Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

รมว.ดีอี ร่วมพิธีลงนาม MOU ความร่วมมือป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี   วันที่ 29 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Norminee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ พิชิตนอมินี” โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   สำหรับ MOU ดังกล่าว เป็นการลงนามความร่วมมือระหว่าง 21 หน่วยงาน เพื่อสกัดกั้นธุรกิจนอมินีและกลุ่มทุนเทาที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเข้มงวดการจดทะเบียนบริษัทผ่านระบบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งนับเป็นการยกระดับการแก้ปัญหา “นอมินี” และ “บัญชีม้า” อย่างเป็นระบบ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลจากกระทรวงดีอีมาช่วยตรวจจับพฤติกรรมทางการเงินและธุรกรรมออนไลน์ที่ผิดปกติ   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดิจิทัล #DE #รมวไชยชนก

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ ในวันที่ 27 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,910 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,047 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,039 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 7 ข้อความ  และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 24 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ครูเอกชน เบิกค่ารักษาพยาบาลของรัฐ ไม่ต้องสำรองจ่าย เริ่ม 1 พ.ค. 69 ผ่าน สปสช. อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง จะเกิดพายุฤดูร้อน ในวันที่ 28 เม.ย.- 1 พ.ค. 69 อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง พบชาวอิสราเอลยึดชายหาดภูเก็ต พร้อมไล่คนไทย อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง โรคไข้ดินระบาดพุ่งขึ้นช่วงฤดูฝน ยอดเสียชีวิตปีละกว่า 2,800 ราย อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง นางสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมของกัมพูชา อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยไม่มีสิทธิซ่อมแซมปราสาทตาควาย หากจะซ่อมแซมต้องขออนุญาตกัมพูชาก่อน อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง พบเงินตราโบราณ ที่แม่น้ำยมหน้าวัดบางคลาน อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ก. พาณิชย์เสนอจ่ายเงินให้กับชาวนาไร่ละ 1,000 ในปีการผลิต 69/70 และประกันกำไร 30% อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง นายกฯ วอนคนไทยอย่าใช้คำแรงกับกัมพูชา สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ครูเอกชน เบิกค่ารักษาพยาบาลของรัฐ ไม่ต้องสำรองจ่าย เริ่ม 1 พ.ค. 69 ผ่าน สปสช.” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากหนังสือ สปสช. เรื่อง ขอความร่วมมือในการเบิกจ่ายตรงผู้มีสิทธิครูเอกชน ลงวันที่ 30 มีนาคม 2569 ซึ่งกำหนดให้ สปสช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยกลาง (Clearing House) ในการดำเนินการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้มีสิทธิครูเอกชนในรูปแบบ “เบิกจ่ายตรง” ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีผลให้ครูเอกชน สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมระบบโดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซึ่งสถานพยาบาลจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายผ่านระบบของ สปสช. แทนผู้ป่วย โดยกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับรายละเอียดแนวทางการดำเนินงานที่ระบุเพิ่มเติมว่าเป็นระบบเบิกจ่ายตรงผ่านโปรแกรมของ สปสช. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิครูเอกชน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------

วันที่ 29 เมษายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายให้ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน "AI Sovereignty and the Digital Nation: Thailand’s Strategic Imperative" โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดีอี ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จัดโดย Big Data Institute (BDI) x EY Thailand ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ   โดยกระทรวงดีอี มุ่งขับเคลื่อน Sovereign AI ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI ควบคู่กับการยกระดับกำลังคน และการวางกลไกกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสมดุล ระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม การรักษาความมั่นคง และประโยชน์สาธารณะ  

วันที่ 29 เมษายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ทำไม” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) หรือ NBT ในประเด็นภารกิจการขับเคลื่อนกระทรวงดีอี ในการเชื่อมต่อข้อมูลประชาชนของทุกกระทรวง เพื่อใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายด้านสวัสดิการ และมาตรการดูแลประชาชนได้ตรงต่อความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมแนวทางการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เฟกนิวส์ และการสร้างความตระหนักรู้ ความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT  

วันที่ 30 เมษายน 2569 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นเกียรติในงาน “วันคุ้มครองผู้บริโภคไทยประจำปี พ.ศ. 2569” ก้าวสู่ปีที่ 47 แห่งการปกป้องสิทธิประชาชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด THE SMART CONSUMER CITY “ยกระดับผู้บริโภคไทยสู่ยุคดิจิทัล” โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 28 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,401 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,508 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,508 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 26 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 15 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง โพสต์ด่าทอ เหยียด ประจาน มีความผิดตามกฎหมาย เสี่ยงคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ครม. เห็นชอบค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท เริ่มรอบบิลเดือนมิ.ย. 69   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ลดเงินสมทบประกันสังคม เพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงาน   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ห่ออาหารด้วยหนังสือพิมพ์ มีแผ่นพลาสติกรองอีกหนึ่งชั้น ไม่เป็นอันตราย   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เจ้าหน้าที่ทหารชายแดนที่สูญเสียขา ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ภาครัฐใช้เงินจ่ายค่าไฟกว่า 1 ล้านล้านบาท   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อ Department of Land Transport 555   อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐฯ ลดค่าทางด่วนเหลือ 50 บาทตลอดสาย   อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง M-Flow เปิดให้ชำระค่าผ่านทางด่วน ผ่านเว็บไซต์ mfoswia-tha.qpon/t/h   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “โพสต์ด่าทอ เหยียด ประจาน มีความผิดตามกฎหมาย เสี่ยงคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ หรือ Cyberbullying อาจสร้างความเสียหายต่อผู้ถูกกระทำทั้งด้านชื่อเสียง จิตใจ และสังคม ไม่ว่าจะเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยาม เกลียดชัง หรือทำให้อับอายต่อสาธารณะ ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิร้องทุกข์และดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที   ด้านผู้กระทำผิด อาจได้รับบทลงโทษตามกฎหมาย ทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นผู้อื่น รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ---------------------------------------------------------------------

วันที่ 30 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 คณะที่ 2 แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

วันที่ 30 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2568 ของข้าราชการและบุคลากรกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงและหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 1 อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา กรมประชาสัมพันธ์ ครบรอบ 93 ปี วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 โดยมี นางณัฐนันท์ รจนกร ผู้อำนวยการกองต่างประเทศ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ให้การต้อนรับ ณ อาคารหอประชุม กรมประชาสัมพันธ์



วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และคณะฯ ตรวจเยี่ยมและร่วมหารือกรอบการทำงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงดีอี โดยมี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,363 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,175 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,173 ข้อความ และช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐฯ ออกมาตรการ EARLY RETIRE ข้าราชการ ปี 2569   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ปรับเกณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรที่นาข้าวเสียหายจากพายุ เป็นไร่ละ 2,240 บาท จำกัดไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง วันที่ 1 พ.ค. 69 ผู้สูงอายุเตรียมรับเงิน คนละ 2,000 บาท   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง นายกฯ แถลง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รับเงิน 10,000 บาท ไม่ต้องลงทะเบียน รับสิทธิอัตโนมัติ   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่องน้ำดื่มสิงห์ เปิดให้กรอกแบบสอบถาม เพื่อรับเงิน 20,000 บาท   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ อ.ด่านซ้าย งบฯ 9.15 ลบ. สร้างเสร็จ 2 ปี ถูกปล่อยทิ้งร้าง   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง พ.ร.บ.เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพื้นที่ภาคใต้   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “รัฐฯ ออกมาตรการ EARLY RETIRE ข้าราชการ ปี 2569” กระทรวงดีอี ได้ประสานร่วมงานกับ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” โดยข่าวปลอมดังกล่าว เนื่องมาจากคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยในหน้า 16 ได้ระบุข้อความว่า “21. การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับบทบาท ภารกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจนลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน จัดทำมาตรการเกษียณอายุ ก่อนกำหนดและมาตรการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง” ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน   ทั้งนี้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนงาน (ROADMAP) มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด (EARLY RETIRE) สำหรับข้าราชการประจำปี 2569 ที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์อย่างแพร่หลายนั้น ไม่ได้จัดทำขึ้นจากหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   -----------------------------------------------------------------

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ คณะศึกษาดูงานจาก สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ในโอกาสเข้าร่วมหารือแนวทางการใช้งาน ระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ที่เกี่ยวข้องกับ งานสารบรรณ งานคลัง และงานพัสดุ เพื่อศึกษาแนวทางกระบวนการทำงานแบบไร้กระดาษ (Paperless) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเอกสารรัฐ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/10 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ VDO Conference

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.