Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 24 เมษายน 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะภาคีเครือข่ายและหน่วยงานสนับสนุนในการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไปและการออกเสียงประชามติ ในงานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณกิจกรรมการสื่อสารประชาสัมพันธ์รณรงค์การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 และการออกเสียงประชามติ “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง” โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธี จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ    สำหรับพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ กกต.ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณผู้ปฏิบัติหน้าที่ ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินภารกิจการจัดการเลือกตั้งและการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ให้ประสบผลสำเร็จ อีกทั้งมีความสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

วันที่ 24 เมษายน 2569 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวมอบนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ข้อกำหนดการจัดทำมาตรฐาน โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เสริมสร้างความพร้อมในการรับมือให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐาน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ VDO Conference

วันที่ 24 เมษายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือกระบวนการปฏิบัติงานกระบวนการประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามประกาศของ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0205 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 23 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,289 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,073 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,068 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 23-25 เม.ย. 69 อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เตือน 50 จังหวัด เสี่ยงพายุฤดูร้อน วันที่ 23-28 เม.ย. 69 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง แม่ทัพภาค 4 สั่งยุบโรงเรียนที่มีปัญหา และประกาศกฎอัยการศึก อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กองทุนหุ้นทองคำฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้ซื้อจองหุ้น SET50 ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Invest in GOld derivatives อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง PTT เปิดลงทะเบียนกิจกรรมเกี่ยวกับการลงทุนหุ้นฟรี ผ่านเพจ Ada Simon อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง การคลังขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 66% ไปที่ 70% และเพิ่มไปอีกเป็น 75% เพื่อให้รัฐกู้เงินเพิ่มได้ อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ปภ.สข. แจ้งงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลาหมด สถานะปัจจุบันรอเงินเพิ่มจากส่วนกลาง สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง  เรื่อง “ไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 23-25 เม.ย. 69” กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดีอี ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยช่วงวันที่ 23-25 เม.ย. 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นภาคกลาง และภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ด้านฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐาน เนื่องจากความหนาแน่นของจุดความร้อนบริเวณภาคเหนือและบริเวณใกล้เคียงมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง และควรสวมหน้ากาก N95 เพื่อความปลอดภัยเมื่ออยู่นอกอาคาร อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ---------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 24 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,237 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,937 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,935 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กบง. ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น แบ่งปรับ 2 ระยะ เริ่ม 24 เม.ย. และ 10 พ.ค. 69 อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง พบแก๊งมาเฟียญี่ปุ่นที่ซอยธนิยะ อยู่ไทยนานกว่า 10 ปี ด้วยวีซ่านักศึกษา อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเพจเฟซบุ๊ก ให้ติดต่อขอคำแนะนำการลงทุนกองทุนรวม อันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ส่งข้าวไทยข้ามแดนไปยังประเทศเมียนมา 500 ตันต่อวัน อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง สหรัฐฯ เปลี่ยนกฎการขอวีซ่าบางประเภท ต้องตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบัญชีโซเชียลให้เป็นสาธารณะ อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ กลมพัฒนางานฝีมือ เปิดรับสมัครคนแพ็กถุงกระดาษ All Cafe' ที่รับรองโดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก Say Lay เปิดรับแรงงานไทยเพิ่ม ไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านกระทรวงแรงงาน สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง  เรื่อง “กบง. ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น แบ่งปรับ 2 ระยะ เริ่ม 24 เม.ย. และ 10 พ.ค. 69” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ เพจทางการ EPPO Thailand ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ซึ่งการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เป็นการบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชน และดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศในช่วงภาวะวิกฤตพลังงาน โดยให้ยกเลิกประกาศ กบง. ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 และกำหนดอัตราปรับลดราคา ณ โรงกลั่นใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 เป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงวันที่ 24 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 5.00 บาทต่อลิตร และช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 3.00 บาทต่อลิตร ทั้งนี้การพิจารณามาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการติดตามสถานการณ์ด้านราคาน้ำมันและต้นทุนการกลั่นอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ กบง. มีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.00 บาทต่อลิตร และได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นมา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและลดราคาขายปลีกน้ำมันแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------



วันที่ 27 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายให้ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานกล่าวเปิดงานเสวนา "ประเทศไทยและการปรับเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้นำปราบสแกมเมอร์ในเวทีสากล" การบูรณาการเชิงนโยบาย และยุทธศาสตร์ปราบสแกมเมอร์ไร้พรมแดน พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “"ภัยสแกมเมอร์" ความท้าทายที่คนยุคใหม่ต้องเจอ” ณ ห้องประชุมสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 25 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,200 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,156 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,154 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 18 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 7 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ จบใน 2 วัน ผ่านบัญชี TikTok : user12870099119   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง น้ำอัดลม ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี HomePro ติดต่อผ่านไลน์ เสนอเปลี่ยนสินค้าให้พร้อมจ่ายค่าชดเชย   อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง สธ. เตือนเฝ้าระวัง “ตับอักเสบเอ” ระบาด   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ในสมัยอดีตไทยเคยตกเป็นทาสของกัมพูชามาก่อน   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Ln-depth Gold Information เผยแพร่ข้อมูลการลงทุน ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดให้ติดต่อขอเงินคืน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Complain About Justice Together   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ จบใน 2 วัน ผ่านบัญชี TikTok : user12870099119” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบกับ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยปัจจุบันการทำใบขับขี่ทุกประเภทต้องดำเนินการด้วยตนเองที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น และต้องผ่านขั้นตอนการตรวจเอกสาร อบรม การทดสอบปรนัย การทดสอบภาคปฏิบัติ และถ่ายรูปตามกฎหมาย   กรณีดังกล่าว กลุ่มมิจฉาชีพมักอ้างว่าสามารถทำใบขับขี่ถูกกฎหมายได้โดยไม่ต้องสอบเอง แล้วเรียกเก็บเงิน 2,000–5,500 บาท พร้อมขอข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเสี่ยงถูกหลอกเงินและนำข้อมูลไปใช้ผิดกฎหมาย การขอใหม่หรือต่อใบขับขี่ ควรดำเนินการผ่านช่องทางทางการของกรมการขนส่งทางบก เช่น แอป DLT Smart Queue หรือสำนักงานขนส่งเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------

วันที่ 27 เมษายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี นางสาวธัญลักษณ์ มณีวัฒนา สถิติจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ร่วมหารือกับ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ในที่ประชุม PCIO จังหวัดฯ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อผลักดันจังหวัดนนทบุรีให้มีการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) อย่างเต็มรูปแบบต่อไป ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี   ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ประกาศเจตนารมณ์ในที่ประชุม เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานด้านเอกสารจากกระดาษไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ รองรับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลที่จะให้หน่วยงานราชการประหยัดพลังงานโดยการ Work From Home (WFH) โดยพร้อมให้หน่วยงานราชการได้อบรมการใช้งานระบบจากกระทรวงดีอี เพื่อการปรับเปลี่ยนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ภายในจังหวัดนนทบุรี


วันที่ 27 เมษายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อรับทราบนโยบายการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) ตำแหน่งเลขที่ ๔ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.