Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 4 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,220 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,456 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,454 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Facebook 2 ข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากร่างกายมี 4 กลิ่นนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนระยะเริ่มต้นของโรคร้าย อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง หลังสงกรานต์ 2569 จะมีการปรับขึ้นราคา 6 กลุ่มสินค้า อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากปากมีกลิ่น และคันตามลำตัว จะเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเพจบ้านงานไทย รับสมัครพนักงานประกอบถุงกระดาษ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการด้านการลงทุน ของฮั่วเซ่งเฮงได้ที่ ID Line : hshsocial.gold2 ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก ก.ล.ต. แล้ว อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อให้กู้กับเจ้าหน้าที่ ผ่าน TikTok บัญชี meawcglmuk2 สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยถึงแม้ว่า “กระเทียมดำ” จะมีประโยชน์ แต่ กรมอนามัย แนะนำให้รับประทานเป็นเพียงแค่อาหารที่กินเสริม ไม่สามารถทดแทนหรือกินแทนยารักษาโรคได้ และควรกินในปริมาณที่พอดีประมาณไม่เกิน 1 หัว/วัน (ยังไม่มีงานวิจัยในระยะยาวที่ยืนยันผลข้างเคียง แต่หลายงานวิจัยมีการให้กลุ่มทดลองรับประทานประมาณ 1-2 หัว) และไม่ควรรับประทานต่อเนื่อง รวมทั้งควรกินอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลายเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทั้งนี้กระเทียมดำ เกิดจากการนำกระเทียมขาวสดมาผ่านกระบวนการบ่ม (Aging) ที่อุณหภูมิประมาณ 60-90 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% เป็นเวลานาน 15-90 วัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า Maillard Reaction ซึ่งเปลี่ยนสารอาหารภายในให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งมีผลงานวิจัยศึกษาถึงประโยชน์ของกระเทียมดำเอาไว้หลายด้าน อาทิ 1. ในระหว่างการบ่ม สาร Allicin ในกระเทียมสดจะถูกเปลี่ยนเป็นสาร S-Allylcysteine (SAC) ที่ละลายน้ำได้ดีและร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100% โดยสารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ากระเทียมสดหลายเท่า (งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าสูงกว่า 13-14 เท่าในบางสภาวะการบ่ม แต่ค่าเฉลี่ยจากหลาย ๆ งานวิจัยอยู่ที่ประมาณ 2-5 เท่า) ซึ่งจะช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายและชะลอความเสื่อมของร่างกาย 2. มีงานวิจัยทางคลินิกที่พบว่า การบริโภคกระเทียมดำช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol) และไขมันเลว (LDL) ในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 3. สารกลุ่มฟลาโวนอยด์และฟีนอลิกในกระเทียมดำ ช่วยกระตุ้นการสร้าง Nitric Oxide ในหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและยืดหยุ่นได้ดีขึ้น จึงช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ โดยมีกลไกคล้ายกับยาในกลุ่ม ACE Inhibitors ที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิต 4. การศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการ (In vitro) และในสัตว์ทดลอง พบว่า สารสกัดจากกระเทียมดำช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว (Natural Killer Cells) และส่งเสริมการตายของเซลล์มะเร็ง (Apoptosis) ในมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ยังต้องการการยืนยันผลในมนุษย์เพิ่มเติมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------

วันที่ 7 เม.ย. 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินทางเข้าสักการะศาลพระพรหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ณ ศาลพระพรหม แยกอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร บี ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.   โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

ดีอี บรรยายพิเศษ “ออกแบบอนาคตใหม่ในยุค AI: ปัญญา นวัตกรรม และความเป็นมนุษย์”   วันที่ 7 เมษายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นองค์ปาฐก บรรยายในหัวข้อ “ออกแบบอนาคตใหม่ในยุค AI: ปัญญา นวัตกรรม และความเป็นมนุษย์” (Regenerative Futures in AI Era: Business Intelligence, Innovation, and Humanity) โครงการนำเสนอผลงานทางวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2569 (BEC National Colloquium 2026) คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ผ่านระบบ VDO Conference ณ ห้องประชุม 10/02 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับการบรรยายดังกล่าว เป็นการนำเสนอทิศทางการพัฒนา AI ของประเทศไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศดิจิทัล และนโยบายของภาครัฐ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา Data Center และ Cloud Service ไปจนถึงการสร้างแพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลในภาคเกษตร สุขภาพ และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังคนดิจิทัลผ่าน Digital Skill Roadmap เพื่อยกระดับทักษะของคนไทยทุกกลุ่ม ให้ประเทศสามารถก้าวข้ามจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. Aaron Batten ผู้อำนวยการธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือด้านดิจิทัล และเรื่องที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1010 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 5 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,243 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,340 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,340 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 3 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ช่วงหลังสงกรานต์ วันที่ 16 - 22 เม.ย. 69 อุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่า 40 องศา   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง SET เปิดลงทะเบียนเรียนการลงทุนหุ้นที่บ้าน พร้อมรับวุฒิบัตร ผ่านเพจ ความรู้พื้นฐานการเงิน   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาเคลื่อนย้ายจรวด RM-70 และยุทโธปกรณ์หนักประชิดชายแดนไทย   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง pm 2.5 มีผลต่อผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคันทั่วตัวได้   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาแอบอ้างวัฒนธรรม นำชุดไทยไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับสมัครพนักงานแพ็กของ ทำงานได้ที่บ้าน ผ่านเพจ งานดีในไทย   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง มีเรือน้ำมันนับร้อยลอยอยู่กลางอ่าวไทย   อันดับที่ 8 ข่าวบิดเบือน เรื่อง 8 สัญญาณ เตือนมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้น   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ช่วงหลังสงกรานต์ วันที่ 16 - 22 เม.ย. 69 อุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่า 40 องศา” กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่าเป็น “ข่าวจริง” ซึ่งสอดคล้องกับพยากรณ์อากาศเดือนเมษายน 2569 ที่ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดเป็นช่วง ๆ โดยบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ อาจมีอุณหภูมิสูงสุดถึงประมาณ 42–43 องศาเซลเซียส สาเหตุจากหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนที่ปกคลุม และอิทธิพลของลมใต้หรือลมตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่บางช่วงยังมีฝนฟ้าคะนองสลับเกิดขึ้นได้   ขณะเดียวกัน ภาพรวมสภาพอากาศจะยังคงแปรปรวน โดยมีทั้งอากาศร้อนจัดและฝนในบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือสภาพอากาศร้อน เช่น หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพจากอากาศร้อนอย่างต่อเนื่อง   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------


วันที่ 8 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำขอพร เนื่องในโอกาสประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมในพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล และส่งเสริมอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ณ ลานชั้น 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ประกาศกำหนดวัน เวลา วิธีการเข้ารับการสัมภาษณ์/แสดงวิสัยทัศน์ เพื่อขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรองสำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 6 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,986 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 845 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 828 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 12 ข้อความ และช่องทาง Facebook 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 10 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ซองกันชื้นที่ใส่มากับขวดยา หลังเปิดใช้งานแล้ว จะกลายเป็นแหล่งสะสมความชื้นแทน   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาเป็นหนี้ประเทศไทยเกือบ 2 พันล้านบาท และยังไม่ได้จ่ายคืน   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กินข้าวที่แช่ในตู้เย็น เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง   อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ใช้มือเปล่าจับหมูดิบ เสี่ยงเป็นไข้หูดับ   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง นายกฯ มาเลเซีย เรียกร้องให้ไทยจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่กัมพูชาร้องขอ 5,000 ล้านบาท   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งห้ามขายน้ำมันให้กัมพูชา ฝ่าฝืนต้องโทษสูงสุด   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง บริษัทจัดหางาน เอ็มพาวเวอร์สกิล โซลูชั่นส์ เปิดเพจผ่านตัวแทนรับสมัครแรงงานไปทำงานออสเตรเลีย   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ซองกันชื้นที่ใส่มากับขวดยา หลังเปิดใช้งานแล้ว จะกลายเป็นแหล่งสะสมความชื้นแทน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ในกรณีที่เกี่ยวกับ “ซองกันชื้นและสำลีในขวดยา” ที่หลายคนเข้าใจว่าควรเก็บไว้ตลอดการใช้งานนั้น ตามหลักเภสัชกรรม เมื่อเปิดขวดยาแล้ว ควรนำสำลีออกทันทีเพราะมีไว้เพียงกันกระแทกระหว่างขนส่ง และไม่ควรใส่กลับเข้าไป เนื่องจากอาจนำความชื้นและสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ยาได้   ในส่วนของซองกันชื้น แม้จะมีหน้าที่ดูดความชื้นในขั้นตอนการผลิต แต่เมื่อเปิดใช้งานบ่อยครั้ง ซองจะดูดความชื้นจากอากาศและอาจกลายเป็นแหล่งสะสมความชื้นแทน ทำให้ตัวยาด้านในเสื่อมสภาพเร็วขึ้น   ดังนั้น การเก็บรักษายาที่ถูกต้อง เช่น เก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง ปิดฝาให้สนิท และหลีกเลี่ยงความชื้นและความร้อน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ยายังคงประสิทธิภาพในการรักษาได้อย่างเหมาะสม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยา และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเก็บรักษา ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 เมษายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  ประชุม “ชี้แจงการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC เพื่อเตรียมการรองรับนโยบาย WFH ในระดับจังหวัด” ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) จังหวัด เพื่อรองรับนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home: WFH) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ VDO Conference

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 7 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,893 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,615 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,610 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 15 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง อาการชาปลายมือชาปลายเท้า เป็นสัญญาณของโรคร้าย   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง บขส. ตรึงราคาตั๋วโดยสารถึงวันที่ 19 เม.ย.69   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้บริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย อาจส่งไม่ถึงมือคนไข้โดยตรง   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ   อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ฉก.ลาดหญ้า ร.29 จับกุมผู้ลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 1,260 ลิตร ไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่าน จ.กาญจนบุรี   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง แท็กซี่ประกาศหยุดวิ่งทั้งจังหวัดภูเก็ต   อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โรคสะเก็ดเงินหรือโรคเรื้อน เป็นโบราณโรค ต้องรักษาด้วยยาสมุนไพรเท่านั้น   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “อาการชาปลายมือชาปลายเท้า เป็นสัญญาณของโรคร้าย” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” อาการชาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่มักไม่อันตราย เช่น ชาจากการนั่งหรือนอน ทับแขนหรือขานาน ๆ ซึ่งเป็นเพียงชั่วครู่และหายไปเอง แต่บางลักษณะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่    1. อาการชาที่เกิดขึ้นทันทีทันใดโดยเฉพาะครึ่งซีกของร่างกาย เช่น ชาที่หน้า แขน หรือขาข้างใดข้างหนึ่ง อาจร่วมกับอ่อนแรง พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว ปวดศีรษะรุนแรง หรือการมองเห็นผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง 2. อาการชาร่วมกับอ่อนแรงหรือขยับแขนขาได้ลำบาก ทำของตกบ่อย หรือเดินแล้วเท้าลาก  3. มีอาการชาร่วมกับควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ เช่น ปัสสาวะไม่ออกหรือกลั้นไม่ได้  4. อาการชาที่ลุกลามเร็วจากปลายมือปลายเท้าขึ้นมา   5. อาการชาที่เป็นนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น  6. อาการชาที่มีการทรงตัวผิดปกติร่วมด้วย เช่น เดินเซหรือทรงตัวลำบาก   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงดีอี โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด กระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 405 อาคารรัฐสภา


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.