Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 1 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,267 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,249 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,249 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง CAAT ร่วมกับ 6 สายการบิน ลดราคาตั๋วช่วงสงกรานต์ 15-30% เฉพาะ 11 เส้นทางในประเทศ   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรุ๊ปเลือด AB เสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ สูงกว่าคนอื่น 3 เท่า   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสิน เปิดลงทะเบียนสินเชื่อ ยกเลิกบูโร ไม่ต้องค้ำ ผ่านบัญชี TikTok nuntawatsrichainat   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง สีปัสสาวะ สามารถบอกเพศลูกได้   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกใบทะเบียนพาณิชย์ให้กับ บริษัท เงินกู้ออนไลน์ส่วนบุคคลจำกัด   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. ให้โบรกเกอร์ที่ลงทะเบียนเทรดเดอร์มืออาชีพ ติดต่อประชาชนผ่านไลน์ เพื่อชักชวนให้เทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “CAAT ร่วมกับ 6 สายการบิน ลดราคาตั๋วช่วงสงกรานต์ 15-30% เฉพาะ 11 เส้นทางในประเทศ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กระทรวงคมนาคม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดย CAAT ได้ติดตามสถานการณ์ราคาบัตรโดยสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีความต้องการเดินทางสูง ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 CAAT ได้ประสานความร่วมมือกับสายการบินในการเพิ่มจำนวนที่นั่งและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม    ทั้งนี้การเดินทางภายในประเทศระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 CAAT ได้ประสานความร่วมมือกับ 6 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ท เพื่อดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มปริมาณที่นั่งในเส้นทางที่มีความต้องการสูง โดยสายการบินทั้ง 6 สาย ได้ปรับลดราคาบัตรโดยสารลงร้อยละ 15-30 ใน 11 เส้นทางบิน (ไป-กลับ) ได้แก่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-เชียงราย, กรุงเทพฯ-ภูเก็ต, กรุงเทพฯ-หาดใหญ่, กรุงเทพฯ-สมุย, กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช, กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี, กรุงเทพฯ-กระบี่, กรุงเทพฯ-ตรัง, กรุงเทพฯ-นราธิวาส และกรุงเทพฯ-ขอนแก่น รวมทั้งสิ้น 191 เที่ยวบิน คิดเป็นจำนวน 29,685 ที่นั่ง   จากการตรวจสอบราคาบัตรโดยสารของ CAAT ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า บัตรโดยสารในระดับราคาต่ำถูกจำหน่ายไปเกือบทั้งหมดจากความต้องการเดินทางที่สูง ขณะที่หลังช่วงเทศกาลในปลายเดือนเมษายน ราคามีแนวโน้มปรับลดลงตามความต้องการที่ลดลง ทั้งนี้ มาตรการที่ดำเนินการในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก เพียงพอ และปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญ   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 2 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,167 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,200 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,200 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 26 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 12 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ปตท. เปิดตัว “บริการเติมเอง (Self Serve)” สั่ง-เติม-ชำระเงิน ผ่านแอปฯ บลูพลัส อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ปรับขึ้นค่าไฟงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. เป็น 3.95 บาทต่อหน่วย อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้าแป้งมันสำปะหลัง เป็นเวลา 150 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. - 24 ก.ค. 69 อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครคนแพ็กสินค้า ผ่านเพจ สร้างงานบ้านไทย อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ออมสิน เปิดลงทะเบียนเงินช่วยเหลือ ยืม 200,000 บาท ผ่อน 4,333 บาท ต่อเดือน ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ bank.hsb.online อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ให้บริการด้านการลงทุนต่าง ๆ แก่ประชาชน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครตัวแทนพับถุงกาแฟทำงานที่บ้าน ผ่านเพจ ศูนย์รวมงานคุณภาพ อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐบาลประกาศรายละเอียดคนละครึ่งพลัสเวอร์ชันใหม่แล้ว สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ปตท. เปิดตัว “บริการเติมเอง (Self Serve)” สั่ง-เติม-ชำระเงิน ผ่านแอปฯ บลูพลัส” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR ได้ยกระดับการบริการนํ้ามันเชื้อเพลิงในยุคดิจิทัล ด้วย “บริการเติมเอง (Self Serve)” ณ พีทีที สเตชั่น สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ทั้งนี้บริการเติมเอง (Self Serve) จะช่วยลดระยะเวลาการรอคิวของผู้เข้าใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak Hours) หรือช่วงที่มีความหนาแน่นสูง และมอบส่วนลดทันที 40 สตางค์ต่อลิตร สําหรับนํ้ามันทุกประเภท โดยมีจุดเด่นได้แก่ 1. ความคุ้มค่าสูงสุด (Cost Efficiency) ด้วยส่วนลดพิเศษ 40 ส.ต./ลิตร สําหรับการเติมนํ้ามันทุกชนิด โดยไม่มีการกําหนดเพดานยอดเติมขั้นตํ่า 2. ความสะดวกและรวดเร็ว (Operational Excellence) ด้วยการออกแบบกระบวนการใช้งานที่เรียบง่ายผ่านแอปฯ blueplus+ ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเติมนํ้ามันและเดินทางต่อได้ทันที3. นวัตกรรมอัจฉริยะ (Seamless Digital Experience) บูรณาการระบบชําระเงินดิจิทัลผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบนแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมระบบสะสมคะแนนบลูพลัส (blueplus+) อัตโนมัติจากยอดค่าใช้จ่ายจริงหลังหักส่วนลด อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 3 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,223 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,860 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,857 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก Pongsapak Anansapcharoen เปิดรับคนไปทำงานที่โรงงานแพ็กส้ม ประเทศออสเตรเลีย ผ่านกระทรวงแรงงาน อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ธปท. ออกธนบัตรชนิดราคา 100 บาท รุ่นใหม่ สีคล้ายกับธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กรมทางหลวงแจ้งยอดชำระค่าผ่านทางด่วน ผ่าน SMSEngagement : 1,119 อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง สหรัฐฯ ประกาศชัยชนะ ยุติสงครามอีก 2 สัปดาห์ เพราะอิหร่านยอมจำนนแล้ว อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง การเดินเร็วเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที ช่วยลดไขมันพอกตับได้ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่แบบถูกกฎหมาย ผ่าน TikTok บัญชี user1393570710261 อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Rianna Elizabeth Brittany สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “เพจเฟซบุ๊ก Pongsapak Anansapcharoen เปิดรับคนไปทำงานที่โรงงานแพ็กส้ม ประเทศออสเตรเลีย” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” จากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของเพจเฟซบุ๊กข้างต้น ที่ได้โพสต์รับสมัครคนไปทำงานแพ็กส้มที่ประเทศออสเตรเลีย โดยอ้างว่า ถูกต้องตามกฎหมายผ่านกระทรวงแรงงานนั้น ทั้งนี้กรมการจัดหางาน ระบุว่า ผู้ประกาศรับสมัครงานดังกล่าว ไม่ได้ยื่นเอกสารสำคัญ เช่น Demand Letter หรือหนังสือมอบอำนาจจากนายจ้างในต่างประเทศ จึงไม่สามารถโฆษณาจัดหางานได้ และถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ และเข้าข่ายหลอกลวงให้ผู้พบเห็นหลงเชื่อ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 4 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,220 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,456 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,454 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Facebook 2 ข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากร่างกายมี 4 กลิ่นนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนระยะเริ่มต้นของโรคร้าย อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง หลังสงกรานต์ 2569 จะมีการปรับขึ้นราคา 6 กลุ่มสินค้า อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากปากมีกลิ่น และคันตามลำตัว จะเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเพจบ้านงานไทย รับสมัครพนักงานประกอบถุงกระดาษ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการด้านการลงทุน ของฮั่วเซ่งเฮงได้ที่ ID Line : hshsocial.gold2 ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก ก.ล.ต. แล้ว อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อให้กู้กับเจ้าหน้าที่ ผ่าน TikTok บัญชี meawcglmuk2 สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยถึงแม้ว่า “กระเทียมดำ” จะมีประโยชน์ แต่ กรมอนามัย แนะนำให้รับประทานเป็นเพียงแค่อาหารที่กินเสริม ไม่สามารถทดแทนหรือกินแทนยารักษาโรคได้ และควรกินในปริมาณที่พอดีประมาณไม่เกิน 1 หัว/วัน (ยังไม่มีงานวิจัยในระยะยาวที่ยืนยันผลข้างเคียง แต่หลายงานวิจัยมีการให้กลุ่มทดลองรับประทานประมาณ 1-2 หัว) และไม่ควรรับประทานต่อเนื่อง รวมทั้งควรกินอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลายเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทั้งนี้กระเทียมดำ เกิดจากการนำกระเทียมขาวสดมาผ่านกระบวนการบ่ม (Aging) ที่อุณหภูมิประมาณ 60-90 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% เป็นเวลานาน 15-90 วัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า Maillard Reaction ซึ่งเปลี่ยนสารอาหารภายในให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งมีผลงานวิจัยศึกษาถึงประโยชน์ของกระเทียมดำเอาไว้หลายด้าน อาทิ 1. ในระหว่างการบ่ม สาร Allicin ในกระเทียมสดจะถูกเปลี่ยนเป็นสาร S-Allylcysteine (SAC) ที่ละลายน้ำได้ดีและร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100% โดยสารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ากระเทียมสดหลายเท่า (งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าสูงกว่า 13-14 เท่าในบางสภาวะการบ่ม แต่ค่าเฉลี่ยจากหลาย ๆ งานวิจัยอยู่ที่ประมาณ 2-5 เท่า) ซึ่งจะช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายและชะลอความเสื่อมของร่างกาย 2. มีงานวิจัยทางคลินิกที่พบว่า การบริโภคกระเทียมดำช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol) และไขมันเลว (LDL) ในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 3. สารกลุ่มฟลาโวนอยด์และฟีนอลิกในกระเทียมดำ ช่วยกระตุ้นการสร้าง Nitric Oxide ในหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและยืดหยุ่นได้ดีขึ้น จึงช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ โดยมีกลไกคล้ายกับยาในกลุ่ม ACE Inhibitors ที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิต 4. การศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการ (In vitro) และในสัตว์ทดลอง พบว่า สารสกัดจากกระเทียมดำช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว (Natural Killer Cells) และส่งเสริมการตายของเซลล์มะเร็ง (Apoptosis) ในมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ยังต้องการการยืนยันผลในมนุษย์เพิ่มเติมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------

วันที่ 7 เม.ย. 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินทางเข้าสักการะศาลพระพรหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ณ ศาลพระพรหม แยกอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร บี ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.   โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

ดีอี บรรยายพิเศษ “ออกแบบอนาคตใหม่ในยุค AI: ปัญญา นวัตกรรม และความเป็นมนุษย์”   วันที่ 7 เมษายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นองค์ปาฐก บรรยายในหัวข้อ “ออกแบบอนาคตใหม่ในยุค AI: ปัญญา นวัตกรรม และความเป็นมนุษย์” (Regenerative Futures in AI Era: Business Intelligence, Innovation, and Humanity) โครงการนำเสนอผลงานทางวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2569 (BEC National Colloquium 2026) คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ผ่านระบบ VDO Conference ณ ห้องประชุม 10/02 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับการบรรยายดังกล่าว เป็นการนำเสนอทิศทางการพัฒนา AI ของประเทศไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศดิจิทัล และนโยบายของภาครัฐ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา Data Center และ Cloud Service ไปจนถึงการสร้างแพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลในภาคเกษตร สุขภาพ และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังคนดิจิทัลผ่าน Digital Skill Roadmap เพื่อยกระดับทักษะของคนไทยทุกกลุ่ม ให้ประเทศสามารถก้าวข้ามจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. Aaron Batten ผู้อำนวยการธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือด้านดิจิทัล และเรื่องที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1010 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 5 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,243 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,340 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,340 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 3 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ช่วงหลังสงกรานต์ วันที่ 16 - 22 เม.ย. 69 อุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่า 40 องศา   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดลงทะเบียนเรียนการลงทุนหุ้นที่บ้าน พร้อมรับวุฒิบัตร ผ่านเพจ ความรู้พื้นฐานการเงิน   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาเคลื่อนย้ายจรวด RM-70 และยุทโธปกรณ์หนักประชิดชายแดนไทย   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง pm 2.5 มีผลต่อผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคันทั่วตัวได้   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาแอบอ้างวัฒนธรรม นำชุดไทยไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครพนักงานแพ็กของ ทำงานได้ที่บ้าน ผ่านเพจ งานดีในไทย   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง มีเรือน้ำมันนับร้อยลอยอยู่กลางอ่าวไทย   อันดับที่ 8 ข่าวบิดเบือน เรื่อง 8 สัญญาณ เตือนมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้น   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ช่วงหลังสงกรานต์ วันที่ 16 - 22 เม.ย. 69 อุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่า 40 องศา” กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่าเป็น “ข่าวจริง” ซึ่งสอดคล้องกับพยากรณ์อากาศเดือนเมษายน 2569 ที่ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดเป็นช่วง ๆ โดยบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ อาจมีอุณหภูมิสูงสุดถึงประมาณ 42–43 องศาเซลเซียส สาเหตุจากหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนที่ปกคลุม และอิทธิพลของลมใต้หรือลมตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่บางช่วงยังมีฝนฟ้าคะนองสลับเกิดขึ้นได้   ขณะเดียวกัน ภาพรวมสภาพอากาศจะยังคงแปรปรวน โดยมีทั้งอากาศร้อนจัดและฝนในบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือสภาพอากาศร้อน เช่น หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพจากอากาศร้อนอย่างต่อเนื่อง   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------


วันที่ 8 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำขอพร เนื่องในโอกาสประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมในพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล และส่งเสริมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ณ ลานชั้น 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.