กู้ได้ทุกอาชีพ และอนุมัติไว ขอเตือนให้ระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล และทรัพย์สินส่วนบุคคล 5.กลุ่มข่าวอาชญากรรมออนไลน์อันดับ 1 เป็น “ข่าวปลอม” เรื่อง “ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายลงทะเบียนขอรับเงินคืน ผ่านบัญชี TikTok police_cyber1710”พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจ มีส่วนร่วมเป็นจำนวน 97,688 ครั้งคำชี้แจง :  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ชี้แจงว่า บัญชี TikTok ชื่อ ตำรวจไซเบอร์ ใช้แอ็กเคานต์ชื่อ police_cyber1710 เป็นบัญชีที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้ของหน่วยงานราชการเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งหากประชาชนหลงเชื่อ และมีการแชร์ต่อๆกันไปในสังคม อาจสร้างความเข้าใจผิด สับสน และเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูล และทรัพย์สินส่วนบุคคลได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี โดยศูนย์ AFNC ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริงและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีแก่ประชาชน รวมทั้งการแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ หรืออาชญากรรมออนไลน์ ในรูปแบบต่างๆ ให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 158,036 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,014 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,007 ตามมาด้วยช่องทาง Line 7 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 11 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลงทะเบียนขอรับเงินคืน Tik Tok บัญชี"@payungsamanmrit" อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อด่วนเพื่อการเกษตร ลงทะเบียนออนไลน์ก็รับเงินก้อนได้ทันที ผ่านบัญชีติ๊กต็อก baac.th_online289 อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ทหารไทยทำลายบันไดไม้ 1,181 ขั้น บริเวณปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ประกาศมอบเงินช่วยเหลือ 1 แสนบาทให้ 4 กลุ่ม ผ่าน TikTok บัญชี @Loveyou555 อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ใบขับขี่ไม่ใช่เรื่องยาก ผ่านเพจ พงษ์เพชร์ กงพล รับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมายแบบครบวงจร อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ไทย-จีน-กัมพูชา หารือไตรภาคี สร้างสันติภาพและปราบปรามอาชญากรรมข้ามแดน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง รับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ไม่ต้องสอบเองที่ขนส่ง ผ่านเพจ นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ลงทะเบียนขอรับเงินคืน Tik Tok บัญชี"@payungsamanmrit"” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากบัญชี TikTok ชื่อ @payungsamanmrit เป็นบัญชีปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น โดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ โพสต์ข้อความหลอกลวงให้ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลงทะเบียนผ่านลิงก์เพื่อขอรับเงินคืน ซึ่งทางสำนักงาน ปปง. ไม่มีนโยบายให้ผู้เสียหายติดต่อยื่นเอกสารหรือปรึกษาคดีผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียใด ๆ ทั้งสิ้น และมีบัญชีทางการที่ถูกต้องคือ @amlo_thailand เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในวันที่ 1 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 156,814 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 366 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 366 โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 4 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 1 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง การรถไฟฯ สนับสนุนภารกิจ ส่งตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแนวกั้นพรมแดนไทย–กัมพูชา อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ได้ที่เพจ น้องอ้อย อ้อย อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. ร่วมกับดีอี เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ยกเงินที่ยึดจากบัญชีม้ามาให้ผู้เสียหายจากมิจฉาชีพได้ที่ เพจ Mortality 55 อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง CMAC เตือนประชาชนและผู้ลี้ภัย ระมัดระวังวัตถุระเบิดตกค้างในบางพื้นที่ อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ปตท. ตรึงราคาน้ำมันช่วงปีใหม่ พร้อมมอบโปรโมชันพิเศษตามเงื่อนไข อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง OR เปิดให้ลงทุน “หุ้น OR อเมซอน” เริ่มต้นหลักพัน กำไรหลักร้อยต่อวัน ผ่านเพจ Energy Saving Green อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ระบบ M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์เว็บไซต์ แจ้งมีบิลรอดำเนินการชำระ สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “การรถไฟฯ สนับสนุนภารกิจ ส่งตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแนวกั้นพรมแดนไทย–กัมพูชา” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กระทรวงคมนาคม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขอความร่วมมือจาก รฟท. ในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ สนับสนุนภารกิจสถานการณ์บริเวณชายแดน ทาง รฟท. จึงได้ให้การสนับสนุน โดยการเป็นสื่อกลางในการทำหน้าที่ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 84 ตู้ ในพื้นที่โคกสูง จังหวัดสระแก้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.