Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ด้วยสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ผู้ให้บริการขนส่งประกาศปรับราคาค่าขนส่งตามต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีผลกระทบต่อบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) เช่นเดียวกัน ทั้งนี้นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชน   นายพชร กล่าวว่า กระทรวงดีอีได้มอบนโยบายให้ ปณท. พิจารณาชะลอการปรับอัตราค่าขนส่งต่างๆ ออกไปก่อน โดยหากมีการปรับราคาค่าขนส่ง จะต้องคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการใช้บริการตามข้อสั่งการของนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี   ดังนั้น ปณท. จะมีการตรึงราคาค่าขนส่งในช่วงปัจจุบันที่ใกล้กับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งประชาชนมีการใช้บริการเป็นจำนวนมาก ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ก่อนจะมีการปรับราคาค่าบริการเฉพาะบางรายการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะปกติ    สำหรับค่าบริการที่จะมีการปรับขึ้นเป็นบริการเชิงพาณิชย์ คือ EMS และ e-CoPost ขณะที่ในส่วนของบริการพื้นฐาน เช่น จดหมาย ไปรษณีย์ภัณฑ์ /ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน และ พัสดุ จะไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด   “ด้วยสถานการณ์ของการปรับขึ้นราคาค่าขนส่งในปัจจุบัน จากต้นทุนที่สูงขึ้น นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้แสดงความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดยมอบนโยบายให้ ปณท.ยังคงตรึงราคาค่าขนส่งในราคาเดิมออกไปจนกระทั่งถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่ประชาชนใช้บริการขนส่งมากกว่าปกติ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยหากมีการปรับขึ้นราคาจะต้องมีผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว ----------------------------------------------------------------------

ดีอี เตือนข่าวบิดเบือน "รับประทานไส้กรอกบ่อย ตับทำงานหนัก ผนังหลอดเลือดอักเสบจากไนไตรต์" ขอ ปชช. เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลทางการ   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,382 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,041 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,040 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 7 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากรับประทานไส้กรอกบ่อย ตับจะทำงานหนัก และผนังหลอดเลือดจะอักเสบจากไนไตรต์   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ตรวจพบน้ำมันดีเซล 85,000 ลิตร ไม่ทราบแหล่งที่มา ในเขตสัตหีบ จ.ชลบุรี   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ผู้พลัดถิ่นชาวกัมพูชากว่า 36,000 คน ยังตกค้างชายแดนไทย   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กรมที่ดิน ใช้บัญชีไลน์ชื่อ @กองคลัง เอกสาร ติดต่อประชาชน   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาลักลอบนำมะม่วงเข้าไทยผ่านชายแดนลาว เพื่อสวมรอยเป็นมะม่วงไทย   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง นายทุนลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชา ผ่าน สปป.ลาวเข้าสู่ประเทศไทย   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดหลักสูตรเรียนรู้ สาขาความรู้หุ้น ลงทะเบียนเรียนฟรี ผ่านเพจ Investment Strategist   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน : เรื่อง “หากรับประทานไส้กรอกบ่อย ตับจะทำงานหนัก และผนังหลอดเลือดจะอักเสบจากไนไตรต์” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยการรับประทานไส้กรอกหรือเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีไนไตรต์บ่อย ๆ นั้น ไม่ใช่สาเหตุหลักโดยตรงที่ทำให้ตับเสียหรือเกิดการอักเสบของผนังหลอดเลือดทันที แต่การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณมากและเป็นประจำ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่/ลำไส้ตรง, ความดันโลหิตสูง,โรคหัวใจและหลอดเลือด,โรคเมตาบอลิกบางชนิด    ทั้งนี้ไนไตรต์และไนเตรต เป็นสารที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อช่วยรักษาเนื้อให้คงสีและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิด เช่น แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโบทูลิซึม (Clostridium botulinum) ซึ่งเป็นสารกันเสียตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร แต่สารเหล่านี้อาจถูกเปลี่ยนเป็นสารประกอบไนโตรซามีน หรือก็คือ สารเคมีจำพวกเอ็น-ไนโตรโซ (N-nitroso compounds) ที่จัดเป็นสารก่อมะเร็ง ที่อาจเป็นอันตรายภายในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณมากและบ่อยครั้ง   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 1 เมษายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0201 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ปลัดดีอี ให้การต้อนรับผู้แทนจาก World Bank หารือความร่วมมือด้านดิจิทัล - AI   วันที่ 1 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. Mahesh Uttamchandani, World Bank’s Regional Practice Director for Digital & AI, East Asia & Pacific and South Asia และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือความร่วมมือด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ณ ห้องประชุม 10/10 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #ปลัดพชร

วันที่ 1 เมษายน 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานพร้อมแสดงความยินดี ในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ยึดมั่นความดี มีจิตมุ่งบริการ สืบสานงานเพื่อปวงประชา” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนราชการระดับกระทรวง และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ อาคารหอประชุม กรมประชาสัมพันธ์   สำหรับพิธีในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ข้าราชการได้ตระหนักถึงเกียรติ ศักดิ์ศรี และหน้าที่ของข้าราชการ รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการต่อไป

วันที่ 1 เมษายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจาก บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference   การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องประชาชนและระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้มีความมั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ดีอี เข้าร่วมพิธีรับมอบหมวกและผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน   วันพุธที่ 1 เมษายน 2569 ว่าที่ร้อยตรีธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้แทนกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีรับมอบหมวกและผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน ณ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โดยมี พลเรือเอก คณีพล สงเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เป็นประธานในพิธี เพื่อให้ส่วนราชการดำเนินการแจกจ่ายให้กับผู้ขอรับการสมัครเป็นประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ของแต่ละส่วนราชการต่อไป #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,280 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,796 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,788 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 7 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 21 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดให้กู้สินเชื่อกับฝ่ายบริการลูกค้า ผ่าน TikTok ชื่อ doooycapzvp   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ห้ามแสดงควงไฟหน้าหาดอ่าวนาง จ.กระบี่   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ ไทยรักพัฒนา เปิดรับสมัครงาน ตัวแทนประกอบถุงกระดาษ&DIY   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ออกกำลังกาย ร่วมกับทำ fasting ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะน้ำท่วมปอด   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง เทศกาลสงกรานต์ 2569 ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษและมอเตอร์เวย์ ตามนโยบาย Smart Travel Songkran   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง เดินหน้าโครงการดูดซับข้าวนาปรัง ช่วยเหลือชาวนา เริ่ม 1 เม.ย. 69   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง รับประทานลูกมะเดื่อฝรั่ง จะช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “ธ.ออมสิน เปิดให้กู้สินเชื่อกับฝ่ายบริการลูกค้า ผ่าน TikTok ชื่อ doooycapzvp” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดย ธ.ออมสิน ขอเตือนประชาชนว่ามิจฉาชีพ ได้ใช้บัญชี TikTok ชื่อ doooycapzvp แอบอ้างเป็นฝ่ายบริการลูกค้า ธ.ออมสิน เชิญชวนให้ประชาชนลงทะเบียนกู้สินเชื่อ และมีการแอบอ้างใช้โลโก้ รูปภาพของธนาคาร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ ซึ่ง ธ.ออมสินไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น   ทั้งนี้ ธ.ออมสินไม่มีนโยบายอนุมัติสินเชื่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียทุกประเภท และบัญชี TikTok จริงของธนาคารมีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้นคือ @gsbsociety ซึ่งมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้ารับรอง ดังนั้นขอประชาชนอย่ากดลิงก์ หรือให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------

สงครามไม่ได้สร้างผลกระทบเพียงในสนามรบ แต่แผ่ขยายออกไปในระดับจิตวิทยาของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจและพฤติกรรมการบริโภค หนึ่งในกลไกที่ทรงพลังและถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ “Supply Shock Exploitation” หรือการฉวยโอกาสจากภาวะที่ผู้คนเชื่อว่าสินค้ากำลังจะขาดแคลน   ความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับ อิหร่าน โดยเฉพาะในบริบทของเส้นทางพลังงานโลก เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นตัวอย่างชัดเจนของ “ตัวกระตุ้นความกลัวระดับโลก” เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมัน เมื่อใดก็ตามที่มีข่าวความไม่มั่นคง แม้ยังไม่เกิดเหตุจริง ผลกระทบทางจิตวิทยาก็เริ่มทำงานทันที ผู้คนไม่ได้รอให้ของขาดจริง แต่เริ่ม “เชื่อว่ามันกำลังจะขาด” และการเชื่อนั้นเองคือจุดเริ่มต้นของการถูกเอาเปรียบ   กลไกนี้ไม่ได้เริ่มจากการขาดแคลนสินค้า แต่เริ่มจาก “การรับรู้ถึงความเสี่ยง” เมื่อข่าวเกี่ยวกับความตึงเครียดถูกเผยแพร่ผ่านสื่อและโซเชียล ความกลัวจะถูกขยายอย่างรวดเร็วผ่านการตีความ การคาดการณ์ และการแชร์ต่อ ความไม่แน่นอนทำให้มนุษย์พยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด นั่นคือ “การซื้อก่อน” หรือ “การกักตุน” พฤติกรรมนี้สร้างภาพลวงของความขาดแคลนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนในที่สุดสิ่งที่เริ่มจากความกลัว กลายเป็นความจริงในเชิงพฤติกรรม   มิจฉาชีพเข้าใจวงจรนี้อย่างลึกซึ้ง พวกเขาไม่ได้รอให้ของหมด แต่สร้างเงื่อนไขให้ผู้คน “รู้สึกว่ากำลังจะหมด” แล้วเข้าไปเสนอทางออกในจังหวะที่เหยื่อกำลังอ่อนแอที่สุด ข้อเสนอเหล่านั้นมักมาในรูปแบบของ “โอกาสพิเศษ” เช่น การขายน้ำมันราคาถูกกว่าตลาด การเปิดพรีออเดอร์สินค้าล็อตสุดท้าย หรือการอ้างว่ามีช่องทางพิเศษในการเข้าถึงสินค้าก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ได้ขายสินค้าเป็นหลัก แต่ขาย “ความมั่นใจ” ว่าผู้ซื้อจะไม่ตกขบวน   สิ่งที่ทำให้กลไกนี้ทรงพลังยิ่งขึ้นคือการใช้ “เวลา” เป็นเครื่องมือ มิจฉาชีพมักสร้างความเร่งด่วน เช่น การจำกัดจำนวนสินค้า หรือการกำหนดเส้นตายในการตัดสินใจ เพื่อบีบให้เหยื่อไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรอบคอบ ในภาวะปกติ ผู้บริโภคอาจใช้เวลาเปรียบเทียบราคา ตรวจสอบแหล่งที่มา หรืออ่านรีวิว แต่ในภาวะที่เชื่อว่าของกำลังจะหมด ความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลจะถูกลดทอนลงอย่างมาก   นอกจากนี้ ยังมีการผูก “เรื่องเล่า” ของสแกมเมอร์เข้ากับเหตุการณ์จริงอย่างแนบเนียน ตัวอย่างเช่น การอ้างว่าการขนส่งสินค้าจะหยุดชะงักหากเกิดความไม่มั่นคงใน ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการใช้คำว่า “ข้อมูลวงใน” เพื่อสร้างภาพลวงของความได้เปรียบทางข้อมูล เหยื่อจำนวนมากไม่ได้เชื่อเพราะข้อมูลนั้นถูกต้อง แต่เชื่อเพราะรู้สึกว่าตนเอง “รู้ก่อนคนอื่น” ซึ่งเป็นแรงจูงใจทางจิตวิทยาที่ทรงพลังมาก   เมื่อมองลึกลงไป จะเห็นว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกี่ยวกับสินค้าโดยตรง แต่เกี่ยวกับ “ความกลัวที่จะสูญเสียโอกาส” มนุษย์มีแนวโน้มที่จะกลัวการพลาดมากกว่าการเสียเงิน นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมากยอมโอนเงินให้กับข้อเสนอที่ดูไม่สมเหตุสมผล เพียงเพราะไม่ต้องการอยู่ในสถานะที่ “ไม่มี” ในขณะที่คนอื่นมี   ในบริบทของประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ยิ่งมีความน่ากังวล เนื่องจากสังคมมีการใช้โซเชียลมีเดียในระดับสูง และมีพฤติกรรมการแชร์ข้อมูลอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างละเอียด เมื่อข่าวเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างประเทศถูกนำมาเล่าในรูปแบบที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น การคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่ง หรือสินค้าจะขาดตลาด ความกลัวจะถูกขยายในวงกว้าง และเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้ามาแทรกตัวได้ง่ายขึ้น   แนวโน้มในอนาคตยิ่งน่าจับตามอง เมื่อเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาใช้ในการสร้างเนื้อหาที่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นภาพสินค้าปลอม คลิปข่าวปลอม หรือแม้แต่เสียงของผู้เชี่ยวชาญปลอม การหลอกลวงจะไม่ใช่แค่การเสนอขายของที่ไม่มีอยู่จริง แต่จะเป็นการ “สร้างความจริงปลอม” ขึ้นมาทั้งระบบ เพื่อทำให้ผู้เสียหายเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม   ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ควรตระหนักคือ Supply Shock Exploitation ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการโกง แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติของมนุษย์ในยามวิกฤต มันไม่ได้ขายน้ำมัน ไม่ได้ขายอาหาร และไม่ได้ขายสินค้าใด ๆ อย่างแท้จริง แต่กำลังขาย “ความกลัวว่าจะไม่มีสิ่งเหล่านั้น” และเมื่อความกลัวนั้นเข้าครอบงำ การตัดสินใจที่ผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่เราคิด   ในโลกที่ข่าวสารเคลื่อนที่เร็วกว่าความจริง การตั้งคำถามอาจเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด เพราะบางครั้ง สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การขาดแคลนของจริง แต่คือการ “เชื่อว่ามันกำลังจะขาด” โดยไม่มีหลักฐานรองรับเลย ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะโอน ก่อนจะถูกลวง หมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอ เพราะคุณ สามารถหยุดความสูญเสียได้ด้วยตัวของคุณเอง ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) และหากใครได้รับผลจากการหลอกลวงแล้ว สามารถร้องเรียนภัยไซเบอร์แบบครบวงจร เพื่อช่วยระงับบัญชีมิจฉาชีพให้เร็วที่สุด โดยโทรมาที่สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอดเวลา   --------------------------------------------------------------

วันที่ 2 เมษายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี สถิติจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่กองงานดิจิทัลจังหวัด ร่วมนำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมและเชื่อมโยงระบบ e-Office ภายใต้ GDCC แก่ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ณ ห้องงามวงศ์วาน ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี    ทั้งนี้ ระบบ e-Office ดังกล่าว เป็นรูปแบบซอฟต์แวร์บริการ (SaaS) บน GDCC เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับการการดำเนินงานด้านเอกสารรูปแบบไร้กระดาษ (Paperless) รองรับการทำงานนอกสถานที่ (Work From Anywhere) ทำให้สามารถเสนอและลงนามเอกสารได้ทุกที่ ทุกเวลา สอดรับกับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่ให้หน่วยงานราชการ ดำเนินมาตรการ Work From Home เนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนพลังงานในปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ ช่วยให้การบริการประชาชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วันที่ 2 เมษายน 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับพร้อมร่วมหารือ กับผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ในส่วนของแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัล และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องรับรองชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ประกาศรับสมัครข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรอง สำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เป็นประธานร่วมในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) และพิธีเปิดโครงการจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรบูรณาการและสถิติการเกษตรของประเทศ (One Data) โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจิรญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โถงชั้น 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) นี้ เป็นการลงนามระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดีอี โดยโครงการดังกล่าว เป็นการบูรณาการความร่วมมือ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลทางการเกษตรให้สามารถเข้าถึงข้อมูลสถิติการเกษตรที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรและด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางแผนและพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน  

ดีอี ร่วมแสดงความยินดี วันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ครบรอบ 87 ปี   วันที่ 3 เมษายน 2569 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ครบรอบ 87 ปี พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี นางสาวศศิพัชร์ จ่างจรูญโรจน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ กรุงเทพฯ #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.